เอกซ์เจแปน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอ็กซ์ เจแปน)
เอกซ์เจแปน
X Japan 2014.jpg
เอกซ์เจแปนในปี พ.ศ. 2557
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่ออื่น X, エックス( ekkusu )?
แหล่งกำเนิด จังหวัดชิบะ ญี่ปุ่น
แนวเพลง เฮฟวีเมทัล, พาวเวอร์เมทัล, สปีดเมทัล, ซิมโฟนิกเมทัล, โพรเกรสซีฟเมทัล, แกลมเมทัล
ช่วงปี พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2540, พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน
ค่ายเพลง Dada, Extasy, CBS/Sony, Ki/oon, เอ็มเอ็มจี, อีสต์เวสต์เตแปน, แอตแลนติก, Polydor, Tofu, EMI, วอร์เนอร์มิวสิกเจแปน
ส่วนเกี่ยวข้อง S.K.I.N., Ra:IN, ลูนาซี, Zilch, Loudness
เว็บไซต์ www.xjapanmusic.com
สมาชิก โทะชิมิสึ เดะยะมะ (โทะชิ)
โยะชิกิ ฮะยะชิ (โยะชิกิ)
โทะโมะอะกิ อิชิซุกะ (พาตะ)
ฮิโระชิ โมะริเอะ (ฮีธ)
ยะสึฮิโระ สึกิฮะระ (สึกิโซะ)
อดีตสมาชิก ซะวะดะ ไทจิ (ทาอิจิ)
ฮิเดะโตะ มะสึโมะโตะ (ฮิเดะ)

เอกซ์เจแปน (อังกฤษ: X Japan, ญี่ปุ่น: エックス ジャパン ekkusu japan ?) เป็นวงดนตรีเฮฟวีเมทัลชาวญี่ปุ่น จากจังหวัดชิบะ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยโยะชิกิ มือกลองของวง และโทะชิ นักร้องนำ ด้วยแนวดนตรีพาวเวอร์เมทัล สปีดเมทัล ซิมโฟนิกเมทัล ซึ่งต่อมาวงได้หันไปในทางโพรเกรสซีฟเมทัล ด้วยเน้นด้วยแนวบัลลาด เอกซ์เจแปนเป็นวงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการเพลงของเพลงญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และเป็นวงที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานในวงการร็อกในประเทศญี่ปุ่น

เอกซ์เจแปนมีชื่อเดิมว่า เอกซ์ (ญี่ปุ่น: エックス ekkusu ?) ออกอัลบั้มแรกชื่อว่า เวนิชชิงวิชัน เมื่อปี พ.ศ. 2531 หลังจากที่วงมีสมาชิกที่ลงตัวแล้วอันประกอบไปด้วย มือกีตาร์เบส ทาอิจิ, มือกีตาร์นำ ฮิเดะ และมือจังหวัดกีตาร์ พาตะ ซึ่งเป็นอัลบั้มภายใต้สังกัดของโยะชิกิเอง มีชื่อว่าเอกซ์ตาซีเรเคิดส์ (Extasy Records) และในปี พ.ศ. 2532 พวกเขาได้ประสบความสำเร็จ ด้วยผลงานชุดที่สองที่เป็นอัลบั้มเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ มีชื่อว่า บลูบลัด หลังจากที่ออกอัลบั้ม เจลลัสซี ในปี พ.ศ. 2534 ทาอิจิ ได้ออกจากวงเมื่อต้นปี พ.ศ. 2535 และมีฮีธมาทำหน้าที่แทน และเปลี่ยนชื่อวงเป็น เอกซ์เจแปน ก่อนที่จะทำผลงานอัลบั้ม อาร์ตออฟไลฟ์ ในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งมีเพลงที่มีชื่อเดียวกันกับอัลบั้มและมีความยาว 29 นาทีเพียงแทร็กเดียว และในปี พ.ศ. 2538 พวกเขาได้ลดความเป็นวิชวลเคเดิมของพวกเขาลง เพื่อให้ดูสบายและเป็นสมัยนิยมมากขึ้น พร้อมทั้งออกอัลบั้ม ดาห์เลีย เมื่อปี พ.ศ. 2539 ซึ่งคล้ายกับสองอัลบั้มที่แล้ว ต่อมาเอกซ์เจแปนได้ทำการแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่โตเกียวโดม ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2540

10 ปีต่อมา เอกซ์เจแปนได้กลับมารวมตัวอีกครั้งในปี พ.ศ. 2550 และทำการอัดเพลงใหม่ "ไอ.วี." 2 ปีต่อมาวงได้ทำการแสดงคอนเสิร์ตหลายแห่ง ได้แก่ ที่แรก คือ ฮ่องกง และได้สึกิโซะมาเป็นมือกีตาร์ของวงแทนที่ฮิเดะ ซึ่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2541 ก่อนที่จะออกทัวร์ในอเมริกาเหนือในปี พ.ศ. 2553 และในปี พ.ศ. 2554 วงได้ออกทัวร์รอบโลกครั้งแรกทั้งในยุโรป อเมริกาใต้และเอเชีย

เอกซ์เจแปนได้ออกผลงานเป็นสตูดิโออัลบั้ม 5 ชุด อัลบั้มบันทึกการแสดงสด 6 ชุด และซิงเกิล 21 ชุด อัลบั้มทั้งสามของวงได้ติดอันดับหนึ่งบนชาร์ตออริคอน และในปี พ.ศ. 2546 เอชเอ็มวีเจแปนได้จัดอันดับวงให้อยู่ในอันดับที่ 40 ในรายชื่อ 100 ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่สำคัญที่สุด ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 โรลลิงสโตนเจแปน ได้จัดอันดับให้อัลบั้ม บลูบลัด อยู่อันดับที่ 15 ใน 100 อัลบั้มร็อกญี่ปุ่นที่ดีที่สุดตลอดกาล[1] และมีรายงานว่าเอกซ์เจแปนมียอดจำหน่ายมากกว่า 30 ล้านแผ่น[2][3]

ประวัติ[แก้]

2520–2535: เอกซ์[แก้]

ในปี พ.ศ. 2520 โยะชิกิ ฮะยะชิ และโทะชิมิสึ เดะยะมะ ได้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อว่า ไดนาไมต์ (Dynamite) ที่บ้านเกิดของพวกเขา ทะเตะยะมะ เมื่อพวกเขาอายุได้แค่ 11 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 วงไดนาไมต์ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น นอยส์ (Noise) ขณะที่พวกเขายังเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยม ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 วงนอยส์ได้ถูกยกเลิก และได้ก่อตั้งวงใหม่โดยตั้งชื่อไว้ก่อนว่า เอกซ์ ขณะที่พวกเขากำลังคิดชื่อวงชื่ออื่น[4] ต่อมาวงเอกซ์ได้เริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังในกรุงโตเกียวในปี พ.ศ. 2528 โดยมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาได้ออกซิงเกิลแรกของวงชื่อ "ไอล์คิลยู" เมื่อเดือนมิถุนายน ภายใต้สังกัดดาดาเรเคิดส์ซึ่งเป็นของวงเอง โดยจำหน่ายได้ 1,000 แผ่น และได้มีส่วนร่วมในแซมเพลอร์ Heavy Metal Force III ด้วยผลงานเพลง "Break the Darkness" ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีผลงานเพลงของวง Saver Tiger (ซึ่งมีฮิเดะเป็นสมาชิก) อยู่ในแซมเพลอร์ชุดนี้ด้วย[5][6] และในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2528 มือกีตาร์เบสวง Dementia ไทจิ ได้เข้ามาร่วมวงเอกซ์ แต่ได้ขอออกจากวงชั่วคราวหลังจากนั้นไม่นาน[7]

เพื่อความมั่นคงของวง โยะชิกิได้ก่อตั้งค่ายเพลงอิสระชื่อว่า เอกซ์ทาซีเรเคิดส์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2529 และออกซิงเกิลชุดที่สองของวง "ออแกซึม"[8] ต่อมาไทจิได้กลับเข้ามาร่วมวงอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน[7] เพลง "Stab Me in the Back" และ "No Connexion" ของวงเอกซ์ได้อยู่ในแซมเพลอร์ที่มีชื่อว่า Skull Thrash Zone Volume I ของวิกเตอร์เรเคิดส์ ซึ่งออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 โดยได้ทำการบันทึกด้วยกันกับพาตะ (จากวง Judy) ซึ่งเป็นมือกีตาร์สนับสนุนของวง[9] ต่อมาไม่นาน ฮิเดะจากวง Saver Tiger ได้เข้าร่วมมาเป็นมือกีตาร์[7] และหลังจากที่พาตะได้เข้ามาสนันสนุนวง เขาก็ได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกวงอย่างเป็นทางการในที่สุด[7]

วงเอ็กซ์ราวปี ค.ศ. 2523

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2530 พวกเขาได้ทำการแสดงที่งานร็อกมอนสเตอร์อีเวนต์ (Rock Monster event) ที่เกียวโตสปอตส์วัลเลย์ (Kyoto Sports Valley) และปล่อยวิดีโอแรกของวง Xclamation[7] ในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2530 วงได้มีส่วนร่วมในการออดิชัน ที่จัดขึ้นโดยโซนี่ มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เจแปน ทำให้วงได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงนี้ในเดือนสิงหาคมของปีต่อไป[5][7] และในขณะเดียวกันวงก็ได้ออกอัลบั้มแรกมีชื่อว่า เวนิชชิงวิชัน (Vanishing Vision) ผ่านเอกซ์ทาซีเรเคิดส์ (Extasy Records) เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2531 และออกทัวร์เพื่อสนันสนุนผลงาน[8] อัลบั้มนี้มียอดจำหน่ายอัลบั้ม 10,000 ชุดและจำหน่ายหมดภายในหนึ่งสัปดาห์ ติดอันดับหนึ่งบอนชาร์ตอินดีส์ของออริคอน และอยู่ในดับ 19 ในชาร์ตหลัก[7] ในเดือนพฤศจิกายน วงเอกซ์ได้มีส่วนร่วมในงานคอนเสิร์ตสตรีตไฟติงเมน (Street Fighting Men) ของนิตยสารดนตรี Rockin'f จัดขึ้นที่ Differ Ariake Arena[7]

สิงหาคม พ.ศ. 2531 ได้เซ็นสัญญากับค่ายใหม่ Sony Record เพื่อเตรียมการเมเจอร์ เดบิวท์ 21 เมษายน พ.ศ. 2532 ได้ออกวางจำหน่าย อัลบั้ม เมเจอร์ เดบิวท์ ชื่ออัลบั้มว่า BLUE BLOOD

2536–2540: เอกซ์เจแปน[แก้]

พ.ศ. 2535 X เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น และพวกเขาเริ่มมีความคิดเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งขณะนั้นในสหรัฐอเมริกานั้นได้มีวงที่ชื่อ X อยู่แล้ว พวกเขาจังตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงจาก X เป็น X Japan และช่วงนี้เองเป็นช่วงที่พวกเขาขาดมือเบส เนื่องจาก ทาอิจิ มือเบสคนเก่า ได้ออกจากวงไปแล้ว ในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2535 และก็ได้ ฮีธ (ฮิโรชิ โมริเอะ) เข้ามาเป็นมือเบสคนใหม่ ส่วนทาอิจินั้น หลังจากออกจากวง X ก็ได้ออกไปอยู่กับวง Loudness ซึ่งเป็นวงอาจารย์ของเขาเอง

4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 อัลบั้ม DAHLIA ออกวางจำหน่าย อัลบั้มนี้ออกวางจำหน่ายทั่วโลก ภายใต้สังกัด East West Japan

22 กันยายน พ.ศ. 2540 X Japan ประกาศยุบวงที่ตั้งมายาวนานถึง 15 ปี โดยประกาศการยุบวงที่โรงแรมมิยาโกะ ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีสมาชิกที่มา 4 คน คือ โยชิกิ, ฮิเดะ, พาตะ และ ฮีธ ส่วน โทชิ นั้นได้ลาออกจากวงไปตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยให้เหตุผลว่า มีความแตกต่างทางด้านแนวความคิดทางด้านดนตรี X Japan ไม่สามารถเปลี่ยนนักร้องนำใหม่ได้เพราะส่วนใหญ่เพลงของ X Japan แต่งโดยใช้พื้นฐานเสียงของโทชิเป็นหลัก จากการพิจารณาของสมาชิกทุกคนที่เหลือในวงหลายครั้งจึงตัดสินใจประกาศยุบวง

2541–2550: หลังยุบวง[แก้]

2550–2551: การกลับมารวมวงใหม่[แก้]

ต้นปี พ.ศ. 2550 โทชิ นักร้องนำ ได้ออกมายืนยันการกลับมารวมตัวกันใหม่ของ X Japan ผ่านทางหน้าเว็บของเขาและบนนิตยสารเล่มหนึ่ง[ต้องการอ้างอิง] ส่วนการยืนยันจาก โยชิกิ หัวหน้าวงนั้น ยังไม่มีความแน่นอน เพราะทางโยชิกิยังคงเสียใจกับการตายของฮิเดะ และการแยกวงเมื่อสิบปีก่อน เขาเขียนในมายสเปซของเขาไว้เพียงว่า "ขอเวลาสักพัก" [10]

ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โยชิกิได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า กำลังทำโปรเจตท์เพลง "Without You" ซึ่งร้องให้ฮิเดะ ร่วมกับโทชิ และกำลังทาบทาม พาตะ และ ฮีธ เพื่อกลับมารวมตัวเป็น X Japan อีกครั้งนึง ซึ่งทางวงจะหานักกีตาร์ชื่อดังมาผลัดเปลี่ยนเล่นแทนตำแหน่งของฮิเดะ

ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550 X Japan ได้กลับมารวมตัวกันแสดงสดที่ Aqua City เมืองโอไดบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ เพลง I.V. เพลงประกอบของภาพยนตร์ Saw IV ที่กำลังจะออกฉายในประเทศญี่ปุ่น [11]

ล่าสุด วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2551 X Japan ได้ออกแถลงข่าวเรื่องคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน ในชื่อคอนเสิร์ตว่า X JAPAN ATTACKS AGAIN 2008


และในวันที่02/05/09 ได้เล่นเพลงใหม่ชื่อว่า"Jade"ในการแสดงที่โตเกียวโดม และยัง ได้รับ สึกิโซะ มือกีต้าร์ ของวง Luna Sea เข้าเป็น สมาชิกคนที่ 6 อีกด้วย

2551–2553: หยุดชะงัก, สึกิโซะเข้าร่วมวง และการแสดงต่างประเทศครั้งแรก[แก้]

2554–2557: เวิลด์ทัวร์ และเมดิสันสแควร์การ์เดน[แก้]

2558–ปัจจุบัน: อัลบั้มใหม่ และเจเปนทัวร์[แก้]

แนวเพลงและอิทธิพลดนตรี[แก้]

สมาชิกวง[แก้]

สมาชิกปัจจุบัน
อดีตสมาชิก

ผลงาน[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม

อ้างอิง[แก้]

  1. "Finally! "The 100 Greatest Japanese Rock Albums of All Time" Listed". Exclaim!. 2007-11-14. สืบค้นเมื่อ 2012-05-17. 
  2. "X Japan's Incredible Ride: Meet Rock's Most Flamboyant Survivors". Rolling Stone. 2010-10-10. สืบค้นเมื่อ 2015-04-18. 
  3. "X Japan: They're huge (really), and they're (finally) coming to the U.S.". Chicago Sun-Times. 2010-08-01. สืบค้นเมื่อ 2013-05-05. 
  4. "X Japan's Yoshiki on Touring the U.S., the Loss of Hide, and the Future of the Band". SF Weekly. 2010-10-05. สืบค้นเมื่อ 2013-12-14. 
  5. 5.0 5.1 "The Jrock Legend: X JAPAN". jrockrevolution.com. สืบค้นเมื่อ 2010-09-03. 
  6. "HEAVY METAL FORCE III". amazon.co.jp. สืบค้นเมื่อ 2012-10-29. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 7.6 7.7 "Indies eXplosion: The Early History of X JAPAN". jrockrevolution.com. 2007-10-29. สืบค้นเมื่อ 2013-02-03. 
  8. 8.0 8.1 "Extasy Records company profile". extasyrecords.co.jp/eng. สืบค้นเมื่อ 2007-08-06. 
  9. "SKULL TRASH ZONE I". japan-discoveries.com. สืบค้นเมื่อ 2011-11-09. 
  10. ข้อความในมายสเปซของโยชิกิที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องการกลับมารวมตัวกันใหม่ของ X Japan
  11. www.sponichi.co.jp ข้อความของโยชิกิเรื่องการกลับมาของ X Japan

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]