วิชวลเค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

วิชวลเค (ญี่ปุ่น: ヴィジュアル系 vijuaru kei ทับศัพท์จาก, Visual Kei) เป็นวัฒนธรรมย่อยทางดนตรีรูปแบบหนึ่งของนักดนตรีชาวญี่ปุ่น วิชวลเคมาจากการผสมคำว่า วิชวล (อังกฤษ: Visual) ซึ่งแปลว่า "ภาพลักษณ์" และคำว่าเค (ญี่ปุ่น:  kei) ซึ่งแปลว่า "แนวทาง" ดังนั้นวิชวลเคจึงสามารถนิยามได้ว่าเป็นวัฒนธรรมทางดนตรีที่เน้นภาพลักษณ์มากกว่าสกุลทางดนตรี หรือสั้นๆว่า "ดนตรีแนวภาพลักษณ์" [1] วิชวลเคมักถูกเข้าใจผิดว่ามีแต่วงดนตรีร็อกเพราะมีต้นกำเนิดมาจากวงดนตรีร็อกที่เรียกแนวทางของตนว่าวิชวลร็อก แต่อันที่จริงวงวิชวลเคมีแนวทางทางดนตรีที่หลากหลายทั้งร็อก, ป๊อป, พังก์, โกธิก, เมทัล ฯลฯ

กำเนิดของวิชวลเค[แก้]

ในช่วงทศวรรษที่ 1960 วงการดนตรีในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเกิดวัฒนธรรมทางดนตรีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไซเคเดลิกร็อก ซึ่งเน้นเนื้อหาของดนตรี และเนื้อเพลงเกี่ยวกับการเมือง, และจิตวิญญานแบบเสรีนิยม ในส่วนของเสียงนั้นมีรากฐานมากจากเพลงบลูส์ผสมผสานเข้ากับร็อกแอนด์โรล ซึ่งแนวทางย่อยๆของวัฒนธรรมไซเคเดลิกร็อกอาทิ โพรเกรสซีฟร็อก,พังก์ร็อก,ฮาร์ดร็อก และแกลมร็อก ได้ถูกนำเข้ามาสู่ญี่ปุ่นในราวกลางทศวรรษที่ 1960 และมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมทางดนตรีต่อวัยรุ่นในญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก[2]

เอ็กซ์วงดนตรีระดับหัวหอกของวัฒนธรรมวิชวลร็อก ภาพนี้ถ่ายราว ค.ศ. 1980

ในราวทศวรรษที่ 1980 วงดนตรีอินดี้ร็อกของญี่ปุ่นได้แก่ เอ็กซ์, บัค-ทิค, เดอร์ แลงเจอร์ และ คัลเลอร์ ได้เริ่มแสดงดนตรีด้วยการแต่งตัวด้วยชุดหนังสีดำ แต่งหน้าอย่างฉูดฉาด ย้อมสีผมเป็นสีสันแปลกๆ ที่สำคัญและทำให้วิชวลร็อกเป็นที่รู้จักคือมีการแต่งกายแบบข้ามเพศซึ่งยังนิยมมาถึงวงวิชวลเคในปัจจุบัน วงดนตรีดังกล่าวเรียกแนวทางทางดนตรีของวงว่าเป็น วิชวลร็อก ซึ่งแปลว่าดนตรีร๊อกแนวภาพลักษณ์ โดยคำว่าวิชวลร๊อกนี้มีที่มาจากสโลแกนของวงเอ็กซ์ที่ว่า Psychedelic Violence Crime of Visual Shock [3] [4]

ช่วงทศวรรษที่ 1990 วิชวลร็อกกลายเป็นวัฒนธรรมทางดนตรีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง มีวงดนตรีจำนวนมากที่นิยามแนวทางของวงว่าเป็นวิชวลร็อก อย่างไรก็ตามวงดนตรีจำนวนมากได้ผสมผสานดนตรีร็อกเข้ากับดนตรีอีกหลายสกุลอาทิโกธิกร็อก อาทิ มาลิซไมเซอร์, ป็อปร็อก อาทิ ลาร์คอองเซียล, อัลเทอร์เนทีฟเมทัล อาทิ เดอร์ ออง เกรย์ หรือไม่ก็เล่นดนตรีที่ไม่มีส่วนผสมของความเป็นร๊อกเลยอาทิ ชาซน่า, เพนนิซิลลิน ทำให้วงดนตรีเหล่านี้เรียกตัวเองว่าวิชวลเคแทน ในจุดสูงสุดของวิชวลเคนี้มีวงดนตรีที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมวิชวลเคคือ เอ็กซ์ เจแปน, เกลย์ และ ลูนาซี[3] ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 วงดนตรีวิชวลเคจำนวนมากที่เริ่มมีชื่อเสียง และเซ็นต์สัญญากับค่ายคนตรีขนาดใหญ่เริ่มลดความฉูดฉาดของการแต่งตัวลง ในขณะที่วงดนตรีจำนวนมากมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละทิ้งอุดมการณ์ของวิชวลเค จึงมีวงดนตรีวิชวลเคที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยที่ปฏิเสธที่จะเซ็นต์สัญญากับค่ายคนตรีขนาดใหญ่[5] ค.ศ. 1999 วัฒนธรรมวิชวลเคเริ่มเสื่อมถอยไปพร้อมๆกับการเสียชีวิตของ ฮิเดะโตะ มัทซึโมะโตะ และนำมาซึ่งการประกาศยุบวงของ เอ็กซ์ เจแปน หลังจากลูนาซีประกาศยุบวงใน ค.ศ. 2000 ก็ยิ่งทำให้กระแสวิชวลเคซบเซา[3]

อย่างไรก็ตามในทศวรรษที่ 2000 ถึงแม้จะซบเซาลงและไม่ได้กลายเป็นวัฒนธรรมทางดนตรีกระแสหลักของญี่ปุ่นดังที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 วัฒนธรรมวิชวลเคเองก็ยังได้รับความนิยมอยู่ในหมู่วัยรุ่น โดยเฉพาะในย่าน ฮะระจุกุ ซึ่งเป็นย่านการค้า และแฟชันที่สำคัญของญี่ปุ่น [6]

แนวทางต่างๆของวิชวลเค[แก้]

การที่วงดนตรีวิชวลเคนั้นให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมทางสายตาเป็นหลัก ดังนั้นวงดนตรีวิชวลเคจึงมักนิยามแนวทางของวงบนฐานของแฟชั่นมากกว่าแนวเพลงที่มักผสมผสานจนไม่สามารถนิยามได้อย่างตายตัว ในปัจจุบันแฟชั่นการแต่งกายของวงวิชวลเคเองก็มักผสมผสานจนไม่ได้สามารถแยกได้อย่างตายตัวว่าวงดนตรีใดมีแนวทางใด หากแบ่งหยาบๆวงวิชวลเคสามารถแยกย่อยตามอารมณ์ของทำนองและเนื้อร้อง[7]เป็น 2 แบบกว้างๆคือ

  • แนวดำ (อังกฤษ: Black Kei) จะมีเนื้อร้องและทำนองที่หมองหม่น เพลงที่เล่นมักมีจังหวะหนักแน่น หรือเน้นความเร็ว วงแนวนี้ส่วนมากจะเล่นเพลงเมทัลเป็นหลัก บางทีวงแนวดำส่วนมากจึงมักถูกเรียกว่า เมทัล เค (ญี่ปุ่น: メタル系 Metaru kei) ด้วย
  • แนวขาว (อังกฤษ: White Kei) จะมีเนื้อร้องและทำนองที่สดใสกว่า เน้นเมโลดี้ของเพลง และการเรียบเรียงที่งดงาม[8]

อย่างไรก็ตามหากจำแนกแนวทางย่อยต่างๆของวิชวลเคตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังพอสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มอย่างน้อย 5 กลุ่มใหญ่ โดยในแต่ละกลุ่มก็จะมีการแยกย่อยลงไปอีกมากมาย ดังนี้

โคเทะเค[แก้]

มาน่าผู้ให้กำเนิดนิยามของคำว่าโกธิก โลลิต้า

โคเทะเค (ญี่ปุ่น: コテ系 kote kei) หรือวิชวลเคแบบโบราณ (อังกฤษ: Traditional Visual Kei) บางทีก็เรียกว่าว่าโคเทะ, โคเทะโคเทะ, หรือโคเทะโคเทะเคเป็นวงดนตรีที่มีการแต่งตัวที่เน้นความเคร่งขรึม มืดมนเป็นหลัก โดยยึดถือแนวทางแฟชั่นของวงดนตรีวิชวลร็อกในยุค 1980 เป็นสำคัญ ซึ่งแนวทางของวงแนวโคเทะเคนั้นถูกนิยามด้วย 3 อุดมการณ์หลักคือ แปลก, ทราม และสุนทรีย์ โดยวงโคเทะเคอาจมีทั้งแบบที่นำเอาวัฒนธรรมการแต่งตัว และเครื่องดนตรีของญี่ปุ่นมาผสมเข้ากับวัฒนธรรมวิชวลเค อาทิ คางูระ, องเมียวสะ หรือแบบที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโกธิกร็อก (ญี่ปุ่น: コツィク系 Gothic kei) และแฟชั่นแนวโกธิก โลลิต้า อาทิ มัว ดิกซ์ มัวส์ แต่งตัวแบบ ปีศาจ หรือ เดวิล เค (ญี่ปุ่น: デビル系 Debiru kei) อาทิ ดี,ฟานทาสมาโกเรีย, มาเทนรู โอเปร่า,เดลูฮี หรือแบบเอเลเกนท์ โกธิค เค อาทิ มาลิซ ไมเซอร์, แวร์ซาย์ แต่งตัวแบบคอสเพลย์ (ญี่ปุ่น: コスプレ系 Kosubure kei) อาทิวงไซโค เลอ เซมู

โคเทะโอสะเค[แก้]

เกลย์กับการแต่งกายแนวโคเทะโอสะ การแต่งกายแบบนี้มีอิทธิพลต่อทั้งนาโงย่าเค และอังกุระเคด้วย

โคเทะโอสะเค (ญี่ปุ่น: コテ信系 koteosa kei) หรือวิชวลเคแบบนุ่มนวล (อังกฤษ: Soft Visual kei) เป็นแนวทางการแต่งตัวที่เน้นการแต่งตัวแบบธรรมดา และการแต่งหน้าแบบบางๆมากกว่าแนวโคเทะเค แต่ยังคงเน้นการแต่งกายด้วยสีดำเป็นหลัก วงวิชวลเคที่แต่งกายแบบโคเทะโอสะมักเป็นวงโคเทะเคเดิม แต่ต่อมาได้เซ็นต์สัญญากับค่ายเพลงขนาดใหญ่จึงลดความฉูดฉาดของการแต่งตัวลง และมักทำดนตรีให้มีความเป็นเพลงตลาดมากขึ้น วงวิชวลเคที่มีการแต่งกายแบบโคเทะโอสะมีอาทิ เกลย์, สยาม เฉด, ลาร์คอองเซียล, เดอร์ ออง เกรย์, ไฮดี, ไนท์แมร์ ในส่วนของดนตรีและเนื้อร้องของวงแนวโคเทะโอสะส่วนมากนั้นมักจะเน้นเมโลดี้ และเนื้อเพลงที่ไม่มืดหม่นนัก และมักปฏิเสธว่าวงดนตรีของตนไม่ได้มีแนวทางแบบวิชวลเคด้วยเหตุผลว่าการแสดงดนตรีต้องแต่งหน้า แต่งตัวขึ้นเวทีอยู่แล้ว[9] บางวงจึงเรียกแนวของวงตนเองว่า นอร์มอล เค (อังกฤษ: Normal kei) หรือ โนรุมะ เค (ญี่ปุ่น: ノルマ系 ์Noruma kei)

นาโงย่าเค[แก้]

นาโงย่าเค (ญี่ปุ่น: 名古屋系 nagoya kei) เป็นวัฒนธรรมวิชวลเคที่กำเนิดขึ้นในเมือง นะโงะยะ และกระจายตัวได้รับความนิยมอยู่ในพื้นที่แถบจังหวัดไอจิของญี่ปุ่น นาโงย่าเคกำเนิดขึ้นในราวทศวรรษที่ 1990 โดยได้รับอิทธิพลทางดนตรีจากดนตรีพังก์ฝั่งอังกฤษ, ดนตรีโกธิก และ เดธเมทัล เนื้อร้องและทำนองของเพลงจากวงนาโงย่าเคจึงเน้นเสียงทุ้มต่ำแสดงออกถึงความมืดมน โหดร้าย สิ้นหวัง และความเศร้าเป็นหลัก การแต่งกายของวงนาโงย่าเคจะแต่งกายแบบคาบเกี่ยวระหว่างโคเทะโคเทะและโคเทะโอสะ บางครั้งก็มีการผสมผสานการแต่งกายแบบโอชาเระเข้ามาด้วยเพียงแต่ไม่จัดจ้านเท่า วงดนตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดของแนวนาโงย่าเคคือ วง ซิลเวอร์~โรส (อังกฤษ: Silver~Rose) อย่างไรก็ตามมีวงที่นิยามแนวดนตรีของตนว่านาโงย่าเค แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวงนาโงย่าเค อาทิ ฟานาติก◇ไครซิส,ลาพิวต้า, คาเงโระ ปัจจุบันวงดนตรีทีมีชื่อเสียงของแนวนาโงย่าเคคือ เดทเกซ, ลินช์, -ออซ-, ไนน์โกทส์ แบล็คเอาท์, กาเซล, อีท ยู อไลฟ์ เป็นต้น[10]

อังกุระเค[แก้]

วงคาลิ≠การิต้นกำเนิดเพลงอันกุระแนวอีโรกุโร

อังกุระเค (ญี่ปุ่น: アングーラ系 angura kei) เป็นวงดนตรีที่ไม่ได้มีลักษณะของวัฒนธรรมการแต่งกายที่ตายตัว การแต่งกายของวงดนตรีแนวอังกุระอาจแต่งกายทั้งแบบโคเทะเค, โคเทะโอสะเค, โอชาเระเค, นาโงย่าเค ได้ แต่จุดร่วมอย่างหนึ่งของวงแนวอันกุระเคคือการเรียบเรียงดนตรีโดยนำเอาสำเนียงแบบพังก์ร็อก เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของเพลง[11] คำว่าอันกุระ (ญี่ปุ่น: アングーラ angura) นั้นก็คือการออกเสียงคำว่า Underground ด้วยสำเนียงแบบญี่ปุ่นนั่นเอง (ออกเสียงว่า อัง-ดะ-กุ-ระ-โดะ)[12] วงอันกุระ เคที่มีชื่อเสียงอาทิ เดอร์ ออง เกรย์, คาลิ≠การิ, เฮจิ,มุคคุ, กิรุกาเมช, ซาดิ

นอกจากนี้วงอันกุระเคส่วนหนึ่งมีการแต่งเนื้อเพลงที่เน้นไปที่เรื่องเพศ, ความรุนแรง, ความวิปริต ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า พอร์น เค (อังกฤษ: Porn kei) หรือ โพรุโนะ เค (ญี่ปุ่น: ポルノ系 ์Poruno kei) อีกคำหนึ่งที่ใช้คือ เวียร์ด เค (อังกฤษ: Weird kei) หรือ วิอิโดะ เค (ญี่ปุ่น: ヰド系 ์Wiido kei) และมีการแต่งตัวที่แปลกประหลาดโดยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมทางดนตรีแบบโพสต์พังก์ โดยเฉพาะจากวง มาริลีน แมนสัน วงอันกุระกลุ่มนี้จะเรียกตัวเองว่า อีโร กุโร (ญี่ปุ่น: エログロ ero guro) ซึ่งย่อมาจากคำว่า erotic and grotesque (ความหมกมุ่นทางเพศ และความวิตถาร) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากมาจากวัฒนธรรมอีโร กุโร นันเซ็ทสุ (อังกฤษ: Erotic Grotesque Nonsense) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทางศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ราวทศวรรษ 1920 วงอันกุระที่เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมอีโรกุโรคือวง คาลิ≠การิ[13] ส่วนวงอังกุระบางวงจะเน้นทำเพลงแบบโพรเกรสซีฟร็อก ซึ่งจะเรียกตัวเองว่า สตอร์รี่ เค (อังกฤษ: Story kei หรือ สุโตริ เค (ญี่ปุ่น: ヅトリ系 ์Sutori kei) อาทิ สตอร์เบอร์รี่ ซอง ออเคสตร้า, อินุงามิ เซอร์คัส-ดัง เป็นต้น

โอชาเระเค[แก้]

วงแอนคาเฟ่กับการแต่งกายแนวโอชาเระ

โอชาเระเค (ญี่ปุ่น: おしゃれ系 Oshare kei) เป็นแนวทางที่เกิดขึ้นกับวงวิชวลเคที่นำเอาวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบฮาราจูกุ[14] วัฒนธรรมของวงโอชาเระจะเน้นแฟชั่นที่ดูสดใส สวยงาม มีสีสัน ให้ความรู้สึกสนุกสนานและมีความสุขตามความหมายของคำว่าโอชาเระ (ญี่ปุ่น: おしゃれ oshare) คือแฟชั่นธรรมดาที่ดูสดใส วัฒนธรรมโอชาเระยังยึดถือการแต่งตัวข้ามเพศเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอีกด้วย ในวงโอชาเระบางวงจะมีการแต่งตัวที่ไม่เน้นสีสันหรือเครื่องประดับมากนัก รวมถึงไม่มีการแต่งตัวข้ามเพศ จะเรียกวงเหล่านี้ว่า เดโคระ เค (ญี่ปุ่น: デコラ系 Decora kei) เช่น แก๊กต์, เดอะ กาเซตต์, อลิซ ไนน์ เป็นต้น แต่ถ้าเน้นการแต่งตัวแบบ คาวายอิ ก็จะเรียกว่า คาวายอิ เค (ญี่ปุ่น: かわいい系 Kawaii kei) เช่น เมก้ามัสโซ่, แอนทิค คาเฟ่ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นวงที่มีกำเนิดแถวชิบุยะ จะเรียกตัวเองว่า ชิบุย่า เค (ญี่ปุ่น: 渋谷系 Shibuya kei)

วัฒนธรรมโอชาเระเป็นวิชวลเคที่เกิดหลังสุดคือราวต้นทศวรรษที่ 2000 ทว่าได้รับความนิยมใหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว โอชาเระเคได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งกายของเรียวนักร้องนำของวงบาโรค ในมิวสิกวิดีโอเพลง "Anakuro Film" (ญี่ปุ่น: アナクロ film) และอิทธิพลและวัฒนธรรมการนำเสนอทางดนตรีของวงฮิเดะ วิธ สเปรดบีเวอร์ในปัจจุบันวงดนตรีแนวโอชาเระถือได้ว่าเป็นวิชวลเคกระแสหลักของวัฒนธรรมวิชวลเค ซึ่งแนวเพลงของวงโอชาเระมักเป็นเพลงจังหวะสนุกสนาน โดยไม่เน้นที่ความเป็นร็อกมากนัก ที่สำคัญคือการนำเอาดนตรีแบบอิเล็กทรอนิกาเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของทำนองในเพลงวงดนตรีแนวโอชาเระที่มีชื่อเสียงอาทิ เดอะ กาเซตต์, อลิซ ไนน์, อยาบิเอะ, เมก้ามัสโซ่, แอนทิค คาเฟ่, มิยาบิ เป็นต้น[15]

อิทธิพลของวิชวลเคในสังคมไทย[แก้]

วงจีว่าวงที่มีภาพลักษณ์แบบวิชวลเควงแรกๆในเมืองไทย

วัฒนธรรมวิชวลเคเข้ามามีอิทธิพลในสังคมไทยราวปลายทศวรรษที่ 1980 (ราว พ.ศ. 2530) โดยวัฒนธรรมที่ถูกนำเข้ามาในยุคนี้นั้นเป็นวัฒนธรรมในช่วงที่วิชวลเคยังถูกเรียกว่าวิชวลร็อกอยู่ ซึ่งทำให้ในปัจจุบันสังคมไทยยังเข้าใจวัฒนธรรมวิชวลเคด้วยการติดภาพของวงวิชวลร็อกในยุคแรกนี้

วัฒนธรรมวิชวลเคที่ถูกนำเข้ามาสู่สังคมไทยในส่วนของดนตรีนั้นที่เด่นชัดที่สุดคือเพลง "Say Anything" ของวงเอ็กซ์ที่ถูกนำมาเรียบเรียงเนื้อร้องใหม่เป็นเพลง "เธอไม่เคยตาย" โดยวงทู(อังกฤษ: Two) และในช่วงเวลาเดียวกันนี้วงวิชวลเคจำนวนมากได้กลายเป็นที่รู้จักในสังคมไทย โดยสังคมไทยมักเรียกวงเหล่านี้ว่าวงเจร็อก และเจป็อป ซึ่งวงเหล่านี้ก็สร้างแฟนคลับได้มากพอสมควร ในเวลาต่อมาวงจิว่า (อังกฤษ: Jiwa) [16] และ เพาเวอร์แพท(อังกฤษ: Power Pat) เป็นวงดนตรีไทยวงแรกๆที่นำเสนอภาพลักษณ์ของวงในแบบโคเทะโอสะเค รวมถึงการเรียบเรียงเนื้อร้องและทำนองแบบวิชวลเค นอกจากนี้ไมเคิล ตั๋ง ยังเคยใช้ภาพลักษณ์แบบโคเทะเคมาประกอบการแสดงในวง ฮ็อทด็อก (อังกฤษ: Hot Dog) นอกจากนี้วัฒนธรรมวิชวลเคโดยเฉพาะวัฒนธรรมโคเทะโคเทะยังมีความสัมพันธ์กับจุดเริ่มต้นของกิจกรรมการแต่งคอสเพลย์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสังคมไทยช่วงราว พ.ศ. 2541 อีกด้วย[17] ในปัจจุบันวัฒนธรรมวิชวลเคแนวต่างๆก็ยังเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในสังคมไทย และมีนักดนตรีจำนวนหนึ่งที่ยังคงเล่นเพลงของวงวิชวลเคทั้งในแบบเพลงคัพเวอร์ และเพลงต้นฉบับ อาทิ วง ครักซ์ (อังกฤษ: Crux), วงเดิรท บีช (อังกฤษ: Dirt Beach), วงลาเมนเทีย (อังกฤษ: Lamentia)[18] , วงเมลโรส (อังกฤษ: Malerose)[19], วงชายกะสัน[20] เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]

  1. "Visual Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Aug 31, 2003)
  2. http://www.gojapango.com/culture/j_rock.html
  3. 3.0 3.1 3.2 Dejima, Kōji (出嶌 孝次) www.bounce.com Original Link, Archive Link, Bounce Di(s)ctionary Number 13 - Visual Kei Retrieved September 12, 2007 (Japanese)
  4. Inoue, Takako (2003). Visual kei no jidai. Tokyo: Seikyūsha. ISBN 978-4787232168.
  5. "Soft Visual Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Oct 21, 2007)
  6. http://www.harajukustyle.net/visual_kei.htm
  7. ดูเพิ่มที่ http://kei-music.myblog.de/kei-music/page/1675689
  8. "Kote Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Oct 21, 2007)
  9. "Soft Visual Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Oct 21, 2007)
  10. "Nagoya Kei" in JaME World, (Nov 13, 2008)
  11. http://library.thinkquest.org/09jan-oracle-n-001/00648/page_482714669.html
  12. "Angura Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Mar 21, 2006)
  13. "Eroguro" Quoted in Urban Encyclopedia, (Mar 10, 2005)
  14. "Oshare Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Oct 14, 2006)
  15. "Oshare Kei" Quoted in Urban Encyclopedia, (Dec 9, 2006 )
  16. http://moonclock.exteen.com/20100121/j-rock
  17. คอสเพลย์เจร็อค, Cosplay Wiki
  18. ดู http://jrock-explosion.exteen.com/bands-1
  19. ประวัติวงเมลโรส
  20. เฟซบุ๊ควงชายกะสัน