เพิร์ล เอส. บัค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพิร์ล เอส. บัค Nobel prize medal.svg
Pearl Buck 1972.jpg
ประมาณปี ค.ศ. 1972
เกิด: เพิร์ล คอมฟอร์ต ไซเดนสทริคเกอร์[1]
26 มิถุนายน ค.ศ. 1892(1892-06-26)
ฮิลส์โบโร รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
ถึงแก่กรรม:6 มีนาคม ค.ศ. 1973 (80 ปี)
แดนบี รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา
อาชีพ: นักเขียน
สัญชาติ:อเมริกัน
ผลงานครั้งแรก:East Wind: West Wind
(ค.ศ. 1930)
ผลงานสำคัญ:The Good Earth
(ค.ศ. 1931)
รางวัล:รางวัลพูลิตเซอร์ (ค.ศ. 1932)
รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม (ค.ศ. 1938)
ลายมือชื่อ:Pearl S Buck signature.svg

เพิร์ล ไซเดนสทริคเกอร์ บัค (อังกฤษ: Pearl Sydenstricker Buck; 26 มิถุนายน ค.ศ. 18926 มีนาคม ค.ศ. 1973) หรือ เพิร์ล เอส. บัค เป็นนักเขียนชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนผู้ถ่ายทอดชีวิตชนบทของชาวจีน[2] เธอได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี ค.ศ. 1932 จากหนังสือ The Good Earth (ทรัพย์ในดิน) และต่อมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี ค.ศ. 1938

เพิร์ล เอส. บัค เกิดในปี ค.ศ. 1892 เป็นบุตรคนที่ 4 จากทั้งหมด 7 คน ของครอบครัวมิชชันนารีที่ทำงานในประเทศจีน[3] เมื่อเธออายุได้ 5 เดือน ครอบครัวก็ย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองเจ้อเจียง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์กบฏนักมวยในช่วง ค.ศ. 1900 ครอบครัวของเพิร์ลได้ลี้ภัยไปอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ หลังเหตุการณ์กบฏยุติ เพิร์ลได้ไปศึกษาด้านปรัชญาที่สถาบันในรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ จนถึงปี ค.ศ. 1914 เธอก็กลับมาดูแลครอบครัวที่จีน เพิร์ลได้พบกับสามีคนแรก จอห์น ลอสซิง บัค และแต่งงานกันในปี ค.ศ. 1917 ทั้งคู่สร้างครอบครัวที่เมืองหนานจิง ก่อนที่เพิร์ลจะกลับไปที่สหรัฐฯ ชั่วคราวเพื่อเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล[4] ครอบครัวของเธออาศัยอยู่ที่หนานจิงจนกระทั่งเมืองถูกปิดล้อมโดยกองทัพของเจียง ไคเชก จึงต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ญี่ปุ่น ก่อนจะกลับมาที่หนานจิงอีกครั้ง เมื่อครอบครัวประสบปัญหาด้านการเงิน เพิร์ลจึงเริ่มเขียนหนังสือ หนังสือเล่มที่ 2 ของเธอ The Good Earth ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี ค.ศ. 1932[5] หลังได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ 3 ปี เพิร์ลหย่ากับจอห์น และแต่งงานใหม่กับริชาร์ด วอล์ช ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ เป็นการถาวร

เพิร์ล เอส. บัค ได้รับพระราชทานรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมจากสมเด็จพระเจ้ากุสตาฟที่ 5 แห่งสวีเดน ในปี ค.ศ. 1938

ในปี ค.ศ. 1938 เพิร์ลได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เป็นสตรีชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้[6] หลังได้รับรางวัลโนเบล เธอยังคงเขียนหนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมเอเชีย และได้อุทิศตนเพื่องานด้านสิทธิมนุษยชน[7] จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ในปี ค.ศ. 1973 ขณะมีอายุได้ 80 ปี[8]

อ้างอิง[แก้]