เน็ลลี ซัคส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เน็ลลี ซัคส์
เน็ลลี ซัคส์ ใน ค.ศ. 1966
เน็ลลี ซัคส์ ใน ค.ศ. 1966
เกิดเลโอเนีย ซัคส์
10 ธันวาคม ค.ศ. 1891(1891-12-10)
เบอร์ลิน-เชอเนแบร์ก จักรวรรดิเยอรมัน
เสียชีวิต12 พฤษภาคม ค.ศ. 1970 (78 ปี)
สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
อาชีพกวี, นักเขียนบทละครเวที
สัญชาติเยอรมัน, สวีเดน
รางวัลสำคัญรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
(ค.ศ. 1966)
ดร็อสเท-ไพรซ์
(ค.ศ. 1960)

ลายมือชื่อ
เน็ลลี ซัคส์ ใน ค.ศ. 1910

เน็ลลี ซัคส์ (เยอรมัน: Nelly Sachs; 10 ธันวาคม ค.ศ. 1891 – 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1970) เป็นกวีและนักเขียนบทละครเวทีชาวเยอรมัน-สวีเดน ประสบการณ์ของเธอซึ่งเป็นผลมาจากการก่อกำเนิดของนาซีในทวีปยุโรปช่วงสงครามโลกครั้งที่สองทำให้เธอกลายเป็นผู้แถลงที่เจ็บปวดสำหรับความเศร้าโศกและความปรารถนาของเพื่อนชาวยิว บทละครเวทีที่เป็นที่รู้จักกันดีของเธอคือเอลี: ไอน์มีสเทรีนสเพียลฟ็อมไลเดินอิสราเอลส์ (ค.ศ. 1950) ส่วนผลงานอื่น ๆ ได้แก่ บทกวีอย่าง "อิมซันด์ไซเชิน" (ค.ศ. 1962), "เฟร์เซาเบรุง" (ค.ศ. 1970) ตลอดจนงานรวมบทกวีอย่างอินเดินโวฮนุนเงินเดสโทเดส (ค.ศ. 1947), ฟลุชท์อุนด์เฟร์วันด์ลุง (ค.ศ. 1959), แฟร์ทอินส์สเตาโบลเซ (ค.ศ. 1961) และซูเชนัคเลเบินเดิน (ค.ศ. 1971) ซึ่งเธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมใน ค.ศ. 1966

ชีวิตและงานการ[แก้]

เน็ลลี ซัคส์ เกิดที่เบอร์ลิน-เชอเนแบร์ก ประเทศเยอรมนีเมื่อ ค.ศ. 1891 ในครอบครัวชาวยิว พ่อแม่ของเธอเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติและกัตตาเปอร์ชาที่ร่ำรวย ได้แก่ เกออร์ค วิลลิอัม ซัคส์ (ค.ศ. 1858–1930) และภรรยาของเขา มาร์กาเรเท นามสกุลเดิม คาร์เกร์ (ค.ศ. 1871–1950)[1] เธอได้รับการศึกษาที่บ้านเนื่องจากสุขภาพอ่อนแอ เธอแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเป็นนักเต้นในช่วงแรก ๆ แต่พ่อแม่ที่ปกป้องเธอไม่สนับสนุนให้เธอประกอบอาชีพนี้ เธอเติบโตมาในฐานะหญิงสาวที่เก็บตัวมากและไม่เคยแต่งงาน เธอได้ติดตามการติดต่อทางจดหมายกับเพื่อนของเธอ เซลมา ลอเกร์เลิฟ[2] และฮิลเด โดมิน เมื่อพวกนาซีเข้ามามีอำนาจ เธอก็หวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งที่สูญเสียความสามารถในการพูด ดังที่เธอจำได้ในกลอน: "เมื่อความหวาดกลัวครั้งใหญ่มาถึง/ฉันเป็นใบ้" ซัคส์ได้หนีไปอยู่กับแม่ที่มีอายุมากในประเทศสวีเดนเมื่อ ค.ศ. 1940 ซึ่งนำไปสู่มิตรภาพของเธอกับลอเกร์เลิฟที่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้:[2] ไม่นานก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ลอเกร์เลิฟได้เข้าแทรกแซงต่อราชวงศ์สวีเดนเพื่อให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัวจากเยอรมนี ซัคส์และแม่ของเธอหลบหนีในเที่ยวบินสุดท้ายจากนาซีเยอรมนีไปยังสวีเดน ซึ่งเป็นหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ซัคส์จะถูกกำหนดให้ไปรายงานตัวที่ค่ายกักกัน พวกเขาตั้งรกรากในประเทศสวีเดน และซัคส์ได้กลายเป็นพลเมืองสวีเดนใน ค.ศ. 1952

หมายเหตุ[แก้]

  1. แม่แบบ:Nobelprize
  2. 2.0 2.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0

อ้างอิง[แก้]

อ่านเพิ่ม[แก้]

ภาษาอังกฤษ

ภาษาเยอรมัน

  • Ruth Dinesen (2005), "Sachs, Nelly", Neue Deutsche Biographie (NDB) (ภาษาเยอรมัน), 22, Berlin: Duncker & Humblot, pp. 336–337
  • Walter A. Berendsohn: Nelly Sachs: Einführung in das Werk der Dichterin jüdischen Schicksals. Agora, Darmstadt 1974, ISBN 978-3-87008-046-4.
  • Gudrun Dähnert: "Wie Nelly Sachs 1940 aus Deutschland entkam. Mit einem Brief an Ruth Mövius." in: Sinn und Form [de] February 2009, pp. 226–257
  • Ruth Dinesen: Nelly Sachs. Eine Biographie. Suhrkamp, Frankfurt 1992, ISBN 978-3-518-40426-3
  • Gabriele Fritsch-Vivié: Nelly Sachs. Monographie. Rowohlt, Reinbek, 3rd edition, 2001, ISBN 978-3-499-50496-9.
  • Petra Oelker [de]: "Und doch, am Ende steht wieder das Licht, wenn auch noch so fern". In: Charlotte Kerner [de]: Nicht nur Madame Curie. Frauen, die den Nobelpreis bekamen. Beltz, Weinheim 1999, ISBN 978-3-407-80862-2.
  • Gerald Sommerer: Aber dies ist nichts für Deutschland, das weiß und fühle ich. Nelly Sachs – Untersuchungen zu ihrem szenischen Werk. Königshausen & Neumann, Würzburg 2008, ISBN 978-3-8260-3860-0.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]