ข้ามไปเนื้อหา

เคี่ยม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เคี่ยม
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: พืช
Plantae
เคลด: พืชมีท่อลำเลียง
Tracheophyta
เคลด: พืชดอก
Angiosperms
เคลด: พืชใบเลี้ยงคู่แท้
Eudicots
เคลด: โรสิด
Rosids
อันดับ: ชบา
Malvales
วงศ์: ยางนา
Dipterocarpaceae
สกุล: Cotylelobium
Craib[2]
สปีชีส์: C.  lanceolatum
ชื่อทวินาม
Cotylelobium lanceolatum
Craib[2]
ชื่อพ้อง[2]
  • Cotylelobium malayanum Slooten
  • Sunaptea lanceolata (Craib) Kosterm.

เคี่ยม (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cotylelobium lanceolatum) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Dipterocarpaceae พบในคาบสมุทรอินโดจีน คาบสมุทรมลายู ไปจนถึงเกาะบอร์เนียว ลำต้นตรง ไม่มีพูพอน ถิ่นที่อยู่พบในบริเวณสังคมพืชบนสันทรายเขตร้อน (kerangas forest) หรือบริเวณป่าชายหาด ที่ระดับความสูงถึง 300 ม. (1,000 ฟุต) ยกเว้นในเกาะบอร์เนียวพบได้ที่ความสูงถึง 1,500 ม. (5,000 ฟุต)[1]

ลักษณะ

[แก้]

เคี่ยมเติบโตสูงได้ถึง 45 เมตร (150 ฟุต) โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นได้มากถึง 1.2 ม. (4 ฟุต) เปลือกสีน้ำตาลเข้มอมดำ ผิวแตกเป็นร่องลึกหลุดออกได้ ใบเดี่ยว ลักษณะเรียบเป็นมันรูปใบหอกถึงรูปไข่ ยาว 8 ซม. (3 นิ้ว) ดอกช่อสีเหลืองอ่อน ยาวประมาณ 6 ซม. (2 นิ้ว)[3] เมื่อบานเต็มที่กลีบดอกจะบิดห่อเข้าหากัน ผลเดี่ยวมีปีกสีเขียวทรงลูกข่าง ผลแก่สีน้ำตาลปลิวตามลมได้

เนื้อไม้แข็งแรงทนทานใช้ในงานก่อสร้าง เปลือกไม้ใส่ในภาชนะรองรับน้ำตาลไม่ให้บูดเน่า ใช้เป็นยาห้ามเลือด แก้ท้องร่วง[4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Ly, V.; Nanthavong, K.; Pooma, R.; Luu, H.T.; Khou, E.; Newman, M.F. (2017). "Cotylelobium lanceolatum". IUCN Red List of Threatened Species. 2017: e.T33069A2832191. doi:10.2305/IUCN.UK.2017-3.RLTS.T33069A2832191.en. สืบค้นเมื่อ 20 November 2021.
  2. 1 2 3 "Cotylelobium lanceolatum". Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew. สืบค้นเมื่อ 10 September 2021.
  3. Ashton, Peter Shaw (September 2004). "Cotylelobium Pierre". ใน Soepadmo, Engkik; Saw, Leng Guan; Chung, Richard C. K. (บ.ก.). Tree Flora of Sabah and Sarawak. Vol. 5. Forest Research Institute Malaysia. pp. 80, 82–83. ISBN 9789832181590.
  4. มัณฑนา นวลเจริญ (2009). พรรณไม้ป่าชายหาด. ปทุมธานี: สำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. p. 32. ISBN 9786161200305.