ข้ามไปเนื้อหา

มะตูม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มะตูม
ต้นมะตูม (บน) และผลมะตูมที่สุกแล้ว (ล่าง)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: พืช
Plantae
เคลด: พืชมีท่อลำเลียง
Tracheophyta
เคลด: พืชดอก
Angiosperms
เคลด: พืชใบเลี้ยงคู่แท้
Eudicots
เคลด: โรสิด
Rosids
อันดับ: เงาะ
Sapindales
วงศ์: ส้ม
Rutaceae
วงศ์ย่อย: Aurantioideae
Corrêa[2]
สกุล: Aegle
Aegle
(L.) Corrêa[3]
สปีชีส์: A.  marmelos
ชื่อทวินาม
Aegle marmelos
(L.) Corrêa[3]
ชื่อพ้อง[3]
  • Belou marmelos (L.) A.Lyons
  • Crateva marmelos L.

มะตูม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegle marmelos ภาคเหนือเรียกว่า มะปิน ภาคใต้เรียกว่า กะทันตาเถร, ตูม และตุ่มตัง ภาคอีสานเรียกว่า บักตูม ภาษาเขมรเรียกว่า พะโนงค์ (ព្នៅ) ชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า มะปีส่า[4] เป็นไม้ผลยืนต้นพื้นเมืองของอนุทวีปอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[3] มีการเพาะปลูกทั่วไปในอินเดีย รวมทั้งในศรีลังกา แหลมมลายูตอนเหนือ เกาะชวา และฟิลิปปินส์ จัดเป็นพืชเพียงสปีชีส์เดียวที่อยู่ในสกุล Aegle

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

[แก้]

ลำต้นมีความสูง 18 เมตร เปลือกลำต้นมีสีเทาเรียบเป็นร่องตื้น เนื้อไม้แข็ง มีสีขาวแกมเหลือง และมีกลิ่นหอม โคนต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ยาว แข็ง ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ตามกิ่ง[5] ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรูปไข่หรือรูปหอกมี 3 ใบ มองดูคล้ายตรีศูลของพระศิวะ ดอกสีขาวหรือขาวอมเขียว มีกลิ่นหอม ผลมีเปลือกแข็งเรียบและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5–15 เซนติเมตร บางผลมีเปลือกแข็งมากจนต้องกระเทาะเปลือกออกโดยใช้ค้อนทุบ เนื้อผลเหนียวข้น มีกลิ่นหอม และมีเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ในเนื้อผล โดยเมล็ดจะมีขนหนาปกคลุม

การใช้ประโยชน์

[แก้]

ผลมะตูมใช้รับประทานได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง น้ำจากผลเมื่อนำไปกรองและเติมน้ำตาลจะได้เครื่องดื่มคล้ายน้ำมะนาว และยังใช้ในการทำ Sharbat ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้จากการนำเนื้อผลมะตูมไปผสมกับมะขาม ผลอ่อนฝานแล้วตากแห้งนำไปต้มกับน้ำเป็นน้ำมะตูม นำมายำ ใบอ่อนและยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสลัด กินกับน้ำพริก ลาบ และข้าวยำ ผลแก่แต่เปลือกยังนิ่มนำมาฝานแล้วทำเป็นมะตูมเชื่อม ซึ่งนำไปเป็นส่วนผสมของขนมอื่นอีกหลายอย่าง มะตูมสุก เนื้อเละใช้รับประทานเป็นผลไม้ และใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โรคลำไส้ ตาแห้งไข้หวัดธรรมดา และยังใช้รักษาอาการท้องผูกเรื้อรัง

ความเชื่อ

[แก้]

คนไทยถือว่ามะตูมเป็นไม้มงคล นิยมปลูกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้าน ศาสนาฮินดู เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะ[4] ดังนั้นจึงพบต้นมะตูมได้ทั่วไปในสวนของวิหารในประเทศอินเดีย และใบมะตูมยังเป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมทางศาสนา เช่นการทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์หรือครอบครู

สัญลักษณ์

[แก้]

ต้นมะตูมเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดชัยนาท ผู้ที่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงหรืองานสมรสพระราชทานจะได้รับพระราชทานใบมะตูมเพื่อเป็นสิริมงคล[4]

ชื่อท้องถิ่นของมะตูม

[แก้]

ชื่อสามัญของมะตูมในภาษาต่าง ๆ ได้แก่

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • พม่า: ဥသျှစ် ออกเสียง: [ou' shi'] หรือ [oʊʔ ʃiʔ]
    • เขมร: ព្នៅ ออกเสียง: [pnɨv]
    • ลาว: ໝາກຕູມ ออกเสียง: [mȁːk tuːm]
    • มลายู: Pokok Maja Batu (ต้นไม้)
  • เอเชียใต้

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Plummer, J. (2020). Aegle marmelos. The IUCN Red List of Threatened Species 2020: e.T156233789A156238207. doi:10.2305/IUCN.UK.2020-3.RLTS.T156233789A156238207.en. Downloaded on 7 March 2021.
  2. "สกุล Aegle". ฐานข้อมูลออนไลน์ Germplasm Resources Information Network (GRIN). สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2017.
  3. 1 2 3 4 "Taxon: Aegle marmelos (L.) Corrêa". GRIN Global, National Plant Germplasm System, US Department of Agriculture. 19 กันยายน 2017. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2018.
  4. 1 2 3 นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์ (ตุลาคม 2550). "มะตูม" ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กรุงเทพฯ: แสงแดด. หน้า 147–148. ISBN 978-974-9665-74-9.
  5. "มะตูม". ฐานข้อมูลสมุนไพร. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 2553.[ลิงก์เสียถาวร]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Aegle marmelos