อินทรัตน์ ยอดบางเตย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย
ผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
ดำรงตำแหน่ง
2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 – 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 (76 ปี)
เชียงใหม่, ประเทศไทย
พรรคการเมือง มัชฌิมาธิปไตย
คู่สมรส นางบุษบา ยอดบางเตย
ศาสนา พุทธ

พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย (18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 - ) อดีตสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่ อดีตรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กองบัญชาการทหารสูงสุด และเคยเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อนงค์วรรณ เทพสุทิน)

ประวัติ[แก้]

พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย เกิดที่ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บิดาเป็นพลตำรวจอาสา มารดาเป็นแม่ค้าขายหมูในตลาดวโรรส ชีวิตในวัยเด็กเริ่มต้นต่อสู้กับชีวิตด้วยตนเอง จากการขายของตามตลาดต่างๆ เมื่อวัยเยาว์ และขายหนังสือพิมพ์แผ่นดินไทยให้กับนายไกรสร ตันติพงศ์ อดีตรัฐมนตรี จนกระทั่งสำเร็จมัธยมศึกษาปีมี่ 6 เมื่ออายุ 14 ปี รุ่นเดียวกันกับนายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จบการศึกษาจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย โรงเรียนศรีวิทยา โรงเรียนบูรณะศักดิ์วิทยา โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หลังจากจบการศึกษาได้เข้ารับราชการทหารในสายงานนายทหารยุทธการ และศึกษาต่อโรงเรียนเสนาธิการทหารบก จนได้ฉายาว่า "เสธ.ม่อย" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเล่นของตัวเป็น "ยอด" หรือ "เสธ.ยอด"

พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย สมรสกับนางบุษบา ยอดบางเตย อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

การทำงาน[แก้]

พลตรีอินทรัตน์ รับราชการในสังกัดกองทัพบก จนได้รับตำแหน่งสูงสุดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ กองบัญชาการทหารสูงสุด และลาออกจากราชการมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงใหม่[1] ต่อมาได้เข้าร่วมจัดตั้งพรรคการเมือง และดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย จากนั้งได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ เขต 4 คู่กับนายอำนวย ยศสุข[2] แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับนายสุรพล เกียรติไชยากร จากพรรคพลังประชาชน และนายนรพล ตันติมนตรี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน

พลตรีอินทรัตน์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี เนื่องจากการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย[3]

พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร (AFAPS Alumni Foundation)ให้ได้รับ "รางวัลเกียรติยศจักรดาว ประจำปี 2547" ในสาขาการเมืองและการพัฒนากีฬา

พลตรีอินทรัตน์ ดำรงตำแหน่ง รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติรองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักแห่งเอเชีย และ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนากีฬายกน้ำหนักสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจ เลือกตั้งให้เป็น นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อเนื่องมา 2 สมัยติดต่อกัน (ช่วงปี 2543 - 2547)

ในปี พ.ศ. 2557 พลตรีอินทรัตน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา) ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา[4]

ปัจจุบัน พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ดำรงตำแหน่งทางด้านกีฬา คือ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ. 2556-2559), รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ(IWF)(พ.ศ. 2556-2559), รองประธานคนที่ 1 สหพันธ์ยกน้ำหนักแห่งเอเชีย (AWF), ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ และ นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย, 2561

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เขตเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ (พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายถาวร เกียรติไชยากร พลตำรวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์)
  2. รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่[ลิงก์เสีย]
  3. เปิดชื่อ 109 กก.บริหาร “พปช.-ชาติไทย-มัชฌิมาฯ” ถูกยุบ-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
  4. คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๘๔๒/๒๕๕๗ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย)
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข หน้า ๑, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๕ ข หน้า ๑๐, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๓
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๓, ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องหมายเปลวระเบิดสำหรับประดับเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม ๙๐ ตอนที่ ๑๘๑ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๔๔, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๖
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๑๖๐ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๑, ๒๖ กันยายน ๒๕๑๗
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๙๒ ตอนที่ ๑๐๘ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๘, ๙ มิถุนายน ๒๕๑๘
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๖๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๔๔๙, ๒๑ เมษายน ๒๕๒๓

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]