หลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |
| หลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง | |
|---|---|
| สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส | |
| สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส | |
| ดำรงพระยศ | 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1575 – 2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 |
| ราชาภิเษก | 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1575 (ที่มหาวิหารแร็งส์) |
| ประสูติ | 30 เมษายน ค.ศ. 1553 นูมองต์ ดัชชีลอแรน |
| สวรรคต | 29 มกราคม ค.ศ. 1601 (47 พรรษา) วังเชอนงโซ ราชอาณาจักรฝรั่งเศส |
| ฝังพระศพ | มหาวิหารแซ็ง-เดอนี แซ็ง-เดอนี ราชอาณาจักรฝรั่งเศส |
| พระราชสวามี | พระเจ้าอองรีที่ 3 แห่งฝรั่งเศส |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์ลอร์แรน (โดยกำเนิด) ราชวงศ์วาลัวส์ (โดยการอภิเษกสมรส) |
| พระบิดา | นีกอลา ดยุกแห่งแมร์เกอร์ |
| พระมารดา | มาร์เกอริตแห่งเอกมงต์ |
| ศาสนา | โรมันคาทอลิก |
หลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง (ฝรั่งเศส: Louise de Lorraine-Vaudémont 30 เมษายน ค.ศ. 1553 – 29 มกราคม ค.ศ. 1601) ทรงดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส ในฐานะพระมเหสีของ พระเจ้าอ็องรีที่ 3 แห่งฝรั่งเศส (Henry III of France) พระองค์ก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์ด้วยความรักส่วนพระองค์ของกษัตริย์ ท่ามกลางความประหลาดใจของราชสำนัก และใช้ชีวิตในฐานะราชินีผู้จงรักภักดี ผู้ต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามศาสนาของฝรั่งเศส และท้ายที่สุดคือการสิ้นสุดของราชวงศ์วาลัวส์
ชีวิตช่วงต้น
[แก้]หลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง ประสูติเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1553 ที่ปราสาทนูมองต์ (Nomeny) ซึ่งเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของดัชชีลอแรน (Duchy of Lorraine) เธอเป็นธิดาของ นีกอลา ดยุกแห่งแมร์เกอร์ (Nicolas, Duke of Mercœur) และ มาร์เกอริตแห่งเอกมงต์ (Marguerite of Egmont)
ตระกูลของหลุยส์คือ ราชวงศ์ลอแรน ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลขุนนางเก่าแก่และมีสายเลือดสูงศักดิ์ที่สุดในยุโรป พวกเขาอ้างสิทธิ์ในการสืบเชื้อสายจาก ราชวงศ์คาโรลิงเกียน อันเก่าแก่ของฝรั่งเศส ตระกูลลอแรนมีอิทธิพลอย่างมาก โดยเฉพาะในฝรั่งเศสผ่านตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดคือ ตระกูลกีส ซึ่งเป็นญาติสนิทของหลุยส์ (มารดาของนีกอลา ดยุกแห่งแมร์เกอร์ คือ อ็องตัวแน็ตแห่งกีส (Antoinette of Guise) ผู้เป็นป้าของฟร็องซัว ดยุกแห่งกีส (François, Duke of Guise) และการ์ดีนัลแห่งลอแรน (Charles, Cardinal of Lorraine) ผู้นำสำคัญของตระกูลกีส) ตระกูลกีสนี้เองที่เป็นหัวหอกสำคัญของฝ่ายคาทอลิกหัวรุนแรงในฝรั่งเศสช่วงสงครามศาสนา
แม้หลุยส์จะมาจากตระกูลที่มั่งคั่งและทรงอำนาจ แต่เธอกลับได้รับการเลี้ยงดูค่อนข้าง เรียบง่ายและถ่อมตัว เธอใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในชนบท ภายใต้การดูแลของมารดาซึ่งเป็นผู้เคร่งศาสนา ทำให้หลุยส์เติบโตมาพร้อมกับความศรัทธาในศาสนาคาทอลิกที่ลึกซึ้ง และ บุคลิกที่สุภาพ อ่อนโยน และเงียบขรึม
เธอได้รับการศึกษาตามแบบฉบับของสตรีชั้นสูงในยุคนั้น คือ การอ่านออกเขียนได้ เรียนรู้ภาษาละตินเล็กน้อย การเย็บปักถักร้อย การดนตรี และกิริยามารยาทในราชสำนัก แต่เธอไม่ได้รับการฝึกฝนให้มีทักษะทางการเมืองหรือการทูตที่โดดเด่นเหมือนสตรีสูงศักดิ์หลายคนในยุคนั้น เช่น แคทเธอรีน เดอ เมดีชี (Caterina de' Medici)
ก่อนการอภิเษกสมรส หลุยส์ใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นในสายตาของราชสำนักฝรั่งเศส หรืออยู่ในแวดวงของการเมืองอันเข้มข้น ความงามของเธอไม่ได้สะดุดตาโดดเด่นเท่าสตรีชั้นสูงคนอื่นๆ แต่เป็นความงามที่อ่อนหวานและเป็นธรรมชาติ บุคลิกที่เรียบง่ายและความเคร่งศาสนาของเธอ ทำให้เธอแตกต่างจากสตรีในราชสำนักที่มักจะโดดเด่นเรื่องการแต่งกายที่หรูหรา ความฉลาดเฉลียวทางการเมือง หรือการมีส่วนร่วมในเรื่องอื้อฉาวต่างๆ
ภูมิหลังของหลุยส์นั้นตั้งอยู่ในช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับ สงครามศาสนาฝรั่งเศส (French Wars of Religion) ที่ดุเดือดระหว่างคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ (ฮิวเกอโนต์) ตระกูลของเธอคือ ตระกูลลอแรน-กีส มีส่วนสำคัญในความขัดแย้งนี้ โดยเป็นผู้นำของฝ่ายคาทอลิกหัวรุนแรง การเติบโตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ แม้เธอจะไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง แต่ก็หล่อหลอมให้เธอเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของศาสนาและความสามัคคี แต่ก็เป็นผู้ที่หลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยธรรมชาติ
ชีวิตช่วงต้นที่ค่อนข้างสงบและเรียบง่ายนี้เอง ที่ทำให้หลุยส์แตกต่างจากราชินีฝรั่งเศสหลายพระองค์ และทำให้การที่เธอได้รับเลือกเป็นพระมเหสีของพระเจ้าอ็องรีที่ 3 เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งสำหรับหลายคนในราชสำนัก

การอภิเษกสมรสและชีวิตในฝรั่งเศส
[แก้]การอภิเษกสมรสและชีวิตในฝรั่งเศสของ หลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง ถือเป็นบทที่พลิกผันและน่าสนใจอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส หลุยส์ก้าวเข้ามาในราชสำนักในฐานะราชินีด้วยเส้นทางที่แตกต่างจากพระมเหสีองค์อื่นๆ โดยสิ้นเชิง การตัดสินใจของ พระเจ้าอ็องรีที่ 3 แห่งฝรั่งเศส (Henry III of France) ที่จะอภิเษกสมรสกับเธอ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1575 ที่กรุงปารีสนั้นสร้างความประหลาดใจอย่างมากให้กับราชสำนักและมหาอำนาจทั่วยุโรป เพราะโดยธรรมเนียมแล้ว การแต่งงานของกษัตริย์มักถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง การทูต หรือการสร้างพันธมิตรที่มั่นคง แต่สำหรับพระเจ้าอ็องรีที่ 3 แล้ว นี่คือเรื่องของความรักที่แท้จริงและส่วนตัว พระองค์ทรงปฏิเสธเจ้าหญิงจากราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าและทรงเลือกหลุยส์ ซึ่งแม้จะมาจากตระกูลลอแรนอันสูงศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้นำพามาซึ่งอิทธิพลทางการเมืองที่โดดเด่นอะไร ทำให้หลายคนมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้ "ไม่สมเหตุสมผล" สำหรับสถานะของกษัตริย์ การที่กษัตริย์เลือกพระมเหสีด้วยเหตุผลทางใจล้วนๆ นี้เองที่เป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้เรื่องราวของทั้งสองพระองค์โดดเด่นไม่เหมือนใคร
เมื่อหลุยส์ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส เธอต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตในราชสำนักที่ฟุ่มเฟือย สลับซับซ้อน และมักจะมีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งแตกต่างจากชีวิตที่เรียบง่ายและค่อนข้างสงบที่เธอเคยมีในวัยเด็กอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นและเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างหลุยส์และพระเจ้าอ็องรีที่ 3 ทั้งสองพระองค์มีความรักและความจงรักภักดีต่อกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งหายากมากในชีวิตคู่ของราชวงศ์ยุคนั้น พระเจ้าอ็องรีที่ 3 ทรงโปรดปรานหลุยส์เป็นอย่างยิ่ง ทรงแสดงความรักอย่างเปิดเผย และทรงปรารถนาที่จะมีทายาทกับเธอเป็นอย่างมาก หลุยส์เองก็เป็นที่ปรึกษาที่ซื่อสัตย์ เป็นกำลังใจสำคัญให้กับพระสวามี โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พระเจ้าอ็องรีที่ 3 ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองและสงครามศาสนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แม้จะเป็นราชินี แต่บทบาทของหลุยส์ทางการเมืองกลับมีจำกัดมาก ด้วยบุคลิกที่อ่อนโยน เคร่งศาสนา และไม่ทะเยอทะยานทางการเมือง ทำให้เธอไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญเหมือน แคทเธอรีน เดอ เมดีชี พระสัสสุผู้ทรงอำนาจ ซึ่งยังคงกุมบังเหียนการเมืองส่วนใหญ่อย่างเบ็ดเสร็จ หลุยส์มีความสัมพันธ์ที่ดีและให้ความเคารพต่อแคทเธอรีน ซึ่งแตกต่างจากความสัมพันธ์อันตึงเครียดที่แคทเธอรีนมีกับราชินีองค์ก่อนๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้มีอิทธิพลโดยตรง แต่การปรากฏตัวของหลุยส์ในราชสำนักก็เป็นสัญลักษณ์ของความสงบ ความศรัทธา และเป็นความหวังสุดท้ายในการมีทายาทของราชวงศ์วาลัวส์ที่กำลังจะถึงกาลอวสาน ซึ่งนำมาสู่ความทุกข์ใจที่ใหญ่หลวงที่สุดของทั้งคู่
ความทุกข์ใจที่สุดของหลุยส์และพระเจ้าอ็องรีที่ 3 คือ การที่ทั้งสองไม่มีทายาทสืบราชบัลลังก์ หลุยส์ทรงประสบกับการแท้งบุตรหลายครั้ง และไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้เลย ความล้มเหลวในการมีบุตรนี้ได้สร้างความกดดันอย่างมากให้กับราชวงศ์วาลัวส์ ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์สืบราชสันตติวงศ์อย่างหนัก เพราะไม่มีใครจะสืบทอดบัลลังก์ได้อีกแล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนเสถียรภาพของราชวงศ์อย่างมาก ชีวิตในราชสำนักที่หรูหราของลูฟวร์ ฟงแตนโบล หรือบลัวส์ ที่เต็มไปด้วยการแสดงออกทางวัฒนธรรมและศิลปะ ก็ไม่ได้ช่วยให้ความกดดันเรื่องนี้ลดน้อยลงเลย แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความอิจฉาริษยา และการวางแผนทางการเมืองอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ หลุยส์ก็ยังคงรักษาความสงบในจิตใจและเป็นผู้เคร่งศาสนาอย่างสม่ำเสมอ เธอเป็นที่รู้จักในด้านความเมตตาและการทำบุญ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นในยุคแห่งความรุนแรงและผันผวนนี้ และเป็นที่รักของพระสวามีจนกระทั่งวาระสุดท้าย

การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าอ็องรีที่ 3 และชีวิตหลังการเป็นสมเด็จพระราชินี
[แก้]ชีวิตของหลุยส์แห่งลอแรน-โวเดมง ต้องพลิกผันอย่างรุนแรงและนำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัส เมื่อ พระเจ้าอ็องรีที่ 3 พระสวามีผู้เป็นที่รักของพระองค์ ถูกลอบปลงพระชนม์ ในวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 โดยฌาคส์ เกลมองต์ (Jacques Clément) นักบวชโดมินิกันหัวรุนแรงผู้คลั่งไคล้ในฝ่ายคาทอลิก ข่าวการสวรรคตของพระสวามีไม่เพียงแต่หมายถึงการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตส่วนตัวของหลุยส์ แต่ยังหมายถึงการสิ้นสุดของรัชสมัยของพระองค์ในฐานะสมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส และที่สำคัญที่สุดคือ การสิ้นสุดของราชวงศ์วาลัวส์ ที่ครองราชบัลลังก์ฝรั่งเศสมายาวนานกว่า 260 ปีโดยสมบูรณ์ เนื่องจากทั้งสองพระองค์ไม่มีทายาทสืบราชบัลลังก์
ความโศกเศร้าของหลุยส์นั้นลึกซึ้งและจริงใจอย่างยิ่ง พระองค์เสียใจต่อการจากไปของพระสวามีผู้เป็นดั่งดวงใจอย่างสาหัส และมิอาจทำใจยอมรับได้ถึงความจริงอันโหดร้ายนี้ หลังจากการสวรรคตของพระเจ้าอ็องรีที่ 3 หลุยส์ได้สวมชุดสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของราชินีม่ายในฝรั่งเศสในยุคนั้น อันเป็นธรรมเนียมที่เริ่มขึ้นโดยพระราชินีม่ายในศตวรรษก่อนหน้า และได้รับการขนานนามจากประชาชนว่า "ราชินีขาว" (La Reine Blanche) ชุดสีขาวนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นม่ายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความบริสุทธิ์ของความรักที่พระองค์มีต่อพระสวามี และความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณของพระองค์เองด้วย
ในฐานะ สมเด็จพระพันปีหลวง หลุยส์ตัดสินใจถอยห่างจากโลกแห่งการเมืองและความวุ่นวายในราชสำนัก พระองค์ทรงปฏิเสธที่จะอภิเษกสมรสใหม่ และเลือกที่จะอุทิศพระชนม์ชีพที่เหลืออยู่ให้กับศาสนา การสวดมนต์ และการรำลึกถึงพระสวามีผู้ล่วงลับ พระองค์ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อย่างสันโดษและเคร่งครัดที่ พระราชวังเชอนงโซ (Château de Chenonceau) ซึ่งเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และเป็นหนึ่งในพระราชวังที่งดงามที่สุดของฝรั่งเศส ณ ที่นั่น พระองค์ทรงตกแต่งห้องหับด้วยสัญลักษณ์แห่งความโศกเศร้า เช่น รูปภาพของกะโหลกศีรษะ และสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่สื่อถึงการพลัดพรากและความตาย เพื่อระลึกถึงพระเจ้าอ็องรีที่ 3 ตลอดเวลา นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงใช้เวลาและทรัพย์สินส่วนพระองค์ในการก่อตั้งและอุปถัมภ์อารามและสถานสงเคราะห์ต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของความศรัทธาและความเมตตาที่ทรงยึดถือมาโดยตลอด
แม้ว่าราชบัลลังก์ฝรั่งเศสจะเปลี่ยนมือไปสู่ พระเจ้าอ็องรีที่ 4 แห่งฝรั่งเศส (Henry IV of France) ผู้เป็นผู้นำโปรเตสแตนต์และผู้สืบทอดสายรอง (และเป็นอดีตคู่ปรับของพระเจ้าอ็องรีที่ 3) หลุยส์ก็ยังคงรักษาสถานะและเกียรติยศของตนเองในฐานะสมเด็จพระพันปีหลวง พระองค์ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในรัชสมัยใหม่ แต่ก็ทรงยอมรับการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าอ็องรีที่ 4 ในท้ายที่สุด หลุยส์สิ้นพระชนม์ในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1601 โดยไม่มีทายาทสืบสายเลือดของพระองค์เอง และถูกฝังพระศพครั้งแรกที่อาราม Capuchin ในปารีส ก่อนที่จะถูกย้ายไปประดิษฐานอย่างสมพระเกียรติที่ มหาวิหารแซงต์-เดอนี (Basilica of Saint-Denis) ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์และราชินีแห่งฝรั่งเศสหลายพระองค์
พระอิสริยยศ
[แก้]- 30 เมษายน ค.ศ. 1553 - 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1575: เจ้าหญิงแห่งลอแรน (Princess of Lorraine)
- 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1575 - 2 สิงหาคม ค.ศ. 1589: สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส (Queen of France)
- 2 สิงหาคม ค.ศ. 1589 - 29 มกราคม ค.ศ. 1601: สมเด็จพระพันปีหลวงแห่งฝรั่งเศส (Queen Dowager of France)
อ้างอิง
[แก้]- Knecht, R. J. (1989). The French Wars of Religion, 1559-1598. Longman.
- Knecht, R. J. (2016). Hero or Tyrant? Henry III, King of France, 1574-1589. Routledge.
- Frieda, Leonie. (2003). Catherine de Medici: Renaissance Queen of France. Weidenfeld & Nicolson.
- Major, J. Russell. (1994). From Renaissance Monarchy to Absolute Monarchy: French Kings, Nobles, & Estates. Johns Hopkins University Press
- Perrott, David. (2017). The Valois Kings of France, 1328-1589. Pen & Sword History.
- Crawford, Katherine. (2009). The French Queen's Closet: The Private Lives of Women at the Courts of France, 1498-1643. Routledge.
- https://en.wikipedia.org/wiki/Louise_of_Lorraine
- https://www.google.com/search?q=https://www.britannica.com/biography/Louise-of-Lorraine