มาเรียแห่งบราบ็องต์ สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาเรียแห่งบราบ็องต์
Couronnement de Marie de Brabant.jpg
พิธีราชาภิเษกของมาเรียในแซ็งต์-ชาแปล ปี ค.ศ. 1275

พระอิสริยยศ พระราชินีคู่สมรสแห่งฝรั่งเศส
ครองราชย์ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1274 – 5 ตุลาคม ค.ศ. 1285
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1254
เลอเฟิน
สิ้นพระชนม์ 12 มกราคม ค.ศ. 1322 (67 พรรษา)
เลส์มิวโรซ์ ประเทศฝรั่งเศส
พระบิดา เฮนริคที่ 3 ดยุคแห่งบราบ็องต์
พระมารดา อาเดอแลดแห่งบูร์กอญ
พระสวามี พระเจ้าฟิลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส
พระบุตร หลุยส์แห่งเอฟโรซ์
บล็องช์แห่งฝรั่งเศส ดัชเชสแห่งออสเตรีย
มาร์เกอรีตแห่งฝรั่งเศส

มาเรียแห่งบราบ็องต์ (ดัตช์: Maria van Brabant, ฝรั่งเศส: Marie de Brabant) (13 พฤษภาคม ค.ศ. 1254 – 12 มกราคม ค.ศ. 1322[1]) เป็นพระราชินีคู่สมรสแห่งฝรั่งเศสจากการเป็นพระราชินีคนที่สองของพระเจ้าฟิลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส ทรงเสด็จพระราชสมภพในเลอเฟินเป็นธิดาของเฮนริคที่ 3 ดยุคแห่งบราบ็องต์กับอาเดอแลดแห่งบูร์กอญ[2]

พระราชประวัติ[แก้]

สายตระกูล[แก้]

มาเรียแห่งบราบ็องต์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1254 ในเลอเฟิน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเบลเยียม) บิดาของพระองค์คือเฮนริคที่ 3 ดยุคแห่งบราบ็องต์ที่ถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1261 ซึ่งมาเรียยังเป็นเด็กอยู่ ส่วนมารดาของพระองค์คืออาเดอแลด บุตรสาวของอูกที่ 4 ดยุคแห่งบูร์กอญ อาเดอแลดมีน้องชาย คือ รอแบต์ที่ 2 ดยุคแห่งบูร์กอญที่ต่อมาสมรสกับแอนเญ็สแห่งฝรั่งเศส พระธิดาคนเล็กของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส และเป็นบิดาของมาร์เกอรีตแห่งบูร์กอญ อนาคตพระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 แห่งฝรั่งเศสและนาวาร์ที่ถูกจองจำในข้อหาคบชู้ในปี ค.ศ. 1314 กับฌานแห่งบูร์กอญ อนาคตพระมเหสีของพระเจ้าฟิลิปที่ 6 แห่งฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้มาเรียแห่งบราบ็องจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งมาร์เกอรีตแห่งบูร์กอญ อนาคตพระมเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 แห่งฝรั่งเศสที่อ่อนวัยกว่าพระองค์มาก มาเรียยังเป็นลูกพี่ลูกน้องลำดับที่หนึ่งของบล็องช์แห่งอาร์ตัวส์ สมเด็จพระราชนีแห่งนาวาร์ซึ่งเป็นพระสัสสุของพระเจ้าฟิลิปที่ 4

มาเรียถูกตั้งชื่อตามย่าของพระองค์ คือ มาเรียแห่งโฮเฮินสเตาเปิน ดัชเชสแห่งบราบ็องต์ พระธิดาของพระเจ้าฟรีดริชแห่งสวาเบีย กษัตริย์แห่งเยอรมนี พระโอรสคนเล็กของจักรพรรดิฟรีดริชที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

การอภิเษกสมรส[แก้]

พิธีอภิเษกสมรสของมาเรียแห่งบราบ็องต์กับพระเจ้าฟิลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส (ค.ศ. 1274) จากมหาพงศาวดารฝรั่งเศส

วันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1274 มาเรียแห่งบราบ็องต์อภิเษกสมรสกับพระเจ้าฟิลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศส[3] พระองค์เป็นพ่อม่ายที่มีพระโอรสที่ยังมีชีวิตอยู่สามคนกับอิซาเบลแห่งอารากอน พระมเหสีคนแรก คือ หลุยส์, ฟิลิป และชาร์ลส์

มาเรียแห่งบราบ็องกับพระเจ้าฟิลิปที่ 3 แห่งฝรั่งเศสมีพระโอรสธิดาด้วยกันสามคน คือ

ชีวิตในราชสำนัก[แก้]

ปิแอร์ เดอ ลา บรูสถูกแขวนคอในปี ค.ศ. 1278 ภาพจากมหาพงศาวดารฝรั่งเศส

มาร์เกอรีตแห่งพรอว็องส์ พระมารดาของพระเจ้าฟิลิปที่ 3 และปิแอร์ เดอ ลา บรูส มหาดเล็กในห้องนอนของพระเจ้าฟิลิปที่ 3 มีอิทธิพลต่อพระองค์อย่างมาก การไม่ใช่ชาวฝรั่งเศสทำให้มาเรียโดดเดี่ยวในราชสำนักฝรั่งเศส พระองค์ไม่เป็นที่นิยมแม้แต่น้อย

ปี ค.ศ. 1276 หลุยส์ พระโอรสเลี้ยงของมาเรียสิ้นพระชนม์อย่างน่าสงสัย มาเรียถูกสงสัยว่าเป็นคนสั่งให้วางยาพิษ[5] ปิแอร์ เดอ ลา บรูสก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเช่นกัน เขาถูกจองจำและถูกประหารในข้อหาฆาตกรรม มาร์เกอรีตสงสัยว่ามาเรียเป็นคนบงการฆ่าหลุยส์ พระเจ้าฟิลิปเองก็ดูจะเชื่อพระมารดามากกว่าพระมเหสี

ชีวิตหลังตกเป็นม่าย[แก้]

มาเรียกลายเป็นม่ายในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1285 เมื่อพระเจ้าฟิลิปที่ 3 สิ้นพระชนม์ด้วยวัยเพียง 40 พรรษา พระเจ้าฟิลิปที่ 4 พระโอรสเลี้ยงวัย 17 พรรษาของพระองค์เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระบิดา

ปี ค.ศ. 1294 พระองค์ร่วมกับพระราชินีนาถฌานที่ 1 แห่งนาวาร์และบล็องช์แห่งอาร์ตัวส์ทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสกับเอ็ดมุนด์หลังกางเขน พระอนุชาของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ[6]

ปี ค.ศ. 1316 ทรงเกษียณตัวเข้าสู่อารามเลส์มิวโรซ์

การสิ้นพระชนม์[แก้]

พระองค์มีพระชนมายุยืนกว่าพระเจ้าฟิลิปที่ 4, พระโอรสธิดาทั้งสามคนที่สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1305, ค.ศ. 1318 และค.ศ. 1319 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 10 พระนัดดาเลี้ยง พระองค์สิ้นพระชนม์ในวัย 67 พรรษาในวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1321 ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระเจ้าฟิลิปที่ 5 พระนัดดาเลี้ยงคนที่สอง ในอารามเลส์มิวโรซ์ในโมล็อง ร่างของพระองค์ไม่ได้ถูกฝังในสุสานกษัตริย์ที่มหาวิหารแซ็งต์เดอนีส์ แต่ถูกฝังในคอนแวนต์กอร์เดอลิเยร์ในปารีสซึ่งถูกเปลวเพลิงทำลายในปี ค.ศ. 1580 โบสถ์ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในอีกหลายปีต่อมา

อ้างอิง[แก้]

  1. Viard, Jules Marie Édouard (1930). Grandes Chroniques de France. Librairie Ancienne Honoré Champion, p. 362 note3.
  2. Dunbabin, Jean (2011). The French in the Kingdom of Sicily, 1266–1305. Cambridge University Press, p. xiv.
  3. Bradbury, Jim (2007). The Capetians, Kings of France 987-1328. Hambledon Continuum, p. 238.
  4. Stanton, Anne Rudloff (2001). The Queen Mary Psalter: A Study of Affect and Audience. Volume 91 Part 6. American Philosophical Society, p. 219.
  5. Jordan, William Chester (2009). A Tale of Two Monasteries: Westminster and Saint-Denis in the Thirteenth Century. Princeton University Press, p. 141.
  6. Morris, Marc (2008). Edward I and the Forging of Britain. Windmill Books, p. 267-268.