ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เป็นแผนกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในศาลฎีกา เกิดขึ้นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ส่วนที่ 3 มาตรา 272 โดยระบุให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขึ้นในศาลฎีกา ให้องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วย ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน 9 คน ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับ และให้เลือกเป็นรายคดี อำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ตามในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550) ก็ยังคงแผนกนี้ไว้เช่นเดียวกัน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550[แก้]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก็ได้ยืนยันในหลักการดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ 2540 โดยในมาตรา 219 วรรคสี่ ก็ได้ระบุอำนาจและหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ

1. คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือคดีที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่นซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น รวมทั้งกรณีบุคคลอื่นที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ผู้ให้ ผู้ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลดังกล่าวเพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ด้วย ตามมาตรา 275 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง

2. คดีเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งเป็นการพิจารณาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ หรือจงใจยื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่ ตามมาตรา 263 วรรคหนึ่ง และมาตรา 264 วรรคหนึ่ง

3. คดีเกี่ยวกับการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน โดยคดีแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

3.1 คดีร่ำรวยผิดปกติ เป็นคดีที่บุคคลที่มีตำแหน่งต่าง ๆ ในข้อ 1 ถูกกล่าวร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 275 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 (1)(2)
3.2 คดีมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ เป็นคดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหรือตาย แล้วปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตามมาตรา 262 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 9(4)

4. คดีเกี่ยวกับกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 249 วรรคหนึ่ง

5. คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 219 วรรคสาม มาตรา 239 วรรคสอง และมาตรา 240

องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วย ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน 9 คน ซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับ และให้เลือกเป็นรายคดี โดยมีอำนาจและหน้าในการพิจารณาพิพากษาคดีตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด มีการนั่งพิจารณาคดีเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่การพิจารณาคดีจะแตกต่างจากวิธีพิจารณาที่ใช้ในคดีทั่วไปเนื่องจากเป็นระบบไต่สวน ซึ่งศาลมีอำนาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร ตามวิธีพิจารณาคดีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542

ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา คนปัจจุบัน คือ นายนายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว

ตัวอย่างคดีที่เข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง[1][แก้]

  • ปี 2544
  • ปี 2545
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2545 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2546 ระหว่าง อัยการสูงสุด ผู้ร้อง นายรักเกียรติ สุขธนะ ที่ 1, นางสุรกัญญา สุขธนะ ที่ 2 ผู้คัดค้าน เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
  • ปี 2546

เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

  • ปี 2547
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2547 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2548 ระหว่าง พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ กับพวก ผู้ร้อง ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ กับพวกรวม 9 คน ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ชั้นกรรมการไต่สวน)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2547 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2548 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ กับพวกรวม 9 คน จำเลย เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ป.ป.ช. ขึ้นเงินเดือนตนเองโดยไม่ชอบ)
  • ปี 2550
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2550 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 , คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ 2 จำเลย เรื่อง ความผิดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ที่ดินรัชดา)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายวัฒนา อัศวเหม จำเลย เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ที่ดินคลองด่าน)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ นายวัฒนา อัศวเหม จำเลย เรื่อง ชั้นอุทธรณ์ (ที่ดินคลองด่าน)
  • ปี 2551
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ระหว่าง คตส. โดย ป.ป.ช. โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน จำเลย เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ (หวยบนดิน)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม. 2/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 1/2551 ระหว่าง บริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ผู้ร้อง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ขอให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระตาม รธน. ม.275, 276)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551 ระหว่าง คตส. โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (เอ็กซิมแบงค์)
  • ปี 2552
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2552 ระหว่าง พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้อง นายชัย ชิดชอบ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (ขอให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระตาม รธน. ม.275, 276) (ส่งข้อความทางอิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนสถานที่ประชุมจากอาคารรัฐสภาไปกระทรวงการต่างประเทศ)
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.2/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.9/2552 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง นายยงยุทธ ติยะไพรัช (รมต. ก.ทรัพยากรธรรมชาติฯ) ผู้คัดค้าน เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
  • คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อม.8/2552 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง นายสมบัติ อุทัยสาง (รมช. ก.มหาดไทย) ผู้คัดค้าน เรื่อง จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]