รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ
足利幕府
อะชิกะงะ บะกุฟุ
รัฐบาลสำเร็จราชการโดยโชกุน

 

1338–1573


ตราประจำตระกูลอะชิกะงะ
เป็นตราราชการของรัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ

เมืองหลวง เคียวโตะ
ภาษา ภาษาญี่ปุ่นยุคกลาง
ศาสนา ชิมบุสึชูโง
รัฐบาล เผด็จการ ศักดินา ทหาร
จักรพรรดิ
 -  1332–1334 โคงง
 -  1557–1586 โองิมะชิ
โชกุน
 -  1338–1358 อะชิกะงะ ทะกะอุจิ
 -  1568–1573 อะชิกะงะ โยะชิอะกิ
ประวัติศาสตร์
 -  สถาปนา 11 สิงหาคม 1338
 -  การยอมแพ้ของ จักรพรรดิโกะ-คะเมะยะมะ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1392
 -  สงครามโอนิง 1467–1477
 -  โอะดะ โนะบุนะงะ ยึดเคียวโตะ 2 กันยายน 1573
สกุลเงิน มง

รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ (ญี่ปุ่น: 足利幕府 Ashikaga bakufu ?) หรือที่มักรู้จักในชื่อ รัฐบาลโชกุนมุโระมะชิ (ญี่ปุ่น: 室町幕府 Muromachi bakufu ?) เป็นระบอบการปกครองโดยกลุ่มทหารในญี่ปุ่นระหว่างปี ค.ศ. 1338-1573 ซึ่งมีโชกุนจากตระกูลอะชิกะงะ เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล

ห้วงเวลาใต้การปกครองของรัฐบาลโชกุนนี้รู้จักกันในชื่อ ยุคมุโระมะชิ ซึ่งมาจากชื่อถนนมุโระมะชิ ในนครเคียวโตะ

อะชิกะงะ ทะกะอุจิ สามารถจัดตั้งรัฐบาลโชกุนของเขาได้ อันเนื่องมาจากการต่อต้านของจักรพรรดิต่อรัฐบาลโชกุนคะมะกุระ รัฐบาลก่อนหน้า ดังนั้นรัฐบาลโชกุนอะชิกะงะจึงได้แบ่งอำนาจและหน่วยงานราชการให้กับฝ่ายราชสำนักมากกว่าสมัยคะมะกุระ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ เป็นรัฐบาลโชกุนที่มีอำนาจน้อยกว่ารัฐบาลโชกุนคะมะกุระ หรือ รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ ซึ่งระบบศักดินาส่วนกลางที่ใช้ในสมัยคะมะกุระก็ถูกแทนที่ด้วยระบบไดเมียว (ข้าหลวงของแต่ละท้องที่) ดังนั้นอำนาจทางการทหารของรัฐบาลโชกุนอะชิกะงะก็ขึ้นอยู่กับความจงรักภักดีของไดเมียว

รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะประกอบด้วย สถาบันโชกุนเป็นผู้นำสูงสุดของรัฐบาล การปกครองของรัฐบาลโชกุนฯแบ่งออกเป็นสองฝ่ายได้แก่ การปกครองส่วนกลาง และการปกครองส่วนภูมิภาค

โชกุนและคังเร[แก้]

เมื่ออะชิกะงะ ทะกะอุจิ (ญี่ปุ่น: 足利 尊氏 Ashikaga Takauji ? ) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเซอิไทโชงุง (ญี่ปุ่น: 征夷大将軍 Seii Taishōgun ? ) เป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลโชกุนฯ หรือ บะกุฟุ โดยที่โชกุนนั้นมาจากตระกูลอะชิกะงะ ซึ่งอ้างสิทธิ์ในตำแหน่งโชกุนผ่านการสืบเชื้อสายจากตระกูลเซวะเง็งจิ (ญี่ปุ่น: 清和源氏 Seiwa Genji ? ) ในช่วงสิบปีแรกของรัฐบาลโชกุนประเทศญี่ปุ่นยังคงตกอยู่ในช่วงสงครามระหว่างพระราชวงศ์ฝ่ายเหนือและฝ่าย ในยุคราชวงศ์เหนือใต้ (ญี่ปุ่น: 南北朝 Nanboku-chō ?) มีการแบ่งอำนาจกับระหว่างปฐมโชกุนทะกะอุจิและน้องชายคือ อะชิกะงะ ทะดะโยะชิ (ญี่ปุ่น: 足利 直義 Ashikaga Tadayoshi ?) โดยที่โชกุนทะกะอุจิดูแลเรื่องการทหารและการสงคราม ในขณะที่ทะดะโยะชิน้องชายดูแลเรื่องการบริหาร สองพี่น้องตระกูลอะชิกะงะปกครองญี่ปุ่นร่วมกันเป็นเวลาประมาณสิบปีจนกระทั่งสงครามปีคันโน (ญี่ปุ่น: 観応の擾乱 Kannō no shōran ?) โชกุนมะกะอุจิได้สร้างตำแหน่งชิซึจิ (ญี่ปุ่น: 執事 Shitsuji ?) หรือผู้สำเร็จราชการแทนโชกุนขึ้นมาแทนที่ทะดะโยะชิผู้เป็นน้องชาย ทำหน้าที่ในด้านการบริหารแทนโชกุน

ในค.ศ. 1362 โชกุนคนต่อมา อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ จัดตั้งตำแหน่ง คังเร (ญี่ปุ่น: 管領 Kanrei ?) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนโชกุนแทนที่ชิซึจิ โดยเพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลใหญ่ตระกูลเดียวมีอำนาจดังที่เป็นในยุคคะมะกุระ ผู้ดำรงตำแหน่งคังเรจึงเวียนมาจากสามตระกูลใหญ่เรียกว่า ซังกังเร (ญี่ปุ่น: 三管領 Sankanrei ?) ได้แก่ โฮะโซะกะวะ (ญี่ปุ่น: 細川 Hosokawa ?) ฮะตะเกะยะมะ (ญี่ปุ่น: 畠山 Hatakeyama ?) และชิบะ (ญี่ปุ่น: 志波 Shiba ?) อำนาจของคังเรมีแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย ในสมัยของโชกุนอะชิกะงะ โยะชิมิสึ (ญี่ปุ่น: 足利 義満 Ashikaga Yoshimitsu ?) ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งโชกุนด้วยอายุเพียงเก้าปี คังเรโฮะโซะกะวะ โยะริยุกิ (ญี่ปุ่น: 細川 頼之 Hosokawa Yoriyuki ?) จึงเป็นผู้ปกครองรัฐบาลโชกุนในทางพฤตินัย เมื่อโชกุนโยะชิมิสึเติบโตมีอำนาจเต็มแล้ว อำนาจของคังเรจึงลดลง หลังจากสงครามปีโอนิง (ญี่ปุ่น: 応仁の乱 Ōnin no Ran ?) อำนาจของสถาบันโชกุนลดลงมาก คังเรจึงขึ้นมามีอำนาจเหนือโชกุนสามารถปลดเปลี่ยนและตั้งโชกุนใหม่ได้ตามต้องการ

รายนามโชกุน[แก้]

  1. อะชิกะงะ ทะกะอุจิ, ปี 1338–1358
  2. อะชิกะงะ โยะชิอะกิระ, ปี 1359–1368
  3. อะชิกะงะ โยะชิมิสึ, ปี 1368–1394
  4. อะชิกะงะ โยะชิโมะชิ, ปี 1395–1423
  5. อะชิกะงะ โยะชิกะซุ, ปี 1423–1425
  6. อะชิกะงะ โยะชิโนะริ, ปี 1429–1441
  7. อะชิกะงะ โยะชิกะสึ, ปี 1442–1443
  8. อะชิกะงะ โยะชิมะซะ, ปี 1449–1473[1]
  9. อะชิกะงะ โยะชิฮิซะ, ปี 1474–1489[1]
  10. อะชิกะงะ โยะชิตะเนะ, ปี 1490–1493, 1508–1521[2]
  11. อะชิกะงะ โยะชิซุมิ, ปี 1494–1508[2]
  12. อะชิกะงะ โยะชิฮะรุ, ปี 1521–1546
  13. อะชิกะงะ โยะชิเตะรุ, ปี 1546–1565
  14. อะชิกะงะ โยะชิฮิเดะ, ปี 1568
  15. อะชิกะงะ โยะชิอะกิ, ปี 1568–1573

การปกครองส่วนกลาง[แก้]

รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะมีฐานที่มั่นตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต การปกครองส่วนกลางของรัฐบาลโชกุนฯมีหน้าที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับโชกุนและนครหลวง การปกครองส่วนกลางของรัฐบาลโชกุนอะชิกะงะนั้น ได้รับแบบอย่างโดยส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลโชกุนคะมะกุระ มีองค์กรต่างๆที่สำคัญดังนี้

  • ซะมุไร-โดะโกะโระ (ญี่ปุ่น: 侍所 Samurai-dokoro ?) เป็นสภาซึ่งดูแลกิจการของซะมุไรทั้งปวง เป็นตำรวจนครบาลภายในเมืองเกียวโต และเกณฑ์ไพร่พลจัดทัพของรัฐบาลโชกุนฯในการสู้รบต่างๆ สมาชิกในสภาซะมุไร-โดะโกะโระได้รับการแต่งตั้งจากโชกุนและมาจากตระกูลใหญ่ที่สำคัญในยุคมุโระมะชิสี่ตระกูลรองลงมาจากซังกังเร เรียกว่า ชิชิกิ (ญี่ปุ่น: 四職 Shishiki ?) ได้แก่ ตระกูลอิชชิกิ (ญี่ปุ่น: 一色 Isshiki ?) ตระกูลยะมะนะ (ญี่ปุ่น: 山名 Yamana ?) ตระกูลอะกะมะซึ (ญี่ปุ่น: 赤松 Akamatsu ?) และตระกูลเคียวโงะกุ (ญี่ปุ่น: 京極 Kyōgoku ?) หัวหน้าของสภาซะมุไร-โดะโกะโระ เรียกว่าโทนิง (ญี่ปุ่น: 頭人 Tōnin ?) ซึ่งมีอำนาจในบะกุฟุรองจากโชกุนและคังเร
  • เฮียวโจชู (ญี่ปุ่น: 評定衆 Hyōjōshū ?) และ ฮิกิซึเกะชู (ญี่ปุ่น: 引付衆 Hikitsuke-shū ?) มีหน้าตัดสินคดีความฟ้องร้องต่างๆของซะมุไร โดยที่ฮิกิซึเกะชูส่งสำนวนคดีความให้แก่เฮียวโจชูเป็นผู้ตัดสิน
  • มังโดะโกะโระ (ญี่ปุ่น: 政所 Mandokoro ?) เป็นสภาทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและการเงินของรัฐบาลโชกุนฯ หัวหน้าสภามังโดะโกะโระ เรียกว่า มังโดะโกะโระ-ชิซิจิ (ญี่ปุ่น: 政所執事 Mandokoro-shitsuji ?) ซึ่งเป็นตำแหน่งของตระกูลอิเซะ (ญี่ปุ่น: 伊勢 Ise ?)
  • มงชูโจ (ญี่ปุ่น: 問注所 Monchūjo ?)

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาคของญี่ปุ่นในสมัยมุโระมะชิเป็นไปตามระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) เช่นเดียวกับในยุคคะมะกุระ โดยที่รัฐบาลโชกุนมอบที่ดินให้แก่ซะมุไรให้ปกครอง โดยที่ซะมุไรเหล่านั้นมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในดินแดนของตนและเข้าร่วมศึกสงครามของรัฐบาลโชกุนเป็นการตอบแทน

แผนที่แสดงการแบ่งแคว้น หรือ คุนิ ของประเทศญี่ปุ่นในยุครัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ ยกเว้นเกาะฮกไกโดซึ่งยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

รัฐบาลโชกุนอะชิกะงะแบ่งประเทศญี่ปุ่นออกเป็น 66 แคว้น เรียกว่า คุนิ (ญี่ปุ่น:  kuni ?) ดังเช่นที่เคยเป็นมาแต่ก่อน ซึ่งในแต่ละคุนิรัฐบาลโชกุนฯแต่งตั้งเจ้าซะมุไรเข้าไปปกครองเรียกว่า ชุโงะ (ญี่ปุ่น: 守護 Shugo ?) หรือ ชุโงะไดเมียว (ญี่ปุ่น: 守護大名 Shugo-daimyō ?) ซึ่งชุโงะในยุคอะชิกะงะนั้นมีอำนาจเหนือดินแดนของตน เป็นอิสระจากรัฐบาลโชกุนส่วนกลางมากกว่าในยุคคะมะกุระ โดยที่ชุโงะสามารถเก็บภาษีในดินแดนของตน และส่งทอดตำแหน่งของตนเองต่อให้ลูกหลานได้

นอกเหนือจากชุโงะแล้ว ยังมีองค์กรส่วนภูมิภาคซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนสาขาย่อยของรัฐบาลโชกุนฯในแต่ละภูมิภาค ซึ่งตัวแทนเหล่านี้มีอาณาเขตอำนาจที่กว้างใหญ่และในเวลาต่อมาพัฒนากลับกลายเป็นศัตรูทางการเมืองของรัฐบาลโชกุนอะชิกะงะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การล่มสลายของอำนาจของรัฐบาลโชกุนในยุคเซ็งโงะกุ

เนื่องจากชุโงะมักจะพำนักอาศัยอยู่ภายในนครหลวงเกียวโต เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อโชกุนและเพื่อติดตามข่าวสารการเมือง การบริหารงานภายในแคว้นของตนนั้นชุโงะจึงดำเนินการผ่านผู้แทน เรียกว่า ชุโงะได (ญี่ปุ่น: 守護代 Shugo-dai ?)

คันโตคุโบ และ คันโตคังเร[แก้]

ในค.ศ. 1349 ปฐมโชกุนอะชิกะงะ ทะกะอุจิ แต่งตั้งให้บุตรชายของตนคือ อะชิกะงะ โมะโตะอุจิ (ญี่ปุ่น: 足利基氏 Ashikaga Motouji ?)  ดำรงตำแหน่งเป็น คันโตคังเร (ญี่ปุ่น: 関東管領 Kantō kanrei ?) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนโชกุนในภูมิภาคตะวันออกของญี่ปุ่น พำนักอยู่ที่เมืองคะมะกุระและมีอำนาจเหนือซะมุไรในภูมิภาคคันโตทั้งมวล เมื่ออะชิกะงะ โมะโตะอุจิถึงแก่กรรม ตำแหน่งคันโตคังเรจึงตกทอดแก่ลูกหลานของโมะโตะอุจิ และเนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งคันโตคังเรเป็นสมาชิกตระกูลอะชิกะงะระดับสูง ตำแหน่งนี้จึงได้รับการขนานนามว่า คันโตคุโบ (ญี่ปุ่น: 関東公方 Kantō kubō ?) หรือ โชกุนแห่งภูมิภาคคันโต ซึ่งคันโตคุโบมีผู้ช่วยเป็นผู้สำเร็จราชการอีกทอดหนึ่ง เรียกว่า ชิซึจิ เป็นตำแหน่งของตระกูลอุเอะซุงิ (ญี่ปุ่น: 上杉 Uesugi ?

ตำแหน่งคันโตคุโบกลับทำให้เสถียรภาพทางการเมืองของภูมิภาคคันโตตกต่ำลง เนื่องจากคันโตคุโบมักมีความขัดแย้งกับตระกูลอุเอะซุงิซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนตนอยู่เนืองๆ และนอกจากนี้คันโตคุโบยังมีความพยายามที่จะตั้งตนขึ้นเป็นอิสระจากรัฐบาลโชกุนฯที่เกียวโตนำไปสู่สงคราม หลังจากที่คันโตคุโบคนสุดท้ายถูกตระกูลอุเอะซุงิขับไล่ออกจากเมืองคะมะกุระไปในค.ศ. 1455 ไม่มีการแต่งตั้งสมาชิกตระกูลอะชิกะงะมาดำรงตำแหน่งนี้อีก ตำแหน่งคันโตคุโบจึงถูกล้มเลิกไป จากนั้นตระกูลอุเอะซุงิขึ้นเถลิงอำนาจในภูมิภาคคันโตโดยดำรงตำแหน่งเป็นคันโตคังเรในยุคเซ็งโงะกุ

คีวชูทังได[แก้]

ในสมัยราชวงศ์เหนือใต้ เกาะคีวชูเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังของพระราชวงศ์ฝ่ายใต้ โชกุนทะกะอุจิตั้งตำแหน่งคีวชูทังได (ญี่ปุ่น: 九州探題 Kyūshū-tandai ?) ขึ้นในค.ศ. 1336เพื่อดูแลปกครองเกาะคีวชูและปราบปรามกองกำลังของฝ่ายใต้ โดยมีฐานการบัญชาการอยู่ที่เมืองฮะกะตะ (ญี่ปุ่น: 博多 Hakata ? จังหวัดฟุกุโอะกะในปัจจุบัน) โดยตำแหน่งคีวชูทังไดในยุคต้นเป็นของตระกูลอิชชิกิ แต่ทว่าตระกูลอิชชิกิไม่สามารถปราบปรามกองกำลังของฝ่ายใต้ได้ ในค.ศ. 1370 สมัยของโชกุนโยะชิมิสึ คังเรโฮะโซะกะวะ โยะริยุกิซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทน แต่งตั้งให้ อิมะกะวะ ซะโดะโยะ (ญี่ปุ่น: 今川 貞世 Imagawa Sadayo ?) ดำรงตำแหน่งเป็นคีวชูทังได ซึ่งอิมะกะวะ ซะโดะโยะ สามารถปราบกองกำลังของฝ่ายใต้ซึ่งนำโดยเจ้าชายคะเนะโยะชิ (ญี่ปุ่น: 懐良親王 Kaneyoshi shinnō ?) ได้สำเร็จ แต่ทว่าหลังจากสูญสิ้นอำนาจของคังเรโฮะโซะกะวะ โยะริยุกิ โชกุนโยะชิมิสึมองว่า อิมะกะวะ ซะโดะโยะ เป็นคู่แข่งทางการเมือง จึงปลดอิมะกะวะ ซะโดะโยะ ออกจากตำแหน่งคีวชูทังไดไปในค.ศ. 1395 หลังจากนั้นตำแหน่งคีวชูทังไดเป็นของตระกูลชิบุกะวะ (ญี่ปุ่น: 渋川 Shibukawa ?) หลังจากที่เกาะคีวชูสงบเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งคีวชูทังไดจึงมีความสำคัญและอำนาจลดลง บรรดาชุโงะไดเมียวเจ้าครองแคว้นต่างๆบนเกาะคีวชูปฏิบัติตามคำสั่งของโชกุนที่เมืองเกียวโตโดยตรง

โอชูทังได[แก้]

ภูมิภาคโทโฮะกุนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของคันโตคุโบ ในค.ศ. 1392 โชกุนโยะชิมิสึตั้งตำแหน่ง โอชูทังได (ญี่ปุ่น: 奥州探題 Ōshū-tandai ?) ขึ้นเพื่อดูแลภูมิภาคโทโฮะกุ แต่ตำแหน่งโอชูทังไดนั้นในทางปฏิบัติมีอำนาจไม่มากและเป็นเพียงแค่ชุโงะตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Ackroyd, p. 298; n.b., Shogun Yoshimasa was succeeded by Shogun Yoshihisa (Yoshimasa's natural son), then by Shogun Yoshitane (Yoshimasa's first adopted son), and then by Shogun Yoshizumi (Yoshimasa's second adopted son)
  2. 2.0 2.1 Ackroyd, p. 385 n104; excerpt, "Some apparent contradictions exist in various versions of the pedigree owing to adoptions and name-changes. Yoshitsuna (sometimes also read Yoshikore) changed his name and was adopted by Yoshitane. Some pedegrees show Yoshitsuna as Yoshizumi's son, and Yoshifuyu as Yoshizumi's son."

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]