ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับปฏิบัติการรัฐประหารฮิตเลอร์ ดูที่ ปฏิบัติการวาลคิรี
สำหรับเทพปกรณัมนอร์ส ดูที่ วาลคิรี
ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก
โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับ ไบรอัน ซิงเกอร์
อำนวยการสร้าง คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี
ไบรอัน ซิงเกอร์
กิลเบอร์ต แอดเลอร์
เขียน คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี
นาธาน อเล็กซานเดอร์
นำแสดง ทอม ครูซ
เคนเนธ บรานาห์
บิล ไนอี
เอ็ดดี อิซซาร์ด
เทเรนซ์ สแตมพ์
ทอม วิลคินสัน
ดนตรีประกอบ จอห์น ออตต์แมน
กำกับภาพ นิวตัน โทมัส ซิเกล
ตัดต่อ จอห์น ออตต์แมน
ค่าย
  • ยูไนเต็ดอาร์ทิสต์ส
  • แบดแฮทแฮร์รีโปรดักชันส์
  • ครูซ/วากเนอร์โปรดักชันส์
  • สตูดิโอบาเบลส์เบิร์ก
จำหน่าย/เผยแพร่ เมโทร-โกลวิน-เมเยอร์ (สหรัฐอเมริกา)
ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ (ต่างประเทศ)
ฉาย 25 ธันวาคม ค.ศ. 2008 (สหรัฐอเมริกา)
22 มกราคม ค.ศ. 2009 (เยอรมนี)
23 มกราคม ค.ศ. 2009
(สหราชอาณาจักร)
19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 (ไทย)
ความยาว 124 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
เยอรมนี
ภาษา อังกฤษ
เยอรมัน
งบประมาณ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
รายได้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก (อังกฤษ: Valkyrie) เป็นภาพยนตร์อเมริกันในปี ค.ศ. 2008 นำแสดงโดย ทอม ครูซ, เคนเนธ บรานาห์, บิล ไนอี, เอ็ดดี อิซซาร์ด, เทเรนซ์ สแตมพ์, ทอม วิลคินสัน กำกับการแสดงโดย ไบรอัน ซิงเกอร์

เนื้อเรื่อง[แก้]

ดูบทความหลักที่: ปฏิบัติการวาลคิรี

ในสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้พันเคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟนแบร์ก ได้ตั้งคำถามกับตนเองว่า สิ่งที่ตนเองและนาซีกระทำไปนั้นถูกแล้วหรือ ในการทัพตูนิเซีย ชเตาฟ์เฟนแบร์กได้รับบาดเจ็บจนพิการ ตาข้างซ้ายบอดสนิท แขนขวาขาด แขนซ้ายเหลือใช้งานได้เพียง 3 นิ้ว จึงถูกย้ายไปทำงานเอกสารที่เบอร์ลิน

ขณะเดียวกันที่เบอร์ลิน ในปี ค.ศ. 1942 เป็นต้นมา สถานการณ์ในแนวรบด้านตะวันตกเริ่มบ่งชี้แล้วว่า ไรช์เยอรมันภายใต้การนำของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะพ่ายแพ้แก่สัมพันธมิตรอย่างแน่นอน นายทหารเยอรมันกลุ่มหนึ่งทั้งประจำการและนอกประจำการ และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามฮิตเลอร์ โดยการนำของ ผู้พันเฮนนิง ฟอน เทรสคอว์ และพลเอกฟรีดริช ออลบริชท์ รองผู้บัญชาการหน่วยกำลังสำรองที่เบอร์ลิน ได้ตกลงที่จะปฏิบัติลับ ๆ คือ ลอบสังหารฮิตเลอร์ แล้วเปิดการเจรจาสันติกับสัมพันธมิตร แต่ทว่าก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ได้สักที

เมื่อเทรสคอว์ได้พบกับชเตาฟ์เฟนแบร์ก ชเตาฟ์เฟนแบร์กแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องสังหารฮิตเลอร์เท่านั้น จึงจะหยุดสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ได้ โดยชเตาฟ์เฟนแบร์กจะเป็นผู้ลงมือเอง ที่สุด ในที่ประชุมตกลงกันว่า จะใช้แผน "วาลคิรี" ใช้ในการครั้งนี้ ซึ่งแผนวาลคิรีเป็นแผนปฏิบัติการที่ใช้รองรับสถานการณ์เมื่อเกิดการจลาจลหรือรัฐประหารขึ้นที่เบอร์ลิน อันเป็นฐานอำนาจทั้งหมดของฮิตเลอร์และนาซี โดยชเตาฟ์เฟนแบร์ก อยู่ในตำแหน่งที่จะเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ได้ และจะเป็นผู้นำแผนนี้ไปให้ฮิตเลอร์อนุมัติ ซึ่งพลเอกออลบริชท์จะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนแผนเอง แต่ทว่าแผนนี้จะสำเร็จได้ ก็ต้องอาศัยการสั่งการใช้กำลังทหารของ พลเอกฟรีดริช ฟรอมม์ ผู้บัญชาการกองกำลังสำรองเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดไม่แน่ใจว่าฟรอมม์จะยืนอยู่ข้างไหน

เมื่อทุกอย่างพร้อม ในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1944 ที่รังหมาป่า ฐานบัญชาการลับที่ปรัสเซียตะวันออก ชเตาฟ์เฟนแบร์กพร้อมด้วยนายทหารติดตามได้เข้าไปประชุมการวางแผนการรบที่นั่น เป็นโอกาสเดียวที่จะลอบสังหารฮิตเลอร์ได้ แม้การสื่อสารจะถูกตัดและระเบิดพลาสติกจะระเบิดตามแผนในเวลาเที่ยง และชเตาฟ์เฟนแบร์กสามารถเล็ดรอดกลับมายังเบอร์ลินได้ แต่ว่าที่เบอร์ลิน ปฏิบัติการวาลคิรีก็ยังไม่เกิดขึ้นเพราะไม่แน่ใจว่าฮิตเลอร์เสียชีวิตแล้วหรือยัง ออลบริชท์ได้เพียงแต่สั่งให้กองกำลังสำรองจัดแถวเตรียมพร้อมรับคำสั่งเท่านั้น ท่ามกลางความสงสัยของกองกำลังทั้งหมด ปฏิบัติการจึงเริ่มอย่างฉุกละหุกในเวลาบ่าย โดยควบคุมตัวสมาชิกพรรคนาซีคนสำคัญ ๆ เช่น โยเซฟ เกิบเบลส์ และผู้บัญชาการตำรวจเบอร์ลินก็ยอมตาม แผนทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นไปได้อย่างดี ฟรอมม์ก็ถูกควบคุมตัว ออลบริชท์ได้เข้าคุมเบอร์ลิน แต่ว่าในเวลาพลบค่ำ เมื่อปรากฏชัดเจนแล้วว่า ฮิตเลอร์ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดก็เริ่มขัดขืนและต่อต้าน ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดจบลงที่การประหารชีวิตหรือฆ่าตัวตาย รวมทั้งฟรอมม์ด้วย แม้กระทั่งจะพยายามกลับตัวมาต่อต้านเพื่อหวังจะให้ตนพ้นโทษ แต่ก็ไม่รอดเนื่องจากไม่สามารถหยุดยั้งการปฏิบัติการครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้

ตัวละคร[แก้]

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

Valkyrie เป็นภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ตื่นเต้นเร้าใจ ที่มีเนื้อเรื่องในไรช์ที่สามในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เกี่ยวกับแผนลับ 20 กรกฎาคม โดยนายทหารจำนวนหนึ่งที่ลอบสังหารอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โดยใช้ปฏิบัติการวาลคิรีในวาระฉุกเฉินเพื่อควบคุมประเทศ ภายใต้การกำกับของ ไบรอัน ซิงเกอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์หนุ่มที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากภาพยนตร์หลายเรื่องก่อนหน้านั้น เช่น The Usual Suspects ในปี ค.ศ. 1996 และ X-Men ในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งซิงเกอร์เปิดเผยว่า ตนมีความตั้งใจที่จะผลิตภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองหรือนาซีเยอรมันอยู่แล้ว โดยจะเห็นได้จากฉากเปิดเรื่องในเรื่อง X-Men เป็นต้น[2]

นำแสดงโดย ทอม ครูซ นักแสดงชาวอเมริกัน มารับบท พันโท เคลาส์ ฟอน ชเตาฟ์เฟนแบร์ก ผู้เป็นแกนหลักในปฏิบัติการครั้งนี้และเป็นตัวเอกในเรื่อง ซึ่งหน้าตาของครูซเมื่อหันด้านข้างคล้ายกับชเตาฟ์เฟนแบร์กเป็นอย่างมาก[3] พร้อมด้วยนักแสดงระดับคุณภาพมากมาย ทั้ง เคนเนธ บรานาห์, เทอร์เรนซ์ แสตมป์, บิล ไนอี, ทอม วิลคินสัน และ เอ็ดดี้ อิซซาร์

แต่การที่ครูซมารับบทบาทแสดงในเรื่องนี้ทำให้เกิดข้อพิพาทขึ้นกับนักการเมืองเยอรมันและครอบครัวของชเตาฟ์เฟนแบร์ก เพราะด้วยความเชื่อของครูซที่เชื่อในลัทธิไซแอนโทโลจีซึ่งเป็นข้อคลางแคลงใจกับชาวเยอรมัน หนังสือพิมพ์และผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ต่างสนับสนุนภาพยนตร์โดยให้ความรู้เกี่ยวกับแผนของชเตาฟ์เฟนแบร์ก การทำภาพยนตร์ในช่วงแรกค่อนข้างไปเป็นได้ด้วยความยากลำบากเนื่องจากสถานที่ถ่ายทำในเยอรมนีเนื่องจากเกิดข้อพิพาท แต่ต่อมาก็ดำเนินการได้เนื่องจากสถานที่ถ่ายทำมีความเหมาะสมกับตัวเนื้อเรื่อง อย่างเช่นที่ โบราณสถานเบนเดลอร์บล็อก อันเป็นฐานบัญชาการจริงของปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งการออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายทำได้เหมือนจริงมาก แม้กระทั่งหญิงชราชาวเยอรมันผู้หนึ่งผ่านมาพบเห็นเข้า ถึงกับอุทานและเอ่ยว่า เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นอีกครั้ง ซึ่งเธอผู้นี้ได้อาศัยอยู่ที่เบอร์ลินในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจริง ๆ [2][4]

ภาพยนตร์เลื่อนฉายอยู่หลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงต้นคือ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2008 ไปเป็น 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 การเปลี่ยนตารางเวลาและการตอบรับไม่ดีในการทำตลาด เป็นสิ่งประเมินผลงานความอยู่รอดของบริษัทผู้สร้าง หลังจากการฉายรอบทดสอบได้รับเสียงบวก ภาพยนตร์ก็ออกฉายในอเมริกาเหนือ เปลี่ยนไปเป็นวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 2008 โดย ยูไนเต็ด อาร์ติสต์ ได้ทำแผนการตลาดใหม่โดยลดการเน้นภาพลักษณ์ของครูซลงและชูผลงานของผู้กำกับขึ้นแทน ภาพยนตร์ได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งบวกและลบ คละกันไปในสหรัฐอเมริกา เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2009 ได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งบวกและลบจากชาวเยอรมัน จนถึงวันนี้ภาพยนตร์ทำรายได้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก[1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "Valkyrie (2008)". Box Office Mojo. Box Office Mojo, LLC. http://www.boxofficemojo.com/movies/?id=valkyrie.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ April 13, 2009. 
  2. 2.0 2.1 สารคดีเบื้องหลังการถ่ายทำในดีวีดีภาพยนตร์
  3. Valkyrie Review (อังกฤษ)
  4. Stauffenberg's Son on Tom Cruise Film (อังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]