มาร์โกส โรโฆ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาร์โกส โรโฆ
Marcos Rojo 2018.jpg
โรโฆกับอาร์เจนตินาในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม เฟาส์ติโน มาร์โกส อัลเบร์โต โรโฆ
วันเกิด 20 มีนาคม ค.ศ. 1990 (28 ปี)[1]
สถานที่เกิด ลาปลาตา อาร์เจนตินา
ส่วนสูง 1.89 เมตร[1]
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 16
สโมสรเยาวชน
2000–2008 เอสตูดิเอนเตสเดลาปลาตา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2008–2011 เอสตูดิเอนเตสเดลาปลาตา 43 (3)
2011–2012 สปาร์ตัคมอสโก 8 (0)
2012–2014 สปอร์ติงลิสบอน 49 (5)
2014– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 68 (1)
ทีมชาติ
2011– อาร์เจนตินา 59 (3)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2018
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2018

เฟาส์ติโน มาร์โกส อัลเบร์โต โรโฆ (สเปน: Faustino Marcos Alberto Rojo) เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1990 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในตำแหน่งกองหลัง เป็นกองหลังดาวรุ่งจากฟุตบอลโลก 2014 โดยเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา โรโฆเริ่มอาชีพนักฟุตบอลที่สโมสรท้องถิ่นเอสตูดิเอนเตสเดลาปลาตา และคว้าแชมป์โกปาลิเบร์ตาโดเรสในปี ค.ศ. 2009 หลังจากนั้นเขาย้ายไปที่สโมสรสปาร์ตัคมอสโกและสปอร์ติงลิสบอน หลังจากทำผลงานในฟุตบอลโลก 2014 สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ซื้อตัวเขาไปในราคา 16 ล้านปอนด์

ประวัติการค้าแข้ง[แก้]

มาร์กอส โรโฆ เป็นกองหลังที่ดุดันตามแบบฉบับแข้งชาวอาร์เจนตินา โดยมีรูปแบบการเข้าสกัดที่รุนแรงซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แฟนบอลชื่นชอบในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด นักเตะจากทวีปอเมริกาใต้ มีความชื่นชอบการปะทะทางร่างกายเหมือนกับที่มีให้รอยสัก โดยคำว่า "Pride" และ "Glory" ถูกสลักลงบนต้นขาของเขา เพื่อส่งคำเตือนไปยังกองหน้ารายใดก็ตาม

โรโฆโชว์ผลงานโดดเด่นที่สุดตลอดช่วงเวลาสามปีกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2016/2017 ก่อนที่อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดจะทำให้เขาต้องปิดเทอม ตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเป็นจุดที่เปิดโอกาสให้ทุกคนตอนซีซั่นเริ่มต้นขึ้น และเขาก็คว้าเอาไว้ได้ โดยเป็นกำลังสำคัญในแผงแบ็คโฟร์ที่เหนียวแน่นที่สุดของลีก ทั้งความโหดเหี้ยมในจังหวะเข้าสกัดและความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ โรโฆกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมโดยพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก คัพและยูโรปาลีกมาครอง

ฤดูกาลที่ประเดิมสนามกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของเขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บ รวมทั้งอาการไหล่หลุดในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี โรโฆลงเล่นไปแค่ 26 นัด จากทุกรายการ แต่ก็ยิงประตูได้ในการแข่งขันเอฟเอคัพ ที่เอาชนะเคมบริดจ์ยูไนเต็ด 3-0 ปราการหลังสารพัดประโยชน์ของยูไนเต็ด ปิดฉากฤดูกาล 2015/2016 ด้วยการรับใช้ทีมชาติในการแข่งขันโคปาอเมริกาจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา แต่ต้องพบกับความผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศเพราะทีมชาติอาร์เจนตินาพ่ายการดวลจุดโทษให้กับทีมชาติชิลี ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรอบชิงดำ ปี 2015

อาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วและอาการบาดเจ็บในส่วนอื่นทำให้ฤดูกาลที่สองของโรโฆกับปีศาจแดงต้องหยุดชะงัก แต่เขาได้ลงสนามมากขึ้นเป็น 28 นัด และคว้าเหรียญรางวัลแรกจากชัยชนะในศึกเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศเหนือคริสตัลพาเลซที่สนามเวมบลีย์

โรโฆได้รับความสนใจจากยูไนเต็ดตอนโชว์ฟอร์มโดดเด่นในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งเขามีส่วนร่วมรับใช้ชาติ 6 จาก 7 นัด พลาดไปเพียงเกมเดียวในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบทีมชาติเบลเยียมเนื่องจากติดโทษแบน กองหลังรายนี้ยังสามารถยิงประตูแรกให้กับอาร์เจนตินาระหว่างการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่เอาชนะทีมชาติไนจีเรีย 3-2 โดยนักวิเคราะห์ของ Castrol Index ยังได้เลือกให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ด้วยผลงานเฉลี่ย 9.5 เต็ม 10 คะแนนอีกด้วย

อาเลคันโดร ซาเบลา กุนซือฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ณ เวลานั้น เคยร่วมงานกับโรโฆสมัยอยู่ด้วยกันที่เอสตูเดียนเตส โดยเถลิงแชมป์โกปาลิเบร์ตาโดเรสในปี 2009 และรับใช้ตอร์เนโออาเปร์ตูราหนึ่งปีหลังจากนั้น ถัดมาเขาได้ย้ายมาค้าแข้งที่ยุโรปกับสปาร์ตัคมอสโก แต่ก็ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในรัสเซียให้อดีตต้นสังกัดของเนมันยา วีดิช อย่างไรก็แล้วแต่ โอกาสในการติดทีมชาติอาร์เจนตินายังไม่หายไป และเขาก็ได้มีส่วนร่วมลงแข่งขันโคปาอเมริกา ซึ่งก็ยังสามารถพิสูจน์คุณค่าในเวทีระดับสูงสุด

การย้ายไปค้าแข้งให้กับสปอร์ติงเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 ด้วยค่าตัวประมาณ 3.5 ล้านปอนด์ และหลังจากที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตในลีกโปรตุเกส เขาสามารถโชว์ผลงานที่โดดเด่นตลอดฤดูกาล 2013/14 ช่วยให้ทีมจบในตำแหน่งรองแชมป์ตามหลังไบฟีกา แม้ว่าจะลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายให้กับอาร์เจนตินาเป็นส่วนใหญ่ แต่โรโฆมักถูกจับมายืนเป็นกองหลังตัวกลางในแนวรับของสปอร์ติงซึ่งถือว่าเหมาะสมกับแผงหลังสามคน ส่งผลประโยชน์ต่อมายังระบบการเล่น 3-5-2 ของลูวี ฟัน คาล ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จึงได้ดึงเข้าร่วมทีม

โรโฆ ในภาษาสเปนแปลว่า "แดง" โรโฆกลายเป็นผู้เล่นชาวอาร์เจนตินาคนที่สี่ซึ่งย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถัดจากควน เซบัสเตียน เบรอน อดีตเพื่อนร่วมทีมเอสตูเดียนเตส, กาเบรียล เอย์นเซ และการ์โลส เตเบซ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "2018 FIFA World Cup Russia – List of Players: Argentina" (PDF). FIFA. 4 June 2018. p. 1. สืบค้นเมื่อ 19 June 2018. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]