บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์
Bastian Schweinsteiger - July 2015 (cropped).jpg
ชไวน์ชไตเกอร์ขณะเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในปี ค.ศ. 2015
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์[1]
วันเกิด 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984 (33 ปี)[1]
สถานที่เกิด คอลเบอร์มัวร์, เยอรมนีตะวันตก
ส่วนสูง 1.83 เมตร (6 ฟุต 0.0 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ชิคาโก ไฟร์[3]
หมายเลข 31
สโมสรเยาวชน
1990–1992 เอฟเฟา ออเบอร์เราดอร์ฟ
1992–1998 เทเอ็สเฟา 1860 รอเซนไฮม์
1998–2002 บาเยิร์นมิวนิก
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2001–2005 บาเยิร์นมิวนิก 2 34 (2)
2002–2015 บาเยิร์นมิวนิก 342 (45)
2015–2017 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 18 (1)
2017– ชิคาโก ไฟร์ 25 (3)
ทีมชาติ
2000 เยอรมนี อายุไม่เกิน 16 ปี 1 (0)
2001–2002 เยอรมนี อายุไม่เกิน 18 ปี 11 (2)
2002–2003 เยอรมนี อายุไม่เกิน 19 ปี 7 (2)
2004 เยอรมนี อายุไม่เกิน 21 ปี 7 (2)
2004–2016 เยอรมนี 121 (24)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20:17, 15 เมษายน ค.ศ. 2017 (UTC)

† ลงเล่น (ประตู)

บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์ (เยอรมัน: Bastian Schweinsteiger, เกี่ยวกับเสียงนี้ De-Bastian_Schweinsteiger.ogg ; เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984) นักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรชิคาโก ไฟร์ ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ของสหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้านั้นชไวน์ชไตเกอร์เคยเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิกในบุนเดสลีกาของประเทศเยอรมนี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ ในปัจจุบันได้เลิกเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนี แล้ว

ชไวน์ชไตเกอร์มีฉายาหรือชื่อเล่นว่า "ชไวนี" เป็นนักฟุตบอลที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง โดยสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง นอกจากนี้ยังเคยรับหน้าที่เป็นรองกัปตันทีมบาเยิร์นมิวนิกคู่กับฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมตัวจริงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมบาเยิร์นมิวนิกและทีมชาติเยอรมนี

เส้นทางอาชีพฟุตบอล[แก้]

บาเยิร์นมิวนิก[แก้]

ฤดูกาล 2002–2004[แก้]

ชไวน์ชไตเกอร์ เซ็นสัญญากับบาเยิร์นมิวนิก เป็นผู้เล่นทีมเยาวชนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1998[2] และสามารถเล่นผ่านเกณฑ์ของสโมสรเยาวชนของบาเยิร์นมิวนิก ในชุดเยาวชนชไวน์ชไตเกอร์ ที่มีความสามารถแข่งสกีที่เขาจะต้องตัดสินใจระหว่างการใฝ่หาอาชีพเป็นมืออาชีพในการเล่นสกีหรือหนึ่งในฟุตบอล แต่เขาก็จัดสินใจได้เล่น ฟุตบอล แทน สกี ต่อมาได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนเยอรมันในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2002

ชไวน์ชไตเกอร์เป็นกองกลางที่ยังเหลือที่ยังสามารถเล่นบนด้านขวาให้เขามีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงหนี กองกลาง และ กองหลัง ของฝ่ายตรงข้าม ชไวน์ชไตเกอร์ ยังเก่งในด้านการยิง จุดโทษ โดยส่วนใหญ่เขามักจะยิงเข้าเป็นประจำ และ เขาสามารถเล่นเป็นกองกลางป้องกันหรือเป็นคนคอยจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมที่เป็น กองหน้า ในระหว่างการปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในสิบเอ็ดตำแหน่งที่เขาเล่นที่ หลังจากเพียงสองช่วงการฝึกอบรมกับทีมเป็นครั้งแรกโดยมีผู้จัดการทีมชื่อ อ็อตมาร์ ฮิดฟิลด์ ซึ่งเขาคอยให้โอกาส ชไวน์ชไตเกอร์ เปิดตัวในฐานะผู้เล่นสำรองในช่วงครึ่งหลังในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับ เอฟซี เลนส์ ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยเป็นนักฟุตบอลเยาวชนคนแรกในปี ค.ศ. 2002 ที่ได้ลงเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งในตอนเจอกับ เอฟซี เลนส์ เขาได้จ่ายบอลให้กับกองกลาง รุ่นพี่ ซึ่งคือ มาร์คัส ฟูลเลอร์ ทำประตูให้ทีมชนะเลนส์ไป 3-1 และต่อมาในเดือน ธันวาคม เขาได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นอาชีพให้กับ สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิก ซึ่งในตอนนั้นเขาได้เล่นให้ บาเยิร์นเพียง 14 เกม ก่อนที่จะปิดฤดูกาล 2002-03 และต่อมาฤดูกาล 2003-04ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ลงเล่น 26 นัด และได้ทำประตูแรกให้กับบาเยิร์นในนัดที่เจอกับ วูลฟ์ บัวร์ก ใน เดือนกันยายน ค.ศ. 2003

ฤดูกาล 2005–2015[แก้]

ในฤดูกาล 2005–06 บาเยิร์นได้เปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ชื่อ เฟลิกซ์ มากัท ซึ่งเขาได้เรียกให้ชไวน์ชไตเกอร์มาเป็นนักเตะคนแรกของเยาวชนที่ได้เล่นในนัดแรกในนัดที่เจอกับ โบรุสเซียเมินเชนกลัดบัค และในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ทำประตูในนาทีที่ 48 ให้บาเยิร์นเสมอกับดอร์ทมุนต์ ไป 3-3 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นแชมป์บุนเดสลีกากับเดเอฟเบโพคาล ซึ่งในฤดูกาลนี้ ชไวน์ชไตเกอร์ ทำประตูไปได้ 3 ประตู จากการลงเล่น 42 นัด

ต่อมาสามฤดูกาลจนถึงสิ้นปี 2007–08 ชไวน์ชไตเกอร์ปรากฏตัว 135 ครั้งในการแข่งขันทั้งหมดบาเยิร์นมิวนิกรวมทุกถ้วย (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, บุนเดสลีกาและถ้วยต่าง ๆ ภายในประเทศ) ยิงได้ 10 ประตูในทุกรายการ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ชไวน์ชไตเกอร์ติดอันดับรายชื่อผู้ทำประตูของฤดูกาล 2008-09 โดยได้ทำไป 12 ประตู และในเดือนธันวาคม 2010 เขาได้ขยายสัญญาของเขากับบาเยิร์นจนถึงปี ค.ศ. 2016

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2012 ชไวน์ชไตเกอร์ นัดที่สองตอนเจอกับเรอัลมาดริด ผลออกมาเสมอ ไป 2-2 และต้องดวลจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์สามารถยิงจุดโทษได้เป็นคนสุดท้ายทำให้บาเยิร์นชนะจุดโทษไป 3-1 และนัดสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ กับเชลซี ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 โดยผลออกมาเสมอ 1-1 โดยต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์ยิงปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของเชลซีป้องกันลูกจุดโทษไว้ได้ และทำให้ทีมพลาดแชมป์ไปด้วยการแพ้จุดโทษเชลซีไป 4-3

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

จนกระทั่งสิ้นสุดฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ที่เยอรมนีได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นทีมชาติจากยุโรปทีมแรกที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกที่ทวีปอเมริกาใต้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ซึ่งเป็นกัปตันทีมได้ประกาศหยุดเล่นให้กับทีมชาติไป ชไวน์ชไตเกอร์จึงรับตำแหน่งกัปตันทีมชาติแทน และลงเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิกเป็นฤดูกาลสุดท้าย และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2014–15 ที่บาเยิร์นมิวนิกได้แชมป์บุนเดสลีกาอีกสมัย ชไวน์ชไตเกอร์ก็ได้ย้ายไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 14.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) และสัญญา 3 ปี แม้จะมีวัยถึง 31 ปีแล้วก็ตาม โดยย้ายเข้ามาพร้อมกับ มอร์แกน ชเนแดร์แล็ง นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจากเซาแทมป์ตันพร้อมกัน[4]

แต่ทว่าชไวน์ชไตเกอร์มิได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาการบาดเจ็บกอรปกับอายุที่มาก จนกระทั่งในฤดูกาลต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เปลี่ยนผู้จัดการสโมสรและหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นโชเซ มูรีนโย ชไวน์ชไตเกอร์ถูกสั่งให้ไปฝึกซ้อมและเล่นกับทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งถือเป็นการลดชั้น จึงถูกมองว่ามีปัญหากับมูรีนโยและอาจจะได้ย้ายสโมสรในไม่ช้า[5]

ทีมชาติ[แก้]

ชไวน์ชไตเกอร์ เล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีเป็นนัดสุดท้ายในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ในนัดกระชับมิตรระหว่างเยอรมนีกับฟินแลนด์ ที่สนามโบรุสเซีย-พาร์ค ในเมืองเมินเชนกลัดบัค โดยเป็นกัปตันทีม [6] โดยมีพิธีอำลาจัดให้ก่อนการแข่งขัน[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "List of Players" (PDF). FIFA. 4 June 2010. http://www.fifa.com/mm/document/tournament/competition/01/22/85/78/fwc_2010_squadlists.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 January 2012. 
  2. 2.0 2.1 "Bastian Schweinsteiger" (ในภาษาGerman). FC Bayern Munich. Archived from the original on 7 October 2008. https://web.archive.org/web/20081007125500/www.fcbayern.de/de/teams/profis/bastian-schweinsteiger/index.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 September 2008. 
  3. Marshall, Adam (29 March 2017). "SCHWEINSTEIGER SEALS CHICAGO FIRE MOVE". http://www.manutd.com/en/News-And-Features/Football-News/2017/Mar/bastian-schweinsteiger-completes-move-from-manchester-united-to-chicago-fire.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 29 March 2017. 
  4. "อย่างหล่อ! “ชไวนี” ควง “ชไนเดอแลง” เปิดตัวสวมชุด “ผี” ครั้งแรก". ผู้จัดการออนไลน์. 13 July 2015. http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9580000079289. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 July 2015. 
  5. "“ชไวนี” ปัดเกาเหลา “มู” เปรยสนค้าแข้ง MLS". ผู้จัดการออนไลน์. August 30, 2016. สืบค้นเมื่อ August 31, 2016. 
  6. หน้า 20 กีฬา, เบียร์เตะสั่งลา'ชไวนี' น่าเปิดรังขยี้ฟินแลนด์ โดย พริตตี ฮันเตอร์. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,429: วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 แรม 13 ค่ำ เดือน 9 ปีวอก
  7. "ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง เยอรมนี เปิดบ้านเอาชนะ ฟินแลนด์". ช่อง 7. September 1, 2016. สืบค้นเมื่อ September 1, 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]