บัสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บัสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์
Bastian Schweinsteiger 20120609.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
เกิด 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984 (30 ปี)
เกิดที่ คอลเบอร์มอร์ เยอรมนี
สูง 1.83 เมตร (6.0 ฟุต)
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ชุดเยาวชน
1990–1992 FV Oberaudorf
1992–1998 TSV 1860 Rosenheim
1998–2002 บาเยิร์นมิวนิก
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2002–2004 บาเยิร์นมิวนิก II 34 (2)
2002–2015 บาเยิร์นมิวนิก 342 (45)
2015– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 0 (0)
ทีมชาติ
เยอรมนี อายุไม่เกิน 21 ปี 7 (2)
2004– เยอรมนี 111 (23)
* จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2015.

† ลงเล่น (ประตู)

‡ จำนวนนัดที่ลงเล่นและจำนวนประตูให้ทีมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2015
บัสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์

บัสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์ (เยอรมัน: Bastian Schweinsteiger เกี่ยวกับเสียงนี้ De-Bastian_Schweinsteiger.ogg ) เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984 ปัจจุบันเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้นชไวน์ชไตเกอร์เล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิก ในบุนเดสลีกาของประเทศเยอรมนี มาอย่างยาวนาน

ชไวน์ชไตเกอร์มีฉายาหรือชื่อเล่นว่า "ชไวนี" เป็นนักฟุตบอลที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง โดยสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เป็นรองกัปตันทีมบาเยิร์นมิวนิกคู่กับฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมตัวจริงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมบาเยิร์นมิวนิกและทีมชาติเยอรมนี

เส้นทางอาชีพฟุตบอล[แก้]

บาเยิร์นมิวนิก[แก้]

ฤดูกาล 2002-2004[แก้]

ชไวน์ชไตเกอร์ เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิก เป็นผู้เล่นทีมเยาวชนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1998[1] และสามารถเล่นผ่านเกณฑ์ของสโมสรเยาวชนของบาเยิร์นมิวนิก ในชุดเยาวชนชไวน์ชไตเกอร์ ที่มีความสามารถแข่งสกีที่เขาจะต้องตัดสินใจระหว่างการใฝ่หาอาชีพเป็นมืออาชีพในการเล่นสกีหรือหนึ่งในฟุตบอล แต่เขาก็จัดสินใจได้เล่น ฟุตบอล แทน สกี ต่อมาได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนเยอรมันในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2002

ชไวน์ชไตเกอร์เป็นกองกลางที่ยังเหลือที่ยังสามารถเล่นบนด้านขวาให้เขามีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงหนี กองกลาง และ กองหลัง ของฝ่ายตรงข้าม ชไวน์ชไตเกอร์ ยังเก่งในด้านการยิง จุดโทษ โดยส่วนใหญ่เขามักจะยิงเข้าเป็นประจำ และ เขาสามารถเล่นเป็นกองกลางป้องกันหรือเป็นคนคอยจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมที่เป็น กองหน้า ในระหว่างการปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในสิบเอ็ดตำแหน่งที่เขาเล่นที่ หลังจากเพียงสองช่วงการฝึกอบรมกับทีมเป็นครั้งแรกโดยมีผู้จัดการทีมชื่อ อ็อตมาร์ ฮิดฟิลด์ ซึ่งเขาคอยให้โอกาส ชไวน์ชไตเกอร์ เปิดตัวในฐานะผู้เล่นสำรองในช่วงครึ่งหลังในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับ เอฟซี เลนส์ ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยเป็นนักฟุตบอลเยาวชนคนแรกในปี ค.ศ. 2002 ที่ได้ลงเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งในตอนเจอกับ เอฟซี เลนส์ เขาได้จ่ายบอลให้กับกองกลาง รุ่นพี่ ซึ่งคือ มาร์คัส ฟูลเลอร์ ทำประตูให้ทีมชนะเลนส์ไป 3-1 และต่อมาในเดือน ธันวาคม เขาได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นอาชีพให้กับ สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิก ซึ่งในตอนนั้นเขาได้เล่นให้ บาเยิร์นเพียง 14 เกม ก่อนที่จะปิดฤดูกาล 2002-03 และต่อมาฤดูกาล 2003-04ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ลงเล่น 26 นัด และได้ทำประตูแรกให้กับบาเยิร์นในนัดที่เจอกับ วูลฟ์ บัวร์ก ใน เดือนกันยายน ค.ศ. 2003

ฤดูกาล 2005-2015[แก้]

ในฤดูกาล 2005-06 บาเยิร์นได้เปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ชื่อ เฟลิกซ์ มากัท ซึ่งเขาได้เรียกให้ชไวน์ชไตเกอร์มาเป็นนักเตะคนแรกของเยาวชนที่ได้เล่นในนัดแรกในนัดที่เจอกับ โบรุสเซียเมินเชนกลัดบัค และในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ทำประตูในนาทีที่ 48 ให้บาเยิร์นเสมอกับดอร์ทมุนต์ ไป 3-3 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นแชมป์บุนเดสลีกากับเดเอฟเบโพคาล ซึ่งในฤดูกาลนี้ ชไวน์ชไตเกอร์ ทำประตูไปได้ 3 ประตู จากการลงเล่น 42 นัด

ต่อมาสามฤดูกาลจนถึงสิ้นปี 2007-08 ชไวน์ชไตเกอร์ปรากฏตัว 135 ครั้งในการแข่งขันทั้งหมดบาเยิร์นมิวนิกรวมทุกถ้วย (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, บุนเดสลีกาและถ้วยต่าง ๆ ภายในประเทศ) ยิงได้ 10 ประตูในทุกรายการ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ชไวน์ชไตเกอร์ติดอันดับรายชื่อผู้ทำประตูของฤดูกาล 2008-09 โดยได้ทำไป 12 ประตู และในเดือนธันวาคม 2010 เขาได้ขยายสัญญาของเขากับบาเยิร์นจนถึงปี ค.ศ. 2016

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2012 ชไวน์ชไตเกอร์ นัดที่สองตอนเจอกับเรอัลมาดริด ผลออกมาเสมอ ไป 2-2 และต้องดวลจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์สามารถยิงจุดโทษได้เป็นคนสุดท้ายทำให้บาเยิร์นชนะจุดโทษไป 3-1 และนัดสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ กับเชลซี ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 โดยผลออกมาเสมอ 1-1 โดยต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์ยิงปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของเชลซีป้องกันลูกจุดโทษไว้ไม่ได้ และทำให้ทีมเป็นแชมป์ไปด้วยการชนะจุดโทษไป 4-3

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

จนกระทั่งสิ้นสุดฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ที่เยอรมนีได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นทีมชาติจากยุโรปทีมแรกที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกที่ทวีปอเมริกาใต้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ซึ่งเป็นกัปตันทีมได้ประกาศหยุดเล่นให้กับทีมชาติไป ชไวน์ชไตเกอร์จึงรับตำแหน่งกัปตันทีมชาติแทน และลงเล่นให้กับบาเยิร์นมิวนิกเป็นฤดูกาลสุดท้าย และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2014–15 ที่บาเยิร์นมิวนิกได้แชมป์บุนเดสลีกาอีกสมัย ชไวน์ชไตเกอร์ก็ได้ย้ายไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 14.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) และสัญญา 3 ปี แม้จะมีวัยถึง 31 ปีแล้วก็ตาม โดยย้ายเข้ามาพร้อมกับ มอร์แกน ชเนแดร์แล็ง นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจากเซาแทมป์ตันพร้อมกัน[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Bayern_Profile
  2. "อย่างหล่อ! “ชไวนี” ควง “ชไนเดอแลง” เปิดตัวสวมชุด “ผี” ครั้งแรก". ผู้จัดการออนไลน์. 13 July 2015. สืบค้นเมื่อ 14 July 2015. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]