บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์
CINvCHI 2017-06-28 - Bastian Schweinsteiger (27329406048) (cropped).jpg
ชไวน์ชไตเกอร์กับชิคาโกไฟร์ใน ค.ศ. 2017
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์[1]
วันเกิด (1984-08-01) 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984 (38 ปี)[1]
สถานที่เกิด คอลเบอร์มัวร์ เยอรมนีตะวันตก
ส่วนสูง 1.83 m (6 ft 0 in)[2]
ตำแหน่ง กองกลาง
สโมสรเยาวชน
1990–1992 เอฟเฟา ออเบอร์เราดอร์ฟ
1992–1998 เทเอ็สเฟา 1860 รอเซนไฮม์
1998–2002 ไบเอิร์นมิวนิก
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2001–2005 ไบเอิร์นมิวนิก 2 34 (2)
2002–2015 ไบเอิร์นมิวนิก 342 (45)
2015–2017 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 18 (1)
2017–2019 ชิคาโกไฟร์ 85 (8)
รวม 479 (56)
ทีมชาติ
2000 เยอรมนี อายุไม่เกิน 16 ปี 1 (0)
2001–2002 เยอรมนี อายุไม่เกิน 18 ปี 11 (2)
2002–2003 เยอรมนี อายุไม่เกิน 19 ปี 7 (2)
2004 เยอรมนี อายุไม่เกิน 21 ปี 7 (2)
2004–2016 เยอรมนี 121 (24)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

บัสทีอัน ชไวน์ชไตเกอร์ (เยอรมัน: Bastian Schweinsteiger, เกี่ยวกับเสียงนี้ De-Bastian_Schweinsteiger.ogg ; เกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1984) เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน เล่นในตำแหน่งกองกลาง โดยก่อนหน้านั้นชไวน์ชไตเกอร์เคยเล่นให้กับไบเอิร์นมิวนิกในบุนเดิสลีกาของประเทศเยอรมนี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ ในปัจจุบันได้เลิกเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนี แล้ว

ชไวน์ชไตเกอร์มีฉายาหรือชื่อเล่นว่า "ชไวนี" เป็นนักฟุตบอลที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง โดยสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง นอกจากนี้ยังเคยรับหน้าที่เป็นรองกัปตันทีมไบเอิร์นมิวนิกคู่กับฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมตัวจริงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมไบเอิร์นมิวนิกและทีมชาติเยอรมนี

เส้นทางอาชีพฟุตบอล[แก้]

ไบเอิร์นมิวนิก[แก้]

ฤดูกาล 2002–2004[แก้]

ชไวน์ชไตเกอร์ เซ็นสัญญากับไบเอิร์นมิวนิก เป็นผู้เล่นทีมเยาวชนเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1998[2] และสามารถเล่นผ่านเกณฑ์ของสโมสรเยาวชนของไบเอิร์นมิวนิก ในชุดเยาวชนชไวน์ชไตเกอร์ ที่มีความสามารถแข่งสกีที่เขาจะต้องตัดสินใจระหว่างการใฝ่หาอาชีพเป็นมืออาชีพในการเล่นสกีหรือหนึ่งในฟุตบอล แต่เขาก็จัดสินใจได้เล่น ฟุตบอล แทน สกี ต่อมาได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์เยาวชนเยอรมันในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2002

ชไวน์ชไตเกอร์เป็นกองกลางที่ยังเหลือที่ยังสามารถเล่นบนด้านขวาให้เขามีทักษะการเลี้ยงลูกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมและเป็นผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงหนี กองกลาง และ กองหลัง ของฝ่ายตรงข้าม ชไวน์ชไตเกอร์ ยังเก่งในด้านการยิง จุดโทษ โดยส่วนใหญ่เขามักจะยิงเข้าเป็นประจำ และ เขาสามารถเล่นเป็นกองกลางป้องกันหรือเป็นคนคอยจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมที่เป็น กองหน้า ในระหว่างการปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในสิบเอ็ดตำแหน่งที่เขาเล่นที่ หลังจากเพียงสองช่วงการฝึกอบรมกับทีมเป็นครั้งแรกโดยมีผู้จัดการทีมชื่อ อ็อตมาร์ ฮิดฟิลด์ ซึ่งเขาคอยให้โอกาส ชไวน์ชไตเกอร์ เปิดตัวในฐานะผู้เล่นสำรองในช่วงครึ่งหลังในศึก ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับ เอฟซี เลนส์ ในเดือน พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยเป็นนักฟุตบอลเยาวชนคนแรกในปี ค.ศ. 2002 ที่ได้ลงเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งในตอนเจอกับ เอฟซี เลนส์ เขาได้จ่ายบอลให้กับกองกลาง รุ่นพี่ ซึ่งคือ มาร์คัส ฟูลเลอร์ ทำประตูให้ทีมชนะเลนส์ไป 3-1 และต่อมาในเดือน ธันวาคม เขาได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นอาชีพให้กับ สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมิวนิก ซึ่งในตอนนั้นเขาได้เล่นให้ บาเยิร์นเพียง 14 เกม ก่อนที่จะปิดฤดูกาล 2002-03 และต่อมาฤดูกาล 2003-04ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ลงเล่น 26 นัด และได้ทำประตูแรกให้กับบาเยิร์นในนัดที่เจอกับ วูลฟ์ บัวร์ก ใน เดือนกันยายน ค.ศ. 2003

ฤดูกาล 2005–2015[แก้]

ในฤดูกาล 2005–06 บาเยิร์นได้เปิดตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ชื่อ เฟลิกซ์ มากัท ซึ่งเขาได้เรียกให้ชไวน์ชไตเกอร์มาเป็นนักเตะคนแรกของเยาวชนที่ได้เล่นในนัดแรกในนัดที่เจอกับ โบรุสซีอาเมินเชินกลัทบัค และในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ชไวน์ชไตเกอร์ ได้ทำประตูในนาทีที่ 48 ให้บาเยิร์นเสมอกับดอร์ทมุนต์ ไป 3-3 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นแชมป์บุนเดิสลีกากับเดเอ็ฟเบ-โพคาล ซึ่งในฤดูกาลนี้ ชไวน์ชไตเกอร์ ทำประตูไปได้ 3 ประตู จากการลงเล่น 42 นัด

ต่อมาสามฤดูกาลจนถึงสิ้นปี 2007–08 ชไวน์ชไตเกอร์ปรากฏตัว 135 ครั้งในการแข่งขันทั้งหมดไบเอิร์นมิวนิกรวมทุกถ้วย (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, บุนเดิสลีกาและถ้วยต่าง ๆ ภายในประเทศ) ยิงได้ 10 ประตูในทุกรายการ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ชไวน์ชไตเกอร์ติดอันดับรายชื่อผู้ทำประตูของฤดูกาล 2008-09 โดยได้ทำไป 12 ประตู และในเดือนธันวาคม 2010 เขาได้ขยายสัญญาของเขากับบาเยิร์นจนถึงปี ค.ศ. 2016

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2012 ชไวน์ชไตเกอร์ นัดที่สองตอนเจอกับเรอัลมาดริด ผลออกมาเสมอ ไป 2-2 และต้องดวลจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์สามารถยิงจุดโทษได้เป็นคนสุดท้ายทำให้บาเยิร์นชนะจุดโทษไป 3-1 และนัดสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ กับเชลซี ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 โดยผลออกมาเสมอ 1-1 โดยต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษ ชไวน์ชไตเกอร์ยิงปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูของเชลซีป้องกันลูกจุดโทษไว้ได้ และทำให้ทีมพลาดแชมป์ไปด้วยการแพ้จุดโทษเชลซีไป 4-3

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

จนกระทั่งสิ้นสุดฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ที่เยอรมนีได้แชมป์โลกสมัยที่ 4 และเป็นทีมชาติจากยุโรปทีมแรกที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกที่ทวีปอเมริกาใต้ ฟิลิปป์ ลาห์ม ซึ่งเป็นกัปตันทีมได้ประกาศหยุดเล่นให้กับทีมชาติไป ชไวน์ชไตเกอร์จึงรับตำแหน่งกัปตันทีมชาติแทน และลงเล่นให้กับไบเอิร์นมิวนิกเป็นฤดูกาลสุดท้าย และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2014–15 ที่ไบเอิร์นมิวนิกได้แชมป์บุนเดิสลีกาอีกสมัย ชไวน์ชไตเกอร์ก็ได้ย้ายไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 14.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) และสัญญา 3 ปี แม้จะมีวัยถึง 31 ปีแล้วก็ตาม โดยย้ายเข้ามาพร้อมกับ มอร์แกน ชเนแดร์แล็ง นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ที่ย้ายมาจากเซาแทมป์ตันพร้อมกัน[3]

แต่ทว่าชไวน์ชไตเกอร์มิได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาการบาดเจ็บกอรปกับอายุที่มาก จนกระทั่งในฤดูกาลต่อมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เปลี่ยนผู้จัดการสโมสรและหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นโชเซ มูรีนโย ชไวน์ชไตเกอร์ถูกสั่งให้ไปฝึกซ้อมและเล่นกับทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งถือเป็นการลดชั้น จึงถูกมองว่ามีปัญหากับมูรีนโยและอาจจะได้ย้ายสโมสรในไม่ช้า[4]

ชิคาโก ไฟร์[แก้]

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2017 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อนุญาตให้ชไวน์สไตเกอร์ไป เมเจอร์ลีกซอกเกอร์ เพื่อเข้าร่วม Chicago Fire การย้ายเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 29 มีนาคม มูรินโญ่กล่าวว่า เขายอมรับว่าเขารู้สึกเสียใจกับวิธีการปฏิบัติต่อบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ หลังจากที่ไม่ได้รวมเขาไว้ในทีมชุดใหญ่ [5] ชไวน์สไตเกอร์ลงเล่นให้กับทีมชิคาโก้ไฟร์ ได้ช่วยทีมเปิดบ้านเสมอ มอนทรีออล อิมแพค 2-2 ในช่วงกลางฤดูกาล เขาช่วยชิคาโกให้ขึ้นเป็นจ่าฝูงของลีกและได้รับการโหวตให้เป็น "MLS All-Star Fan XI" (ร่วมกับเพื่อนร่วมทีม Nemanja Nikolić) เพื่อพบกับเรอัล มาดริด ในเกม MLS All-Star ปี 2017 ชิคาโก สหรัฐอเมริกา MLS All-Star แพ้จุดโทษต่อ Real Madrid 2-4 [6]

ชไวน์สไตเกอร์ได้รับการต่อสัญญาอีกปีหนึ่งในปี 2018 ชไวน์สไตเกอร์ทำประตูและยังแอสซิสต์ให้อลัน กอร์ดอนทำประตูตีเสมอกันในช่วงทดเวลาเจ็บในเกมที่เสมอกับโตรอนโต้ เอฟซี 2–2 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2018 5 สิงหาคม เขายิงไกลเตีให้เสมอให้ทีมหลังจากเข้ามาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง แต่ทีมของเขาพ่ายไป 2-1 ในเกมเยือนรีล ซอลต์ เลค 11 กรกฏาคม ชไวน์สไตเกอร์ยิงประตูในช่วงทดเวลาเจ็บและยังแอสซสต์ให้กับอเล็กซานดาร์ คาไท ช่วยให้เปิดบ้านเอาชนะ ฟิลาเดลเฟีย 4-3 [7]

ทีมชาติ[แก้]

ชไวน์ชไตเกอร์ เล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีเป็นนัดสุดท้ายในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ในนัดกระชับมิตรระหว่างเยอรมนีกับฟินแลนด์ ที่สนามโบรุสเซีย-พาร์ค ในเมืองเมินเชนกลัดบัค โดยเป็นกัปตันทีม [8] โดยมีพิธีอำลาจัดให้ก่อนการแข่งขัน[9]

แขวนสตั๊ด[แก้]

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2019 ชไวน์สไตเกอร์ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "List of Players" (PDF). FIFA. 4 June 2010. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-05-17. สืบค้นเมื่อ 26 January 2012.
  2. 2.0 2.1 "Bastian Schweinsteiger". FC Bayern Munich (ภาษาเยอรมัน). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-10-07. สืบค้นเมื่อ 27 September 2008.
  3. "อย่างหล่อ! "ชไวนี" ควง "ชไนเดอแลง" เปิดตัวสวมชุด "ผี" ครั้งแรก". ผู้จัดการออนไลน์. 13 July 2015. สืบค้นเมื่อ 14 July 2015.[ลิงก์เสีย]
  4. ""ชไวนี" ปัดเกาเหลา "มู" เปรยสนค้าแข้ง MLS". ผู้จัดการออนไลน์. August 30, 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-09-04. สืบค้นเมื่อ August 31, 2016.
  5. "Mourinho 'regrets' Schweinsteiger treatment". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2022-11-12.
  6. "2017 MLS All-Star Game", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2022-09-20, สืบค้นเมื่อ 2022-11-12
  7. chicagofirefc. "Match Report: Fire fall at home, 4-3, to Philadelphia Union | Chicago Fire FC". chicagofirefc (ภาษาอังกฤษ).
  8. หน้า 20 กีฬา, เบียร์เตะสั่งลา'ชไวนี' น่าเปิดรังขยี้ฟินแลนด์ โดย พริตตี ฮันเตอร์. เดลินิวส์ฉบับที่ 24,429: วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559 แรม 13 ค่ำ เดือน 9 ปีวอก
  9. "ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง เยอรมนี เปิดบ้านเอาชนะ ฟินแลนด์". ช่อง 7. September 1, 2016. สืบค้นเมื่อ September 1, 2016.
  10. "แชมป์โลกอำลา! ชไวนีแขวนสตั๊ดหลังช่วยชิคาโก้นัดปิดซีซั่น | Goal.com". www.goal.com.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]