บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู

บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู (อังกฤษ: Brazillian Jiu-jitsu) เรียกสั้นๆว่า BJJ เป็นศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ซึ่งมีลักษณะเด่นในการต่อสู้จับล็อกบนพื้น แต่ก็มีจุดเด่นทั้งการทุ่มและการควบคุมคู่ต่อสู้จากทางด้านบน จินตนาการง่ายๆคือคล้ายกับการเอากีฬายูโดมาผสมกับมวยปล้ำแล้วมีการฝึกท่าจับล็อกบนเพิ่มเข้าไปนั่นเอง

วิชาBrazilian jiujitsu ถือว่าเป็นพื้นฐานของกีฬาต่อสู้ผสมผสาน Mixed Martial Arts(เรียกสั้นๆว่าMMA คือกีฬาต่อสู้ที่เอาศิลปะการต่อสู้หลายๆอันมาผสมกัน โดยสู้กันโดยใช้เทคนิคอะไรก็ได้ขอเพียงให้ฝ่ายตรงข้ามยอมแพ้หรือสลบไป ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดศิลปะการต่อสู้นั่นเอง) ซึ่งจะพบว่านักสู้ที่มีชื่อเสียงอย่างในรายการMMA ชื่อดัง UFCนั้นจะต้องผ่านการฝึก Brazilian jiujitsu มาแล้วทั้งสิ้น อาทิเช่น Nate Diaz , Anderson silva,conor mcgragor,Jose Aldo

Brazilian jiujitsu คืออะไร[แก้]

Brazilian jiujitsu คือศิลปะการต่อสู้ที่เน้นในการจับล็อกโดยเกิดได้ทั้งจากยืนหรือมักจะพบเห็นที่ไปเล่นบนภาคพื้น โดยหลักของศิลปะการต่อสู้นี้คือการทำให้ลงศัตรูลงไปต่อสู้บนground game โดยอาจจะทำให้อีกฝ่ายล้มโดยการทุ่ม หรือ การพาคู่ต่อสู้ลงไปเล่นposition guard ซึ่งเป็นposition ที่มีเอกลักษณ์มากของBrazilian jiujitsuนี้ โดยจุดมุ่งหมายของการต่อสุ้คือพยายามทำsubmissionให้อีกฝ่ายตบเบาะยอมแพ้โดยอาจจะมาจาก การรัดคอ,หักข้อต่อต่างๆในร่างกาย(หากไม่ยอมแพ้ก็คือตายหรือไม่ก็แขนขาหัก) ท่าที่มีชื่อเสียงก็คือ Triangle choke , Arm-bar , Guillotine ,Omoplata และอีกมากมาย นอกจากจะทำให้ศัตรูยอมแพ้ด้วยการรัดคอหรือหักข้อต่อแล้วนั้น ก็มีการทำให้คู่ต่อสู้ไปอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบเรียกว่า sweep เช่น ทำให้ตัวเราไปขึ้นคล่อมตัวศัตรู หรือ ไปอยู่ข้างหลังเตรียมรัดคอศัตรู

โดยBrazilian jiujitsu นั้นแบ่งเป็นได้2แบบคือ 1.Gi คือการใส่ชุดเล่น ซึ่งชุดกิโมโนที่ใส่นั้นจะมีลักษณะคล้ายชุดยูโด 2.no-GI คือการเล่นแบบใส่ชุดอะไรเล่นก็ได้โดยอาจจะมีการเพิ่มกฎที่อันตรายเพิ่มขึ้นมา เช่นหักขา

นอกจากนี้ในบางยิมจะมีสอน self defense ในคลาส Brazilian jiujitsu ด้วย ซึ่งในสมัยแรกๆนั้นself defenseนั้นตอนแรกถือว่าเป็นส่วนประกอบหลักของศิลปะการต่อสู้นี้ แต่หลังๆแต่ละที่ก็ได้สอนน้อยลง เนื่องจากมีโอกาศได้ใช้น้อยและน่าเบื่อ

ประวัติการคิดค้น[แก้]

กำเนิดขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจากวิชาโคโดกัน ยูโด และ ยูยิสสูของญี่ปุ่น โดยถูกนำไปพัฒนาที่บราซิล โดยอดีตนักยูโดจากโรงฝึกโคโดกันชาวญี่ปุ่นชื่อ มิตซึโยะ มาเอดะ (Mitsuyo Maeda) ซึ่งเป็นนักยูโดอันดับต้น ๆ ของโคโดกันได้รับหน้าที่ให้เดินทางไปเผยแพร่ยูโดในต่างประเทศ โดยได้เดินทางออกจากญี่ปุ่นในปี 1904 โดยได้เดินทางไปเผยแพร่วิชายูโดในหลายประเทศและได้เดินทางเข้าไปในบราซิลในปี 1914

มาเอดะนั้นเป็นอดีตผู้ฝึกซูโม่ ที่เปลี่ยนตัวเองเข้ามาฝึกยูโด ซึ่งในตอนนั้นเพิ่งได้ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่โดย จิโกโร่ คาโน่ โดยในตอนนั้นวิชายังถูกเรียกว่า คาโน่ ยูยิสสู ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ชื่อยูยิสสู ในวิชาบราซิลเลี่ยน ยูยิสสู แทนที่จะเป็นยูโด ก่อนเสียชีวิตมาเอดะได้รับสายดำในระดับเจ็ดของวิชายูโด

ในการสาธิตครั้งหนึ่งของมาเอดะนั้นได้พบกับคาร์ลอส กราซี (Carlos Gracie) ซึ่งในสมัยนั้นอายุได้เพียง 14 ปี คาร์ลอส ได้เข้าเป็นลูกศิษย์ของมาเอดะ และ ได้ฝึกยูยิสสูจากมาเอดะในเวลานั้นนั่นเอง ซึ่งภายหลังที่คาร์ลอสเติบโตขึ้นและย้ายไปอาศํยที่เมือง ริโด ดี จาเนโร ของบราซิล คาร์ลอสได้สอนวิชายูยิสสูให้กับญาติ ๆ รวมทั้ง ฮิริโอ กราซี (Helio Gracie) ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของบราซิลเลี่ยน ยูยิสสูในเวลาต่อมา เนื่องจากวิชานี้สืบทอดและพัฒนากันมาในหมู่ญาติของตระกูลกราซี (หรือที่รู้จักกันในชื่อ เกรซี่) ทำให้ตอนนั้นจะถูกเรียกว่า เกรซี่ ยูยิสสู Gracie jiu jitsu นั่นเอง

ปัจจุบันชื่อของเกรซี่ ยูยิสสูได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของตระกูล Gracie ซึ่งจะหมายถึงยูยิสสูในรูปแบบของเขาเท่านั้น ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกจาก Gracie jiujitsu เป็น Brazilian jiujitsu นั่นเอง

ในช่วงต้นนั้นกีฬา Brazilian jiujitsu นั้นสร้างชื่อตัวเองด้วยการไปท้าตีกับวิชาการต่อสู้อื่นตามสำนักต่างๆในบราซิล อาทิเช่น คาราเต้ ยูโด มวย รวมถึงท้าตีท้าต่อยกับนักเลงข้างถนนทั่วไปด้วย ซึ่งไม่มีศิลปะการต่อสู้ไหนเลยที่ชนะbrazilian jiujitsu ได้ หลังจากนั้นจึงเปิดให้คนทั่วไปที่สนใจอยากประลองวิชามาทดสอบได้เรียกกันว่าGracie challengeซึ่งหลังจากประกาศไปก็ได้มีคนเข้ามาท้าทายอย่างมากซึ่งหาคลิปดูได้ในยูทูป อย่างเช่น นักคาราเต้ นักเลงข้างถนน นักเพาะกาย มวยจีนเส้าหลิน นักมวยปล้ำ ซึ่งศิลปะการต่อสู้เหล่านั้นเมื่อมาได้เจอ Brazilian jiujitsu ก็แพ้อย่างราบคาบทั้งสิ้น

ต่อมาเมื่อศิลปะการต่อสู้Brazilian jiujitsu เริ่มดังในบราซิลขึ้น จึงได้มีการเชิญนักยูโดผู้เป็นลูกศิษเอกของ นักยูโดและยูยิตสูชื่อดังที่ญี่ปุ่นนามว่า Kimura มาให้ทดสอบฝีมือสู้กับ Helio gracie ซึ่งผลก็คือศิษเอกของ Kimura โดนรัดคอสลบในเวลาไม่นาน ทางญี่ปุ่นจึงได้จัดส่ง Kimura มาที่บราซิลเพื่อมาเจอ Helio Gracie ซึ่งผลออกมาคือ Helio gracie แพ้เนืองจากโดนทุ่มและขนาดตัวที่เล็กกว่ามาก แต่ก็ถือเป็นจุดที่ทำให้โลกเริ่มรู้จักกีฬา Brazilian jiujitsuมากยิ่งขึ้น

ต่อมาตระกูลgracie จึงอยากหาผู้ทีมีความสามารถมาแข่งขันกับพวกตนจึงได้หานายทุนและจัดรายการUltimate fighting championship(หรือปัจจุบันก็คือUFC) ขึ้น ซึ่งเป็นการให้นักศิลปะการต่อสุ้ต่างๆมาสู้กันในกฎMMA คือซึ่งไม่ต้องใส่นวม ต่อยกันในกรง จะทำอะไรก็ได้เพียงให้อีกฝ่ายยอมแพ้หรือสลบไป ซึ่งก็มีนักศิลปะการต่อสู้มากมายเข้าร่วม ดังเช่นนักมวยสากล นักยูโดolympic นักมวยปล้ำ นักชกข้างถนน ซึ่งแมตรอบสุดท้ายนั้น ผู้ชนะการต่อสู้ก็คือ Royce Gracie ที่สามารถชนะนักมวยปล้ำที่น้ำหนักมากกว่าตนหลายสิบโลได้ จึงทำให้ศิลปะการต่อสุ้ Brazilian jiujitsu โด่งดังและกระจายไปทั่วโลก

เสน่ของกีฬา[แก้]

เสน่ห์ของ BJJ อีกอย่างคือ ผู้เล่น จะใช้ความเข้าใจในสรีระสัดส่วนของร่างกาย เน้นการเคลื่อนไหวบนพื้น ใช้หลักคานดีดคานงัด เล่นกับการทรงตัวของคู่ต่อสู้ เพื่อนำมาซึ่งการล็อกที่สมบูรณ์แบบ อีกทั้งเวลาเล่นยังต้องเล่นไปคิดไป คล้ายกับการเล่นหมากรุกโดยใช้ร่างกายตัวเองเป็นหมากในการต่อสู้ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง และมีไหวพริบที่พร้อมจะรับมือกับสถานการณ์ป้องกันตัวแบบจริงจังมากที่สุด

BJJ ยังมีระบบการฝึกซ้อมที่ปลอดภัย เกิดการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมต่ำ (ยิมที่มีผู้ฝึกสอนตามมาตรฐาน BJJ) เวลาเข้าคู่ซ้อม (sparring) สามารถใช้แรงได้เต็มที่ แม้อายุมากแล้วก็ยังเล่นได้ หน่วยทหาร ตำรวจในต่างประเทศก็นิยมเรียนรู้ศาสตร์ชนิดนี้เนื่องจากประโยชน์ของมันนั่นเอง

ในแง่ของการป้องกันตัว หลายคนอาจจะมองว่าการลงไปปล้ำล็อกบนพื้น อาจจะทำให้เสียเปรียบคู่ต่อสู้จำนวนมาก ซึ่งนั่นก็ถูก เพราะถือเป็นจุดอ่อนของตัววิชา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนในการป้องกันตัว ถ้ามีจำนวนน้อยกว่าก็ย่อมเสียเปรียบอยู่แล้ว ยังไม่รวมถึงการนำเครื่องทุ่นแรงต่างๆมาใช้เป็นอาวุธอีกด้วย

นอกจากนั้นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ส่วนใหญ่ก็มักจะเรียนรู้ การต่อสู้ในมิติต่างๆมากกว่าหนึ่งอย่างอยู่แล้ว แต่ถ้ามองถึงข้อดี กลับมีมากกว่าไม่ว่าจะเป็น การป้องกันตัวของสุภาพสตรี ในลักษณะโดนข่มขืน หรือผู้ชายตัวเล็กที่อยู่ในสถานการณ์คับขัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ที่จำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยโดยให้อยู่ในสภาพบาดเจ็บน้อยที่สุดด้วย

ระดับสายใน brazilian jiujitsu[แก้]

การสวมใส่ชุดฝึกยังเป็นการสืบสานระบบวัฒนธรรม ในแบบญี่ปุ่น ซึ่งแสดงออกถืงระเบียบวินัย ความมีระเบียบแบบแผน และแสดงถึงวิทยฐานะ ในระดับต่างๆ โดยมีการแบ่งตามสีของสายคาดเอว โดยอ้างอิงจาก IBJJF (international Brazilian Jiu-Jitsu Federation)

ซึ่งจะแบ่งตามสีเรียงจากระดับต่ำไปสูงคือ ขาว ฟ้า ม่วง น้ำตาล และ ดำ ในระดับผู้ใหญ่ และ ขาว เทา เหลือง ส้ม เขียว ในระดับเด็ก นอกจากนั้นยังมีแถบสีดำ อยู่ตรงปลายสาย เพื่อระบุระดับขั้นของแต่ละสีด้วย ซึ่งแต่ละระดับนั้นต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมไม่ต่ำกว่า2ปีในการเลื่อนระดับ ดังนั้นกว่าจะได้สายดำในกีฬานี้จึงใช้เวลาอย่างน้อย8ปีนั่นเอง

ส่วนในระดับผู้สอน ก็จะมีแถบสีแดงอยู่ตรงปลายสาย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของกีฬา BJJ สำนักต่างๆ ยังนิยมใช้สายดำปลายแดงนี้ มาเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกด้วยว่า ยิมนี้สอน BJJ นะ

อยากเริ่มเล่น brazilian jiujitsu ต้องทำอย่างไร[แก้]

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่ากีฬาBJJนั้น เป็นกีฬาที่ปราบศิลปะการต่อสุ้ต่างๆมาแล้วนับไม่ถ้วน การฝึกของBJJ จึงหนักไม่แพ้กัน ถ้าอยากจะเริ่มเล่นสิ่งที่ต้องทำเลยจึงเป็นดังนี้

1.หายิมที่สามารถไปซ้อมได้และครูที่สอนเป็นbrazilian jiujitsu ของแท้ ซึ่งในกีฬาBJJนั้นมักมีปัญหาจากการที่มีสายดำปลอมหรือคนแอบอ้างชอบมาสอน ในการที่จะหาที่เรียนนั้นจึงควรหาข้อมูลอาจารย์ที่เป็นของจริงไม่งั้นจะโดนหลอกได้ง่ายๆ

2.ทุกคนที่เล่นควรจะมีชุดกิโมโน ซึ่งชุดเป็นเหมือนการสร้างพื้นฐานในการเล่น การใส่ชุดทำให้เราได้มีแรงเสียดทาน ได้ขยับลำบากขึ้น ได้มีการเล่นหลากหลาย การมีชุดจึงเป็นการช่วยให้เราเข้าใจทั้งวัฒนธรรมและพัฒนาฝีมือไปอีกด้วย แต่ก็มีบางยิมที่ไม่ใช้ชุดในการซ้อมแต่ก็แล้วแต่สไตล์

3.ควรเตรียมใจ เพราะกีฬาBJJ เป็นกีฬาที่ต้องใช้เวลาในการซ้อมเยอะและหนักมาก ไม่ใช่ซ้อมเพียงแค่1เดือนแล้วจะเก่ง ต้องใช้เวลามาก และ เหนื่อยมากๆในช่วงแรกกว่าจะฝีมือพัฒนาได้

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

ปัจจุบันกีฬา brazilian jiujitsu ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีเทคนิคใหม่ๆเพิ่มมาเรื่อยๆ ในประเทศไทยนั้นยังไม่ตื่นตัวมากนักซึ่งยิมส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยฝรั่งอย่างหนาแน่น แต่คนไทยค่อนข้างน้อย หากใครสนใจให้ลองเสิร์ชเพจ BJJAT ซึ่งเป็นเพจที่รวบรวมยิมต่างๆในประเทศไทยไว้เข้าไปฝึกซ้อมได้

สถานที่ฝึก BJJ/Submission wrestling ในประเทศไทย

Bangkok (กรุงเทพ):

-Bangkok Fight Club

-EMAC

-Q23

-Arête BJJ

-Raw Crew BJJ

-Bangkok Fight Lab

Cholburi (ชลบุรี):

-Sriracha BJJ

-Fairtex Pattaya

-Pattaya Kombat Club

Phuket (ภูเก็ต):

-Tiger Muay Thai

-Phuket Top Team

Krabi (กระบี่):

-BJJ Krabi

Chiang Mai (เชียงใหม่):

-Team Quest Thailand

Ubonrajathani (อุบลราชธานี):

-Legacy Gym

Prachuap Khiri Khan (ประจวบคีรีขันธ์):

-301MMA

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]