ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น!

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น!
Hitman Reborn Volume 01.jpg
ชื่อ ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น!
ชื่อญี่ปุ่น 家庭教師ヒットマンREBORN!,
ชื่ออังกฤษ Katekyo Hitman REBORN!
ประเภท โชเน็น
แนว แอ็คชั่น, ตลก,[1] มาเฟีย, เหนือธรรมชาติ
มังงะ
ครูพิเศษจอมป่วน
รีบอร์น!
เขียนเรื่อง อะกิระ อะมะโนะ [1]
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น ชูเอฉะ
ไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
นิตยสาร ญี่ปุ่น โชเน็นจัมป์ รายสัปดาห์
ไทย ซีคิดส์
เมื่อ 4 เมษายน พ.ศ. 254712 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
จำนวนเล่ม ญี่ปุ่น 42 เล่ม
ไทย 42 เล่ม
การ์ตูนโทรทัศน์
ครูพิเศษจอมป่วน
รีบอร์น!
ผู้กำกับ เคนอิจิ อิมาอิสุมิ
ผลิตโดย อาร์ทแลนด์
ฉายทาง ญี่ปุ่น ทีวีโตเกียว,[1] แอนิแมกซ์
ไทย แก๊งการ์ตูน แชนแนล
ฉายครั้งแรก 7 ตุลาคม 2549 - 23 กันยายน 2553
จำนวนตอน ญี่ปุ่น 203 ตอน
ไทย 203 ตอน
นวนิยาย
Katekyō Hitman Reborn!: Hidden Bullet
ผู้แต่งเรื่อง ฮิเดอากิ โคยาสึ
เขียนภาพ อากิระ อามาโนะ
ตีพิมพ์ ญี่ปุ่น ชูเอฉะ
จำนวนเล่ม 4
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! (ญี่ปุ่น: 家庭教師ヒットマンREBORN! Katekyō Hittoman Ribōn! ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่ดำเนินเรื่องจบแล้วทั้งในฉบับหนังสือการ์ตูนหรือมังงะ(Manga)และในอะนิเมะ(Anime) เรื่องและภาพโดย อะกิระ อะมะโนะ[1] โครงเรื่องมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของ ซาวาดะ สึนะโยชิ เด็กนักเรียนธรรมดาจนกระทั่ง "รีบอร์น" นักฆ่ามือของวองโกเล่ แฟมิลี่ มาเฟีย แห่งอิตาลี ได้มาทำการฝึกฝนให้สึนะเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย รุ่นที่ 10 ของวองโกเล่ แฟมิลี่[1] โดยเริ่มตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่น ลงในนิตยสารรายสัปดาห์ โชเน็นจัมป์ โดยติดหนึ่งในอันดับขายดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น[2] และฉบับรวมเล่มโดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะ และยังมีการจัดทำภาพยนตร์การ์ตูนครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! ซึ่งผลิตโดยบริษัทอาร์ทแลนด์ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จนถึง 25 กันยายน พ.ศ. 2553 ทางช่องทีวีโตเกียว

ในประเทศไทย ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ ตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์ รายสัปดาห์ และ ฉบับรวมเล่ม 36 เล่ม

ส่วนภาพยนตร์การ์ตูนได้รับลิขสิทธิ์โดยบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ มีการวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี และได้รับการออกอากาศทางช่องแก๊งการ์ตูน แชนแนล

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรื่องราวของ 'ซาวาดะ สึนะโยชิ' หรือ 'สึนะ' เด็กหนุ่มธรรมดา ที่ได้พบกับครูพิเศษนาม 'รีบอร์น' ที่บอกจะมาฝึกให้ เขาได้เป็นมาเฟียและดูแลแก็งค์ต่อไป หลังจากบทบดสอบทั้งหลายนั้น สึนะคือผู้สืบทอดหัวหน้าแก๊งมาเฟีย รุ่นที่ 10 ของแก็งมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 'วองโกเล่ แฟมิลี่' ในประเทศอิตาลี

หลังจากสึนะแสดงวีรกรรมสารภาพรักในชั้นในกับ 'ซาซางาวะ เคียวโกะ' เพื่อนสาวที่ตนแอบชอบ ทำให้รุ่นพี่ชมรมเคนโด้ที่แอบชอบเคียวโกะรู้สึกไม่พอใจ จึงคิดจะให้สึนะขายหน้า โดยท้าสึนะประลองเคนโด้ และวางแผนแกล้งไม่ให้ทำอิปป้งได้ ตอนแรกสึนะไม่กล้าสู้ แต่พอรีบอร์นยิงกระสุนดับเครื่องชนใส่ สึนะในชุดกางเกงในก็ทำอิปป้งด้วยการถอนเส้นผมของรุ่นพี่ออกทั้งหัว (ป้งแปลอีกอย่างว่าเส้นผม) ทำให้เพื่อน ๆ ประทับใจในแรงฮึดของสึนะ และเคียวโกะก็ได้คุยกับสึนะเป็นครั้งแรก แต่ทว่าความไม่ได้เรื่องของสึนะอยู่ในสายตาของ "โกคุเดระ ฮายาโตะ" มาเฟียผู้มาจากอิตาลี่ โดยโกคุเทระไม่ยอมรับสึนะให้หัวหน้าของวองโกเล่ จึงท้าประลองโดยโกคุเทระใช้ระเบิดเป็นอาวุธ แต่ทว่าโกคุเทระกลับโดยนระเบิดพลาด และถูกสึนะในโหมดดับเครื่องชนช่วยชีวิตไว้ โกคุเทระจึงยอมรับสึนะเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบ และเข้าเป็นแฟมิลี่คนแรกของสึนะ

จากผลงานของสึนะที่เริ่มก่อวีรกรรมมากขึ้น ทำให้ "ยามาโมโตะ ทาเคชิ" นักเบสบอลของโรงเรียนสนใจเข้า ยามาโมโตะมีปัญหากับการเล่นเบสบอลจึงมาปรึกษาสึนะ สึนะบอกให้พยายามซ้อม ยามาโมโตะจึงซ้อมจะแขนหักและเสียใจมากคิดฆ่าตัวตาย สึนะเข้าไปห้ามยามาโมโตะแต่กลับเกิดอุบัติเหตุทำให้ยามาโมโตะร่วงตกจากดาดฟ้าลงไป สึนะในโหมดดับเครื่องชนตัดสินใจโดดตามไปช่วย ทำให้ทั้งคู่รอดชีวิตทั้งที่ตกตึกมาด้วยกัน ยามาโมโตะจึงกลายเป็นเพื่อนคนแรกของสึนะ หลังจากนั้นสึนะได้รู้จักกับ "โบวีโน่ แรมโบ้" นักฆ่าที่เป็นเด็กอายุ 5 ขวบ จาก 'โบวีโน่ แฟมิลี่' ที่ได้รับภารกิจมาลอบสังหารรีบอร์นแต่ไม่เคยสำเร็จ "อี้ผิง" นักฆ่าที่มาลอบฆ่าสึนะด้วยความเข้าใจผิดเนื่องจากสายตาสั้น รวมถึง "เบียงกี้" พี่สาวของโกคุเทระ นักฆ่าที่ใช้พอยด์ซั่นคุกกิ๊ง (อาหารพิษ) ที่คิดจะมาฆ่าสึนะเพื่อพารีบอร์นกลับไป แต่ภายหลังทั้งสามคนก็มาอาศัยอยู่ที่บ้านของสึนะ


ภาคศึกโกคุโย

ในภาคนี้ได้ดำเนินเรื่องว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนนามิโมริได้โดนลอบทำร้าย เรียวเฮก็เป็น1ในนั้นด้วย เหยื่อรายต่อมาคือ "คุซาคาเบะ เท็ตสึยะ" รองฯหัวหน้ากรรมการคุมกฎ ฮิบารีจึงมุ่งหน้าออกไปจัดการกับศัตรูแต่กลับแพ้ไม่เป็นท่าเพราะโรค "ซากุระโซซัดโซเซ" ที่เมื่ออยู่ท่ามกลางดอกซากุระแล้วจะยืนไม่ขึ้น เนื่องจากโดน "ไทเด้นซ์ มอสคิวโต้"ของ ดร. ชามาล ในขณะเดียวกัน โกคุเทระได้ เจอ "จิคุสะ"1 ในนักฆ่าของศัตรู โดยบังเอิญและเข้าต่อสู้กัน ระหว่างที่ทั้งสองคนสู้กันจนบาดเจ็บสาหัตทั้งสองฝ่าย ยามาโมโตะได้เข้ามาช่วยโกคุเดระและพาไปรักษาตัวได้ทัน รีบอร์นได้ออกคำสั่งให้สึนะ โกคุเดระ ยามาโมโตะ และเบียงกี้เดินทางไปยังโกคุโยแลนด์ ห้างสรรพสินค้าร้างซึ่งเป็นที่กบดานของ "โรคุโด มุคุโร่" และพรรคพวกซึ่งเป็นศัตรูในคราวนี้ ในการต่อสู้นั้นทุกคนต่างสะบักสะบอม ยามาโมโตะ และโกคุเดระต่างก็บาดเจ็บสาหัต กระสุนดับเครื่องชนก็ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถโค่นมุคุโร่ได้ ระหว่างนั้นเองฮิบาริได้ปรากฏตัวขึ้นในสภาพร่อแร่และช่วยพวกสึนะไว้ได้ มุคุโร่ที่จวนตัวจึงตัดสินใจยิง "กระสุนสิงสู่" กระสุนต้องห้ามที่วงการมาเฟียได้สั่งห้ามใช้เป็นอันขาด ใส่ตัวเองทำให้สามารถสิงใครก็ได้ที่บาดเจ็บด้วยหอกสามง่ามของตน ระหว่างสึนะกำลังหนีหัวซุกหัวซุน เลออนได้มอบอาวุธ X-GLOVE (ดูจากภายนอกเหมือนถุงมือไหมพรมทั่วไป) ให้สึนะพร้อมด้วยกระสุนเสียงบ่น สึนะจึงเข้าปะทะกับมุคุโร่อีกครั้งด้วย X-GLOVE และกระสุนเสียงบ่นที่ทำให้เข้าสู่โหมด "โหมดไฮเปอร์" และสามารถเอาชนะมุคุโร่ได้ มุคุโร่จึงถูกวินดีเช่ คือ ผู้คุมกฎของมาเฟียจับตัวกลับไปพร้อมกับพรรคพวกทั้งหมด


ภาคศึกชิงแหวน

สึนะได้รู้จากพ่อที่มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานอกแก๊งค์ของวองโกเล่ว่า พ่อของสึนะได้กระจายแหวนวองโกเล่ สัญลักษณ์ยืนยันการเป็นบอสและผู้พิทักษณ์ของวองโกเล่ไปให้คนรู้จักของสึนะทั้งหกคน ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับตำแหน่งของผู้พิทักษ์แต่ละสภาพอากาศ โดยมอบแหวนดังนี้ วายุให้โกคุเดระ ,พิรุณให้ยามาโมโตะ ,อรุณให้เรียวเฮ ,อัสนีให้แรมโบ้ ,สายหมอกให้โคลม (มุคุโร่) ,เมฆาให้ฮิบาริ แต่แหวนที่อิเอมิสึมอบให้กับสึนะและพรรคพวกนั้นยังไม่ใช่แหวนวองโกเล่ที่แท้จริง พวกสึนะต้องทำการต่อสู้ตัดสินกับกลุ่มวาเรีย (กลุ่มลอบสังหารที่ขึ้นตรงต่อวองโกเล่) เพื่อตัดสินว่าฝั่งใดจะได้ขึ้นเป็นรุ่นที่10 ระหว่าง สึนะ กับแซนซัส

รอบแรกเป็นศึกชิงแหวนอรุณระหว่าง เรียวเฮ กับ "ลุสซูเรีย" กระเทยที่ใช้เข่าเสริมเหล็กเป็นอาวุธ แต่เรียวเฮก็อาศัยพลังความอึดเอาชนะได้ในที่สุด รอบที่สองศึกชิงแหวนอัสนีระหว่าง แรมโบ้ กับ "เลวี่ อาแทน" แรมโบ้นั้นสู้ไม้ไหวจึงใช้บาซูก้าทศวรรษเรียกตนใน10ปีข้างหน้าออกมา แต่ก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดีจึงใช้บาซูก้าทศวรรษที่แรมโบ้ปัจจุบันทิ้งไว้ยิงเป็นตัวเองวัยสามสิบปีออกมาสู้ แต่ทว่าบาซูก้าทศวรรษดันหมดเวลาซะก่อนจึงแพ้ไป (สึนะได้เข้าไปช่วยแรมโบ้ทำให้ถูกปรับแพ้และถูกยึดแหวนแห่นภาไปด้วย) รอบที่สามศึกชิงแหวนวายุระหว่าง โกคุเดระ กับ "เบลเฟกอล" ทั้งสองสู้กันจนสะบักสะบอม กระทั่งเวลาหมดลงทำให้ระเบิดที่ติดตั้งไว้ระเบิดออก โกคุเดระเลือกที่จะเอาชีวิตรอด เบลจึงเป็นฝ่ายชนะไป ศึกชิงแหวนพิรุณระหว่างยามาโมโตะ กับ "สเปลบี สควอโล่" ยามาโมโตะนั้นเสียเปรียบด้วยประสบการณ์ดาบที่น้อยกว่า แต่สุดท้ายก็สามารถคิดกระบวนท่าดาบของตัวเอง กระบวนท่ารุกที่9 "ฝนสะท้อนเงา" ได้สำเร็จทำให้ชนะมาได้ ส่วนสควอโล่ผู้แพ้ก็ต้องเป็นเหยื่อของฉลามไป ศึกชิงแหวนสายหมอก ระหว่าง "โคลม โดคุโร่" (หญิงสาวตัวแทนของมุคุโร่) และ "มาม่อน" อัลโกบาเลโน่สายหมอก ในระหว่างแข่งสามง่ามอาวุธของโคลมถูกหักลง ท้องของเธอยุบลงเรื่อยๆ ทุกคนจึงรู้ว่าเธอมีชีวิตด้วยอวัยวะที่เป็นภาพลวงตา และนั้นทำให้ "โรคุโด มุคุโร่" เจ้าของอวัยวะลวงตาของโคลมปรากฏตัวออกมา และเข้าสู้แทนจนชนะ ต่อมาศึกแหวนเมฆาระหว่าฮิบาริ กับ "โกร่า มอสก้า" ฮิบาริชนะอย่างง่ายดาย แต่มอสก้าเกิดควบคุมไม่อยู่ สึนะจึงเข้าโหมดไฮเปอร์และใช้ไฟผ่ามอสก้าออก พบว่ารุ่นที่9 ถูกใช้เป็นเตาพลังงานอยู่และได้รู้ว่านั้นเป็นฝีมือของพวกวาเรีย เพื่อจะโค้นล้มตำแหน่งของรุ่นที่เก้า สึนะสัญญาว่าจะต้องแก้แค้นให้รุ่นที่9 ให้ได้ทุกอย่างจึงต้องมาตัดสินในศึกชิงแหวนนภา...

ในศึกชิงแหวนนภา ผู้พิทักษ์ทุกคนจะโดนฉีดยาพิษอย่างแรงเอาไว้โดยแหวนคือตัวถอนพิษ สึนะและแซนซัสต่อสู้กันจนสะบักสะบอมทั้งคู่ ขณะนั้นเองดีโน่ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมด้วยสควอโล่ที่ดีโน่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ในสภาพผ้าพันแผลทั่วตัว ควอโล่จึงได้เล่าเรื่องที่ตนรู้ทั้งหมด รวมทั้งเรื่องที่แซนซัสไม่สามารถเป็นรุ่นที่สิบได้ เพราะไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงของรุ่นที่เก้า ดังนั้นตำแหน่งรุ่นที่10 แห่งวองโกเล่แฟมิลี่จึงตกเป็นของ สึนะและผู้พิทักษ์นั้นเอง


ภาคศึกโลกอนาคต

สึนะถูกบาซูก้าทศวรรษของแรมโบ้ ส่งไปยังโลกในอีก10 ปีข้างหน้า และได้ทราบสิ่งที่น่าตกใจมากว่า ตนเองเสียชีวิตไปแล้ว และวองโกเล่นั้นถูกย้ายศูนย์บัญชาการลงใต้ดินหลังจากโดน "มิลฟีโอเล่แฟมิลี่" กลุ่มมาเฟียที่กำลังมีอำนาจอยู่ในขณะนั้นถล่มจนราบ ส่วนวองโกเล่รุ่นที่9 นั้นหายสาบสูญ พร้อมกับทิ้งคำสั่งสุดท้ายให้สึนะรวบรวมผู้พิทักษ์ทั้ง 6 คน ที่กระจัดกระจาย มารวมตัวกันเพื่อหยุดแผนการของ "เบียคุรัน" บอสของมิลฟีโอเล่ ที่ต้องการนำแหวนวองโกเล่ และจุกนมอัลโกบาเลโน่ มารวมกับแหวนของมิลฟิโอเล่ ให้เกิดเป็น ทูรินิเซนต์ 7³ เพื่อสร้างโลกใบใหม่

พวกสึนะ (จากอดีต) ได้บุกเข้าไปในฐานทัพมิลฟีโอเล่ และสู้กับระดับหัวหน้าจนชนะมาได้หมด รวมทั้งได้ "อิริเอะ โชอิจิ" กับ "สปาน่า" ที่ทรยศมาเป็นพวก แต่เบียคุรันกลับประกาศว่า ผู้ครอบครองแหวนมาเล่ริงที่พวกสึนะชนะมาได้ เป็นแค่ผู้ครอบครองแหวนปลอมเท่านั้น และได้ประกาศศึกอย่างเป็นทางการด้วยเกมต่อสู้ที่เคยเล่นกับอิริเอะเมื่อก่อน "Chioce" ในการแข่งต้องทำการเลือกจำนวน และธาตุของผู้เล่นแต่ละฝ่ายด้วยการสุ่ม ซึ่งฝ่ายวองโกเล่ประกอบด้วย สึนะ โกคุเดระ ยามาโมโตะ อิริเอะ สปาน่า และทางฝ่ายมิลฟิโอเล่ประกอบด้วย "เดซี่" (อรุณ) "คิเคียว" (เมฆา) "โทริคาบูโตะ" และ "อัศวินมายา" (สายหมอก) กติกาของการแข่งคือใครทำร้ายทาเก็ตของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ โดยเป้าหมายคือ เดซี่ กับ อิริเอะ ในระหว่างต่อสู้ อัศวินมายาที่ถูกทรยศได้ถูกสังหารโดยคิเคียว และวองโกเล่เป็นฝ่ายแพ้ ทันใดนั้นเอง "ยูนิ" บอสของ "จีลโรเนโร่แฟมิลี่" ผู้คุมอำนาจอีกครึ่งหนึ่งของมีลฟีโอเล่ และเป็นอัลโกบาเลโน่แห่งนภาได้ปรากฏตัวขึ้น ขอผลการแข่งขันนี้เป็นโมฆะ และขอลาออกจากมิลฟิลโอเล่ เบียคุรันไม่ยอม และขู่จะทำร้ายยูนิ สึนะจึงตัดสินใจเชื่อใจยูนิ และพาเธอหนีไปที่เมืองนามิโมริพร้อมกับพรรคพวกที่เหลือทันที

เมื่อมาถึงนามิโมริแล้ว 6 บุปผาอาลัย ได้แยกย้ายกันออกไล่ล่า ฮิบาริ ดีโน่ โรมาริโอ้ และคุซาคาเบะ (อนาคต) ได้พบกับเดซี่ ซึ่งเปิดกล่องสังหารแปลงร่างกายของตนเป็น "จิ้งจกอรุณ" ที่โรงเรียนนามิโมริ แต่ฮิบาริก็สามารถจัดการเดซี่ลงได้ แต่ทว่า "ซาคุโร่" บุปผาอาลัยธาตุวายุได้บุกเข้ามายังฐานทัพวองโกเล่ แต่พวกสึนะก็ได้สคอวโล่ช่วยถ่วงเวลา จึงพากันหนีออกจากฐานทัพ และไปซ่อนตัวยังร้านอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ตามคำแนะนำของฮารุ และได้พบกับ "คาวาฮิระ" ลูกค้าร้านราเมงของอี้ผิงวัยยี่สิบปี ผู้ซึ่งสามารถใช้พลังแหวนบางอย่างล่อซาคุโร่ที่ตามมาให้ แต่อันตรายยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อโทริคาบูโตะใช้เวทย์มายาปลอมตัวเป็นแรมโบ้เพื่อเข้ามาชิงตัวยูนิกลับไป แต่ก็ได้ "แกมม่า" คนในแฟมิลี่ของยูนิมาช่วยไว้ทัน โทริคาบุโตะจึงเปิดกล่องสังหารเป็น "ผีเสื้อกลางคืนสายหมอก" แต่สุดท้ายโทริคาบูโตะก็พ่ายแพ้ต่อสึนะ พวกสึนะที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บกันซะส่วนใหญ่ได้พากันหนีไปยังป่า ซึ่งยูนิเห็นในคำพยากรณ์ว่าจะเป็นสถานที่สิ้นสุดเหตุการณ์ทั้งหมด

ในคืนก่อนการต่อสู้นั้นสึนะและอิริเอะได้ช่วยกันวางแผนเพื่อรับมือกับหกบุปผาอาลัย โดยการแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดักอยู่ริมทะเลสาบ ดักอยู่ที่ป่า และเป็นกองกำลังปกป้องยูนิ กลุ่มของเรียวเฮ และแรมโบ้ที่ทะเลสาบได้เจอกับคิเคียว และสามารถจัดการกับอาวุธกล่องของคิเคียวได้ ด้านกลุ่มของโกคุเดระและแกมม่า ที่ต้องรับมือกับซาคุโร่ที่ป่าต่างบาดเจ็บสาหัต แต่ทว่าพวกวาเรีย และพรรคพวกของมุคุโร่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเข้าช่วยเหลือ และไล่ตอนคิเคียว และซาคุโร่ให้มารวมกัน แต่แล้ว"โกส" บุปผาอาลัยธาตุอัสนีได้ปรากฏตัวขึ้น และดูดไฟดับเครื่องชนของฝ่ายวองโกเล่ไปจนหมด สึนะที่ตามไปสมทบและเข้าต่อสู้กับโกสจนชนะ แต่ศึกนี้ก็ยังคงไม่จบลงเมื่อเบียคุรันปรากฏตัวขึ้นและเข้าต่อสู้กับสึนะ สึนะเสียท่าเบียคุรันอย่างมาก จนกระทั่ง "วองโกเล่รุ่นที่ 1" (พรีโม่) ได้ช่วยปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของวองโกเล่ริงให้ทำให้สึนะสามารถจัดการเบียคุรันได้สำเร็จ ทุกคนจึงได้กลับสู่อดีตที่สงบสุข โดยพลังของอัลโกบาเลโน่ ที่ยูนิและ แกมม่ายอมสละชีวิตเพื่อคืนชีพขึ้นมา


ภาคชิม่อนแฟมิลี่ (มีเฉพาะในแบบมังงะ)

ผลจากการกลับมาอดีตของพวกสึนะ ทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้หลายๆโรงเรียนเสียหาย จนต้องย้ายมาเรียนยังโรงเรียนนามิโมริชั่วคราว ในห้องของสึนะมีนักเรียนที่ย้ายมาคือ 'โคซาโตะ เอนมะ' เป็นเด็กชายที่พูดน้อย ท่าทางดูห่วยเหมือนกับสึนะ และ 'ชิทพี' ที่โกคุเดระสงสัยว่าเธอเป็นมนุษย์ต่างดาว จึงสนใจในตัวเธออย่างมาก ในห้องของเรียวเฮก็ได้มีนักเรียนย้ายมาชั่วคราวเช่นกันคือ 'อาโอบะ โคโย' ที่ท่าทางไร้ซึ่งสมองเช่นเดียวกับเรียวเฮ และมีความสามารถด้านมวยไทย จึงทำให้ทั้ง 2 เข้ากันได้ดี รวมถึงในชมรมเบสบอลก็มีนักเรียนชั่วคราวมาเข้าเช่นกัน 'มิซึโนะ คาโอรุ' เป็นผู้ชายตัวสูง หุ่นล่ำ ท่าทางเงียบๆ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นคนขี้อายมาก และสุดท้ายก็สนิทกับยามาโมโตะด้วยดี ทางด้านฮิบาริก็ถูกประกาศท้าสู้จาก 'ซูซูกิ ฮาเดลไฮล์' นักเรียนม.3 ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่มากพอๆกับชนาดหน้าอก ซึ่งย้ายมาเรียนชั่วคราวเช่นกัน แรมโบ้ก็ได้เพื่อนใหม่เป็น 'โอยามะ ราวจิ' นักเรียนจากโรงเรียนเดียวกับพวกเอนมะ และโคลมก็ถูกตามจีบโดย 'คาโต้ จูลีย์' เพื่อนของพวกเอนมะเช่นกัน ในวันต่อมารีบอร์นจึงได้ประกาศกำหนดวันรับตำแหน่งของวองโกเล่รุ่นที่ 10 ที่แน่ชัด และเผยว่าแท้จริงแล้ว เอนมะและเพื่อนใหม่ที่พวกสึนะสนิทด้วยคือ 'ชิม่อน แฟมิลี่' แฟมิลี่พันธมิตรของวองโกเล่ ที่จะมาร่วมพิธีเช่นกัน...

แต่แล้วก็เกิดเหตุ 'กิ๊กแฟมิลี่' แฟมิลี่นักฆ่าชื่อดังซึ่งมาร่วมพิธีของวองโกเล่ถูกฆ่ายกแฟมิลี่ เสมือนเป็นการส่งสารเตือนลางร้ายในงานรับตำแหน่งของวองโกเล่รุ่นที่ 10 โกคุเดระจึงทำการเรียกรวมผู้พิทักษ์วองโกเล่ และผู้พิทักษ์ชิม่อนแฟมิลี่เพื่อมาคุ้มครองสึนะจนถึงช่วงวันพิธี ระหว่างนั้นสึนะและเอ็นมะจากชิม่อนสนิทกันอย่างรวดเร็ว เพราะนิสัยที่คล้ายกัน ส่วนผู้พิทักษ์วองโกเล่คนอื่นก็เข้าได้ดีกับผู้พิทักษ์ชิม่อน แต่เรื่องร้ายแรงก็ได้เกิดขึ้นเมื่อยามาโมโตะถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัต (แท้จริงเป็นฝีมือของคาโอรุ เพราะ ยามาโมโตะได้เห็นแผนการที่ชิม่อนจะทำในพิธีรับตำแหน่งรุ่นที่สิบ) สึนะจึงตกลงเข้ารับตำแหน่งเพื่อหาตัวคนร้าย ที่คาดว่าจะปรากฏตัวในวันพิธี...ในวันพิธีขณะพวกสึนะกำลังรับ 'บาป' เลือดที่จะส่งมอบให้แก่วองโกเล่ทุกๆรุ่น พิธีกลับถูกทำลายลงโดยชิม่อนแฟมิลี่ ที่ต้องการแย่งชิงบาป พวกสึนะเข้าขัดขวาง แต่ด้วยพลังที่ต่างกันเกินไปจึงแพ้ยับเบิน และแหวนถูกทำลายจนแตกละเอียด รวมถึงโคลมถูกพาตัวไปยังเกาะชิม่อน สนามต่อสู้ในครั้งนี้...

พวกสึนะได้บุกไปยังเกาะชิม่อน เพื่อชิงตัวโคลมกลับมาด้วยพลังของแหวนวองโกเล่ รูปแบบใหม่ที่ได้รับการอัพเกรด ขณะนั้นเอง 'วินดีเช่' ได้ปรากฏตัวขึ้น และประกาศจะเป็นศักขีพยานในการต่อสู้ระหว่างสองแฟมิลี่ ตามคำสาบานของจีอ็อตโต้ (พรีโม่) และชิม่อน โคซาร์ต (รุ่นที่ 1 แห่งชิม่อน) ซึ่งผู้แพ้ในศึกจะถูกนำตัวไปขังในวินดีเช่ การต่อสู้แรกระหว่างโคโย และเรียวเฮ โคโยใช้ไฟธาตุพฤกษา (7 ธาตุแห่งปฐพี ของชิม่อน) เข้าสู้ ผลคือเสมอและถูกนำตัวไปคุมขังทั้งคู่ รอบที่สองเป็นการต่อสู้ระหว่างฮิบาริ และฮาเดลไฮท์ ที่ใช้ไฟธาตุน้ำแข็งในการต่อสู้ ผลออกมาว่าฮิบาริเป็นฝ่ายชนะ

ตัวละคร[แก้]

รีบอร์น (ญี่ปุ่น:リボーン Ribōn) เจ้าของจุกนม สีเหลือง ทารกที่เป็นนักฆ่าแห่งวองโกเล่ แฟมิลี่ และเป็นนักฆ่าที่หัวหน้าวองโกเล่ แฟมิลี่รุ่นที่ 9 ไว้ใจมากที่สุด ปรากฏตัวในฐานะครูสอนพิเศษของสึนะเพื่อฝึกฝนให้สึนะเป็นหัวหน้าวองโกเล่ แฟมิลี่รุ่นที่ 10 เป็นคนที่ปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ทุกรูปแบบอยู่เสมอเวลาที่รีบอร์นปรากฏตัวทุกครั้งจะต้องพูดคำว่า "ดีจ้า" เพื่อเป็นการทักทายเสมอ และทุกครั้งจะปรากฏตัวออกมาด้วยเสื้อผ้ารูปแบบต่างๆโดยที่คนอื่นไม่ได้สังเกตยกเว้นสึนะคนเดียว รีบอร์นมักจะซ่อนตัวตามซอกตึกรอบๆเมืองเพื่อคอยดูสึนะ นอกจากนี้ยังสื่อสารกับแมลงที่คอยหาข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆให้ได้อีกด้วย ตั้งแต่ที่รีบอร์นเข้ามาเป็นนักฆ่าสังกัดวองโกเล่ แฟมิลี่เต็มตัวก็ได้รับภารกิจให้มาฝึกฝนสึนะโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยแม้แต่ครั้งเดียว เว้นเสียแต่ว่าจะยิงกระสุนดับเครื่องชนใส่สึนะให้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆด้วยตัวเอง ในภาคอนาคต รีบอร์นได้ถูกกล่าวว่าได้ตายไปแล้ว โดยรีบอร์นในอดีตที่ถูกบาซูก้าทศวรรษยิงเข้ามาต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงนอนทูรินิเซบเต้ (None Turinesepte) โดยตรงและอาศัยอยู่ในฐานทัพใต้ดินของวองโกเล่กับยามาโมโตะ และสวมใส่ชุดพิเศษ ถึงแม้ว่าเงาของรีบอร์นเป็นผู้ใหญ่ แต่ภาพที่ปรากฏก็ยังเป็นตัวรีบอร์นที่ยังเป็นทารกอยู่ ทุกครั้งรีบอร์นจะปรากฏตัวต่อหน้าผู้อื่นในหลากหลายรูปแบบ และมีชื่อแตกต่างกันออกไป

ซาวาดะ สึนะโยชิ (ญี่ปุ่น: 沢田 綱吉 Sawada Tsunayoshi) หรือ วองโกเล่ รุ่นที่10 (Vongola X) รุ่นที่10 เป็นชื่อที่มักถูกโกคุเดระเรียก ชอบเคียวโกะมากเป็นคนอ่อนแอเคียวโกะเป็นอะไรเขาก็ไปช่วย ไม่ชอบที่รีบอร์นติดตามไปใหนมาใหนเพราะคิดว่าอาจจะไปก่อกวนอะไรก็ได้โดยต่อหน้าเคียวโกะ มีแหวนแห่งนภาเป็นของตัวเองแต่เสียแหวนแห่งนภาไปเพราะการต่อสู้ที่แรมโบ้แพ้ เลยมาเป็นธาตุไฟสีส้มและสีเหลือง มีฉายาว่า สึนะจอมห่วย ไม่เก่งกีฬา แต่พอโดนกระสุนดับเครื่องชน เลยเริ่มพัฒนาขึ้น

โกคุเดระ ฮายาโตะ (ญี่ปุ่น: 獄寺 隼人 Gokudera Hayato) เป็นนักเรียน แลกเปลี่ยนจาก อิตาลี มีฉายาว่า "เฮอริเคน บอมบ์ ฮายาโตะ" (ญี่ปุ่น: 隼人 Herriken Bomu Hayato ?) มีความหวังที่จะเป็น มือขวาของรุ่นที่10 ( ซาวาดะ สึนะโยชิ ) โดยเก็บระเบิดจำนวนมากไว้ทั่วร่างกาย ภายหลัง ดร.ชามาล ได้สอนวิธีการดัดแปลงการใช้ระเบิด ทำให้ระเบิดหักเลี้ยวได้สองครั้ง ใช้ชื่อว่า "ร็อกเก็ต บอมบ์" ทำให้ขึ้นนำเบลเฟกอลในศึกชิงแหวนได้ แต่ได้พ่ายแพ้ให้เบลเฟกอลไปในที่สุด ไฟธาตุวายุ (สีแดง) ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าจะได้อาวุธใหม่ชื่อว่า เฟรมแอโรว์ ใช้ระเบิดเป็นกระสุน (แต่ตอนหลังใช้กระสุนที่ได้จากการเปิดกล่อง ซิสเทม่า ซีเอไอ) มีวองโกเล่เกียร์ ( Vongola Gear ) ในภาคชิม่อนแฟมิลี่เป็นสายคาดระเบิดทั่วร่างกายพร้อมกับที่ยิงระเบิดที่มือขวา ส่วนแหวนได้ถูกพัฒนาเป็นเข็มขัดที่มีหัวเป็นรูปอุริ (แพนเทร่า ดิ เทมเพสต้า) ของโกคุเดระ

ยามาโมโตะ ทาเคชิ (ญี่ปุ่น: 山本 武 Yamamoto Takeshi) เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่ 2 และเป็นนักเบสบอลของโรงเรียนนามิโมริ เข้ามาเป็นเพื่อนสนิทกับสึนะหลังจากที่แข่งวอลเล่บอล สึนะก็แข่งด้วยจึงชนะ และเป็นเพื่อนสนิทของสึนะ และถูกรีบอร์นชักชวนเข้าวองโกเล่แฟมิลี โดยที่เจ้าตัวนึกว่าแค่เล่นกันเฉยๆเท่านั้น เป็นผู้พิทักษ์แห่งพิรุณ (ฝน) ของสึนะ ในอีก 10 ปีต่อมากลายเป็นหนึ่งในสองคนที่เป็นนักดาบฝีมือฉกาจในวองโกเล่แฟมิลี่ คือ1 สเปลบี สควอโล่และ2คือ ยามาโมโตะ ทาเคชิ มีไฟธาตุพิรุณ (สีฟ้า) สัตว์ในกล่องคือจิโร่ (คาเน่ ดิ พิออจชา = หมาอากิตะพิรุณ) คอยดูแลดาบสั้นสามเล่ม และโคจิโร่ (ลอนดีเน่ ดิ ฟีออจชา = นกนางแอ่นพิรุณ)

'ซาซางาวะ เรียวเฮ (ญี่ปุ่น: 笹川 了平 Sasagawa Ryohei) พี่ชายของเคียวโกะ เกิดวันที่ 26 สิงหาคม ฉายาตามในหนังสือการ์ตูนคือ"สุดหูรูด" ในเนื้อเรื่องคติประจำใจเรียวเฮคือ"สุดขั้ว" เป็นคนจริงจัง เป็นลูกศิษย์ของโคโรเนโร่ หนึ่งในอัลโกบาเลโน่ เป็นผู้พิทักษ์แหวนแห่งอรุณ เนื่องจากมีความเจิดจ้าในตัวเอง สามารถใช้มือเปล่าต่อยก้อนหินขนาดยักษ์ให้แหลกละเอียดได้ โดยมีชื่อท่าว่า แม็กซิมั่มแคนน่อน 10ปีข้างหน้าได้คิดค้นท่า แม็กซิมั่มอินแกรม ไฟธาตุอรุณ (สีเหลือง) รหัสประจำตัวของเรียวเฮคือ 33 อาวุธ กล่อง แหวนแห่งอรุณ นวม ท่าไม้ตาย แม็กซิมั่มแคนน่อน แม็กซิมั่มอินแกรม สัตว์กล่องคือกังการิว(แกงกูโร เดล เซเลโน่ = จิงโจ้อรุณ)

ฮิบาริ เคียวยะ (ญี่ปุ่น: 雲雀 恭弥 Hibari Kyoya) ฮิบาริเป็นหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนม.ต้นนามิโมริ อายุ16 เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม กรุ๊ปเลือด เอบี รักโรงเรียนและเมืองนามิโมริมาก ถึงขนาดจบไปแล้วก็ยังมาโรงเรียน และใช้เพลงโรงเรียนนามิโมริเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือ มีอาวุธคือทอนฟา เกลียดการสุมหัวเพราะเจ้าตัวคิดอยู่เสมอว่า 'เพราะอ่อนแอเลยต้องอยู่รวมกันเป็นฝูง' มีคำติดปากคือ "ว้าว" และ "ฉันจะขย้ำแกให้ตาย (ภาษาญี่ปุ่นพูดว่าKamikorosu)" เกลียดภาพมายาและผู้ใช้มายาอย่างที่สุด เพราะเคยพ่ายแพ้ให้กับโรคุโด มุคุโร่ มาก่อน(อ้างอิงมาจากตอนที่ 127 ดอกไม้ประหลาด) ในอีก 10ปี ต่อมาเป็นคนที่รู้เรื่องแผนการส่งพวกสึนะจากอดีตมายังอนาคต เป็นผู้พิทักษ์แห่งเมฆา ไฟธาตุเมฆา (สีม่วง) มีอาวุธกล่องคือทอนฟาที่เคลือบไฟเมฆา ส่วนสัตว์กล่องคือโรล(พอลคอสสปิโน่ นูโวล่า = เม่นเมฆา) รับบทเป็น

แรมโบ้ (ญี่ปุ่น: ランボ Lambo) เดิมทีแรมโบ้อยู่ใน โบวีโน่แฟมิลี่ ถูกส่งมาเพื่อฆ่ารีบอร์น แต่กลับลืมภารกิจของตัวเอง และกลายมาเป็นผู้พิทักษ์ของวองโกเล่ ใส่ชุดลายวัว ไว้ผมทรงแอ๊ฟโฟร่ มีเขาวัว ในผมของแรมโบ้มีสิ่งของเต็มไปหมด ใช้ระเบิด (ลูกเกลี้ยง) และเขาที่ใช้เรียกสายฟ้าเป็นอาวุธ ผิวของแรมโบ้สามารถให้สายฟ้าไหลผ่านได้ (เป็นการปรับตัวจากการโดนฟ้าผ่าซ้ำซ้อน) ปกติเขาจะพกบาซูก้าทศวรรษไว้กับตัว เมื่อใช้ยิงตัวเองจะเปลี่ยนร่างเป็นชายหนุ่มรูปงามและบุคลิกเป็นผู้ใหญ่ในอีก 10 ปีต่อมา(อยู่ได้นานแค่ 5 นาที) แรมโบ้เป็นผู้พิทักษ์แห่งอัสนี ไฟธาตุอัสนี (สีเขียวอ่อน) มีสัตว์กล่องประจำตัวคือกิวด้ง(บูฟาโล่ ฟูลมิเน่ = กระทิง)

โรคุโด มุคุโร่ (ญี่ปุ่น: 六道 骸 Rokudo Mukuro) ชายหนุ่มอายุ 18 ปี ผู้เต็มไปด้วยปริศนาและเกลียดมาเฟียอย่างมากที่ต้องการครอบครองร่างของสึนะเพื่อที่จะได้ทำลายมาเฟีย เขาให้ลูกน้องไปทำร้ายนักเรียนโรงเรียนนามิโมริ เพื่อล่อให้สึนะมาหาตนที่โกคุโยแลนด์ เขาสู้กับสึนะในโหมดไฮเปอร์และได้แพ้ไป มีความสามารถคือ ดวงตาวัฏสงสาร เป็นการดึงความสามารถจากทั้ง6พิภพ หลังจากที่พ่ายแพ้แก่สึนะและถูกวินดีเช่จับตัวไป เขาก็ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะผู้พิทักษ์สายหมอกโดยใช้ร่างของโคลม โดคุโร ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของเขา มีไฟธาตุสายหมอก(สีคราม) เป็นผู้พิทักษ์สายหมอกของวองโกเล่ รับบทเป็น

โคลม โดคุโร (ชื่อเดิม นางิ) (ญี่ปุ่น: クロームドクロ Chrome Dokuro) สาวน้อยอายุ 13 ปี สวมเครื่องแบบโรงเรียนโกคุโย ชื่อเดิมของเธอ คือ "นางิ" เธอประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเพราะเข้าไปช่วยเหลือแมวจนบาดเจ็บสาหัสทำให้สูญเสียตาข้างขวาและอวัยวะภายในทั้งหมด ทำให้ต้องได้รับอวัยวะจากคนกรุ๊ปเลือดเดียวกันเพื่อช่วยชีวิตเธอ แต่พ่อแม่ของเธอกลับไม่สนใจเพราะพวกเขาไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของเธอ จนในที่สุดระหว่างที่เธอกำลังจะตายนั้นเองโรคุโด มุคุโร่ ได้เข้ามายังความฝันของเธอ โดยจะมอบชีวิตให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปพร้อมกับได้รับความสามารถของมุคุโร่มา (พิภพนรกและพิภพเดรัจฉาน) แต่เธอต้องให้เขาใช้ร่าง เธอเคารพมุคุโร่เป็นอย่างมาก และเรียกมุคุโร่ว่า ท่านมุคุโร่ เธอมีสัตว์กล่องชื่อ มุคุโร่ว(กูฟอร์ ดิ เนปเปีย = นกฮูกสายหมอก) เธอเป็นผู้พิทักษ์สายหมอกเช่นกัน รับบทเป็น ตัวประกอบ

โจชิมะ เคน (Joushima Ken) ผู้ติดตาม โรคุโด มุคุโร่ อาวุธที่ใช้ เป็นเขี้ยวของสัตว์ ที่เมื่อสวมเขี้ยวของสัตว์ชนิดต่างๆเข้าไป จะสามารถแปลงร่างและใช้ความสามารถของสัตว์ชนิดนั้นๆได้ เหมือนเกมส์ที่ถ้าเปลี่ยนตลับจะเล่นเกมอื่นได้ ต่อสู้กับยามาโมโตะและแพ้ไป ในภาคอนาคตได้ร่วมมือกับโครม จิกุสะไปช่วยมุคุโร่ แต่ไม่สำเร็จ และไม่รู้ว่าเป็นอะไรบ้าง และได้ปรากฏตัวตอนภาคพรีโม่ แฟมิลี่ เพื่อช่วยสึนะจัดการกับ โกส

คาคิโมโตะ จิกุสะ (Kakimoto Chikusa) ผู้ติดตาม โรคุโด มุคุโร่ อาวุธที่ใช้ โยโย่ ที่สามารถปล่อยเข็มพิษที่อาบพิษร้ายแรงออกมาได้ เคยสู้กับโกคุเทระ รอบแรกไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่ครั้งสองได้ฮิบาริมาช่วย ในภาคอนาคตได้ร่วมมือกับโครม เค็นไปช่วยมุคุโร่ แต่ไม่สำเร็จ และไม่รู้ว่าเป็นอะไรบ้าง และได้ปรากฏตัวตอนภาคพรีโม่ แฟมิลี่ เพื่อช่วยสึนะจัดการกับ Ghost 1ใน6บุพผาอาลัยที่แท้จริง

ซาวาดะ อิเอมิสึ (Sawada Iemitsu) พ่อของสึนะ เป็นผู้ดูแลนอกแก๊งของวองโกเล่ และเป็นคนที่เสนอชื่อให้สึนะเป็นวองโกเล่รุ่นที่ 10 ผู้มีฉายาว่า ราชสีห์หนุ่มของวองโกเล่

เบียงกี้ (Bianchi) หญิงสาวที่หลงรักรีบอร์น เป็นพี่สาวคนละแม่ของโกคุเดระ ฮายาโตะ มีฉายาว่า แมงป่องพิษ ท่าไม้ตายคือ พอยด์ซั่นคุ๊กกิ้ง (Poison cooking) นรกพิษพันหมื่นสี ที่ทำให้ทุกสิ่งที่โดนแตะกลายเป็นพอยด์ซั่นคุกกิ้ง ความสามารถพิเศษคือทำอาหารอะไรออกมาก็จะเป็นพิษทั้งหมดเมื่อโกคุเทระเจอหน้าเมื่อไหร่เป็นต้องปวดท้อง เพราะเคยกินพอยด์ซั่นคุ๊กกิ้ง มากเกินไปจนกลายเป็นความหลังฝังใจ อาวุธกล่อง แมงป่องวายุ

ฟูตะ (Ranking Futa) (ชื่อเต็ม ฟูตะ เดย์เล่ สเตลเล่ย์) เป็นนักจัดอันดับแห่งวงการมาเฟีย ชอบสึนะมากและคิดว่าเป็นพี่ชายที่ดี (ตั้งแต่ที่พบสึนะที่ถูกยิงด้วยกระสุนดับเครื่องชนก็ถูกใจสึนะเป็นอย่างมาก) มีความสามารถในการจัดอันดับอย่างรวดเร็วและเวลาจัดอันดับทำให้รอบข้างอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก ครั้งหนึ่งเคยถูกจับเป็นตัวประกัน เมื่อครั้งพวกสึนะทำศึกกับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนโกคุโย ฟูตะปิดกั้นจิตใจไม่ให้โดนล้วงความลับเรื่องที่อยู่ของสึนะ ทำให้เสียความสามารถในการจัดอันดับไป และเป็นพี่เลี้ยงแรมโบ้ไปอีก7ปี

ซาซางาวะ เคียวโกะ (Sasagawa Kyoko) เป็นน้องสาวของ ซาซางาวะ เรียวเฮ เด็กสาวน่ารัก ไร้เดียงสา ที่สึนะแอบชอบอยู่ เป็นดาวโรงเรียนชื่อดังของนามิโมริ เธอนั้นก็เป็นหนึ่งในกรรมการนักเรียนด้วย จากเหตุการณ์ที่สึนะล้มรุ่นพี่โมจิดะ ที่ชื่นชอบเคียวโกะเหมือนกัน ในคราวประลองเคนโด้นั้น ก็ทำให้เธอนั้นสนิทสนมกันสึนะมากขึ้น แต่เธอไม่เคยเอะใจว่า เด็กๆอย่าง รีบอร์น หรือ แรมโบ้ เกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียได้ไงกัน เธอคิดว่าเป็นแค่การเล่นสนุกๆกันเท่านั้น

มิอุระ ฮารุ (Miura Haru) สาวน้อยโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังแห่งนามิโมริ(รร. มิโดริ) (ว่ากันว่าเป็นรร.สตรีที่ไฮโซที่สุด) เป็นนักยิมนาสติกที่เก่งที่สุดคนนึงของโรงเรียน ทางบ้านรวยมากๆคุณพ่อเป็นอาจารย์คณิตที่มหาลัยแห่งนึง เป็นคนรักเด็ก ขี้เล่น คำติดปากเวลาทักทายชอบพูดว่า ฮาฮิ และชอบพูดอังกฤษคำไทยคำ (ในที่นี้อาจเป็นญี่ปุ่นคำอังกฤษ) ในตอนที่ 1 ฮารุเห็นรีบอร์นอยู่กับสึนะก็รู้สึกเอ็นดูรีบอร์นจึงพยายามจะแยกรีบอร์นออกจากสึนะเพราะคิดว่าสึนะเป็นพวกเกเรอันธพาลแต่พอสึนะโดนกระสุนดับเครื่องชนยิงเข้าแล้วกระโดดลงไปช่วยฮารุที่กำลังจะจมน้ำฮารุจึงเกิดหลงรักสึนะขึ้นมาตั้งแต่นั้นและฮารุเป็นคนตั้งชื่อนกให้ฮิบาริว่า ฮิเบิร์ด อีกด้วย

ท่าไม้ตาย และ อาวุธ[แก้]

  • เลออน

สามารถแปลงร่างเป็นอาวุธและสิ่งต่าง ๆ ที่เคยพบเห็นมาแล้วได้ เป็นสัตว์เลี้ยงของรีบอร์น

  • รีเฟล็กต์ มิลเรอร์ (ร่างแปลง ของ เลออน)

กลายเป็นกระจกสะท้อนพลังการโจมตี รีบอร์นใช้ให้เลออนแปลงเป็นปืนเสมอ

  • ปืน

นำไว้ใส่กระสุนต่างๆ ไว้ยิงธรรมดา เป็นอาวุธที่เห็นได้ทั่วไป และเห็นได้บ่อยที่สุด

  • เคออส ช็อต

เป็นการยิงกระสุนที่มีแสงไฟธาตุอรุณไปที่เป้าหมาย กระสุนสามารถแยกร่างได้ เป็นท่าไม้ตายที่มีพลังสูงสุดของรีบอร์น

  • ไดอิ้ง วิลล์ โหมด (โหมดดับเครื่องชน)

ร่างแปลงจากการยิงกระสุนดับเครื่องชน มีพลังที่ค่อนข้าง บ้าระห่ำ มีเวลาในโหมดนี้แค่ 5 นาที แต่พอ ภาค ปะทะ วาเรีย โหมดนี้มีเวลาคงอยู่นานขึ้น

  • ไฮเปอร์โหมด

ร่างแปลงจากการยิงกระสุนเสียงบ่น โหมดนี้มีพลังสูงสุดในตัวสึนะ มีไฟที่ร้อนแรงมาก และเป็นโหมดที่ใช้บ่อยที่สุด หลังจากศึกวอริเออร์ก็ใช้ในการต่อสู้มาโดยตลอด

  • ซีโร่ พอยท์ เบรกทัช รีเวิร์ส (เดือดทะลุจุดศูนย์ ดัดแปลง)

เป็นท่าไม้ตาย ที่ดูดไฟดับเครื่องชนจากศัตรูมาเป็นพลังงานของตนเอง ดัดแปลงจากเดือดทะลุจุดศูนย์ต้นตำรับ ใช้พลิกสถานการณ์ได้หลากหลาย

  • ซีโร่ พอยท์ เบรกทัช เฟิร์สต์อิดิชั่น (เดือดทะลุจุดศูนย์ ฉบับต้นตำรับ)

ท่าไม้ตายเดือดทะลุจุดศูนย์ฉบับดั้งเดิม เป็นการแช่แข็งไฟดับเครื่องชนในสภาวะติดลบ สิ่งเดียวที่ทำลายได้คือไฟดับเครื่องชนแห่งธาตุทั้ง 7 และเป็นท่าที่วองโกเล่พรีโม่คิดค้นขึ้น ใช้เพื่อป้องกันตัวและหยุดยั้งพลังไฟที่ศัตรูปล่อยออกมาได้

  • X-Burner

เป็นท่าไม้ตายที่ใช้ไฟดับเครื่องชนจากทั้งสองมือโจมตี โดยใช้พลังไฟอ่อนจากมือซ้ายค้ำจุนร่างกาย แล้วใช้พลังไฟแข็งจากมือขวาปล่อยไปหาศัตรู มีพลังทำลายรุนแรงมาก ถือเป็นท่าไม้ตายที่ใช้บ่อยที่สุดและมีพลังรองลงมาจากเบิร์นนิ่งแอ็กเซล ภายหลังได้รับการจัดสมดุลด้วยคอนแท็คเลนส์ที่สปาน่าทำขึ้นมา ทำให้มีการยิงที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

  • นัตสึ

สัตว์เลี้ยงของสึนะ ออกมาจากอาวุธกล่อง เป็นสิงโตนภาตัวเล็ก แต่ความสามารถเสียงคำรามก้องนภา (ลุทจีท ดิ เชลี) ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ถ้าไม่ได้อยู่ในสภาวะต่อสู้ก็จะมีนิสัยเหมือนสึนะ คือขลาดกลัวและขี้อาย

  • X-Stream

เป็นการพุ่งไปวนรอบศัตรูโดยทิ้งไฟดับเครื่องชนไว้เป็นสายเหมือนพายุ และทำลายความสมดุลภายในร่างกาย

  • บิ๊กแบง แอ็กเซล

เป็นการใช้ มิเทนา ดิ วองโกเล่ พรีโม่ (ถุงมือของรุ่นที่ 1) ต่อยไปที่ศัตรู พลังไฟมีพลังทัดเทียม X-Burner

  • เบิร์นนิ่ง แอ็กเซล

เป็นการใช้แหวนวองโกเล่ ริงก์แบบต้นตำรับปล่อยไฟมหาศาลไปที่ศัตรู มีพลังสูงกว่าบิ๊กแบง แอ็กเซล ถือเป็นท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของสึนะ

  • แมนเทเร ดิ วองโกเล่ พรีโม่ (ผ้าคลุมของ รุ่นที่ 1)

เป็นผ้าคลุมที่สามารถสะท้อนพลังงานทุกสิ่งของศัตรูได้

  • วองโกเล่ ริงส์

แหวนนภาของสึนะ ตอนแรกเป็นแหวนเงินหัวสีน้ำเงินเข้ม จากนั้นจึงได้รับแหวนแบบต้นตำรับที่วองโกเล่รุ่นแรกเคยใช้จากจิอ๊อตโต (วองโกเล่พรีโม่) แต่ก็ถูกทำลายโดยชิม่อนแฟมิลี่ จากนั้นจึงได้รับการชุบจิตวิญญาณแห่งไฟขึ้นมาใหม่ โดยอยู่ในรูปของแหวนสองวง สวมที่นิ้วกลางและนิ้วก้อยโดยมีโซ่เชื่อมไว้

  • XX-Burner

ท่าไม้ตายของสึนะ เป็นการปล่อยแบบ X-Burner แต่ใช้สองมือไขว้เป็นรูปตัว X และใช้ไอพ่นที่ขาช่วยประคอง ซึ่งเปลวไฟที่ปล่อยออกมาจะมีรูปใบหน้าของนัตสึ

อาวุธกล่อง[แก้]

อาวุธกล่องเริ่มต้นขึ้นจากแบบแปลน 343 ฉบับเมื่อ 4 ศตวรรษก่อน โดยเจเพต โรเลนชินี นักชีววิทยา ถือกำเนิดขึ้นจากความคิดจะสร้างอาวุธที่มีอยู่ในธรรมชาติ แต่ยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ในยุคนั้น จนกระทั่งมีนักวิจัย 3 คน คืออิโนเชนตี้ เคนิชฮ์ และเวลเด้ ( 1 ใน 7 อัลโกบาเลโน่จุกนมสีเขียว) ค้นพบว่า ไฟจากแหวนของมาเฟียนั้นสามารถใช้เป็นพลังงานของกล่องได้ ต่อมา 5 ปี พวกเขาสามารถผลิตกล่องทดลองออกมาได้ ทั้งกล่องรุ่นใหม่เช่นกล่องสำหรับเก็บรักษาและกล่องอาวุธ ล้วนเป็นผลงานของพวกเขา อย่างไรก็ตาม 2 ใน 3 นักวิจัย กลับตายลงอย่างปริศนา เคนิชฮ์ที่รอดชีวิตหนีลงไปอยู่ใต้ดิน และเนื่องจากต้องการทุนในการวิจัยต่อจึงทำการขายอาวุธกล่องให้กับพวกมาเฟียในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ

วองโกเล่ แฟมิลี่ เช่น

ซาวาดะ สึนะโยชิ- กล่องวองโกเล่แห่งนภา 1 กล่อง มีเลโอเน่ ดิ เชลี (สิงโตนภา) ชื่อนัตสึ เมื่อแคนดิโอ ฟอร์มม่า จะกลายเป็น แมนเทโร ดิ วองโกเล่พรีโม่ (ผ้าคลุมของวองโกเล่รุ่นที่ 1) มีคุณสมบัติป้องกันการโจมตีและทำให้สิ่งที่เข้ามาจู่โจมนั้นแปรสภาพไปจากเดิม และเมื่อรวมกับถุงมือ (ขณะโจมตี) แล้ว จะได้ถุงมือของรุ่นที่ 1 ชื่อ มิเทน่า ดิ วองโกเล่พรีโม่ (ถุงมือของวองโกเล่รุ่นที่1) ว่ากันว่าเมื่อวองโกเล่พรีโม่จะจู่โจม เขาจะรวบรวมพลังไฟจากทั้งร่างกายมารวมที่มือเพียงข้างเดียวจนถุงมือเปลี่ยนสภาพไป เป็นหมัดที่มีพลังเท่าX-burner (มีสัญลักษณ์ตัว I ตรงกลาง)
โคลม โดคุโร - อาวุธกล่องวองโกเล่ธาตุหมอก 1 กล่อง (เสริมพลังให้นกฮูกสายหมอกและหอกของโคลม) ได้รับมาจาก อิริเอะ โชอิจิ มีนกฮูกสายหมอก (กูฟอร์ ดิ เนบเปีย) ที่ถูกโรคุโด มุคุโร่ สิงอยู่ เมื่อแคนดิโอ ฟอร์มม่าจะกลายเป็นเลนส์ปีศาจของเดม่อน สเปโด้ (D spede devil lens) ว่ากันว่าใครก็ตามที่ถูกผู้พิทักษ์แห่งหมอกรุ่นแรกมองผ่านเลนส์นี้จะถูกสาป และกลายเป็นร่างไร้วิญญาณลอยอยู่กลางทะเลอีกไม่กี่วันต่อมา ทว่าหากเป็นอาวุธกล่อง จะใช้ในการเปิดเผยความสามารถของศัตรูและมองทะลุมายาที่ศัตรูใช้ได้ โดยจะเป็นเลนส์ใหญ่สองวงลอยอยู่เหนือดวงตา และเลนส์เล็กอีกหนึ่งอันที่มีสัญลักษณ์ตัว I ลอยอยู่ตรงกลางระหว่างเลนส์ใหญ่
โรคุโด มุคุโร่ - มุคุโร่ในอนาคต มีอาวุธกล่องสายหมอก 1 กล่อง มีแหวนเฮลริงก์ 2 วง จาก สุดยอดแหวนหายาก 6 วง (แหวนสำหรับธาตุสายหมอกเท่านั้น) ยังไม่เปิดเผยความสามารถ แต่แหวนหนึ่งในสองวงที่มุคุโร่ครอบครองคือแหวนรูปดวงตาชื่อมาร็อคโคเฮลริงก์ที่ว่ากันว่าเป็นดวงตาของนักผจญภัยที่ไม่เคยกะพริบตาสักครั้งได้ควักออกมาก่อนที่จะสิ้นใจเพื่อให้ดวงตาได้อยู่ดูโลกต่อไป เป็นแหวนต้องสาปที่ดุร้ายและชอบกินเนื้อ

มิลฟีโอเล่แฟมิลี่ เช่น

เบียคุรัน - อาวุธกล่องแห่งนภา 1 กล่อง มีมังกรขาวนภาที่มีเพียงกล่องเดียวในโลก ขนาดตัวของมังกรขึ้นอยู่กับพลังไฟที่เบียกคุรันมอบให้
บลูเบล - อาวุธกล่องแห่งพิรุณ 1 กล่อง มีแอมโมไนต์พิรุณ สัตว์จำพวกหอยโบราณเปลือกแข็ง สามารถระเบิดและขยายขนาดเพื่อเพิ่มรัศมีระเบิดได้ และกล่องสังหาร (ฝังกับร่างกาย) 1 กล่อง
โทริ คาบูโตะ - อาวุธกล่องแห่งหมอก 1 กล่อง มีงูทะเลหมอกที่เคลือบด้วยไฟธาตุอัสนี (โทริคาบุโตะใช้ไฟได้สองธาตุ) และกล่องสังหาร (ฝังติดกับร่างกาย) 1 กล่อง
คิเคียว - อาวุธกล่องแห่งเมฆา 1 กล่อง มีแรปเตอร์ (ไดโนเสาร์โบราณ) เมฆา และกล่องสังหาร (ฝังติดกับร่างกาย) 1 กล่อง
อิริเอะ โชอิจิ - อาวุธกล่อง ฐานทัพเมโลเน่ ใช้ไฟธาตุอรุณในการขับเคลื่อน
โกร คิชิเนีย - อาวุธกล่องแห่งพิรุณ 1 กล่อง มีนกฮูกพิรุณ (ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็นธาตุหมอกแล้วก็กลายเป็นของโคลม) ที่มีคุณสมบัติกระจายพลังไฟเพื่อทำให้อีกฝ่ายหมดสติได้
เกนคิชิ (อัศวินมายา) - อาวุธกล่องแห่งหมอก 3 กล่อง กล่องสัตว์คือ ทากมายา กล่องอาวุธคืออัลติเมท ดาเกรา (ยุทโธปกรณ์มหาสงคราม) ประกอบด้วยดาบมายาและเกราะมายา หนึ่งในผลงานของเคลนิตช์ 1 กล่อง รวมทั้งสุดยอดแหวนหายากคือ อินเฟทโชเน่ เฮลริงก์ (แหวนอเวจีมายากระดูก)
แกมม่า - อาวุธกล่องแห่งอัสนี 4 กล่อง จิ้งจอกอัสนี 1 กล่อง กล่อง (อัพเกรด) จิ้งจอกดำอัสนี 1 กล่อง กล่องแบตเตอรี่ 1 กล่อง และ กล่องอาวุธบิลเลียดอัสนี 1 กล่อง
จิล (ราซิเอล) - อาวุธกล่องแห่งวายุ 1 กล่อง มีค้างคาววายุที่ส่งคลื่นเสียงจู่โจมศัตรูได้
นาเบ - อาวุธกล่องแห่งอัสนี 1 กล่อง ผึ้งอัสนี
คาปูชิโน่ - อาวุธกล่องแห่งอรุณ1กล่อง ปลาหมึกอรุณ (รูปร่างเหมือนวุ้น)
ไวจาน่า - อาวุธกล่องแห่งวายุ 2 กล่อง มีงูยักษ์วายุและด้วงวายุ
เมจิกเชี่ยนดอล จินเจอร์เบรด - อาวุธกล่องแห่งอรุณ 1 กล่อง แมงมุมอรุณที่เข้าไปฟักตัวในร่างกายคนและเติบโตเพื่อฉีกร่างกายออกมาได้
นิเคร่า - อาวุธกล่องแห่งเมฆา1กล่อง หมีเมฆา
เดนโดร คิลั่ม - อาวุธกล่องแห่งอัสนี 2 กล่อง คือ หอกอัสนีและหมูป่าอัสนี
ออลเกลท์ - อาวุธกล่องแห่งพิรุณ 4 กล่อง เป็นช้างพิรุณ 3 กล่องและนกกระทุงพิรุณอีก 1 กล่อง
แจ็ค โจโล่ - อาวุธกล่องแห่งเมฆา1กล่อง พายุเมฆา
ทหารมิลฟีโอเล่แฟเมลี่ - หอกวายุ, ค้อนอัสนี, หอกพิรุณ, ดาบเมฆา ฯลฯ

อาวุธอื่น ๆ[แก้]

มอเตอร์ไซต์ไฟธาตุ มีชื่อว่า แอร์ไบค์ (Airbike) จางนินิ ช่างฝีมือของวองโกเล่ แฟลมิลี่ ในอนาคต ประดิษฐ์มอเตอร์ไซด์ที่ใช้ไฟธาตุเป็นพลังงาน เพื่อให้สึนะและวองโกเล่ แฟมิลี่ ใช้เป็นพาหนะสำหรับต่อสู้ในศึก Choice War game กับผู้พิทักษ์ที่แท้จริงของเบียคุรัน มิลฟีโอเล่ แฟลมิลี่ โดยมีพื้นที่ต่อสู้ 10 กม. รอบ เมืองนามิโมริ ในมังงะจะเป็นมอเตอร์ไซค์สองล้อโดยผู้พิทักษ์แต่ละคน (ยกเว้นฮิบาริ โครม กับแรมโบ้) จะมีมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป แต่ในอะนิเมะจะเป็นมอเตอร์ไซค์แบบพิเศษที่ไม่มีล้อแต่ใช้การลอยตัวเพื่อเคลื่อนที่ไปมีลักษณะรูปร่างเหมือนกันเพียงแต่คนละสีและลายบนตัวถัง มีแค่มอเตอร์ไซค์ของซึนะเท่านั้นที่มีลายตัวถังใกล้เคียงกับในมังงะ

ธาตุ วองโกเล่ มิลฟีโอเล่
นภา ซาวาดะ สึนะโยชิ เบียคุรัน
วายุ โกคุเดระ ฮายาโตะ ซาคุโร่
พิรุณ ยามาโมโตะ ทาเคชิ บลูเบล
เมฆา ฮิบาริ เคียวยะ คิเคียว
อรุณ ซาซางาวะ เรียวเฮ อิริเอะ โชอิจิ เดซี่
อัสนี แรมโบ้ Ghost (คือเบียคุรันในโลกคู่ขนาน หรือ ในอีกพาราเรล เวิล )
สายหมอก โคลม โดคุโร่ โทริคาบูโตะ
ซารุ (อัศวินมายา)
ไม่มีธาตุ
สปาน่า
ซาซางาวะ เคียวโกะ
มิอุระ ฮารุ
จางนินิ
ไม่มี

การแข่งขัน Chioce War

  • ผลการแข่งขัน คิเคียวจัดการอิริเอะพร้อมกับที่ยามาโมโตะจัดการเดซี่ แต่เดซี่มีอันเดด บอดี้ (ที่จริงแล้วก็คือ ในตัวมีพลังไฟธาตุอรุณมากเกินจึงทำให้รักษาตนเองอยู่ตลอดเวลาจนทำให้เซลล์ไม่ตาย) ไม่สามารถเสียชีวิตได้ ส่วนอิริเอะพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า 1% จึงถือว่า วองโกเลเป็นฝ่ายแพ้
  • ในการต่อสู้ของยามาโมโตะ ได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของ ซารุ คือ อัศวินมายานั่นเอง
  • อิริเอะเปิดเผยความลับของพลังของเบียคุรัน ว่าเป็นพลังที่อิริเอะได้เป็นคนปลุกมันขึ้นมา จากการที่อิริเอะได้เดินทางไปอนาคตด้วยบาซูก้าทศวรรษของแรมโบ้ (จากในอะนิเมะตอนที่ 88 คอมมิคตอนที่ 13) โดยบังเอิญ เป็นพลังที่สามารถรับรู้ทุกอย่างได้ในทุกโลกคู่ขนาน หรือพาราเรล เวิลอื่น ทำให้เลือกทุกอย่างที่ดีที่สุดได้ เช่น สร้างยาที่รักษาอัศวินมายาโดยที่ไม่มีใครทำได้มาก่อน สร้างห้องที่ตัดพลังไม่ให้มุคุโร่ใช้กระสุนสิงสู่ เป็นต้น
  • โอกาสชนะของวองโกเล่ มีเพียง 0.0024 เปอร์เซนต์ ซึ่งแผนการทุกอย่างคิดขึ้นโดย อิริเอะในอนาคตโดยมีสึนะกับฮิบาริในอนาคตร่วมด้วย
  • ยูนิปรากฏตัวขึ้น และปฏิเสธแข่งเกม Choice จึงทำให้ผลการแข่งขันเป็นโมฆะ


ผู้พิทักษ์ทูรินีเซตเต้

คือ เครื่องประดับ 21 ชิ้นในวงการมาเฟีย มีสามชุด หนึ่งชุดมีเจ็ดชิ้น ได้แก่ วองโกเล่ริง มาเรริง และจุกนมอัลโกบาเลโน่

ธาตุ วองโกเล่ริง มาเร่ริง
(ของจริง)
มาเร่ริง
(ของปลอม)
จุกนมอัลโกบาเลโน่
นภา ซาวาดะ สึนะโยชิ เบียคุรัน ยูนิ
วายุ โกคุเดระ ฮายาโตะ ซาคุโร่ จิล ฟง
พิรุณ ยามาโมโตะ ทาเคชิ บลูเบล โกร คิชิเนีย โคโรเนโร่
อัสนี แรมโบ้ Ghost แกมม่า เวลเด้
อรุณ ซาซางาวะ เรียวเฮ เดซี่ อิริเอะ โชอิจิ รีบอร์น
เมฆา ฮิบาริ เคียวยะ คิเคียว ยังไม่ทราบแน่ชัด สคัล
สายหมอก โรคุโด มุคุโร
โคลม โดคุโร (ตัวแทน)
โทริคาบุโตะ อัศวินมายา ไวเปอร์
(มาม่อน)

ผู้ให้เสียงพากย์[แก้]

ตัวละคร พากย์ญี่ปุ่นญี่ปุ่น พากย์ไทยไทย
รีบอร์น นีโกะ (นิชิฮะกิ อีซูซุ) ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ
สึนะโยชิ ซาวาดะ (สึนะ) ยุกะริ โคะกุบุง ฉันทนา ธาราจันทร์ (ตอนที่ 1-165), นิรมล กิจภิญโญชัย (ตอนที่ 166-203)
ฮายาโตะ โกคุเดระ ฮิเดะกะซุ อิชิโนะเซะ ธีระ โรจนานันท์
ทาเคชิ ยามาโมโตะ ซุงุรุ อิโนะอุเอะ ธวัช รัตตะชัย
แรมโบ้ จุงโกะ ทะเกะอุชิ อภินันท์ ธีระนันทกุล
เรียวเฮ ซาซางาวะ ฮิเดะโนะบุ คิอุชิ ภัคภูมิ ลิ้มมานะสภาพร
เคียวยะ ฮิบาริ ทะกะชิ คนโด กริน อักษรดี
เคียวโกะ ซาซางาวะ ยูนะ อินะมุระ ธันวา ภักดีอำนาจ
ฮารุ มิอุระ ฮิโตะมิ โยะชิดะ ศรีอาภา เรือนนาค
เบี้ยงกี้ ริเอะ ทะนะกะ อังคณา พานประทีป
อี้ผิง ลี่เหมย จาง อังคณา พานประทีป
ฟูตะ ยูโกะ ซันเป ธันวา ภักดีอำนาจ
ดีโน่ เค็นตะ กะมะคะริ (ตอนที่ 1-33)
KENN (ตอนที่ 34-)
ณฐพงษ์ เธียรสวัสดิ์กิจ
โรมารีโอ้ โคะอิจิ นะงะโนะ กริน อักษรดี
ดร.ชามาล โทะชิโนะบุ คะสึยะ กริน อักษรดี
อิเอมิสึ ซาวาดะ มะซะมิ อิวะซะกิ ภัคภูมิ ลิ้มมานะสภาพร
นานะ ซาวาดะ ริกะ ฟุะกะมิ ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ
บาจิล ยูกะ เทะระซะกิ กริน อักษรดี
ฮานะ คุโรคาวะ มิกิ โอะทะนิ สุลักษณา เทพหัสดิน ณ อยุธยา
มุคุโร่ โรคุโด โทะชิโนะบุ ไออิดะ ธวัช รัตตะชัย
โครม โดคุโร ซะโตะมิ อะกิซะกะ ธันวา ภักดีอำนาจ

คาแรกเตอร์บุ๊ค[แก้]

ภาพปกหนังสือวองโกเล่ 77

หนังสือคาแรกเตอร์บุ๊ค (Character Book) อย่างเป็นทางการคือ วองโกเล่ 77 (Vongola 77) ถูกจำหน่ายในวันที่ 4 ตุลาคม 2550 ในญี่ปุ่น โดยมีพื้นฐานมาจากภาคหนังสือการ์ตูน

แอนิเมชัน[แก้]

แอนิเมชันของครูสอนพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! สร้างโดยอาร์ทแลนด์ เริ่มฉายวันที่ 7 ตุลาคม 2549 โดยทีวีโตเกียว ซึ่งมีเนื้อเรื่องปรับปรุงมาจากฉบับหนังสือการ์ตูน และมีการแก้ไขคาแรกเตอร์ของตัวละครบางตัว รวมถึงเนื้อเรื่องบางส่วน และแก้ไขการยิงกระสุนดับเครื่องชนใหม่ แต่ฉายไปแค่ 203 ตอน ก็ไม่มีการจัดฉายอีก

รายชื่อตอนแอนิเมชัน[แก้]

OVA[แก้]

Katekyo Hitman Reborn! Shonen Jump OVA Episode 1

เพลงประกอบ[แก้]

ทั้งหมดของเพลงรีบอร์น! ประพันธ์เพลง โดย โทชิฮิโกะ ซาฮาชิ เพลงเปิดและเพลงปิด ได้ออกจำหน่ายเป็น ซิงเกิล และ อัลบั้ม ของเขาทั้งหลาย โดย ศิลปินที่เกี่ยวข้อง [3] อั้ลบั้มเพลงประกอบเรื่องรีบอร์น!ในชื่อ Katekyō Hitman Reborn! Target 1 OST เป็นอัลบั้มแรกที่ได้ออกจำหน่ายใน ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549 [4]

เพลงเปิดเรื่อง
  1. Drawing days โดย Splay (ตอนที่ 1-26)
  2. Boys and Girls โดย LM.C (ตอนที่ 27-51)
  3. Dive to World โดย Cherry Blossom (ตอนที่ 52-73)
  4. 88 โดย LM.C (ตอนที่ 74-101)
  5. Last cross โดย Mitsuoka Masami (ตอนที่ 102-126)
  6. Easy go โดย Kato Kazuki (ตอนที่ 127-153)
  7. Funny Sunny Day (Japanese Version) โดย SxOxU (ตอนที่ 154-177)
  8. Listen to the Stereo โดย GOING UNDER GROUND (ตอนที่178-203)
เพลงปิดเรื่อง
  1. Michishirube โดย Keita Tachibana (ตอนที่ 1-12)
  2. One Night Star โดย the Arrows (ตอนที่ 13-29)
  3. Echo Again โดย Splay (ตอนที่ 30-38)
  4. Friend โดย Idoling!!! (ตอนที่ 39-51)
  5. Sakura Addiction โดย โรคุโด มุคุโร่ แล ะฮิบาริ เคียวยะ (ตอนที่ 52-62) และ Friend โดย เคียวโกะ และฮารุ (ตอนที่ 63)
  6. STAND UP! โดย Lead (eps 64-76)
  7. Ameato โดย w-inds. (eps 77-89)
  8. Cycle โดย Cherry Blossom (ตอนที่ 90-101)
  9. Suberidai โดย Mori Tsubasa (ตอนที่ 102-114)
  10. Sakura Rock โดย Cherry Blossom (ตอนที่ 115-126)
  11. Smile for you โดย Ueto Aya (ตอน 127-139)
  12. Aoi Yume โดย Mori Tsubasa (ตอนที่ 140-153)
  13. Yume no Manual โดย Cherry Blossom (ตอนที่154-165)
  14. Gr8 Story โดย SuG (ตอนที่166-177)
  15. Famigliaโดย D-51 (ตอนที่178-190)
  16. Canvas โดย +plus (ตอนที่191-203)

เกม[แก้]

เนื่องจากกระแสความฮิตในการ์ตูนเรื่อง ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น ในญี่ปุ่นนี้ ทำให้มีเกมออกมามากมาย ดังนี้[ต้องการอ้างอิง]

  • เกมที่ลงในเครื่องนินเทนโด DS มี 12 เกม ได้แก่
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Shinuki Max! Vongola Carnival !!
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Flame Rumble Mukuro Kyoushuu
    • Katekyo Hitman Reborn!! DS Flame Rumble Kaien Ring Soudatsuen !
    • Katekyo Hitman Reborn! Fate of Heat
    • Katekyo Hitman Reborn! Fate of Heat II Unmei no Futari !
    • Katekyo Hitman Reborn! Fate of Heat III Yuki no Shugosha Raishu !
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Flame Rumble Hyper Moeyo Mirai
    • Katekyo Hitman Reborn! Vongole Shiki Taisen Battle Sugoroku
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Mafia Daishuugou! Vongola Festival !!
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Flame Rumble X Mirai Chou Bakuhatsu !!
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Flame Rumble XX Kessen! Shin 6 Chouka
    • Katekyo Hitman Reborn! DS Ore ga Boss! Saikyou Family Taisen
  • เกมที่ลงในเพลย์สเตชัน 2 มี 4 เกม ได้แก่
    • Kateikyoshi Hitman Reborn!!
    • Katekyo Hitman Reborn Nerae!? Ring x Bongole Returns
    • Katekyo Hitman Reborn! Dream Hyper Battle !
    • Katekyo Hitman Reborn! Kindan No Yami No delta
  • เกมที่ลงในเพลย์สเตชัน พอร์ทเทเบิ้ล (PlayStation Portable หรือเรียกสั้นๆว่า PSP) มี 3 เกม คือ
    • Katekyo Hitman Reborn! Battle Arena
    • Katekyo Hitman Reborn! Battle Arena2
    • Katekyo Hitman Reborn! Kizuna no Tag Battle
  • เกมที่ลงใน Wii มีสองเกม คือ
    • Katekyo Hitman Reborn! Dream Hyper Battle! Wii
    • Katekyo Hitman Reborn! Kindan No Yami No delta Wii

จุดแตกต่างระหว่างมังงะกับอะนิเมะ[แก้]

ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น!มีจุดแตกต่างระหว่างมังงะกับอะนิเมะอยู่หลายจุดเช่น แต่งบางจุดของการ์ตูน โดยนำตอนๆหนึ่งมารวมกับอีกตอนหนึ่ง เช่นเบี้ยงกี้พบแรมโบ้ (คิดว่าเป็นโรเมโอ) ที่โรงเรียน ลดจำนวนตอน เอาฉากที่เป็นฉากวาบหวิวออก หรืออาวุธเช่น ปืนของรีบอร์นในมังงะนั้นเป็นของจริง แต่อะนิเมะใช้เลออนแปลงเป็นปืน เวลาโดนยิงไม่มีเลือดพุ่งเหมือนมังงะ และยังมีอีกหลายจุดเช่นระเบิดของโกคุเดระที่จุดขึ้นเอง แทนที่ใช้บุหรี่จุด บาซูก้าทศวรรษที่ต้องเอาตัวเข้าไป แทนที่จะยิง อาจจะเป็นเพราะเพื่อให้เหมาะสมสำหรับเยาวชน และให้เนื้อเรื่องกระชับ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 ข้อมูลจากแก๊งการ์ตูน แชนแนล
  2. "Japanese comic ranking June 10-16". Anime News Network. June 18, 2008. สืบค้นเมื่อ June 19, 2008. 
  3. "REBORN! GOODS COM - CD". reborngoods.com (ใน Japanese). สืบค้นเมื่อ October 4, 2008. 
  4. "TV Tokyo-kei Anime Katekyo Hitman Reborn! Hyoteki". CDJapan. สืบค้นเมื่อ May 17, 2008. 

Katekyo Hitman Reborn! DS Flame Rumble XX - Kessen! Shin 6 Chouka

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]