กล่องเสียงอักเสบอุดกั้น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ครุป
ชื่ออื่น กล่องเสียงและท่อลมอักเสบ (laryngotracheitis), กล่องเสียงอักเสบระดับใต้สายเสียง(subglottic laryngitis), กล่องเสียงอักเสบอุดกั้น (obstructive laryngitis), กล่องเสียงท่อลมและหลอดลมอักเสบ (laryngotracheobronchitis)
Croup steeple sign.jpg
The steeple sign as seen on an AP neck X-ray of a child with croup
สาขาวิชา Pediatrics
อาการ "Barky" cough, stridor, fever, stuffy nose[1]
ระยะดำเนินโรค Usually 1-2 days but can last up to 7 days[2]
สาเหตุ Mostly viral[1]
วิธีวินิจฉัย Based on symptoms[3]
โรคอื่นที่คล้ายกัน Epiglottitis, airway foreign body, bacterial tracheitis[3][4]
การป้องกัน Influenza and diphtheria vaccination[4]
ยา Steroids, epinephrine[3][4]
ความชุก 15% of children at some point[3][4]
การเสียชีวิต Rare[1]

ครุป[5] หรือ กล่องเสียงอักเสบอุดกั้น (อังกฤษ: croup, acute obstructive laryngitis) เป็นการติดเชื้อในระบบหายใจอย่างหนึ่งที่มักเกิดจากไวรัส[1] ภาวะนี้จะทำให้หลอดลมบวม ขัดขวางการหายใจ และทำให้เกิดอาการสำคัญได้แก่ การไอเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า การมีเสียงฮี้ด (stridor) ขณะหายใจ และเสียงแหบ[1] ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไข้และน้ำมูกไหลร่วมด้วย[1] อาการของโรคมีทั้งเป็นเล็กน้อย ปานกลาง และรุนแรง[2] มักเริ่มเป็นหรือเป็นมากเวลากลางคืน[1][2] ระยะเวลาของการเจ็บป่วยรวมแล้วประมาณ 1-2 วัน[6]

ไวรัสที่เป็นสาเหตุของครุปมีหลายอย่าง ที่พบบ่อยได้แก่เชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา และไวรัสอินฟลูเอนซา (หรือเชื้อไข้หวัดใหญ่)[1] แบคทีเรียก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้แต่พบได้น้อยกว่า[4] การวินิจฉัยส่วนใหญ่ทำโดยอาศัยประวัติและผลการตรวจร่างกาย ก่อนวินิจฉัยจำเป็นต้องวินิจฉัยแยกเอาโรคอื่นที่อันตรายกว่า เช่น ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ หรือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ ออกไปให้ได้ก่อน[3] การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ เช่น การตรวจเลือด การถ่ายภาพรังสี หรือการเพาะเชื้อ ส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นนัก[3]

เชื้อที่เป็นสาเหตุของครุปบางส่วนป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ และเชื้อคอตีบ[4] การรักษาที่สำคัญคือการให้สเตียรอยด์ครั้งเดียว ซึ่งอาจให้กินหรือให้ฉีดก็ได้[1] ถ้าอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องใช้ยาเอพิเนฟรีนพ่นแบบฝอยละอองเข้าทางการหายใจ[1][7] ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงบางรายอาจจำเป็นต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นประมาณ 1-5% ของผู้ป่วยทั้งหมด[8]

โรคนี้ค่อนข้างพบได้บ่อย เด็กประมาณ 15% จะเคยป่วยโรคนี้[3] ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุดคือระหว่าง 6 เดือน ถึง 5 ปี แต่บางครั้งก็พบได้ในเด็กโตถึงอายุ 15 ปี[2][3][8] พบในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิงเล็กน้อย[8] มักพบบ่อยในฤดูใบไม้ร่วง[8] ในยุคก่อนที่จะมีการฉีดวัคซีนโรคนี้มักเกิดจากเชื้อคอตีบ และมักเป็นอันตรายถึงชีวิต[4][9] ปัจจุบันครุปจากเชื้อคอตีบพบได้น้อยมากเนื่องจากมีการให้วัคซีนโรคคอตีบอย่างกว้างขวาง[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 1.9 "Croup – assessment and management". Aust Fam Physician 39 (5): 280–2. May 2010. PMID 20485713.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Johnson D (2009). "Croup". Clin Evid (Online) 2009. PMC 2907784. PMID 19445760. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.7 Everard ML (February 2009). "Acute bronchiolitis and croup". Pediatr. Clin. North Am. 56 (1): 119–33, x–xi. PMID 19135584. doi:10.1016/j.pcl.2008.10.007. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 Cherry JD (2008). "Clinical practice. Croup". N. Engl. J. Med. 358 (4): 384–91. PMID 18216359. doi:10.1056/NEJMcp072022. 
  5. บัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง บทที่ 10 (J05) [1]
  6. Thompson, M; Vodicka, TA; Blair, PS; Buckley, DI; Heneghan, C; Hay, AD; TARGET Programme, Team (Dec 11, 2013). "Duration of symptoms of respiratory tract infections in children: systematic review.". BMJ (Clinical research ed.) 347: f7027. PMC 3898587. PMID 24335668. doi:10.1136/bmj.f7027. 
  7. Bjornson, C; Russell, K; Vandermeer, B; Klassen, TP; Johnson, DW (10 October 2013). "Nebulized epinephrine for croup in children.". The Cochrane Database of Systematic Reviews 10: CD006619. PMID 24114291. doi:10.1002/14651858.CD006619.pub3. 
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 Bjornson, CL; Johnson, DW (15 October 2013). "Croup in children.". CMAJ : Canadian Medical Association Journal 185 (15): 1317–23. PMC 3796596. PMID 23939212. doi:10.1503/cmaj.121645. 
  9. Steele, Volney (2005). Bleed, blister, and purge : a history of medicine on the American frontier. Missoula, Mont.: Mountain Press. p. 324. ISBN 978-0-87842-505-1. 
  10. Feigin, Ralph D. (2004). Textbook of pediatric infectious diseases. Philadelphia: Saunders. p. 252. ISBN 0-7216-9329-6. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Classification
V · T · D
External resources