ข้ามไปเนื้อหา

โรคหืด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรคหืด
(asthma)
ท่อพลาสติกสีขาวสองท่อซึ่งส่วนหน้ามีหน้าปัดที่มีส่วนเคลื่อนที่
อุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพปอด ใช้สำหรับตรวจวัดอัตราลมหายใจออกสูงสุด มีความสำคัญทั้งในการติดตามและการวินิจฉัยโรคหืด[1]
สาขาวิชาวิทยาปอด
อาการหายใจมีเสียงหวีดซ้ำเป็นชุด, ไอ, แน่นหน้าอก, หายใจไม่อิ่ม[2]
ระยะดำเนินโรคระยะยาว[3]
สาเหตุพันธุกรรม และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม[4]
ปัจจัยเสี่ยงมลภาวะทางอากาศ, สารก่อภูมิแพ้[3]
วิธีวินิจฉัยขึ้นอยู่กับอาการ, การตอบสนองต่อการบำบัด, ตรวจด้วยสไปโรมิเตอร์[5]
การรักษาหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น, คอร์ติโคสเตอรอยด์ชนิดสูดพ่น, ซัลบูทามอล[6][7]
ความชุก358 ล้านคน (ค.ศ. 2015)[8]
การเสียชีวิต397,100 คน (ค.ศ. 2015)[9]

โรคหืด (อังกฤษ: asthma) หรือ โรคหอบหืด[10] เป็นโรคการอักเสบเรื้อรังของทางเดินอากาศหายใจที่พบบ่อย ลักษณะคือ มีอาการหลายอย่างแบบเป็นซ้ำ มีการอุดกั้นทางเดินอากาศหายใจและหลอดลมหดเกร็งแบบย้อนกลับได้[11] อาการทั่วไปมีเสียงหวีด ไอ แน่นหน้าอกและหายใจกระชั้น[2]

เชื่อว่าโรคหืดเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมผสมกัน[12] การวินิจฉัยโดยปกติอาศัยรูปแบบของอาการ การตอบสนองต่อการรักษาตามเวลาและการวัดปริมาตรอากาศหายใจ (spirometry)[13] ในทางคลินิก จำแนกตามความถี่ของอาการ ปริมาตรการหายใจออกเบ่งใน 1 วินาที (FEV1) และอัตราการไหลของการหายใจออกสูงสุด (peak expiratory flow rate)[14] โรคหืดยังอาจจำแนกเป็นแบบภูมิแพ้กรรมพันธุ์ (atopic) หรือภายนอก (extrinsic) หรือไม่ใช่ภูมิแพ้กรรมพันธุ์ (non-atopic) หรือภายใน (intrinsic)[15] โดยภูมิแพ้กรรมพันธุ์หมายถึงความไวแฝงรับโรค (predisposition) ต่อการเกิดปฏิกิริยาไวเกินชนิดที่ 1[16]

การรักษาอาการเฉียบพลันโดยปกติใช้ตัวทำการบีตา-2 ที่ออกฤทธิ์สั้นแบบสูด (inhaled short-acting beta-2 agonist) เช่น ซัลบูทามอล เพื่อให้มีฤทธิ์ขยายหลอดลม และคอร์ติโคสเตอรอยด์ทางปาก[7] ในผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมาก อาจต้องใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์ แมกนีเซียมซัลเฟตทางหลอดเลือดดำ และให้เข้ารักษาในโรงพยาบาล[17] อาการสามารถป้องกันได้โดยการเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้[6]และยาระคาย และโดยการใช้คอร์ติโคสเตอรอยด์แบบสูด[18] ตัวทำการบีตาที่ออกฤทธิ์ยาว (LABA) หรือสารต้านลิวโคไตรอีน (antileukotriene) อาจใช้เพิ่มเติมจากคอร์ติโคสเตอรอยด์แบบสูดหากยังควบคุมอาการโรคหืดไม่ได้[19][20]

การเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญนับแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ในปี พ.ศ. 2554 มีผู้ได้รับวินิจฉัยเป็นโรคหืดทั่วโลก 235–300 ล้านคน[21][22] และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 250,000 คน[22] ส่วนใหญ่เป็นคนในประเทศกำลังพัฒนา ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเด็ก ประวัติศาสตร์ของโรคหืดมีย้อนไปถึงสมัยอียิปต์โบราณ

การรักษา

[แก้]

การใช้ยา

[แก้]

ยาที่ใช้รักษาโรคหืดแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ยาสำหรับบรรเทาอาการเมื่อมีอาการกำเริบ และ ยาสำหรับควบคุมอาการในระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการกำเริบ[23] โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการกำเริบเฉียบพลัน เว้นแต่มีข้อบ่งชี้อื่น[24][25]

พยากรณ์โรค

[แก้]

ผู้ป่วยโรคหืดโดยทั่วไปแล้วจะมีพยากรณ์โรคที่ดี โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กที่มีอาการเล็กน้อย[26] อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างมากในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยครอบคลุมมากขึ้น และการรักษาพัฒนามากขึ้น[27] ใน ค.ศ. 2010 อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหืดอยู่ที่ 170 ในล้าน สำหรับผู้ป่วยชาย และ 90 ในล้าน สำหรับผู้ป่วยหญิง[28] อย่างไรก็ดีอัตราการเสียชีวิตในแต่ละประเทศยังแตกต่างกันมาก โดยอาจแตกต่างกันได้ถึงราว 100 เท่า[28]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ GINA 2011, p. 18
  2. 1 2 British Guideline 2009, p. 4
  3. 1 2 "Asthma Fact sheet №307". WHO. พฤศจิกายน 2013. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2016.
  4. ↑ Martinez FD (มกราคม 2007). "Genes, environments, development and asthma: a reappraisal". The European Respiratory Journal. 29 (1): 179–84. doi:10.1183/09031936.00087906. PMID 17197483.
  5. ↑ Lemanske, Robert F.; Busse, William W. (2010). "Asthma: Clinical expression and molecular mechanisms". Journal of Allergy and Clinical Immunology. 125 (2): S95–S102. doi:10.1016/j.jaci.2009.10.047. ISSN 0091-6749. PMC 2853245. PMID 20176271.
  6. 1 2 NHLBI Guideline 2007, pp. 169–172
  7. 1 2 NHLBI Guideline 2007, p. 214
  8. ↑ GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence Collaborators (8 ตุลาคม 2016). "Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015". Lancet. 388 (10053): 1545–1602. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6. PMC 5055577. PMID 27733282.
  9. ↑ GBD 2015 Mortality and Causes of Death Collaborators (8 ตุลาคม 2016). "Global, regional, and national life expectancy, all-cause mortality, and cause-specific mortality for 249 causes of death, 1980–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015". Lancet. 388 (10053): 1459–1544. doi:10.1016/S0140-6736(16)31012-1. PMID 27733281.
  10. ↑ แก้วอมตวงศ์, ธีระศักดิ์ (4 มิถุนายน 2018). "โรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจร้ายแรงจนอาจทำให้เสียชีวิต". rama.mahidol.ac.th. RAMA CHANNEL. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2022.
  11. ↑ NHLBI Guideline 2007, pp. 11–12
  12. ↑ Martinez FD (2007). "Genes, environments, development and asthma: a reappraisal". European Respiratory Journal. 29 (1): 179–84. doi:10.1183/09031936.00087906. PMID 17197483.
  13. ↑ Lemanske, R.F.; Busse, W.W. (กุมภาพันธ์ 2010). "Asthma: clinical expression and molecular mechanisms". J. Allergy Clin. Immunol. 125 (2 Suppl 2): S95–102. doi:10.1016/j.jaci.2009.10.047. PMC 2853245. PMID 20176271.
  14. ↑ Yawn BP (กันยายน 2008). "Factors accounting for asthma variability: achieving optimal symptom control for individual patients" (PDF). Primary Care Respiratory Journal. 17 (3): 138–47. doi:10.3132/pcrj.2008.00004. PMC 6619889. PMID 18264646. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 26 มีนาคม 2009.
  15. ↑ Kumar, Vinay; Abbas, Abul K.; Fausto, Nelson; Aster, Jon, บ.ก. (2010). Robbins and Cotran pathologic basis of disease (พิมพ์ครั้งที่ 8th). Saunders. น. 688. ISBN 978-1-4160-3121-5. OCLC 643462931.
  16. ↑ Stedman's Medical Dictionary (พิมพ์ครั้งที่ 28). Lippincott Williams and Wilkins. 2005. ISBN 0-7817-3390-1.
  17. ↑ NHLBI Guideline 2007, pp. 373–375
  18. ↑ GINA 2011, p. 71
  19. ↑ GINA 2011, p. 33
  20. ↑ Scott JP, Peters-Golden M (กันยายน 2013). "Antileukotriene agents for the treatment of lung disease". Am. J. Respir. Crit. Care Med. 188 (5): 538–544. doi:10.1164/rccm.201301-0023PP. PMID 23822826.
  21. ↑ "World Health Organization Fact Sheet Fact sheet No 307: Asthma". 2011. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2013.
  22. 1 2 GINA 2011, p. 3
  23. ↑ NHLBI Guideline 2007, p. 213
  24. ↑ "QRG 153 • British guideline on the management of asthma" (PDF). SIGN. กันยายน 2016. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 9 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2016.
  25. ↑ Normansell R, Sayer B, Waterson S, Dennett EJ, Del Forno M, Dunleavy A (มิถุนายน 2018). "Antibiotics for exacerbations of asthma". The Cochrane Database of Systematic Reviews. 2018 (6): CD002741. doi:10.1002/14651858.CD002741.pub2. PMC 6513273. PMID 29938789.{{cite journal}}: CS1 maint: article number as page number (ลิงก์)
  26. ↑ Sergel, Michelle J.; Cydulka, Rita K. (กันยายน 2009). "Ch. 75: Asthma". ใน Wolfson, Allan B.; Harwood-Nuss, Ann (บ.ก.). Harwood-Nuss' Clinical Practice of Emergency Medicine (พิมพ์ครั้งที่ 5th). Lippincott Williams & Wilkins. น. 432–. ISBN 978-0-7817-8943-1.
  27. ↑ NHLBI Guideline 2007, p. 1
  28. 1 2 "The Global Asthma Report 2014". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2016.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]