เสือไฟ
| เสือไฟ | |
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Mammalia |
| อันดับ: | Carnivora |
| วงศ์: | Felidae |
| สกุล: | Pardofelis |
| ชนิด: | P. temminckii |
| ชื่อทวินาม | |
| Pardofelis temminckii (Vigors & Horsfield, 1827) |
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ | |
| ชื่อพ้อง | |
|
|
เสือไฟ (อังกฤษ: Asian golden cat) เป็นแมวป่าขนาดกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pardofelis temminckii มีขนาดเล็กกว่าเสือลายเมฆ (Neofelis nebulosa) แต่ใหญ่กว่าแมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) มีสีขนหลากหลาย คือ สีน้ำตาลแดง น้ำตาลอมเทา ตลอดจนสีส้ม สีขนบริเวณใบหน้าจะเข้มกว่าลำตัว มีลักษณะเด่นคือ มีแถบขนสีขาวบนใบหน้า เหนือตาและแก้ม หางยาวปลายหางด้านล่างมีสีขาวตลอด ท้องและใต้หางมีสีขาว มีความยาวลำตัวและหัว 76-81 เซนติเมตร ความยาวหาง 43-49 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 12-15 กิโลกรัม
มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ เอเชียตะวันออก, ภาคเหนือของเอเชียใต้ จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ภาคใต้และภาคตะวันออกของจีน, เนปาล, ภูฏาน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซียและเกาะสุมาตรา
เสือไฟ สามารถปรับตัวให้อยู่ในป่าได้ทุกสภาพ เช่น ป่าดิบแล้ง, ป่าดิบชื้น, ป่าเบญจพรรณ สามารถปีนต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่จะล่าเหยื่อบนพื้นดินมากกว่าล่าบนต้นไม้ อาหารของเสือไฟมักเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู, กระต่าย, ลูกเก้งและนกเล็ก ๆ ที่หากินตามพื้นดิน ในบางครั้งอาจล่าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวได้ หมูป่าขนาดเล็กและลูกกวางป่าได้ด้วย มักอาศัยตามลำพัง ยกเว้นช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือมีลูกอ่อนที่พบเห็นว่าอยู่ด้วยกัน 2-3 ตัว ใช้เวลาตั้งท้องนาน 95 วัน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว ตามโพรงไม้ที่มีความปลอดภัย ปกติเสือไฟจะล่าเหยื่อเพียงลำพัง แต่ถ้าเหยื่อมีขนาดใหญ่ ก็อาจล่ีาเป็นคู่ได้[2]
เนื้อหา |
ลักษณะ[แก้]
เสือไฟเป็นแมวขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายแมวทั่วไป ลำตัวจรดหัวยาว 66 ถึง 105 เซนติเมตร หางยาว 40 ถึง 57 เซนติเมตร สูงจรดไหล่ 56 เซนติเมตร หนักประมาณ 9 ถึง 16 กิโลกรัม ซึ่งใหญ่สองถึงสามเท่าของแมวบ้าน[4]
ขนมีรูปแบบหลากหลายจากสีแดงถึงน้ำตาลทอง น้ำตาลเข้มถึงสีน้ำตาลเหลือง เทาถึงดำ รูปแบบของขนขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสีด้วย ขนอาจเป็นจุดหรือลาย สีเส้นขาวดำที่แก้มและพาดขึ้นไปส่วนบนของหัว หูมีสีดำออกเทาบริเวณตรงกลาง[4] พบเสือไฟลายคล้ายเสือดาวในประเทศจีน ซึ่งเป็นลักษณะด้อยของเสือไฟ[5] และบางตัวอาจพบเป็นสีดำทั้งตัว[2]
การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย[แก้]
เสือไฟมีการกระจายพันธุ์ตลอดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, จากทิเบต, ประเทศเนปาล, ประเทศภูฏาน, ประเทศอินเดีย และประเทศบังกลาเทศถึงประเทศพม่า, ประเทศไทย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศลาว, ประเทศเวียดนาม, ตอนใต้ของประเทศจีนถึงประเทศมาเลเซียและเกาะสุมาตรา พบในป่าที่หมู่ก้อนหินกระจายตัว ป่าผลัดใบ ป่าไม่ผลัดใบกึ่งเขตร้อน และป่าฝนเขตร้อน[6] บางครั้งพบในพื้นที่เปิด เช่น ทุ่งหญ้าในอุทยานแห่งชาติมนัสของรัฐอัสสัม[7] ในระดับความสูง พบตั้งแต่พื้นราบจนถึงสูงกว่า 3,000 เมตรในเทือกเขาหิมาลัย[8]
มีด้วยกัน 3 ชนิดย่อย:[9]
- Pardofelis temminckii temminckii พบในเทือกเขาหิมาลัย, แผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาะสุมาตรา
- Pardofelis temminckii dominicanorum พบในตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน
- Pardofelis temminckii tristis พบในตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน
ความเชื่อ[แก้]
เสือไฟ เป็นสัตว์ที่ชาวล้านนาเชื่อว่าเป็นพญาเสือ แม้เสือที่มีขนาดใหญ่กว่ายังกลัว ขน หรือ เล็บ หรือ เขี้ยว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องกันอันตราย หรือภูผีปีศาจได้ ซึ่งความเชื่อเรื่อง เขี้ยวเสือไฟ นี้ ได้ถูก มาลา คำจันทร์ นำไปแต่งเป็นนวนิยาย ชื่อ เขี้ยวเสือไฟ ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประเภทบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2532 และรางวัล IBBY (International Board of Book for Young People) ประจำปี ค.ศ. 1990 ซึ่งในปี พ.ศ. 2544 ได้ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 นำแสดงและร้องเพลงประกอบละคร โดย แอ๊ด คาราบาว[10]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ จาก IUCN (อังกฤษ)
- ↑ 2.0 2.1 ข่าวภาคเที่ยง, ช่อง 7: พฤหัสบดี 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555
- ↑ Pocock, R.I. (1939) The Fauna of British India, including Ceylon and Burma. Mammalia. – Volume 1. Taylor and Francis, Ltd., London. Pp 259–264
- ↑ 4.0 4.1 Sunquist, Mel; Sunquist, Fiona (2002). Wild cats of the World. Chicago: University of Chicago Press. pp. 52–56. ISBN 0-226-77999-8.
- ↑ Allen, G.M. (1938) The mammals of China and Mongolia. New York: American Museum of Natural History.
- ↑ Nowell, K., Jackson, P. (1996). 'Wild Cats: status survey and conservation action plan. IUCN/SSC Cat Specialist Group, Gland, Switzerland.
- ↑ Choudhury, A. (2007) Sighting of Asiatic golden cat in the grasslands of Assam's Manas National Park. Cat News 47: 29.
- ↑ Baral H.S. and Shah K.B. (2008) Wild Mammals of Nepal. Himalayan Nature, Kathmandu.
- ↑ Grubb, Peter (16 November 2005). Wilson, Don E., and Reeder, DeeAnn M., eds. ed. Mammal Species of the World (3rd ed.). Baltimore: Johns Hopkins University Press, 2 vols. (2142 pp.). ISBN 978-0-8018-8221-0. OCLC 62265494.
- ↑ นวนิยายเขี้ยวเสือไฟ โดย มาลา คำจันทร์ ISBN 974-315-584-8
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Pardofelis temminckii |
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Pardofelis temminckii จากวิกิสปีชีส์
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||