เสือไฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เสือไฟ
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Felidae
สกุล: Pardofelis
ชนิด: P. temminckii
ชื่อทวินาม
Pardofelis temminckii
(Vigors & Horsfield, 1827)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Catopuma temminckii

เสือไฟ (อังกฤษ: Asian golden cat) เป็นแมวป่าขนาดกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pardofelis temminckii มีขนาดเล็กกว่าเสือลายเมฆ (Neofelis nebulosa) แต่ใหญ่กว่าแมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) มีสีขนหลากหลาย คือ สีน้ำตาลแดง น้ำตาลอมเทา ตลอดจนสีส้ม สีขนบริเวณใบหน้าจะเข้มกว่าลำตัว มีลักษณะเด่นคือ มีแถบขนสีขาวบนใบหน้า เหนือตาและแก้ม หางยาวปลายหางด้านล่างมีสีขาวตลอด ท้องและใต้หางมีสีขาว มีความยาวลำตัวและหัว 76-81 เซนติเมตร ความยาวหาง 43-49 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 12-15 กิโลกรัม

มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ เอเชียตะวันออก, ภาคเหนือของเอเชียใต้ จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ภาคใต้และภาคตะวันออกของจีน, เนปาล, ภูฏาน, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซียและเกาะสุมาตรา

เสือไฟ สามารถปรับตัวให้อยู่ในป่าได้ทุกสภาพ เช่น ป่าดิบแล้ง, ป่าดิบชื้น, ป่าเบญจพรรณ สามารถปีนต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่จะล่าเหยื่อบนพื้นดินมากกว่าล่าบนต้นไม้ อาหารของเสือไฟมักเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู, กระต่าย, ลูกเก้งและนกเล็ก ๆ ที่หากินตามพื้นดิน ในบางครั้งอาจล่าเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวได้ หมูป่าขนาดเล็กและลูกกวางป่าได้ด้วย มักอาศัยตามลำพัง ยกเว้นช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือมีลูกอ่อนที่พบเห็นว่าอยู่ด้วยกัน 2-3 ตัว ใช้เวลาตั้งท้องนาน 95 วัน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว ตามโพรงไม้ที่มีความปลอดภัย ปกติเสือไฟจะล่าเหยื่อเพียงลำพัง แต่ถ้าเหยื่อมีขนาดใหญ่ ก็อาจล่ีาเป็นคู่ได้[2]

เนื้อหา

ลักษณะ[แก้]

ภาพวาดกะโหลกของเสือไฟ (ล่าง) และ เสือปลา (บน), ใน The Fauna of British India, including Ceylon and Burma[3]

เสือไฟเป็นแมวขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายแมวทั่วไป ลำตัวจรดหัวยาว 66 ถึง 105 เซนติเมตร หางยาว 40 ถึง 57 เซนติเมตร สูงจรดไหล่ 56 เซนติเมตร หนักประมาณ 9 ถึง 16 กิโลกรัม ซึ่งใหญ่สองถึงสามเท่าของแมวบ้าน[4]

ขนมีรูปแบบหลากหลายจากสีแดงถึงน้ำตาลทอง น้ำตาลเข้มถึงสีน้ำตาลเหลือง เทาถึงดำ รูปแบบของขนขึ้นอยู่กับความแตกต่างของสีด้วย ขนอาจเป็นจุดหรือลาย สีเส้นขาวดำที่แก้มและพาดขึ้นไปส่วนบนของหัว หูมีสีดำออกเทาบริเวณตรงกลาง[4] พบเสือไฟลายคล้ายเสือดาวในประเทศจีน ซึ่งเป็นลักษณะด้อยของเสือไฟ[5] และบางตัวอาจพบเป็นสีดำทั้งตัว[2]

การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย[แก้]

เสือไฟมีการกระจายพันธุ์ตลอดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, จากทิเบต, ประเทศเนปาล, ประเทศภูฏาน, ประเทศอินเดีย และประเทศบังกลาเทศถึงประเทศพม่า, ประเทศไทย, ประเทศกัมพูชา, ประเทศลาว, ประเทศเวียดนาม, ตอนใต้ของประเทศจีนถึงประเทศมาเลเซียและเกาะสุมาตรา พบในป่าที่หมู่ก้อนหินกระจายตัว ป่าผลัดใบ ป่าไม่ผลัดใบกึ่งเขตร้อน และป่าฝนเขตร้อน[6] บางครั้งพบในพื้นที่เปิด เช่น ทุ่งหญ้าในอุทยานแห่งชาติมนัสของรัฐอัสสัม[7] ในระดับความสูง พบตั้งแต่พื้นราบจนถึงสูงกว่า 3,000 เมตรในเทือกเขาหิมาลัย[8]

มีด้วยกัน 3 ชนิดย่อย:[9]

ความเชื่อ[แก้]

เสือไฟ เป็นสัตว์ที่ชาวล้านนาเชื่อว่าเป็นพญาเสือ แม้เสือที่มีขนาดใหญ่กว่ายังกลัว ขน หรือ เล็บ หรือ เขี้ยว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องกันอันตราย หรือภูผีปีศาจได้ ซึ่งความเชื่อเรื่อง เขี้ยวเสือไฟ นี้ ได้ถูก มาลา คำจันทร์ นำไปแต่งเป็นนวนิยาย ชื่อ เขี้ยวเสือไฟ ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประเภทบันเทิงคดีสำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2532 และรางวัล IBBY (International Board of Book for Young People) ประจำปี ค.ศ. 1990 ซึ่งในปี พ.ศ. 2544 ได้ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 นำแสดงและร้องเพลงประกอบละคร โดย แอ๊ด คาราบาว[10]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. จาก IUCN (อังกฤษ)
  2. 2.0 2.1 ข่าวภาคเที่ยง, ช่อง 7: พฤหัสบดี 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555
  3. Pocock, R.I. (1939) The Fauna of British India, including Ceylon and Burma. Mammalia. – Volume 1. Taylor and Francis, Ltd., London. Pp 259–264
  4. 4.0 4.1 Sunquist, Mel; Sunquist, Fiona (2002). Wild cats of the World. Chicago: University of Chicago Press. pp. 52–56. ISBN 0-226-77999-8. 
  5. Allen, G.M. (1938) The mammals of China and Mongolia. New York: American Museum of Natural History.
  6. Nowell, K., Jackson, P. (1996). 'Wild Cats: status survey and conservation action plan. IUCN/SSC Cat Specialist Group, Gland, Switzerland. 
  7. Choudhury, A. (2007) Sighting of Asiatic golden cat in the grasslands of Assam's Manas National Park. Cat News 47: 29.
  8. Baral H.S. and Shah K.B. (2008) Wild Mammals of Nepal. Himalayan Nature, Kathmandu.
  9. Grubb, Peter (16 November 2005). Wilson, Don E., and Reeder, DeeAnn M., eds. ed. Mammal Species of the World (3rd ed.). Baltimore: Johns Hopkins University Press, 2 vols. (2142 pp.). ISBN 978-0-8018-8221-0. OCLC 62265494.
  10. นวนิยายเขี้ยวเสือไฟ โดย มาลา คำจันทร์ ISBN 974-315-584-8

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]