กวางป่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กวางป่า
กวางป่าเพศผู้
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Artiodactyla
วงศ์: Cervidae
วงศ์ย่อย: Cervinae
สกุล: Rusa
ชนิด: R. unicolor
ชื่อทวินาม
Rusa unicolor
(Kerr, 1792)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Cervus unicolor Kerr, 1792

กวางป่า หรือ กวางม้า หรือ กวางแซมบาร์ (อังกฤษ: Sambar deer; ชื่อวิทยาศาสตร์: Rusa unicolor หรือ Cervus unicolor) เป็นกวางขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง พบกระจายพันธุ์ในประเทศศรีลังกา, อินเดีย, พม่า, ไทย, จีน, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สุมาตรา, บอร์เนียว และหมู่เกาะซีลีเบส

ลักษณะ[แก้]

นับเป็นกวางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวลำตัวและหัว 180-200 เซนติเมตร ความยาวหาง 25-28 เซนติเมตร และหนักได้ถึง 185-220 กิโลกรัม โดยทั่วไปเพศผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย มีขนสั้นหยาบสีน้ำตาลแกมเหลือง บางตัวน้ำตาลแกมแดง พบตามป่าดงดิบทุกภาค ทั้งในป่าระดับต่ำ ป่าสูง ชอบหากินตามทุ่งโล่ง ชายป่า ในตอนเช้าตรู่และพลบค่ำ กลางวันจะหลับนอนตามพุ่มไม้ใกล้ชายป่า จะกินพืช ทั้งใบ ยอด และต้องการดินโป่ง ในธรรมชาติชอบอยู่ตัวเดียวหรืออยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ พร้อมลูก ๆ ฤดูผสมพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นฤดูหนาว[1]

ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่าง ๆ[แก้]

ลักษณะที่บ่งบอกถึงสุขภาพกวางที่สมบูรณ์ สังเกตได้จากขนตามลำตัวมันเงา ดวงตาแจ่มใส จมูกชื้น มูลเป็นเม็ด ไม่มีกลิ่น ปัสสาวะใส ไม่แยกตัวออกจากฝูง ร่างกายไม่ผอมผิดปกติ ส่วนการระวังภัยของกวางป่า เมื่อได้ยินหรือเห็นสิ่งผิดปกติ จะชูคอหันหน้า ใบหูทั้ง 2 ข้างหันไปยังทิศทางที่ได้ยินหรือเห็น หางจะชี้ขึ้น ยืนนิ่งเงียบ จากนั้นจะส่งเสียงร้องแหลมดังขึ้น ถ้าอยู่กันหลายตัวจะไปยืนรวมกัน เมื่อมีตัวใดตัวหนึ่งตื่นและวิ่ง จะทำให้ตัวอื่นทั้งหมดวิ่งตามได้ การโกรธ ทำร้าย และการต่อสู้ มีพฤติกรรมกัดฟันเสียงดังกรอด ๆ ร่องใต้ตาทั้งสองข้างเบิกลึกกว้างพร้อมกับเดินส่ายหัวเข้าหาศัตรูอย่างช้า ๆ แล้วก้มหัวลงเพื่อให้ปลายเขาชี้เข้าหาศัตรู

ชนิดย่อย[แก้]

กวางป่าชนิดย่อยที่พบในประเทศอินเดียและศรีลังกาเป็นกลางป่าที่มีขนาดเขาใหญ่ที่สุดทั้งขนาดและเมื่อเทียบกับสัดส่วนลำตัว กวางป่าจีนใต้ในตอนใต้ของจีนและแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดเขารองลงมาจากกวางป่าอินเดีย โดยมีขนาดเขาเล็กกว่ากวางป่าอินเดียเล็กน้อย กวางป่าสุมาตราที่อาศัยในคาบสมุทรมาเลและเกาะสุมาตรา และกวางป่าบอร์เนียวมีเขาขนาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนลำตัว กวางป่าฟอร์โมซามีขนาดเล็กที่สุด ด้วยขนาดสัดส่วนลำตัว ซึ่งคล้ายคลึงกับกวางป่าจีนใต้

ปัจจุบัน มีกวางป่า 7 ชนิดซึ่งเป็นที่ยอมรับ[2] แม้ว่าจะมีชนิดย่อยอื่นจำนวนมากที่ได้รับการเสนอ

  • R. u. brookei: พบในเกาะบอร์เนียว
  • R. u. cambojensis: พบในอินโดจีน และคาบสมุทรมาเลเซีย
  • R. u. dejeani หรือ กวางป่าจีนใต้: พบในภาคใต้และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน
  • R. u. equina หรือ กวางป่ามลายู: พบในเกาะสุมาตราและประเทศไทย
  • R. u. hainana หรือ กวางป่าไหหลำ: พบในมณฑลไหหลำ ประเทศจีน
  • R. u. swinhoii หรือ กวางป่าฟอร์โมซา: พบในเกาะไต้หวัน
  • R. u. unicolor หรือ กวางป่าศรีลังกา: พบในประเทศอินเดีย, บังกลาเทศ และศรีลังกา
กวางป่าเพศเมีย
ลักษณะเขาของกวางป่า

ความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของกวางป่าและญาติ[แก้]

จากการวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์แสดงญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของกวางป่า อาจเป็นกวางรูซ่า (R. timorensis) ที่กระจายพันธุ์ในประเทศอินโดนีเซีย[3] ซึ่งมีรายงานสนับสนุนที่ว่ากวางป่าสามารถผสมพันธุ์กับกวางรูซ่าและให้กำเนิดลูกผสมที่สามารถสืบพันธุ์ได้ และมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของกวางป่าจากสมัยสมัยไพลสโตซีนตอนต้น แม้ว่าจะมีการค้นพบกวางดึกดำบรรพ์ที่คล้ายกว่าป่าจากสมัยไพลโอซีน แต่กวางชนิดนี้กลับคล้ายกวางในปัจจุบันน้อยมาก กวางป่าได้รับการเสนอว่าอาจเกิดขึ้นครั้งแรกในเอเชียใต้ ภายหลังจึงกระจายพันธุ์ไปยังถิ่นอาศัยในปัจจุบัน [4] จากการขุดค้นสำรวจของ ดร.เชตเตอร์ เกอร์แมน นักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้สำรวจบริเวณถ้ำผี อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้พบหลักฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 1,200 ปี ซึ่งจัดเป็นพวกเดียวกับวัฒนธรรมหันบินห์หรือฮัอบินเหียนในเวียดนาม พบกระดูกของกวางป่า, แมวป่า, กระรอก, ปู, ปลา, หอย พบเมล็ดพืชหลายชนิด เช่น หมาก[5]

นอกจากนี้แล้ว ลูกผสมระหว่างกวางป่าและกวางรูซ่า ยังให้ผลผลิตที่ดี เป็นสัตว์เศรษฐกิจ[6]

การปรับตัวเชิงวิวัฒนาการของกวางป่า[แก้]

การปรับตัวของสีขน[แก้]

จะมีการเปลี่ยนแปลงสีขนให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว ในลูกกวางป่าจะพบว่ามีลายจุดบนตัว หย่อมขนสีบริเวณสองข้างของตะโพก เมื่อเวลาตกใจหรือพบเห็นภัยอันตราย หย่อมขนสีนี้จะเข้มขึ้นและเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัดเจน สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล เป็นสัญญาณเตือนภัยให้แก่กวางตัวอื่น ๆ ภายในฝูง [4]

เขากวาง[แก้]

ดูบทความหลักที่ เขากวาง

กวางป่าตัวผู้จะสามารถผลัดเปลี่ยนเขาได้ทุกปี คือเมื่อใกล้ถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีการสร้างเขา ซึ่งคือโครงสร้างของมวลคล้ายกระดูกอ่อนที่ยังมีเลือดไปหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลาได้ มีหนังที่เต็มไปด้วยขนสั้นละเอียดและหนาแน่นคล้ายผ้ากำมะหยี่หุ้ม การที่กวางป่ามีเขางอกออกมาจากบริเวณหัว เพื่อใช้สำหรับต่อสู้หรือดึงดูดเพศเมียในฤดูผสมพันธุ์ [6]

ต่อมกลิ่น[แก้]

ต่อมกลิ่นโดยเฉพาะในกวางป่าเพศผู้ จะมีแอ่งน้ำตาขนาดใหญ่ เรียกว่าต่อมใต้กระบอกตา ทำหน้าที่คัดหลั่งสารที่มีกลิ่นฉุนมากให้ไหลออกตามร่องน้ำตาที่มุมตาด้านใน โดยจะเอาหน้าไปเช็ดถูตามต้นไม้เพื่อเป็นการสื่อสารและบ่งบอกถึงอาณาเขตที่อยู่ของตน จะขยายใหญ่ช่วงฤดูผสมพันธุ์ [6]

อ้างอิง[แก้]

  1. เขากวาง. เขากวาง. สืบค้น 26 ตุลาคม 2556
  2. Wilson, D.E., Reeder, D.M. (eds.) (2005) Mammal Species of the World. A Taxonomic and Geographic Reference (3rd ed), Johns Hopkins University Press online
  3. Genetic Analysis of Evolutionary Relationships Among Deer (Subfamily Cervinae). สืบค้น 26 ตุลาคม 2556
  4. 4.0 4.1 http://www.mammalogy.org/uploads/Leslie%202011%20-%20MS%2043(871),%201-30_0.pdf
  5. [1]. ประว้ติศาสตร์ไทยในอดีตจนถึงสุโขทัย. สืบค้น 26 ตุลาคม 2556
  6. 6.0 6.1 6.2 กวาง. การเลี้ยงกวาง. จากกรมปศุสัตว์. สืบค้น 26 ตุลาคม 2556

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]