ยืนยง โอภากุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แอ๊ด คาราบาว)
ยืนยง โอภากุล
Yuenyong Opakul.jpg
แอ๊ด คาราบาว
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด ยืนยง โอภากุล
ชื่อเล่น แอ๊ด
ฉายา ราชาสามช่า
วันเกิด 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 (59 ปี)
เกิดที่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
คู่สมรส ลินจง โอภากุล
แนวเพลง เพื่อชีวิต, ร็อก
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง
เครื่องดนตรี กีตาร์, เมาท์ออร์แกน
ปี พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน
ค่าย วอร์นเนอร์ มิวสิค ไทยแลนด์
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ยิ่งยง โอภากุล
จิระศักดิ์ ปานพุ่ม
เว็บไซต์ http://www.carabao.net
ยืนยง โอภากุล กับบุตรสาวคนโต บนหน้าปกนิตยสาร life&family
ยืนยง โอภากุล สมัยตอนบวชมาใหม่ๆ ออกชุดอัลบั้ม รอยคำรณ

ยืนยง โอภากุล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ แอ๊ด คาราบาว เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นหัวหน้าวงคาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตและเป็นตำนานเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

ยืนยง โอภากุล ได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้อง-นักประพันธ์เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2556

ประวัติ[แก้]

ประวัติตอนต้น[แก้]

ยืนยง โอภากุล เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรชายฝาแฝดคนสุดท้องของ นายมนัส โอภากุล (แซ่โอ๊ว) และ นางจงจินต์ แซ่อึ๊ง (ปัจจุบันบิดาและมารดาเสียชีวิตแล้ว ไม่แนใจว่าตาย เพราะสาเหตุใด) มีจิตใจรักเสียงเพลงและดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ จากการที่เป็นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด จึงได้ซึมซ่าบการละเล่นพื้นบ้านของภาคกลาง เช่น ลำตัด, เพลงฉ่อย, เพลงอีแซว รวมถึงรำวง และเพลงลูกทุ่ง จากการที่พ่อ คือ นายมนัส เป็นหัวหน้าวงดนตรีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อวงดนตรี "ชสพ." ในยุค 2480 ต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นได้รับอิทธิพลจากดนตรีแนวตะวันตกจึงหันมาเล่นเครื่องดนตรีตะวันตกต่าง ๆ เช่น กีตาร์ ซึ่งเหล่านี้ได้เป็นอิทธิพลในการเป็นนักดนตรีในเวลาต่อมา[1]

ยืนยง โอภากุลเริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย และเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อเหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป โดยขอติดมากับรถขนส่งไปรษณีย์ เข้าเรียนต่อใน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย (โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย) และต่อในระดับปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 1 ปี (ในปี พ.ศ. 2556 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีไทยสมัยนิยม จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง[2])

ที่ฟิลิปปินส์ ยืนยง โอภากุลได้พบกับเพื่อนคนไทยที่ไปเรียนหนังสือที่นั้น คือ สานิตย์ ลิ่มศิลา หรือ ไข่ และ กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร หรือ เขียว ซึ่งยืนยงได้มีโอกาสฟังเพลงของ เลด เซพเพลิน, จอห์น เดนเวอร์, ดิ อีเกิ้ลส์ และปีเตอร์ แฟลมตัน จากแผ่นเสียงที่ ไข่ สานิตย์ ลิ่มศิลา สะสมไว้เป็นจำนวนมาก ต่อมา ทั้ง 3 จึงร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า "คาราบาว" เพื่อใช้ในการแสดงบนเวทีในงานของสถาบัน โดยเล่นดนตรีแนวโฟล์ค

เมื่อ ยืนยง โอภากุลสำเร็จการศึกษาและกลับมาเมืองไทย ได้ทำงานประจำเป็นสถาปนิกในสำนักงานเอกชนแห่งหนึ่ง และมีงานส่วนตัวคือรับออกแบบบ้านและโรงงาน ต่อมาเมื่อไข่และเขียวกลับมาจากฟิลิปปินส์ ทั้ง 3 ได้เล่นดนตรีร่วมกันอีกครั้งโดยเล่นในห้องอาหารที่โรงแรมวินเซอร์ ซอยสุขุมวิท 20 และต่อมาย้ายไปเล่นที่โรงแรมแมนดาลิน สามย่าน โดยขึ้นเล่นในวันศุกร์และเสาร์ แต่ทางวงถูกไล่ออกเพราะขาดงานหลายวันโดยไม่บอกกล่าว

เมื่อวงถูกไล่ออก ไข่ จึงได้แยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ทางภาคใต้ แอ๊ดและเขียวยังคงเล่นดนตรีต่อไป โดยเล่นร่วมกับวง โฮป ต่อมาปี พ.ศ. 2523 ยืนยง โอภากุล ได้ทำงานเป็นสถาปนิก ประจำสำนักงานบริหารโครงการ ของการเคหะแห่งชาติ ส่วนเขียวทำงานเป็นวิศวกร ประเมินราคาเครื่องจักรโรงงานอยู่กับบริษัทของฟิลิปปินส์ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย และทั้งคู่จะเล่นดนตรีในตอนกลางคืน โดยเล่นประจำที่ดิกเก็นผับ ในโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท

มีชื่อเสียง[แก้]

จุดเปลี่ยนของชีวิต ยืนยง โอภากุล อยู่ที่การรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มชุดแรกให้กับวงแฮมเมอร์ ในปี พ.ศ. 2522 ในชุด "บินหลา" โดย ยืนยง โอภากุล ยังเป็นผู้ออกแบบปกอัลบั้มด้วย ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ทำให้แฮมเมอร์เป็นที่รู้จักในวงการเพลง และปี พ.ศ. 2523 แอ๊ดยังได้แต่งเพลง ถึกควายทุย ให้แฮมเมอร์บันทึกเสียงในอัลบั้ม "ปักษ์ใต้บ้านเรา" อัลบั้มชุดดังกล่าวทำให้แฮมเมอร์โด่งดังอย่างมาก และได้ร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ของพนม นพพรเรื่องหมามุ่ย ในปี พ.ศ. 2524

หลังจากนั้นตัวของ ยืนยง โอภากุล ก็มีความคิดที่ว่าหากจะออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง คงจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงร่วมกับเขียว ออกอัลบั้มชุดแรกของวง คาราบาว ในชื่อชุด "ขี้เมา" ในปี พ.ศ. 2524 สังกัดพีค๊อก สเตอริโอ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ปีถัดมา คาราบาว ได้สมาชิกใหม่เพิ่มอีก 1 คนคือ เล็ก ( ปรีชา ชนะภัย ) มือกีตาร์จากวง "เพรสซิเดนท์" มาร่วมงานในชุดที่ 2 คือชุด "แป๊ะขายขวด" ชุดที่ 3 ชุด "วณิพก" เล็กเป็นเพื่อนเก่าของแอ๊ดตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ช่างก่อสร้างอุเทนถวายด้วยกัน ในระหว่างนั้นวงคาราบาวในยุคแรกก็ได้ออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตตามโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร บางครั้งมีคนดูไม่ถึง 10 คนก็มี

คาราบาว มาประสบความสำเร็จในอัลบั้มชุดที่ 5 ของวง คือ ชุด "เมด อิน ไทยแลนด์" ที่ออกในปลายปี พ.ศ. 2527 ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงถึง 5 ล้านตลับ และนับตั้งแต่นั้น ชื่อของ ยืนยง โอภากุล ก็เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย และออกผลงานเพลงร่วมกับวงคาราบาวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้แสดงคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

โดย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวง เป็นผู้มีบุคคลิกเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าพูดกล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมอย่างแรงและตรงไปตรงมา โดยสะท้อนออกมาในผลงานเพลง ที่เจ้าตัวจะเป็นผู้เขียนและร้องเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีออกมามากมายทั้งอัลบั้มในนามของวงและอัลบั้มเดี่ยวของตนเอง จนถึงวันนี้ไม่ต่ำกว่า 900 เพลง รวมถึงการแสดงออกในทางอื่น ๆ ด้วย ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ โดยผู้ที่ไม่ชอบคิดเห็นว่า เป็นการแสดงออกที่ก้าวร้าว รวมถึงตั้งข้อสังเกตด้วยถึงเรื่องการกระทำของตัวยืนยงเอง

บทบาททางสังคมและข้อวิจารณ์[แก้]

ยืนยง โอภากุล ไม่จำกัดตัวเองแต่ในบทบาทของศิลปินเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์และมีผลงานเขียนหนังสือและแสดงละคร ภาพยนตร์ต่าง ๆ ด้วย อาทิ เช่น เรื่องพรางชมพู กะเทยประจัญบาน (พ.ศ. 2545) ละครเรื่อง เขี้ยวเสือไฟ ทางช่อง 9 (พ.ศ. 2544) ลูกผู้ชายหัวใจเพชร ทางช่อง 7 (พ.ศ. 2546) เป็นต้น รวมถึงการทำงานภาคสังคมและมูลนิธิต่าง ๆ และยังได้แต่งเพลงประกอบโฆษณาหรือโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐในแต่ละโอกาสด้วย

ในปลายปี พ.ศ. 2545 ยืนยง โอภากุล ได้เปลี่ยนบทบาทของตัวเองอย่างสำคัญอีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นหุ้นส่วนสำคัญคนหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลัง ยี่ห้อ "คาราบาวแดง" โดยใช้ชื่อวงดนตรีของตัวเองมาเป็นจุดขาย ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างในสังคมว่า สมควรหรือไม่ กับผู้ที่เคยสู้เพื่ออุดมการณ์มาตลอด มาเป็นนายทุนเสียเอง ในปัจจุบันประชาชนหลายคนก็ยังเคลือบแคลงในจุดยืนของยืนยง

ปี พ.ศ. 2555 ถือเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ แอ๊ด คาราบาว ที่ได้ประพันธ์เพลง ผู้ปิดทองหลังพระ และร้องถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ณ ทุ่งมะขามหย่อง เมื่อย้อนกลับไปปี พ.ศ. 2498 พ่อของเขา "คุณ มนัส โอภากุล" ก็เคยเล่นดนตรีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ คราวเสด็จเปิดอ่างเก็บน้ำโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี "ตามรอยพ่อ" ก็เป็นอีกเพลงที่แอ๊ดประพันธ์และร้องถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวาระฉลอง 80 พรรษาของพระองค์ท่าน

ปี พ.ศ. 2556 ยืนยง โอภากุล ได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้อง-นักประพันธ์เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2556

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ชีวิตส่วนตัว ยืนยง โอภากุล มีชื่อเป็นภาษาจีนกลางว่า "หูฉุนฉาง" แปลว่า "คนแซ่หูผู้มีฐานะมั่นคงชีวิตยืนยง" ชอบเลี้ยงไก่ชนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ และมีฟาร์มไก่ชนเป็นของตัวเอง รวมถึงยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย นอกจากคาราบาวแดงแล้ว ยังมีกิจการทางดนตรีอีก คือ มีห้องอัดเสียงที่บ้านของตัวเอง ชื่อ เซ็นเตอร์ สเตจ สตูดิโอ (มองโกล สตูดิโอ) ซึ่งเป็นสตูดิโอระดับชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งของเมืองไทย และมีบริษัทเพลงชื่อ มองโกล เรคคอร์ด สมรสกับนางลินจง โอภากุล หญิงชาวบุรีรัมย์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นหญิง 2 คน คือ ณิชา โอภากุล (เซน) และ นัชชา โอภากุล (ซิน) และชาย 1 คน คือ วรมันต์ โอภากุล (โซโล)

ยืนยง โอภากุล มีพี่ชายฝาแฝดอีก 1 คน เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตเหมือนกัน คือ ยิ่งยง โอภากุล ชื่อเล่น "อี๊ด" และเคยออกอัลบั้มร่วมกัน 1 อัลบั้ม คือ อัลบั้ม พฤษภา ในปี พ.ศ. 2535 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

ในกลางปี พ.ศ. 2556 ในภาพยนตร์เรื่อง "ยังบาว" อันเป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของวงคาราบาว ผู้ที่รับบทเป็นยืนยง คือ ธนา เอี่ยมนิยม จากเดิมที่วางตัวไว้ คือ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม[3]

ผลงาน[แก้]

ผลงานการแต่งเพลง[แก้]

ผลงานเพลงที่ถูกรับเชิญ[แก้]

ผลงานละคร[แก้]

ผลงานภาพยนตร์[แก้]


พิธีกร[แก้]

  • สำรวจธรรมชาติ On The World (ช่อง 5)

ความเห็นทางการเมือง[แก้]

ในห้วงรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ยืนยงปล่อยเพลง "นาวารัฐบุรุษ" ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 พร้อมให้กำลังใจพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมขอให้ คสช. ปลูกฝังประชาธิปไตย[5]

ดูเพิ่ม[แก้]

ผลงานเดี่ยว[แก้]

อัลบั้มเดี่ยว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. บทสัมภาษณ์จาก คอนเสิร์ต เมด อิน ไทยแลนด์ ภาค 2546 สังคายนา ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดย สรยุทธ์ ทัศนะจินดา: ศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2547
  2. แอ๊ด คาราบาว รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากครอบครัวข่าว
  3. ท่องทะเลใจ..บอม ธนา ร่างทรง 'แอ๊ด คาราบาว' จากผู้จัดการออนไลน์
  4. จากหน้าปกอัลบั้ม dharmajāti
  5. แอ๊ด คาราบาว ปล่อยเพลงใหม่ นาวารัฐบุรุษ ขอพี่ตู่ทำเพื่อชาติ. ไทยรัฐออนไลน์. 27 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2557.

แม่แบบ:คาราบาว ย้อนอดีตพลิกปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ภาพอัลบั้ม ชื่ออัลบั้ม ปีที่วางแผง ยอดขาย รายชื่อเพลง
Firstadd27-24.jpg กัมพูชา พ.ศ. 2527
Ad02.jpg ทำมือ พ.ศ. 2532 700,000
ก้นบึ้ง.jpg ก้นบึ้ง พ.ศ. 2533
2343483rw6r96rrm69dvmd.jpg โนพลอมแพลม พ.ศ. 2533
เวิลด์โฟล์คเซน.jpg เวิลด์ โฟล์คเซน พ.ศ. 2534
รอยคำรณ.jpg รอยคำรณ พ.ศ. 2537
ข้าวสีทอง.jpg ข้าวสีทอง พ.ศ. 2538
เดอะ แมน ซิตี้ ไลอ้อน.jpg เดอะ แมน ซิตี้ ไลอ้อน พ.ศ. 2539
สุรชัยกึ่งศตวรรษ.jpg สุรชัยกึ่งศตวรรษ พ.ศ. 2549
เหลืองหางขาว.jpg เหลืองหางขาว พ.ศ. 2543
คนไทยหรือเปล่า.jpg คนไทยหรือเปล่า พ.ศ. 2544
ไม่ต้องร้องไห้.jpg ไม่ต้องร้องไห้ พ.ศ. 2545
อัลบั้มโอท็อป.jpg โอท็อป พ.ศ. 2547
Adsoloalbum2006.jpg ซึม เศร้า เหงา แฮงค์ พ.ศ. 2548
แมงฟอร์ซวัน.jpg แมงฟอร์ซวัน พ.ศ. 2549
11967 002.jpg ตะวันตกดิน พ.ศ. 2549
ทุ่งฝันตะวันรน.jpg ทุ่งฝันตะวันรอน พ.ศ. 2549
ยืนยงตั้งวงเล่า.jpg ยืนยงตั้งวงเล่า พ.ศ. 2549
คนกับเมาท์.jpg คนกับเมาท์ พ.ศ. 2551
เดินต่อไป.jpg เดินต่อไป พ.ศ. 2552
กันชนหมา.jpg กันชนหมา พ.ศ. 2555
วันวานไม่มีเขาฯ.jpg วันวานไม่มีเขาฯ พ.ศ. 2555
เห็นมั้ยบัวลอย.jpeg เห็นมั้ยบัวลอย พ.ศ. 2557