นโปเลียนที่ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นโปเลียนที่ 2
Le duc de Reichstadt.jpg

พระบรมนามาภิไธย นโปเลียนที่ 2
พระปรมาภิไธย จักรพรรดินโปเลียนที่ 2 แห่งฝรั่งเศส (การสืบทอดอย่างไม่เป็นทางการ แต่ได้ประกาศทันทีหลังนโปเลียนที่ 1 สละราชสมบัติ)
พระนามเต็ม นโปเลียน ฟรองซัวส์ โจเซฟ ชาร์ลส์ โบนาปาร์ต
พระอิสริยยศ ดยุคแห่งไรค์สตัดต์
ราชวงศ์ ราชวงศ์โบนาปาร์ต, ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก
ครองราชย์ 4 เมษายน 1814 - 11 เมษายน 1814
22 มิถุนายน 1815 - 7 กรกฎาคม 1815
รัชกาลก่อน จักรพรรดินโปเลียนที่ 1
รัชกาลถัดไป พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 แห่งฝรั่งเศส พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสราชวงศ์บูร์บอง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 20 มีนาคม ค.ศ. 1811
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สวรรคต 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1832 (21 ปี)
พระราชวังเชินบรุนน์ เวียนนา จักรวรรดิออสเตรีย
พระราชบิดา จักรพรรดินโปเลียนที่ 1
พระราชมารดา อาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรีย

นโปเลียนที่ 2 หรือ นโปเลียน ฟรองซัว โจเซฟ ชาร์ล โบนาปาร์ต (20 มีนาคม 1811 - 22 กรกฎาคม 1832) ทรงเป็นเจ้าชาย, พระมหากษัตริย์โรม, เจ้าชายแห่งปาร์มา ลาเซนเทียและกูอัสตัลลา และตั้งแต่ ค.ศ.1818 พระองค์เป็นที่รู้จักกันในพระนาม ฟรานซ์ ดยุคแห่งไรค์สตัดต์ พระองค์เป็นพระโอรสของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และจักรพรรดินีอาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรีย พระมเหสีองค์ที่ 2

ในรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสขณะนั้น ถือว่าพระองค์เป็นเจ้าชายจักรวรรดิฝรั่งเศส แต่ตั้งแต่ประสูติทรงเป็นที่รู้จักกันในฐานะพระมหากษัตริย์โรม ซึ่งจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ทรงประกาศประกาศเป็นบรรดาศักดิ์มารยาท (courtesy title) ของรัชทายาท

เมื่อนโปเลียนที่ 1 สละราชสมบัติเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1814 ได้แต่งตั้งพระองค์เป็นจักรพรรดิ แต่กลุ่มพันธมิตรที่ชนะต่อพระองค์ไม่ยอมรับพระโอรสเป็นผู้สืบทอด นโปเลียนที่ 1 ถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยไม่มีเงื่อนไข แม้ว่านโปเลียน ฟร็องซัว โบนาปาร์ตจะไม่เคยปกครองฝรั่งเศสอย่างแท้จริง แต่พระองค์มีบรรดาศักดิ์จักรพรรดิแห่งชาวฝรั่งเศสช่วงสั้น ๆ และนักประวัติศาสตร์มักเรียกว่า นโปเลียนที่ 2

ประวัติ[แก้]

พระบิดาของนโปเลียน นโปเลียนที่ 1, จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส พระบิดาของนโปเลียน นโปเลียนที่ 1, จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส
พระมารดาของนโปเลียน, มารี หลุยส์แห่งออสเตรีย จักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส
ภาพ The King of Rome นโปเลียนที่ 2 ครั้งเป็นทารก โดย François Gérard

เกิด

วันที่ 19 มีนาคม ค.ศ .1811 เวลา 20.00 - 21.00 น. ในเวลากลางคืน มารี หลุยส์ ได้รู้สึกเจ็บครรภ์ พระญาติและบุคคลในรัฐบาลของจักรวรรดิและนางรับใช้รวมตัวกันที่พระราชวังตุยเลอรี. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1811 เวลา 9.20 o. เด็กทารกชั่งน้ำหนัก 9 ปอนด์ (4.1 กิโลกรัม) ที่มีความสูง 20 นิ้ว (51 เซนติเมตร) เกิดที่พระราชวังตุยเลอรี พระองค์ได้รับการ Ondoyed (พิธีล้างบาป) พระองค์มีพระนามเต็ม นโปเลียน ฟรองซัว โจเซฟ ชาร์ล โบนาปาร์ต

พิธีบัพติศมา,แรงบันดาลใจจากพิธีบัพติศมาของ Louis, Grand Dauphin แห่งฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1811 ในมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เจ้าชายคาร์ลฟิลิปป์ แห่ง Schwarzenberg เอกอัครราชทูตออสเตรีย-ฝรั่งเศส บันทุกในพิธีบัพติศมาว่า

[...] พิธีบัพติศมาเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ,ฉากที่จักรพรรดิเอาทารกออกจากอ้อมแขนของแม่อันสูงส่งของพระองค์ จักรพรรดิยกพระโอรสขึ้น 2 ครั้ง ที่จะเปิดเผยสาธารณชน ทุกคนต่างปรบมือกึกก้อง [1]

พระองค์อยู่ในความดูแลของLouise Charlotte Françoise Le Tellier de Montesquiou หลานของFrançois-Michel le Tellier, Marquis de Louvois ซึ่งเป็นแม่นมของเด็กฝรั่งเศส ความรักและฉลาด แม่นมเลี้ยงดูองค์ชายอย่างดีเพื่อที่ะเติบโตอย่างเข้มแข็ง และเก่งในปรัญญาและการทหาร

สิทธิในการสืบราชสมบัติ[แก้]

ในฐานะโอรสองค์โตที่ถูกต้องตามกฎหมายของนโปเลียนที่ 1 พระองค์ก็ได้แต่งตั้งเป็นเจ้าชายและองค์"รัชทายาท"แห่ง"จักรวรรดิฝรั่งเศส" แต่พระองค์ยังทำให้พระโอรสของพระองค์ต้องพบกับความลำบากในอีกสามปีต่อมาจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1ที่พระองค์เป็นรัชทายาทได้ล่มสลายลงเพราะแพ้สงครามนโปเลียน

นโปเลียนเห็นอาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรียและพระโอรสของพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อ 24 มกราคม 1814. วันที่ 4 เมษายน 1814 นโปเลียนสละราชสมบัติเนื่องจากแพ้สงครามกับกลุ่มพันธมิตร และ นโปเลียนที่ 2 ก็ได้เป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสในนาม จักรพรรดินโปเลียนที่ 2 แต่ใน1สัปดาห์ต่อมาพระองค์ก็โดนบังคับให้สละราชสมบัติ

ครองราชย์[แก้]

วันที่ 29 มีนาคม 1814, จักรพรรดินีออกพระราชวังตุยเลอรีกับโอรสของพระองค์ เมื่อวันที่ 13 เมษายนจักรพรรดินีอาร์คดัชเชสมารี หลุยส์แห่งออสเตรียและ นโปเลียนที่ 2 กลับมาอยู่ในแรมบุยเล นโปเลียนที่ 2 พบพระอัยกา(ตา)คือจักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อวันที่ 23 เมษายนพาจักรพรรดินีและพระองค์ไปออสเตรียและพระองค์จะไม่ได้กลับมาฝรั่งเศสตลอดไปพระองค์ได้ไปอยู่ไปอยู่ในจักรวรรดิออสเตรีย.

ในปี 1815 หลังจากความพ่ายแพ้ของนโปเลียนที่ 1 ที่วอเตอร์ลู, นโปเลียนสละราชสมบัติในการสนับสนุนของลูกชายคนที่เขาไม่เคยเห็นตั้งแต่ที่เขาถูกเนรเทศไป Elba ของเขาเป็นครั้งที่สอง วันรุ่งขึ้นหลังจากการสละราชสมบัติของนโปเลียนคณะกรรมการของรัฐบาลสมาชิกห้าเอากฎของฝรั่งเศส รอการกลับมาของกษัตริย์หลุยส์ที่ 18 ที่อยู่ใน Le Cateau-Cambresis. คณะกรรมการการถืออำนาจเป็นเวลาสองสัปดาห์ และไม่มีใครเรียกนโปเลียนที่2เป็นจักรพรรดิ 'ต่อมาไม่นานคนที่จะมาครองบัลลังก์จักรพรรดิของจักรวรรดิฝรั่งเศส (ในปี 1852) ในนาม'จักรพรรดินโปเลียนที่ 3' เป็นญาติของพระองค์

ชีวิตในออสเตรีย[แก้]

นโปเลียนที่ 2 ดยุคแห่งไรช์ชเตดท์

จากฤดูใบไม้ผลิ 1814 เป็นต้นไป, นโปเลียนที่ 2อาศัยอยู่ในจักรวรรดิออสเตรียและเป็นที่รู้จักกันว่า "ฟรานซ์" (ถูกตั้งให้โดยตาทวด จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2) ในปี 1818 ตาทวดของพระองค์ได้พระราชทานพระอิสริยยศในนามของดยุคแห่งไรค์สตัดต์ พระองค์ได้รับการศึกษาโดยเจ้าหน้าที่ของครูทหารและการพัฒนาพระองค์ชอบอาชีพทหาร, การแต่งกายในเครื่องแบบขนาดเล็กเช่นเดียวกับพระบิดาของพระองค์และการแสดงการซ้อมรบในพระราชวัง ตอนอายุ 8 ขวบ มันเป็นที่ชัดเจนให้กับอาจารย์ผู้สอนของพระองค์ว่าพระองค์ได้รับการแต่งตั้งอาชีพของเขา

ในปี ค.ศ. 1820, นโปเลียนที่ 2 ได้จบการศึกษาระดับประถม พระองค์เริ่มเข้าฝึกทหาร และเรียนภาษาเยอรมัน,อิตาลี และเรียนคณิตศาสตร์ พระองค์ได้รับการฝึกฝนร่างกายอย่างสูง พระองค์ได้เป็นทหารอย่างทางการในอายุ 12 ใน ค.ศ. 1823 พระองค์ได้ทำให้นักเรียนนายร้อยในกองทัพออสเตรีย และครูของพระองค์ชมว่า นโปเลียนที่ 2 เป็นคนที่ฉลาด เป็นคนที่จริงจังและมุ่งมั่น นอกจากนี้พระองค์ยังยังเป็นหนุ่มร่างสูง พระองค์สูงเกือบ 6 ฟุต ตอนที่พระองค์อายุ 17 ปี

ที่พระองค์เป็นอาชีพทหารทำให้บางคนกังวลและมีเสน่ห์ที่จะกษัตริย์ยุโรปและเป็นผู้นำฝรั่งเศสมีความเป็นไปได้ของพระองค์ไปยังฝรั่งเศส แต่พระองค์ไม่ได้รับอนุญาตให้ไม่มีบทบาททางการเมืองและถูกนำมาใช้แทนโดยนายกรัฐมนตรีออสเตรียChancellor Klemens von Metternich ในการเจรจาต่อรองกับฝรั่งเศสเพื่อให้ได้เปรียบสำหรับออสเตรีย ทุกคนกลัวการฟื้นฟูราชวงศ์โบนาปาร์ต ฟื้นอำนาจทางการเมือง. Klemens von Metternichได้ปฏิเสธพระองค์ที่จะย้ายไปฤดูร้อนในอิตาลี ไม่นานพระองค์ ได้รับการปฏิเสธอีกครั้งเมื่อตาทวดของพระองค์ปฏิเสธที่จะให้พระองค์เข้าร่วมกองทัพเดินทางไปยังอิตาลีเพื่อปราบกบฏ

เรื่องการตายพ่อเลี้ยง ,Adam Albert von Neipperg เปิดเผยว่าแม่ของพระองค์ได้พัดลูก 2 คน (เป็นลูกนอกสมรสมารดาพระองค์จะแต่งงานใหม่) พระองค์กล่าวกับเพื่อนของพระองค์ Anton von Prokesch-Osten "ถ้าโจเซฟินได้รับมารดาของฉัน พ่อของฉันจะไม่ได้ถูกฝังอยู่ที่เซนต์เฮเลน่า " และฉันไม่ควรมาอยู่ที่กรุงเวียนนา แม่ฉันเป้นคนที่อ่อนแอ.. เธอไม่สมควรที่จะเป็นภรรยาพ่อของฉัน

ในปี ค.ศ. 1831, นโปเลียนที่ 2 ได้รับคำสั่งจากกองทัพออสเตรีย แต่พระองค์ไม่เคยได้มีโอกาสที่จะทำหน้าที่สำคัญใด ๆ ใน ค.ศ. 1832 พระองค์ได้มีปัญหาเรื่องปอดพระองค์ได้ล้มป่วยเป็นเวลาหลายเดือน อาการของพระองค์ไม่ดีขึ้นในที่สุด 22 กรกฎาคม 1832 นโปเลียนที่ 2 เสียชีวิตจากวัณโรคที่พระราชวังเชินบรุนน์ในเวียนนา. ในการอ้างสิทธิในราชบัลลังค์ได้ตกเป็นของ หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ต ญาติของพระองค์ ซึ่งต่อมาญาติของพระองค์สามารถฟื้นฟูราชวงศ์กลับมาและได้เป็นจักรพรรดิ ในนามจักรพรรดินโปเลียนที่ 3

เครื่องอิสริยาภรณ์[แก้]

Legion Honneur GC ribbon.svg
แกรนด์ไอเกิล ของเลฌียงดอเนอร์ แห่งฝรั่งเศส
Ordre de la Couronne de Fer Chevalier ribbon.svg
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎเหล็กแห่งอิตาลี
Ord.S.Stef.Ungh. - GC.png
เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญสตีเฟนแห่งฮังการี
Sacro Militare Ordine Costantiniano di San Giorgio.png
เครื่องราชอิสริยาภรณ์คอนสแตนตินทหารศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จ ของดัชชีปาร์มา

ตราอาร์มประจำพระองค์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ napoleon