ภาษาโดกรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาษาโดกรี
डोगरी ڈوگرى ḍogrī
ภาษาแม่ใน อินเดีย, ปากีสถาน
ภูมิภาค รัฐจัมมู, รัฐแคชเมียร์, รัฐหิมาจัลประเทศ, รัฐปัญจาบ
จำนวนผู้พูด 2 ล้านคน  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
ระบบการเขียน อักษรเทวนาครี, อักษรตกริ, อักษรอาหรับ
รหัสภาษา
ISO 639-2 doi
ISO 639-3 มีหลากหลาย:
doi — ภาษาโดกรี (ทั่วไป)
dgo — ภาษาโดกรี (จำเพาะ)
xnr — กังกรี

ภาษาโดกรีเป็นภาษาในจัมมูร์และแคชเมียร์ รวมทั้งในรัฐปัญจาบและรัฐหิมาจัลประเทศ[1] มีผู้พูดราว 2.1 ล้านคน [2] แต่ก่อนถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาปัญจาบ แต่ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกภาษาหนึ่งในอดีตเขียนด้วยอักษรตกริ[3] ซึ่งคล้ายกับอักษรสรทะที่ใช้เขียนภาษาแคชเมียร์ [3] ปัจจุบันเขียนด้วยอักษรเทวนาครีหรืออักษรอาหรับ-เปอร์เซียแบบนัสตาลิก

ศัพท์ทั่วไป[แก้]

ภาษาโดกรี ภาษาโดกรี คำแปล เปรียบเทียบ
آہ / ऑह Ah ใช่ Haan (ฮินดี,อูรดู,ปัญจาบ), Aa (แคชเมียร์), Ho (ภาษาพาชตู)
کنے / कन्ने Kanne กับ Saath (ฮินดี/อูรดู), Sityə (แคชเมียร์), Naal (ปัญจาบ)
نکے / नुक्के Nukke รองเท้า Jootey (ฮินดี,อูรดู), Chhittar/Juttiaan (ปัญจาบ)
پت / पित्त Pit ประตู Darwaza (ฮินดี/อูรดู/ปัญจาบ/แคชเมียร์), Buha (ปัญจาบ), Bar (แคชเมียร์)
کے / के Ke อะไร Kya (ฮินดี/อูรดู/แคชเมียร์), Kee (ปัญจาบ)
کى / की ทำไม Kyon (ฮินดี/อูรดู/ปัญจาบ), Kyazi (แคชเมียร์), Kate/Kanu (ปัญจาบ ในบางที่)
ادوانہ / अद्वाना Adwana แตงโม Tarbooz (ฮินดี/อูรดู), Hadwana (ปัญจาบ/ภาษาเปอร์เซีย), Indwanna (พาชตู)
دنيہ / दुनिया Duniyā โลก Duniya (อูรดู/ปัญจาบ/แคชเมียร์/เปอร์เซีย/ภาษาอาหรับ)

หลักฐานทางประวัติศาสตร์[แก้]

ปูโตมีชาวกรีกในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้กล่าวถึงชาวโดกรีว่า “ครอบครัวชาวโดกรีผู้กล้าหาญที่อยู่ในหุบเขาศิวาลิก [4] ใน พ.ศ. 1860 อามีร์ ขุสโร กวีที่มีชื่อเสียงในภาษาฮินดีและภาษาเปอร์เซียได้กล่าวถึงภาษาโดกรีในการอธิบายถึงภาษาและสำเนียงในอินเดีย [5][6]


ทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชื่อ[แก้]

นักปราชญ์ในสมัยพระเจ้ารับบีร สิงห์มหาราชแห่งชัมมูและกัษมีระ อธิบายคำว่า Duggar ว่ามาจากคำว่า Dwigart หมายถึงผ่านไปทั้งสอง ซึ่งอาจจะอ้างถึงทะเลสาบมันสัรและสรุอินสัร [7]


มีนักภาษาศาสตร์ได้เชื่อมโยงคำว่า Duggar เข้ากับคำว่า Doonger ในภาษาราชสถาน ซึ่งหมายถึงเนินเขาและ Dogra กับคำว่า Dongar [7] ความเห็นนี้ขาดการสนับสนุนเท่าที่ควรเพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนระหว่างภาษาราชสถานกับภาษาโดกรี และขาดเหตุผลว่าทำไมจึงเปลี่ยนแปลงไปเช่นนั้น [8]

ข้อสันนิษฐานอีกข้อหนึ่งคือมาจากศัพท์ Durger ซึ่งคำนี้หมายถึงไม่พ่ายแพ้ในหลายภาษาทางอินเดียเหนือ และอาจจะกลายมาเป็นคำที่ชาวโดกรียืมมาใช้ เพื่อสื่อถึงความเข้มแข็งและประวัติศาสตร์ด้านการทหารและการปกครองตนเองในสังคมชาวโดกรี

ใน พ.ศ. 2519 ในการประชุมวิชาการเรื่องอินเดียแห่งตะวันออกทั้งหมด ได้ปฏิเสธสมมติฐาน Dwigart และสมมติฐาน Durger แต่ยอมรับสมมติฐาน Doonger-Duggar ในการประชุมต่อมาใน พ.ศ. 2525 นักภาษาศาสตร์ยอมรับว่าวัฒนธรรม ภาษา และประวัติศาสตร์ของชาวราชสถานและชาวโดกรีมีบางส่วนคล้ายคลึงกัน ศัพท์ Duggar และ Dogra เป็นศัพท์ทั่วไปในภาษาราชสถาน

ประวัติ[แก้]

การแปลภาษาสันสกฤตเป็นภาษาโดกรี เขียนด้วยอักษรตกริเริ่มปรากฏเมื่อ พ.ศ. 1657 ภาษาโดกรีเองมีกวีนิพนธ์ นิยาย และละครพื้นเมืองเป็นของตนเองเช่นกันโดยมีประวัติสืบค้นได้ถึงพุทธศตวรรษที่ 23 มีสถานีวิทยุและโทรทัศน์ออกอากาศเป็นภาษาโดกรีในรัฐชัมมูและกัษมีระ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2512 ภาษาโดกรีได้รับการยอมรับให้เป็นภาษาเขียนเอกเทศในอินเดีย [9] เป็นภาษาประจำรัฐภาษาหนึ่งของรัฐชัมมูและกัษมีระ ต่อมาในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ภาษาโดกรีได้รับการยอมรับให้เป็นภาษาประจำชาติของอินเดีย [10][11]ในปากีสถาน ภาษานี้มีชื่อว่าภาษาปาหารี [12] ยังมีผู้ใช้อยู่มากแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นภาษาราชการ [13]

การเป็นภาษาหรือสำเนียง[แก้]

ภาษาโดกรี ภาษาแคชเมียร์ ภาษาปัญจาบ ภาษาอูรดู และภาษาฮินดี ต่างเป็นภาษาที่ใช้พูดในบริเวณที่มีความขัดแย้งสูง ทำให้เกิดปัญหาว่าภาษาเหล่านี้เป็นภาษาเอกเทศหรือสำเนียง ในบางครั้งถือว่าภาษาปาหารีตะวันตกเป็นสำเนียงของภาษาปัญจาบ ภาษาปาหารีตะวันตกบางสำเนียงเช่นรัมบานี เคยถูกจัดเป็นสำเนียงของภาษาแคชเมียร์ [3] [14]ในบางครั้งภาษาปัญจาบก็เคยถูกจัดเป็นสำเนียงของภาษาฮินดี นักภาษาศาสตร์สมัยใหม่จัดให้ภาษาโดกรี ภาษาแคชเมียร์ ภาษาปัญจาบ ภาษาอูรดู และภาษาฮินดีเป็นภาษาเอกเทศในภาษากลุ่มอินโด-อิหร่าน ภาษาเหล่านี้จะมีภาษามาตรฐานที่ใช้ในการเขียนและมีสำเนียงย่อยๆอีกมาก

อ้างอิง[แก้]

  1. Billawaria, Anita K. (1978). History and Culture of Himalayan States, v.4. Light & Life Publishers. 
  2. Sharma, Sita Ram (1992). Encyclopaedia of Teaching Languages in India, v. 20. Anmol Publications. p. 6. 
  3. 3.0 3.1 3.2 Masica, Colin P. (1993). The Indo-Aryan Languages. Cambridge University Press. ISBN 0521299446. 
  4. Shastri, Balkrishan (1981). Dogri in the family of world languages (Translated). Dogri Research Centre, Jammu University. 
  5. Shastri, Ram Nath (1981). Dogri Prose Writing before Independence (Translated). Dogri Research Centre, Jammu University. 
  6. Datta, Amaresh (1987). Encyclopaedia of Indian Literature. Sahitya Akademi. 
  7. 7.0 7.1 Pathik, Jyoteeshwar (1980). Cultural Heritage of the Dogras. Light & Life Publishers. 
  8. Bahri, Ujjal Singh (2001). Dogri: Phonology and Grammatical Sketch. Bahri Publications. 
  9. Rao, S. (2004). Five Decades: The National Academy of Letters, India : a Short History of Sahitya Akademi. Sahitya Akademi. Indian Express, New Delhi, 3rd August, 1969
  10. "Lok Sabha passes bill recognising Dogri, 3 other languages", Daily Excelsior (Jammu and Kashmir), 2003-12-23, สืบค้นเมื่อ 2008-10-31, "Dogri among other three languages has been included in the Eighth Schedule of the Constitution when Lok Sabha unanimously approved an amendment in the Constitution" 
  11. Tsui, Amy (2007). Language Policy, Culture, and Identity in Asian Contexts. Routledge. ISBN 0805856943. 
  12. Ghai, Ved Kumari (1991). Studies in Phonetics and Phonology: With Special Reference to Dogri. Ariana Publishing House. ISBN 8185347204. "non-Dogri speakers, also trained phoneticians, tend to hear the difference as one of length only, perceiving the second syllable as stressed" 
  13. Alami Pahari Adabi Sangat (Global Pahari Cultural Association), สืบค้นเมื่อ 2008-10-31 
  14. Itagi, N.H. (1994). Spatial Aspects of Language. Central Institute of Indian Languages. p. 70. ISBN 8173420092. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]