พระเจ้าแทโจแห่งโชซ็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าแทโจแห่งโชซ็อน
King Taejo Yi 02.jpg
พระบรมนามาภิไธย พระเจ้าแทโจแห่งโชซ็อน
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งเกาหลี
ราชวงศ์ โชซ็อน
ครองราชย์ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 19355 กันยายน พ.ศ. 1941
บรมราชาภิเษก 18 กรกฎาคม พ.ศ. 1935
ระยะครองราชย์ 6 ปี
รัชกาลก่อนหน้า พระเจ้าคงยาง
รัชกาลถัดไป พระเจ้าจองจง
วัดประจำรัชกาล แทโจ
พระบรมศพ สุสานหลวงราชวงศ์โชซอน
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 14 ตุลาคม พ.ศ. 1879
สวรรคต 24 พฤษภาคม พ.ศ. 1951
(พระชนมายุได้ 72 พรรษา)
พระราชบิดา พระเจ้าฮวันโจ
พระราชมารดา พระพันปีอึยฮเย
พระมเหสี พระมเหสีซินอึย,
พระมเหสีซินด๊อก
พระราชโอรส/ธิดา พระเจ้าจองจง, พระเจ้าแทจง
    
Korean name
ฮันกึล 태조
ฮันจา 太祖
RR Taejo
MR T'aejo
นามปากกา
ฮันกึล 송헌
ฮันจา 松軒
RR Songheon
MR Songhŏn
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이성계 later 이단
ฮันจา 李成桂 later 李旦
RR I Seonggye later I Dan
MR Yi Sŏngkye later Yi Tan
ชื่อสุภาพ
ฮันกึล 중결
ฮันจา 仲潔
RR Junggyeol
MR Chunggŏl

พระเจ้าแทโจ (เกาหลี: 태조, ฮันจา: 太祖, MC: Taejo, MR: T'aejo ค.ศ. 1335 - ค.ศ. 1408) เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซ็อนของเกาหลี (ค.ศ. 1392 - ค.ศ. 1398) พระนามเดิมว่า อี ซ็อง-กเย (เกาหลี: 이성계, ฮันจา: 李成桂, MC: Yi Seonggye, MR: I Sŏnggye) ทรงย้ายเมืองหลวงของเกาหลีไปยังเมืองฮันซ็องและตั้งลัทธิขงจื๊อใหม่ (Neo-Confucianism) เป็นศาสนาประจำอาณาจักร

ก้าวสู่อำนาจ[แก้]

อี ซ็อง-กเย เกิดเมื่อ ค.ศ. 1335 ในมณฑลซังซ็อง (쌍성총관부, 雙城摠管府) ซึ่งเป็นดินแดนของเกาหลีที่ถูกมองโกลราชวงศ์หยวนผนวกไป บิดาคืออี จา-ชุน (이자춘, 李子春) หรืออูลูสบุคา (Ulus Bukha) เป็นนายพลเกาหลีที่รับใช้มองโกลบังคับบัญชามณฑลซังซ็อง ในปี ค.ศ. 1350 พระเจ้าคงมิน (공민왕, 恭愍王) แห่งราชวงศ์โครยอทรงส่งทัพไปยึดมณฑลซังซ็องคืน อี จา-ชุนและครอบครัวก็ย้ายมาอยู่ที่เมืองฮัมฮึง (함흥, 咸興) ในมณฑลฮัมกย็อง อี ซ็อง-กเย ได้รับใช้พระเจ้าคงมินเป็นขุนพลที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ การยึดเมืองแคซ็องคืนจากกบฏโพกผ้าแดง (紅巾之亂, Red Turban Rebellion) ในค.ศ. 1361 การยึดมณฑลทงนย็อง (동녕부, 東寧府) คืนในค.ศ. 1370 รวมทั้งการปราบโจรสลัดญี่ปุ่น (Wokou)

จักรพรรดิหงหวู่ (洪武帝) ล้มราชวงศ์หยวนตั้งราชวงศ์หมิง ในปี ค.ศ. 1368 พระเจ้าคงมินถูกลอบปลงพระชนม์ในปี ค.ศ. 1354 โดยกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนพวกมองโกล และในค.ศ. 1388 อี ซ็อง-กเย ได้ร่วมมือกับชเวย็อง (최영, 崔瑩) ยึดอำนาจจากขุนนางฝ่ายมองโกล ในปีเดียวกันนั้นเองพระจักรพรรดิหงหวู่มีรับสั่งจะส่งทัพจีนมาตั้งมั่นที่มณฑลซังซอง ชเวย็องและพระเจ้าอู (우왕, 禑王) เห็นว่าควรส่งทัพไปรุกรานราชวงศ์หมิงเป็นการต่อต้าน แต่อี ซ็อง-กเย เห็นว่าไม่ควรทำ เพราะราชวงศ์หมิงขณะนั้นมีความแข็งแกร่ง เกาหลีไม่อาจจะสู้ได้ เมื่อเดินทัพถึงเกาะวีฮวา (위화도, 威化島) บนแม่น้ำยาลู อี ซ็อง-กเย ก็เปลี่ยนใจ หันทัพกลับมาเมืองแคซ็องกระทำรัฐประหารสังหารชเวย็องเสีย แล้วตั้งพระเจ้าชาง (창왕, 昌王) พระโอรสของพระเจ้าอูเป็นกษัตริย์แทน แต่ในปี ค.ศ. 1389 ก็ถอดพระเจ้าชางลงแล้วสำเร็จโทษไปพร้อมกับพระเจ้าอูด้วยข้อหาเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ไม่แท้จริง แล้วยกพระเจ้าคงยาง (공양왕, 恭讓王) ขึ้นเป็นกษัตริย์หุ่นเชิดแทน

ตั้งราชวงศ์ใหม่[แก้]

อี ซ็อง-กเย เมื่อได้อำนาจแม้แล้วก็ทำการปฏิรูปการปกครองเสียใหม่ โดยยึดที่ดินจากกลุ่มขุนนางมองโกลเก่ามาทั้งหมดให้กลายเป็นของราชสำนักผ่านทางกฎหมายที่ดินใหม่ เพื่อกำจัดอำนาจของกลุ่มขุนนางมองโกลเก่าซึ่งมีที่ดินในครอบครองเป็นฐานอำนาจจำนวนมาก[1] ขุนนางจะมีที่ดินต่อเมื่อราชสำนักให้มาเท่านั้น และอี ซ็อง-กเย ยังยกเลิกพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำอาณาจักร และยกลัทธิขงจื๊อขึ้นมาแทนที่ อี ซ็อง-กเย ต้องเผชิญกับการต่อต้านของขุนนางและปราชญ์ขงจื๊อที่ต่อต้านการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ นำโดย จองมงจู (정몽주, 鄭夢周) ซึ่งอี ซ็อง-กเย ก็ได้ส่งบุตรชายของตน คือ ลีบังวอน (이방원, 李芳遠) ไปทำการลอบสังหารในค.ศ. 1392[2]

ในที่สุดด้วยการรบเร้าของสภาองคมนตรีและขุนนางทั้งหลาย ในค.ศ. 1392 อี ซ็อง-กเย ก็บังคับให้พระเจ้าคงยางสละราชบัลลังก์แล้วเนรเทศไปเมืองวอนจู ประกาศล้มเลิกราชวงศ์โครยอ ปราบดาภิเษกตนเองเป็นกษัตริย์ราชวงศ์ใหม่ อี ซ็อง-กเย ได้อาศัยหลักอาณัติสวรรค์ (Mandate of Heaven) ของจีนมาอธิบายการสิ้นสุดของราชวงศ์โครยอและการปราบดาภิเษกของตนเอง ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในเกาหลี[3] ในค.ศ. 1393 พระเจ้าแทโจทรงส่งทูตไปยังกรุ่งปักกิ่งเพื่อขอพระราชทานการรับรองจากพระจักรพรรดิหงหวู่ และให้ทรงเลือกชื่อราชวงศ์ใหม่ระหว่าง ฮวาย็อง และ โชซ็อน ซึ่งพระจักรพรรดิหมิงก็ทรงเลือกชื่อ "โชซ็อน"[4] อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์หมิงยังคงไม่รับรองราชวงศ์ใหม่นี้ของเกาหลีจนกระทั่งรัชสมัยของพระเจ้าแทจงใน ค.ศ. 1394 พระเจ้าแทโจก็ทรงสำเร็จโทษพระเจ้าคงยางพร้อมกับพระราชวงศ์ที่เหลือ

เป็นธรรมเนียมของราชวงศ์ใหม่ของเกาหลีที่จะย้ายเมืองหลวง ด้วยความช่วยเหลือของพระภิกษุมูฮัก (무학, 無學) พระสหายแต่พระเยาว์ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย[5] พระเจ้าแทโจจึงทรงย้ายไปเมืองฮันยัง (한양, 漢陽) และเริ่มส้รางเมืองหลวงแห่งใหม่เมื่อค.ศ. 1394 ดำเนินการก่อสร้างกำแพงสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งออกแบบโดยช็อง โด-จ็อน (정도전, 鄭道傳) ปราชญ์ขงจื๊อและขุนนางคนสำคัญของพระเจ้าแทโจ ในค.ศ. 1395 พระเจ้าแทโจทรงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นฮันซ็อง (한성, 漢城) ช็อง โด-จ็อนตั้งชื่อพระราชวังแห่งใหม่ให้ว่า พระราชวังคย็องบก (경복궁, 景福宮) ซึ่งสร้างเสร็จใน ค.ศ. 1394 และย้ายราชสำนักไปอยู่ที่เมืองฮันซ็องเป็นการถาวรในปีนั้นเอง

สละบัลลังก์[แก้]

พระเจ้าแทโจเมื่อครั้งยังทรงเป็นขุนพลอี ซ็อง-กเย นั้นมีภรรยาอยู่คนหนึ่งมาจากตระกูลฮัน (한씨, 韓氏) มีลูกชายหกคน แต่นางเสียชีวิตไปก่อนในค.ศ. 1391 เมื่อพระเจ้าแทโจปราบดาภิเษกขึ้นครองราชสมบัตินั้น ได้อภิเษกใหม่กับพระมเหสีชินด็อก ตระกูลคัง (신덕왕후 강씨, 神德王后 康氏) และตั้งพระชายาเก่าตระกูลฮันเป็นพระมเหสีชินอี (신의왕후, 神懿王后) พระเจ้าแทโจมีพระโอรสกับพระมเหสีชินด็อกสองพระองค์ พระเจ้าแทโจทรงสถาปนาองค์ชายอีอัน (의안대군, 宜安大君) ลีบังซอก (이방석, 李芳碩) พระโอรสของพระมเหสีชินด็อกเป็นองค์ชายรัชทายาท สร้างความไม่พอใจแก่พระโอรสทั้งหลายที่ประสูติแต่พระมเหสีฮันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะองค์ชายจองอัน (정안대군, 靖安大君) ลีบังวอน ซึ่งมีความทะเยอทะยานและที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือพระบิดาอย่างมาก

พระมเหสีชินด็อกสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1397 เกิดข่าวลือว่าพระเจ้าแทโจหมายจะยกย่องพระโอรสที่ประสูติแต่พระมเหสีใหม่ให้เหนือกว่าพระโอรสที่ประสูติจากพระมเหสีเก่า[6] ในค.ศ. 1398 ลีบังวอนจึงตัดสินใจลอบสังหารลีบังบอน (이방번, 李芳蕃) และลีบังซอก พระโอรสของพระมเหสีชินด็อกทั้งสองพระองค์ รวมทั้งสังหารช็อง โด-จ็อนที่ให้การสนับสนุนองค์ชายลีบังซอกเป็นรัชทายาท เรียกว่า เหตุการณ์จลาจลขององค์ชาย (왕자의난, 王子-亂) ครั้งที่หนึ่ง องค์ชายลีบังวอนตั้งพระเชษฐาองค์ชายยองอัน (영안대군, 永安大君) ลีบังกวา (이방과, 李芳果) เป็นองค์ชายรัชทายาทแทน

หลังจากที่สูญเสียพระมเหสีและพระโอรสเข่นฆ่ากันเอง พระเจ้าแทโจก็ทรงหมดอาลัยตายอยากกับพระชนม์ชีพแล้วจึงสละราชสมบัติในปีค.ศ. 1398 แล้วเสด็จไปประทับที่เมืองฮึมฮึงหรือฮัมนุงบ้านเกิด องค์ชายลีบังกวาขึ้นครองราชสมบัติต่อเป็นพระเจ้าจองจง (정종, 定宗) แต่ความทะเยอทะยานขององค์ชายลีบังวอนและการนองเลือดยังไม่จบสิ้น

ปั้นปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

พระเจ้าแทโจสละบัลลังก์แล้วทรงดำรงตำแหน่งเป็น แทซังวัง (태상왕, 太上王) พระเจ้าจองจงทรงหวั่นเกรงอิทธิพลของพระอนุชาองค์ชายลีบังวอน จนในค.ศ. 1400 ก็ทรงสละบัลลังก์ให้แก่ลีบังวอน ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแทจง แต่ทว่าตราพระราชลัญจกรอันเป็นสัญลักษณ์ของพระราชอำนาจนั้นแทซังวังได้ทรงนำติดพระองค์ไปด้วยไม่ทรงมอบให้พระเจ้าแทจง พระเจ้าแทจงได้ส่งทูตมาหาพระราชบิดาหลายครั้งเพื่อขอพระราชทานตราแผ่นดินกลับไป แต่พระเจ้าแทโจก็ทรงสังหารทูตของพระโอรสทุกคน จนกระทั่งครั้งสุดท้ายพระเจ้าแทจงได้ส่งพระภิกษุมูฮัก พระสหายของพระเจ้าแทโจมา พระเจ้าแทโจจึงทรงยอมให้พระโอรสเข้าเฝ้า พระเจ้าแทโจทรงขว้างตราแผ่นดินใส่พระพักตร์ของพระเจ้าแทจง แล้วตรัสว่า เอาไปเสียไอ้ลูกชั่ว เจ้าอยากได้มันนักมิใช่ฤๅ

พระเจ้าแทโจทรงเนรเทศพระองค์เองอยู่ที่บ้านเกิดอยู่หลายปี จนด้วยการขอร้องของพระภิกษุมูฮักแทซังวังจึงเสด็จกลับมาประทับที่พระราขวังคยองบกในค.ศ. 1405 ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสวดมนต์สงบพระราชหฤทัย กระทั่งสวรรคตใน ค.ศ. 1408 พระสุสานชื่อว่า คังวอนนึง (건원릉, 建元陵)

พระนามเต็ม[แก้]

  • สมเด็จพระราชา แทโจ คังฮอน จีอิน คเยอึน อึงชอง โจท็อง ควางฮุน ยองมยอง ซองมุน ซินมู จองอึย ควางด็อก โก
  • 태조강헌지인계운응천조통광훈영명성문신무정의광덕고황제
  • 太祖 康獻至仁啓運應天肇通光勳永命聖文神武正義光德高皇帝

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: ลีจาซุน (이자춘)
  • พระราชมารดา: พระนางอึยฮเยพระพันปีหลวง ตระกูลแช แห่งยองฮึง (의혜왕후 최씨)

พระมเหสี พระราชโอรส พระราชธิดา

  1. สมเด็จพระราชินีชินอึย ตระกูลฮัน แห่งอันพยอน (신의왕후 한씨, 神懿王后韓氏)
    1. ลีพังอู,เจ้าชายจินอัน (이방우 진안대군)
    2. ลีพังกวา,พระเจ้าจองจงแห่งโชซอน
    3. ลีพีงอึย,เจ้าชายอิกอัน (이방의 익안대군)
    4. ลีพังกาน,เจ้าชายโฮอัน (이방간 회안대군)
    5. ลีพังวอน,พระเจ้าแทจงแห่งโชซอน
    6. ลีพังยอน,เจ้าชายท็อกอัน (이방연 덕안대군)
    7. เจ้าหญิงคยองชิน (경신공주)
    8. เจ้าหญิงคยองซอน (경선공주)
  2. สมเด็จพระราชินีชินด็อก ตระกูลคัง แห่งกุกซาน (신덕왕후 강씨, 神德王后康氏)
    1. ลีพังบอน,เจ้าชายมูอัน (이방번 무안대군)
    2. ลีพังซ็อก,เจ้าชายอึยอัน (이방석 의안대군)
    3. เจ้าหญิงคยองซุน (경순공주)

พระสนม พระราชโอรส พระราชธิดา

  1. พระสนมซองบิน ตระกูลวอน แห่งวอนจู (성비 원씨)
  2. นางในจองคยอง ตระกูลรยู (정경궁주 유씨)
  3. คิมจิลจอมซอน,เจ้าหญิงฮวาอึย (김칠점선 화의옹주)
    1. เจ้าหญิงซุกชิน (숙신옹주)
  4. นางในชานท็อก ตระกูลจู (찬덕 주씨)
    1. เจ้าหญิงอึยรยอง (의령옹주)

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าแทโจแห่งโชซ็อน ถัดไป
พระเจ้าคงยาง 2leftarrow.png ประมุขแห่งเกาหลี
(พ.ศ. 1935 - พ.ศ. 1941)
2rightarrow.png พระเจ้าจองจง


  1. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C07/E0705.htm
  2. Jae-un Kang, Jae-eun Kang, Suzanne Lee. The land of scholars: two thousand years of Korean Confucianism.
  3. Michael J. Seth. A concise history of Korea: from the neolithic period through the nineteenth century.
  4. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C08/E0801.htm
  5. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C08/E0803.htm
  6. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C08/E0804.htm