พระเจ้าเซโจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าเซโจ
263px

พระบรมนามาภิไธย ลียู
พระปรมาภิไธย พระเจ้าเซโจ
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งเกาหลี
ราชวงศ์ โชซอน
ครองราชย์ 18 กันยายน พ.ศ. 199818 กรกฎาคม พ.ศ. 2011
ระยะครองราชย์ 13 ปี
รัชกาลก่อนหน้า พระเจ้าดันจง
รัชกาลถัดไป พระเจ้าเยจง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 1960
สวรรคต 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2011
(พระชนมายุได้ 51 พรรษา)
พระราชบิดา พระเจ้าเซจง
พระราชมารดา พระมเหสีโซฮย็อน
พระมเหสี พระมเหสีจองฮี
พระราชโอรส/ธิดา พระเจ้าเยจง
พระเจ้าเซโจ
ฮันกึล 세조
ฮันจา 世祖
RR Sejo
MR Sejo
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이유
ฮันจา 李瑈
RR I Yu
MR I Yu

พระเจ้าเซโจ (เกาหลี: 세조 世祖) (ค.ศ. 1417 ถึง ค.ศ. 1468) เป็นกษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1455 ถึง ค.ศ. 1468) ทรงเป็นกษัตริย์ที่ถูกประณามมากที่สุดพระองค์หนึ่งเพราะทรงแย่งราชบัลลังก์มาจากพระนัดดาคือ พระเจ้าทันจง ที่ยังทรงพระเยาว์อย่างไม่เป็นธรรม

หนทางสู่ราชบัลลังก์[แก้]

พระเจ้าเซโจประสูติเมื่อ ค.ศ. 1417 เป็นพระโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าเซจงมหาราช (세종대왕, 世宗大王) และพระมเหสีโซฮอน (소헌왕후, 昭憲王后) ได้รับพระนามว่า องค์ชายซูยาง (수양대군, 首陽大君) เมื่อค.ศ. 1428 องค์ชายซูยางมีพระเชษฐาเป็นองค์ชายรัชทายาท ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเซจงในค.ศ. 1450 เป็นพระเจ้ามุนจง (문종, 文宗) แต่อยู่ในราชสมบัติได้เพียงสองปี ก็สวรรคตเมื่อค.ศ. 1452 องค์ชายรัชทายาทพระโอรสของพระเจ้ามุนจงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา ก่อนที่พระเจ้ามุนจงจะสวรรคต ได้จัดตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนสำหรับกษัตริย์พระองค์ใหม่ที่ยังทรงพระเยาว์ ประกอบด้วย ฮวางโบอิน (황보인, 皇甫仁) อัครเสนาบดี และคิมจงซอ (김종서, 金宗瑞) เป็นผู้นำคณะผู้สำเร็จราชการซึ่งประกอบไปด้วยขุนนางจากจีพยอนจอน (집현전, 集賢殿) สำนักปราชญ์ที่พระเจ้าเซจงมหาราชทรงตั้งขึ้น

เมื่อกษัตริย์พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แล้ว ปรากฏว่าทรงเป็นเพียงแค่กษัตริย์หุ่นเชิด อำนาจทั้งหมดตกอยู่แก่ฮวางโบอินและคิมจงซอ ทำให้องค์ชายที่อาวุโสที่สุดสองพระองค์ คือ องค์ชายซูยาง และองค์ชายอันพยอง (안평대군, 安平大君) ต้องหาทางฟืนฟูอำนาจให้แก่พระราชวงศ์ กล่าวกันว่า องค์ชายทั้งสองมีความถนัดกันคนละด้าน คือ องค์ชายอันพยองทรงพระปรีชาด้านการเขียนพู่กัน จึงเป็นที่นิยมชมชอบของปราชญ์ขงจื้อทั่วไป ขณะที่องค์ชายซูยางทรงสนพระทัยด้านการทหาร[1] โดยทรงวางแผนการยึดอำนาจอย่างมียุทธวิธี ด้วยการสนับสนุนและความช่วยเหลือของควอนนัม (권람, 權擥) และฮันมยองฮี (한명회, 韓明澮)

ฮวางโบอินและคิมจงซอหันเข้าหาองค์ชายอันพยองเพื่อคานอำนาจกับองค์ชายซูยาง ในค.ศ. 1453 องค์ชายซูยางทรงนำทัพเข้าบุกยึดพระราชวังคยองบก สังหารฮวางโบอินและคิมจงซอ เรียกว่า รัฐประหารปีคเยยู (계유정난, 癸酉靖難) เนรเทศองค์ชายอันพยองไปเกาะเจจูและประทานยาพิษ องค์ชายซูยางทรงตั้งพระองค์เองเป็นอัครเสนาบดี กุมการบริหารประเทศไว้ทุกอย่าง ทรงให้มีการปูนบำเหน็จแก่ผู้มีความดีความชอบ (공신, 功臣) ช่วยเหลือพระองค์ในการทำรัฐประหาร

ในที่สุด เมื่อค.ศ. 1455 องค์ชายซูยางก็ได้ทรงบังคับให้พระนัดดาทรงสละราชบัลลังก์ เป็นแทซังวัง ส่วนองค์ชายเองก็ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเซโจ

รัชสมัย[แก้]

พระเจ้าเซโจทรงเห็นกษัตริย์พระองค์ก่อนเป็นตัวอย่างของการที่กษัตริย์ตกอยู๋ใต้อำนาจของขุนนาง พระเจ้าเซโจเชื่อว่ากษัตริย์ได้รับอาณัติจากสวรรค์ให้มาปกครองประชาชน[2] จึงทรงพยายามขยายอำนาจของกษัตริย์มิให้ถูกจำกัดโดยพวกขุนนาง ทันทีหลังจากขึ้นครองราชสมบัติ ทรงยุบสภาอีจอง หรือสภาองคมนตรี (의정부, 議政府) อันเป็นสภาสูงสุดรองจากกษัตริย์ และทรงนำเอาหกกระทรวง (육조, 六曹) เข้ามาควบคุมโดยตรง

พระเจ้าเซโจทรงกักขังแทซังวังเอาไว้ในพระราชวังเพื่อจับตาดูอย่างใกล้ชิด ขณะที่ขุนนางทั้งหลายในจีพยอนจอนต่างพากันเห็นพ้องต้องกันว่าการยึดอำนาจของพระเจ้าเซโจนั้นเป็นไปโดยขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง และวางแผนก่อการกบฏเพื่อยึดอำนาจคืนให้กับแทซังวัง คณะผู้ก่อการประกอบด้วยขุนนางหกคน ในค.ศ. 1456 ราชทูตราชวงศ์หมิงมาเยือนขุนนางทั้งหกจึงพยายามจะใช้โอกาสนี้ในการยึดอำนาจ[3]แต่ไม่สำเร็จถูกพระเจ้าเซโจทรงจับได้ พระเจ้าเซโจทรงให้ประหารขุนนางทั้งหก ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องเป็น ขุนนางผู้พลีชีพทั้งหก (사육신, 死六臣) รวมทั้งครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องเป็นการสังหารหมู่ที่โหดร้าย และทำให้พระเจ้าเซโจทรงตัดสินพระทัยยุบจีพยอนจอน อันเป็นที่ซ่องสุมของขุนนางที่ต่อต้านพระองค์ไปเสีย และต่อมาในค.ศ. 1457 ทรงให้ลดพระเกียรติยศของแทซังวังลงเป็น องค์ชายโนซาน (노산군, 魯山君) และเนรเทศไปมณฑลคังวอน รวมทั้งปลดพระราชมารดาขององค์ชายโนซานที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว คือ พระมเหสีฮย็อนดอก (현덕왕후, 顯德王后) ออกจาตำแหน่ง เพราะวิญญาณของนางตามหลอกหลอนองค์ชายรัชทายาทพระโอรสของพระเจ้าเซโจ จนประชวรและสิ้นพระชนม์ ได้รับพระนามว่า องค์ชายรัชทายาทอีกยอง (의경세자, 懿敬世子)

เหตุการณ์การกบฏของหกขุนนางทำให้เกิดกลุ่มนักปราชญ์ขึ้นมาใหม่ คือ นักปราชญ์กลุ่มซาริม (사림파, 士林派) คือ กลุ่มขุนนางที่ถูกเนรเทศและกีดกันจากวงราชการด้วยภัยทางการเมือง หรือเลือกที่จะจงรักภักดีต่อกษัตริย์พระองค์เดียว อาศัยอยู่ตามป่าเขาอันห่างไกลตำหนิราชสำนักเรื่องการบริหารบ้านเมืองต่างๆ เช่น กลุ่มขุนนางผู้รอดชีวิตทั้งหก (생육신, 生六臣) ซึ่งยึดหลักไม่รับใช้สองเจ้า (불사이군, 不事二君) ขณะที่ในราชสำนักขุนนางที่สนับสนุนพระเจ้าเซโจในการขึ้นครองบัลลังก์เช่น ฮันมยองฮี และ ชินซุกจู (신숙주, 申淑舟) เรืองอำนาจ เรียกว่า กลุ่มขุนนางเก่า หรือฮุนกู (훈구파, 勳舊派) และในอนาคตขุนนางกลุ่มซาริมจะพยายามกลับคืนเข้าสู่ราชสำนักอีกครั้ง ทำให้ประวัติศาสตร์เกาหลีในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้าเป็นเรื่องของการพยายามกลับคืนสู่ราชการของขุนนางซาริมและการต่อต้านจากกลุ่มขุนนางเก่า

ในค.ศ. 1457 พระเจ้าเซโจโปรดให้พิมพ์หนังสือเรื่อง กระจกสะท้อนอาณาจักรตะวันออก (동국통감, 東國通鑑) เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาหลีตั้งแต่สมัยของทันกุนจนถึงราชวงศ์โครยอ พระอนุชาของพระเจ้าเซโจอีกองค์ คือ องค์ชายคึมซอง (금성대군, 錦城大君) วางแผนก่อการกบฏยึดราชบัลลังก์คืนให้องค์ชายโนซาน แต่ก็อีกครั้งที่พระเจ้าเซโจทรงจับได้ ทรงประทานยาพิษแก่องค์ชายคึมซองและทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยกำจัดเสี้นหนามสุดท้าย คือ องค์ชายโนซาน ดื่มยาพิษพระราชทานสิ้นพระชนม์ไปด้วยพระชนมายุเพียงสิบเจ็ดชันษา

หลังจากที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าแทจง พระพุทธศาสนาก็ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในรัชสมัยของพระเจ้าเซโจ พระเจ้าเซโจทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงจัดตั้งสำนักจัดพิมพ์พระไตรปิฎก (간경도감, 刊經都監) ขึ้นในค.ศ. 1460 เพื่อรวบรวมและพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาเกาหลี (ไตรปิฏก โคเรียนะ) และยังทรงสร้างวัดวอนกัก (원각사, 圓覺寺) อันเป็นที่อยู่ของคิมชีซึบ (김시습, 金時習) นักปรัชญาพระพุทธศาสนาคนสำคัญในรัชสมัยของพระเจ้าเซโจและเป็นหนึ่งในกลุ่มขุนนางผู้รอดชีวิตทั้งหก

พระกรณียกิจที่สำคัญที่สุดของพระเจ้าเซโจคือ การชำระกฎหมายใหม่ประจำอาณาจักร เรียกว่า คยองกุงแดจอน (경국대전, 經國大典) โดยเริ่มชำระเมื่อค.ศ. 1460 เสร็จสิ้นในรัชสมัยของพระเจ้าซองจง

เมื่อค.ศ. 1467 การรวมรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ขุนนาง เกิดกบฏของลีชีแอ (이시애, 李施愛) ขึ้นที่มณฑลฮัมกยองเพื่อยกองค์ชายควีซอง (구성군, 龜城君 พระโอรสขององค์ชายอิมยอง พระอนุชาอีกพระองค์ของพระเจ้าเซโจ) ขึ้นบัลลังก์แทน แต่พระเจ้าเซโจก็ทรงสามารถส่งทัพเข้าปราบได้ ปีต่อมาค.ศ. 1468 พระเจ้าเซโจประชวรสวรรคต องค์ชายแฮยาง (해양대군, 海陽大君) ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นองค์ชายรัชทายาทแทนองค์ชายอีคยอง ขึ้นครองราชสมบัติต่อเป็นพระเจ้าเยจง (예종, 睿宗) พระเจ้าเซโจมีพระสุสานชื่อว่า ควางนึง (광릉, 光陵) และได้รับพระนามว่า พระเจ้าชินจง (신종, 神宗) แต่ภายหลังในรัชสมัยของพระเจ้าเยจงได้รับพระนามใหม่เป็น พระเจ้าเซโจ

พระนามเต็ม[แก้]

สมเด็จพระราชา เซโจ ฮเยจาง ซุงชอน เชโด ยอลมุน ยองมู จิด็อก ยองคง ซองซิน มยอนคเย ฮุมซุก อินฮโย แห่งเกาหลี

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: พระเจ้าเซจง (세종 世宗) (September 18, 1418 – May 18, 1450)
  • พระราชมารดา  : สมเด็จพระราชินีโซฮอน ตระกูลชิม แห่งชองซอง (소헌왕후 심씨 ,昭憲王后 沈氏 September 28, 1395-March 24, 1446)

พระมเหสี

พระสนม

  • พระสนมกึนบิน ตระกูลปาร์ค แห่งซอนซาน (근빈 박씨 ,謹嬪 朴氏 1425(?)-?)
  • พระสนมโซยอง ตระกูลปาร์ค (폐소용 박씨 ,昭容朴氏) ภายหลังถูกถอดจากตำแหน่งพระสนม
  • พระสนมซุกวอน ตระกูลชิน (숙원 신씨 ,淑媛 辛氏)

พระราชโอรส

  • ลี จาง,องค์ชายอึยคยอง มกุฎราชกุมารแห่งโชซอน พระราชโอรสของพระมเหสีจองฮี ตระกูลยุน
  • ลี ฮวาง,องค์ชายแฮยาง พระราชโอรสของพระมเหสีจองฮี ตระกูลยุน
  • ลี ซอ,องค์ชายด็อกวอน พระราชโอรสของพระสนมกึนบิน ตระกูลปาร์ค
  • ลี ซอง,องค์ชายชางวอน พระราชโอรสของพระสนมกึนบิน ตระกูลปาร์ค
  • องค์ชายไม่ทราบพระนาม พระราชโอรสของพระสนมกึนบิน ตระกูลปาร์ค
  • องค์ชายไม่ทราบพระนาม พระราชโอรสของพระสนมโซยองตระกูลปาร์ค

พระราชธิดา

  • ลี เซซอน,องค์หญิงอึยซุก พระราชธิดาของพระมเหสีจองฮี ตระกูลยุน

ธิดาอีกสองพระองค์มีหลักฐานบันทึกไว้ในพงศาวดารน้อยมากและไม่เป็นที่แน่ใจว่าจะมีตัวตน

  • ลี เซรยอง,องค์หญิงอึยรยอง พระราชธิดาของพระมเหสีจองฮี ตระกูลยุน
  • ลี เซจอง,องค์หญิงอึยฮวา พระราชธิดาของพระมเหสีจองฮี ตระกูลยุน


ก่อนหน้า พระเจ้าเซโจ ถัดไป
พระเจ้าดันจง 2leftarrow.png ประมุขแห่งเกาหลี
(พ.ศ. 1998 - พ.ศ. 2011)
2rightarrow.png พระเจ้าเยจง


อ้างอิง[แก้]

  1. Jae Un-Kang, Jae Eun-Kang. The land of scholars: two thousand years of Korean Confucianism.
  2. http://www.koreaaward.com/kor/history/131
  3. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C09/E0902.htm