พระเจ้าซุกจงแห่งโชซ็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ พระเจ้าซุกจง
พระเจ้าซุกจงแห่งโชซ็อน

พระปรมาภิไธย ลี ซุน (이돈, 李焞)
พระอิสริยยศ กษัตริย์แห่งเกาหลี
ราชวงศ์ โชซ็อน
ครองราชย์ ค.ศ. 1674 - ค.ศ. 1720
รัชกาล 46 ปี
รัชกาลก่อน พระเจ้าฮย็อนจง
รัชกาลถัดไป พระเจ้าคย็องจง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ ค.ศ. 1644
สวรรคต ค.ศ. 1720
พระราชบิดา พระเจ้าฮย็อนจง
พระราชมารดา พระมเหสีมยองซอง
พระมเหสี สมเด็จพระราชินีอินคยอง
สมเด็จพระราชินีอินฮย็อน
พระนางอ๊กซาน
พระนางฮวากย็อง
สมเด็จพระราชินีอินวอน
พระราชบุตร พระเจ้าคย็องจง
พระเจ้ายองโจ
พระเจ้าซุกจงแห่งโชซ็อน
ฮันกึล 숙종
ฮันจา 肅宗
RR Sukjong
MR Sukchong
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이순
ฮันจา 李焞
RR I Sun
MR I Sun

พระเจ้าซุกจง (เกาหลี: 숙종, ฮันจา: 肅宗, MC: Sukjong, MR: Sukchong ค.ศ. 1661 - ค.ศ. 1720) เป็นกษัตริย์องค์ที่ 19 แห่งราชวงศ์โชซ็อน (ค.ศ. 1674 - ค.ศ. 1720)

พระเจ้าซุกจงประสูติเมื่อ ค.ศ. 1661 เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าฮย็อนจง กับพระมเหสีมยองซอง ได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์ชายรัชทายาทเมื่อ ค.ศ. 1667 ต่อมาเมื่อ ค.ศ. 1674 พระนางอินซอน พระมเหสีของพระเจ้าฮโยจง สิ้นพระชนม์ จึงเกิดข้อถกเถียงกันเรื่องการใส่พระภูษาไว้ทุกข์ของพระนางจางรยอล พระมเหสีของพระเจ้าอินโจ ขึ้นอีกครั้ง เรียกว่า ความขัดแย้งเรื่องพิธีปีคาบิน (갑인예송, 甲寅禮訟) พระเจ้าฮย็อนจงทรงเลือกที่จะทำตามข้อเสนอของขุนนางฝ่ายใต้ นำโดยฮอมก (허목, 許穆) ซึ่งเสนอให้นางจางรยอลไว้ทุกข์แบบแทกง (대공, 大功 9 เดือน พระภูษาหยาบ) ทำให้ฝ่ายใต้ขึ้นมามีอำนาจแทนฝ่ายตะวันตก ซึ่งมีอำนาจอยู่ก่อนหน้า[1]

ในปีเดียวกันนั้น พระเจ้าฮย็อนจงสวรรคต พระเจ้าซุกจงจึงทรงขึ้นครองราชย์ในช่วงเวลาที่ฝ่ายใต้มีอำนาจ รัชกาลของพระเจ้าซุกจงเป็นสมัยที่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่างๆของขุนนางดุเดือดที่สุด เรียกได้ว่าไม่มีเลยสักวันเดียวในรัชสมัยของพระองค์ที่จะปราศจากการทุ่มเถียงระหว่างฝ่ายใต้และฝ่ายตะวันตก ขณะที่ฝ่ายใต้มีอำนาจ ฝ่ายตะวันตกก็ถูกกีดกันออกจากราชการกันเป็นส่วนใหญ่ แต่แล้วเมื่อ ค.ศ. 1680 ปรากฏมีขุนนางฝ่ายใต้คิดก่อการกบฏยกให้องค์ชายพงซอน (복선군, 福善君) ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าซุกจง ทำให้ฝ่ายใต้ถูกกวาดล้างหลังจากอยู่ในอำนาจได้เพียงเจ็ดปีและฝ่ายตะวันตกก็เข้ามามีอำนาจแทน เมื่อปีเดียวกันนั้น พระมเหสีของพระเจ้าซุกจงสิ้นพระชนม์ ฝ่ายตะวันตกจึงส่งบุตรสาวจากตระกูลมินแห่งยอฮึงเข้าไปเป็นพระมเหสีองค์ใหม่ ภายหลังได้รับพระนามพระมเหสีอินฮย็อน (인현왕후, 仁顯王后) ในค.ศ. 1683 ซงชียอลเกิดความขัดแย้งกับลูกศิษย์ของตนเอง คือ ยุนจึง (윤증, 尹拯) ทำให้ฝ่ายตะวันตกแตกออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มนักปราชญ์อาวุโส เรียกว่า โนนน (노론, 老論) ของซงชียอล และกลุ่มนักปราชญ์อายุน้อย เรียกว่า โซนน (소론, 少論) ของยุนจึง

แต่ต่อมาพระเจ้าซุกจงกลับไปโปรดปรานจางซังกุง ซึ่งมาจากตระกูลต่ำเดิมเป็นนางรับใช้ของพระนางจางรยอล และเป็นตัวแทนของขุนนางฝ่ายใต้ ภายหลังได้รับการแต่งตั้งขึ้นป็นพระสนมจาง ในค.ศ. 1688 ก็มีพระโอรสให้กับพระเจ้าซุกจง ซึ่งพระเจ้าซุกจงหมายจะแต่งตั้งให้เป็นองค์ชายรัชทายาท (ภายหลังเป็น พระเจ้าคย็องจง) สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายใต้และฝ่ายตะวันตก ฝ่ายตะวันตกพยายามจะคัดค้านขณะที่ฝ่ายใต้ก็สนับสนุนให้แต่งตั้งองค์ชายรัชทายาท พระเจ้าซุกจงทรงแต่งตั้งพระสนมจางเป็นพระสนมฮีบิน (희빈, 禧嬪) ในค.ศ. 1689 ซึ่งเป็นตำแหน่งพระสนมสูงสุด ซงชียอลได้ทูลคัดค้านขอให้พระเจ้าซุกจงทรงล้มเลิกการแต่งตั้งองค์ชายรัชทายาทลงและให้เป็นองค์ชายธรรมดา ขุนนางฝ่ายใต้จึงยุยงให้พระเจ้าซุกจงทรงประหารชีวิตซงชียอล เนรเทศกำจัดขุนนางฝ่ายตะวันตกออกไปจากราชสำนัก รวมทั้งปลดพระมเหสีอินฮย็อนขับไปนอกวัง และตั้งพระสนมฮีบินขึ้นเป็นพระมเหสีแทน เรียกว่า การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองปีคีซา (기사환국, 己巳換局) เหตุการณ์นี้ทำให้ฝ่ายใต้กลับเข้ามามีอำนาจอย่างเต็มทีและฝ่ายตะวันตกถูกกำจัดออกไป องค์ชายรัชทายาทได้รับการแต่งตั้งต่อมาในค.ศ. 1690

แต่ต่อมาพระเจ้าซุกจงกลับทรงรู้สึกผิด ในค.ศ. 1694 ขุนนางฝ่ายตะวันตกถวายฎีกาขอให้พระเจ้าซุกจงทรงดูแลอดีตพระมเหสีอินฮย็อนให้ดีขึ้น พระเจ้าซุกจงจึงให้อดีตพระมเหสีอินฮย็อนกลับเข้ามาอยู่ในพระราชวังชางด็อกแล้วก็ทรงเปลี่ยนพระทัยคืนตำแหน่งให้กับพระมเหสีอินฮย็อน และให้พระมเหสีจางอ๊กซานกลับไปเป็นพระสนมฮีบินตามเดิมและไปอยู่ที่พระราชวังชางคย็อง เรียกว่า การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองปีคัปซุล (갑술환국, 甲戌換局) และมีพระราชดำริห้ามให้พระสนมมาเป็นมเหสี ขุนนางฝ่ายใต้ถูกกวาดล้างอีกครั้งต่างถูกเนรเทศไปตามที่ต่างๆ โดยที่ฝ่ายตะวันตกกลับขึ้นมามีอำนาจแทน แต่แล้วเมื่อค.ศ. 1701 พระมเหสีอินฮย็อนก็สิ้นพระชนม์ และก็พบว่าพระสนมฮีบินทรงใช้นางร่างทรงเพื่อทำการสาปแช่งพระมเหสีอินฮย็อน พระสนมฮีบินจึงถูกสำเร็จโทษไป

นับแต่นั้นมาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายใต้และฝ่ายตะวันตกจึงจบลง ปลายรัชสมัยของพระเจ้าซุกจงนั้นค่อนข้างสงบสุข แต่พร้อมที่จะปะทุในเวลาอันใกล้เพราะขุนนางฝ่ายโนนนและโซนนกำลังจะเผชิญหน้ากัน ด้วยเรื่องการสืบราชสมบัติ ฝ่ายโซนนสนับสนุนองค์ชายรัชทายาท ขณะที่ฝ่ายโนนนยังคงยืนกรานความคิดเห็นของฝ่ายตะวันตกในทีแรกว่า ไม่ควรตั้งพระโอรสที่เกิดแต่พระสนมฮีบินเป็นรัชทายาท จึงหันไปสนับสนุนองค์ชายยอนอิง (연잉군, 延礽君 ซึ่งเป็นพระโอรสกับพระสนมซุกบินแห่งตระกูลแช ภายหลังเป็น พระเจ้ายองโจ) ซึ่งพระสนมซุกบินเป็นที่โปรดปรานทั้งพระเจ้าซุกจงและพระมเหสีอินฮย็อน ทำให้พระสนมซุกบินเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งวัง

เมื่อค.ศ. 1718 พระเจ้าซุกจงทรงตั้งองค์ชายรัชทายาทเป็นผู้สำเร็จราชการแทน พระเจ้าซุกจงสวรรคตเมื่อค.ศ. 1720

พระนามเต็ม[แก้]

สมเด็จพระราชา ซุกจง ฮย็อนอึย ควางยุน เยซ็อง ยองรยอล ยูโม ยอนกุน ฮงอิน จุนด็อก แบชอน แฮบโด คเยฮยู ด๊กคย็อง จองจุง ฮยอปกุก ซินอึย แดฮุน จางมุน ฮอนมู คย็องมยอง วอนฮโย แห่งเกาหลี

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: พระเจ้าฮย็อนจง (현종, 顯宗)
  • พระราชมารดา: สมเด็จพระราชินีมยองซอง ตระกูลคิม แห่งชองพุง (명성왕후 김씨) หรือ พระนางฮยอนรยอง สมเด็จพระพันปีหลวง (현렬왕대비, 顯烈王大妃)

พระมเหสี

พระสนม

  • พระนางอ๊กซาน ตระกูลจาง แห่งอินดง (희빈 장씨, 禧嬪 張氏) พระนามเดิม พระสนมฮีบิน
  • พระนางฮวากย็อง ตระกูลชเว แห่งแฮจู (숙빈 최씨, 淑嬪 崔氏) พระนามเดิม พระสนมซุกบิน
  • พระสนมมยองบิน ตระกูลปาร์ค แห่งมิลยาง (명빈 박씨, 明嬪 朴氏)
  • พระสนมยองบิน ตระกูลคิม แห่งอันดง (영빈 김씨 , 寧嬪 金氏)
  • พระสนมควีอิน ตระกูลคิม แห่งคย็องจู (귀인 김씨, 貴人 金氏)
  • พระสนมโซอึย ตระกูลยู แห่งคังรึง (소의 유씨, 昭儀 劉氏)

พระราชโอรส

พระราชธิดา

  • องค์หญิงไม่ทราบพระนาม พระราชธิดาของพระมเหสีอินคย็อง ตระกูลคิม แห่งควางจู
  • องค์หญิงไม่ทราบพระนาม พระราชธิดาของพระมเหสีอินคย็อง ตระกูลคิม แห่งควางจู

อ้างอิง[แก้]

  1. Jae Un-Kang, Jae Eun-Kang. The land of scholars: two thousand years of Korean Confucianism.
ก่อนหน้า พระเจ้าซุกจงแห่งโชซ็อน ถัดไป
พระเจ้าฮย็อนจง 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์เกาหลี
(พ.ศ. 2217 - พ.ศ. 2263)
2rightarrow.png พระเจ้าคย็องจง