พระทีปังกรพุทธเจ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระทีปังกรพุทธเจ้า
พระทีปังกรพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสุเมธดาบส (พระโคดมพุทธเจ้าในอนาคต)
พระทีปังกรพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดสุเมธดาบส (พระโคดมพุทธเจ้าในอนาคต)
สันสกฤต:  ทีปํกร
บาลี ทีปํกร
พม่า:  ဒီပင်္ကရာ ([dìpɪ̀ɴkəɹà])
จีน:  燃燈佛 (Rándēng Fo)
มองโกล:  ᠵᠣᠯᠠ ᠢᠢᠨ ᠵᠥᠬᠢᠶᠠᠭᠴᠢ᠂ ᠳᠢᠸᠠᠩ᠋ᠭᠠᠷ;
Зулын Зохиогч, Дивангар;
Zula yin Zohiyagci, Divangar
ไทย:  พระทีปังกรพุทธเจ้า
ทิเบต:  mar me mdzad
ข้อมูลจำเพาะ
ได้รับการนับถือใน:  เถรวาท, มหายาน, วัชรยาน
คุณลักษณะ:  ผู้ให้กำเนิดแสงสว่าง
องค์ก่อนหน้า:  พระสรณังกรพุทธเจ้า
องค์ถัดไป:  พระโกณฑัญญพุทธเจ้า

สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา

พระทีปังกรพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในอดีตที่มีหลักฐานกล่าวถึงทั้งทางฝ่ายเถรวาทและมหายาน นามของพระองค์หมายถึงผู้ยังแสงสว่างให้เกิดขึ้น ชื่ออื่นๆของพระองค์ได้แก่ พระสมันตประภาพุทธเจ้า พระประทีปประภาพุทธเจ้า พระสมาธิประภาพุทธเจ้า หรือพระปัจฉิมพุทธะทีปังกร

ในอดีตกาลมีพระพุทธเจ้าพระนามว่า ทีปังกร ๒ พระองค์ จึงเรียกพระองค์แรกว่า พระปุราณทีปังกร (ปุราณ มาจากคำว่า โบราณ แปลว่า อดีต) และเรียกพระองค์หลังว่า พระปัจฉิมทีปังกร

เนื้อหา

[แก้] พระประวัติ

ในทางเถรวาทได้กล่าวถึงประวัติของพระทีปังกรพุทธเจ้าไว้ว่า เมื่อศาสนาพระสรนังกรพุทธเจ้าอันตรธานไป ในสารมัณฑกัปเดียวกัน มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติเป็นองค์ที่ ๔ และเป็นองค์สุดท้ายของกัป พระนามว่า "ทีปังกร"

พระทีปังกรพุทธเจ้า ประสูติเป็นทีปังกรราชกุมาร แห่งราชวงศ์กษัตริย์แห่งรัมมวดีนคร พระราชบิดาทรงพระนามว่าพระเจ้าสุเทพ และพระราชมารดาทรงพระนามว่าพระนางสุเมธาเทวี ทีปังกรราชกุมารทรงเกษมสำราญอยู่ ๑๐,๐๐๐ ปี ในปราสาท ๓ หลัง ชื่อว่า หังสา โกญจา และมยุรา เหมาะสมตามฤดูทั้ง ๓ ทรงมีพระมเหสีนามว่า ปทุมาเทวี และทรงมีสนมนารีแวดล้อมอีก ๓๐๐,๐๐๐ นาง วันหนึ่ง ทีปังกรราชกุมารเสด็จประพาสอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้งสี่ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช พระองค์จึงมีพระทัยน้อมไปทางบรรพชา

เมื่อพระนางปทุมาเทวีประสูติพระโอรส พระนามว่า อุสภักขันธกุมาร จึงได้เสด็จออกบรรพชาในราชอุทยานนั้นด้วยคชยาน ๘๔,๐๐๐ เชือก มีผู้ออกบรรพชาตามจำนวนโกฏิหนึ่ง หลังจากทรงบำเพ็ญความเพียรอยู่เป็นเวลา ๑๐ เดือน ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ พระองค์ก็นำบริษัทเข้าไปบิณฑบาตข้าวปายาสในนคร ตอนเย็นทรงปลีกจากคณะ ทรงรับหญ้า ๘ กำ จากอาชีวกชื่อ อานันทะ และนำมาปูลาดเป็นโพธิบัลลังก์ใต้ต้นเลียบ (ต้นมะกอก) ปราบพระยามารกับพลมารนับอสงไขย และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนนั้น พระทีปังกรพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา แก่พระภิกษุผู้บรรพชาตามจำนวนโกฏิหนึ่ง ที่สุนันทาราม ทำให้พระภิกษุโกฏิหนึ่งนั้นสำเร็จเป็นพระอริยบุคคล

ธรรมาภิสมัยในพุทธกาลของพระทีปังกรพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ๓ วาระ คือ

  • วาระที่ ๑ แสดงปฐมเทศนา ธรรมาภิสมัยบังเกิดแก่มนุษย์และเทวดา ๑๐๐ โกฏิ
  • วาระที่ ๒ แสดงธรรมแก่ อุสภักขันธกุมาร ราชโอรส ธรรมาภิสมัยบังเกิดแก่มนุษย์และเทวดา ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ
  • วาระที่ ๓ แสดงธรรมบนดาวดึงส์เทวโลกโปรดพุทธมารดา ธรรมาภิสมัยบังเกิดแก่เทวดา ๙๐,๐๐๐ โกฏิ

พระทีปังกรพุทธเจ้า ทรงประชุมสาวกสันนิบาต ๓ ครั้ง

  • ครั้งที่ ๑ ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระสงฆ์สาวกและเทวดา ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ณ สุนันทาราม
  • ครั้งที่ ๒ ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระสงฆ์สาวก ๑๐๐ โกฏิ ณ นารทกูฏ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรมานนารทยักษ์พร้อมบริวารหมื่นหนึ่ง ให้อยู่ในโสดาปัตติผล และทรงบวชมนุษย์ ๑๐๐ โกฏิที่นำมาพลีกรรมยักษ์ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ภิกษุเหล่านั้นสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมดภายใน ๗ วัน
  • ครั้งที่ ๓ ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระสงฆ์สาวก ๙๐,๐๐๐ โกฏิ ณ ภูเขาสุทัสสนะ

พระทีปังกรพุทธเจ้าทรงมีพระสาวกองค์สำคัญ คือ

  • พระอัครสาวก คือ พระสุมังคละเถระ และพระติสสะเถระ
  • พระอัครสาวิกา คือ พระนันทาเถรี และพระสุนันทาเถรี
  • พระอุปัฏฐาก คือ พระสาคตะเถระ

พระทีปังกรพุทธเจ้าทรงมีพระวรกายสูง ๘๐ ศอก เมื่อพระชนมายุได้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี จึงปรินิพพานที่นันทาราม หลังจากนั้นพุทธศาสนาของพระองค์ก็ดำรงอยู่ต่อมานานถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปี จึงอันตรธานไป

[แก้] ความเกี่ยวข้องกับพระพุทธโคดม

ในศาสนาของพระทีปังกรพุทธเจ้า พระโคตมพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นสุเมธดาบส ได้นอนทอดตนเป็นสะพานเหนือเปือกตมให้พระพุทธเจ้าข้ามไป จึงได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลข้างหน้า พระนามว่า พระศรีศากยมุนีโคดมบรมครูโคตมพุทธเจ้า[1]

[แก้] ความเชื่อของฝ่ายมหายาน

ในอุโบสถของฝ่ายมหายาน จะสร้างพระรูปของพระทีปังกรอยุในตำแหน่งของพระพุทธเจ้าในอดีตของพระพุทธแห่งตรีกาล ชาวจีนเชื่อว่าวันสมภพของพระองค์คือ วันที่ 22 เดือนแปดจีน หลักฐานที่กล่าวถึงพระองค์ในพระสูตรของฝ่ายมหายานได้แก่[2]

  • พุทธมูลจริยาสูตร กล่าวว่าเมื่อทรงอุบัติขึ้น ได้เกิดมหาประทีปดวงใหญ่ขึ้นเอง ซึ่งประทีปนี้อาจเป็นสัยลักษณ์ถึงปัญญาญาณของพระพุทธเจ้า
  • วิมลเกียรตินิทเทสสูตร กล่าวถึงประทีปที่เกิดในสมัยพระทีปังกรพุทธเจ้าสามารถจุดต่อประทีปอื่นๆได้เป็นจำนวนพัน เปรียบได้กับการที่พระโพธิสัตว์ได้สืบต่อภาระหน้าที่ในการสั่งสอนสรรพสัตว์ให้เข้าถึงโพธิญาณ และกล่าวว่าเหตุที่มีประทีปเกิดขึ้นพร้อมพระทีปังกร เพราะครั้งหนึ่งได้เติมน้ำมันประทีปจุดบุชาพระพุทธเจ้าทุกวันโดยไม่ย่อท้อ
  • ฉปารมิตาสูตร กล่าวว่าพระทีปังกรเคยอุทิศร่างกายต่างประทีปจุดบุชาพระพุทธเจ้า จึงได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลต่อไป
  • อาคมสูตรและมหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ กล่าวว่าพระทีปังกรเป็นผู้ประทานพุทธพยากรณ์แก่พระศากยมุนีพุทธเจ้า

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ พุทธวงศ์ ประวัติพระพุทธเจ้า 25 พระองค์. กทม. โรงพิมพ์การศาสนา. 2541. หน้า 14-28
  2. ^ ภิกษุจีนวิศวภัทร.พระพุทธเจ้าและพระธรรมสูตรฝ่ายมหายาน. กทม. หมื่นคุณธรรมสถาน. 2549 Online version

[แก้] ดูเพิ่ม

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น