อสงไขย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อสงไขย (สันสกฤต: असंख्येय อส̊ขฺเยย) หมายถึง นับไม่ถ้วน, ไม่ง่ายที่จะนับ, หรือเป็นตัวบอกปริมาณ (เป็นคำอุปสรรค, prefix) สำหรับจำนวน 10140 (เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 ต่อท้ายทั้งหมด 140 ตัว)

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้นิยามว่า หนึ่งอสงไขยเท่ากับหนึ่งโกฏิยกกำลัง 20 หมายถึง (107) 20 ซึ่งก็เท่ากับ 10140 เช่นกัน

บางตำรากล่าวว่าหมายถึงเลข 10^{ (a\cdot2^b)} ซึ่งมีหลายความหมาย Buddhabhadra ตีความว่า a=5, b=103 Shikshananda ตีความว่า a=7, b=103 และ Thomas Cleary ตีความว่า a=10, b=104[ต้องการอ้างอิง]

อสงไขยเป็นปริมาณหรือจำนวนที่ไม่อาจคำนวณได้ มีอุปมาว่า ประมาณเม็ดฝนของการเกิดฝนตกใหญ่อย่างมโหฬารทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ได้ขาดสายเลย[ต้องการอ้างอิง]

อสงไขยใช้เป็นหน่วยสำหรับสิ่งใดก็ได้ เช่น มีถั่วเป็นจำนวน 1 อสงไขยเมล็ด ในพระพุทธศาสนามักจะใช้กล่าวถึง ระยะเวลาที่พระโพธิสัตว์สร้างสมบารมีมาเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า โดยนับหน่วยเวลาเป็นอสงไขยกัป ซึ่ง 1 อสงไขย เป็นตัวบ่งปริมาณ (prefix) เช่นเดียวกับคำว่า สิบ, ร้อย, พัน, หมื่น, แสน, ล้าน ฯลฯ โดยที่ อสงไขย คือ 1 ตามด้วยเลข 0 จำนวน 140 ตัว หรือ 10140 ดังนั้น "อสงไขยกัป" หมายถึงจำนวนกัปทั้งหมด 10 ยกกำลัง 140 กัป (จำนวนครั้งที่จักรวาลเกิดแล้วดับทั้งหมด 1 แล้วตามด้วยเลข 0 ทั้งหมด 140 ตัว ซึ่งนับได้ว่ายาวนานมาก ๆ)

โดยคำว่า "อสงไขยกัป" นี้บางตำราเรียกอย่างห้วน ๆ ว่า "อสงไขย" เฉย ๆ ซึ่งไม่ถูกต้อง แต่เป็นภาษาพูดที่เป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึง อสงไขยกัป เหมือนกับที่เราเรียกกันห้วน ๆ ว่า ระยะทาง 100 กิโล ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เพราะเป็นภาษาพูดซึ่งหมายถึง ความยาว 100 กิโลเมตร หรือ เรียกห้วน ๆ ว่า หนัก 50 กิโล หมายถึง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เป็นต้น

นอกจากนี้ในพระไตรปิฎกและอรรถกถายังมีการใช้คำว่า "อสงไขย" เฉย ๆ ด้วยเช่นกัน แต่ในความหมายที่ว่า มากมาย หรือ นับไม่ถ้วน (infinity) ไม่ได้ใช้ในแง่ของการบอกปริมาณว่าเท่ากับ 10140 และไม่ได้หมายถึงอสงไขยกัปเช่น

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กัปหนึ่งมี ๔ อสงไขย ๔ อสงไขย เป็นไฉน? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใน กาลใด กัปเสื่อม. ตลอดกาลนั้นไม่ง่ายเพื่อจะนับ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด สังวัฏฏกัปตั้งอยู่ ฯลฯ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด กัปเจริญ ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด วิวัฏฏกัป ตั้งอยู่. ตลอดกาลนั้น ไม่ง่ายนักที่จะนับ"

องฺ. จตุกก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๑๕๖ [1]

วิธีนับอสงไขยในแง่ของตัวบ่งปริมาณ[แก้]

การนับอสงไขยให้เทียบเอาดังนี้[ต้องการอ้างอิง]

  1. สิบ สิบหน เป็น หนึ่งร้อย
  2. สิบร้อย เป็น หนึ่งพัน
  3. สิบพัน เป็น หนึ่งหมื่น
  4. สิบหมื่น เป็น หนึ่งแสน
  5. ร้อยแสน เป็นหนึ่งโกฏิ
  6. ร้อยแสนโกฏิ เป็น หนี่งปโกฏิ
  7. ร้อยแสนปโกฏิ เป็น หนึ่งโกฏิปโกฏิ
  8. ร้อยแสนโกฏิปโกฏิ เป็น หนึ่งนหุต
  9. ร้อยแสนนหุต เป็น หนึ่งนินนหุต
  10. ร้อยแสนนินนหุต เป็น หนึ่งอักโขเภนี
  11. ร้อยแสนอักโขเภนี เป็น หนึ่งพินทุ
  12. ร้อยแสนพินทุ เป็น หนึ่งอพุทะ
  13. ร้อยแสนอพุทะ เป็น หนึ่งนิระพุทะ
  14. ร้อยแสนนิระพุทะ เป็น หนึ่งอหหะ
  15. ร้อยแสนอหหะ เป็น หนึ่งอพพะ
  16. ร้อยแสนอพพะ เป็น หนึ่งอฏฏะ
  17. ร้อยแสนอฏฏะ เป็น หนึ่งโสคันธิกะ
  18. ร้อยแสนโสคันธิกะ เป็น หนึ่งอุปละ
  19. ร้อยแสนอุปละ เป็น หนึ่งกมุทะ
  20. ร้อยแสนกมุทะ เป็น หนึ่งปทุมะ
  21. ร้อยแสนปทุมะ เป็น หนึ่งปุณฑริกะ
  22. ร้อยแสนปุณฑริกะ เป็น หนึ่งอกถาน
  23. ร้อยแสนอกถาน เป็น หนึ่งมหากถาน
  24. ร้อยแสนมหากถาน เป็น หนึ่งอสงไขย

หมายเหตุ: ร้อยแสน=สิบล้าน

อสงไขย ค่า ชื่อภาษาอังกฤษ (Short scale)
สิบ 101 Ten
ร้อย 102 Hundred
พัน 103 Thousand
หมื่น 104 Ten thousands
แสน 105 Hundred thousands
โกฏิ 107 Ten millions
ปโกฏิ 1014 Hundred trillion
โกฏิปโกฏิ 1021 Sextillion
นหุต 1028 Ten octillion
นินนหุต 1035 Hundred Decillion
อักโขเภนี 1042 Tredecillion
พินทุ 1049 Ten Quindecillion
อพุทะ 1056 Hundred Septendecillion
นิระพุทะ 1063 Vigintillion
อหหะ 1070
อพพะ 1077
อฏฏะ 1084
โสคันธิกะ 1091
อุปละ 1098
กมุทะ 10105
ปทุมะ 10112
ปุณฑริกะ 10119
อกถาน 10126
มหากถาน 10133
อสงไขย 10140

จำนวนอสงไขย[แก้]

อสงไขย มี 7 อสงไขย คือ

  1. นันทอสงไขย
  2. สุนันทอสงไขย
  3. ปฐวีอสงไขย
  4. มัณฑอสงไขย
  5. ธรณีอสงไขย
  6. สาครอสงไขย
  7. บุณฑริกอสงไขย

อ้างอิง[แก้]

  1. พระคัมภรีอนาคตวงศ์, ประภาส สุระเสน, มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ศ. 2540, โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ISBN 974-580-742-7
  2. บทความของคุณวิชา http://web.archive.org/20091027051156/geocities.com/ss12345_th/poti/ (ปัจจุบัน link ใช้ไม่ได้)