น้องเมีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
น้องเมีย
หน้าปกดีวีดีฉบับปี พ.ศ. 2533
กำกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง กมลา เศรษฐี
เขียน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
นำแสดง ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ภัสสร บุณยเกียรติ
ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี
คมสัน พงษ์สุธรรม
สุรเดช แก้วท่าไม้
กมลา เศรษฐี
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต (นักแสดงรับเชิญ)
ดนตรีประกอบ สุรชัย จันทิมาธร
กำกับภาพ อานุภาพ บัวจันทร์
ตัดต่อ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
จำหน่าย/เผยแพร่ พร้อมมิตรภาพยนตร์
ฉาย พ.ศ. 2533
ความยาว 107 นาที
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

น้องเมีย (อังกฤษ: Song of Chaophraya) เป็นภาพยนตร์ไทย บทพระนิพนธ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ เรื่องของแสงและปราง คู่สามีภรรยาจากปากน้ำโพ ล่องเรือเข้ากรุงเทพฯเพื่อขายแตงโม/ขายทราย[1] มีทับทิมน้องสาวของปรางขอติดเรือมาเที่ยวเมืองหลวงด้วย แต่เมื่อมาถึง ปรางกลับตัดสินใจทิ้งแสงเพื่อหางานที่ดีกว่า แสงคลั่งและขายข้าวของทุกอย่างแม้จะถูกกดราคาเพื่อเอาเงินมาใช้ตามหาปราง ทิ้งให้ทับทิมเลี้ยงดูลูกชายตามลำพัง โชคร้ายกระหน่ำซ้ำเติมทำให้แสงเริ่มท้อใจและเห็นความดีในตัวทับทิม ในขณะที่ปรางรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงคิดกลับมาหาแสง

สร้างเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2533 ได้แก่

เนื้อเรื่อง[แก้]

แสง (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) พ่อค้าเรือดูดทรายจากปากน้ำโพ ล่องเรือมากรุงเทพเพื่อขายทราย ขณะที่จอดเรืออยู่นั้น ปราง (ภัสสร บุณยเกียรติ) เมียสาวของเขาซึ่งเบื่อหน่ายชีวิตชาวเรือ หนีขึ้นฝั่งเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ ทิ้งแดง (ด.ช.อะตอม) ที่เกิดกับแสงที่ยังเป็นทารก ไว้ให้ ทับทิม (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี) น้องสาวที่อายุเพิ่ง 15 ดูแลแทน ขณะที่ เดช (สุรเดช แก้วท่าไม้) เพื่อนของแสงพยายามยุเขาให้เอาทับทิมมาเป็นเมียอีกคน

แสงแทบผลิกแผ่นดินกรุงเทพตามหาปราง โดยมีสุคนธ์ คนขับแท็กซี่ (คมสัน พงษ์สุธรรม) ช่วยพาเขาตระเวนตามหาทั่วเมือง แต่ล้มเหลว แสงเมากลับมาและเห็นทับทิมเป็นปราง พยายามจะปลุกปล้ำทุกครั้ง แต่ทับทิมก็เอาตัวรอดได้เสมอ โดยไม่ทิ้งแสงกับลูก ในที่สุด แสงรู้ว่า ปรางไปอยู่กับผู้หญิงชื่อ อารี (กมลา เศรษฐี) ที่สุขุมวิท ซึ่งหลอกเธอว่าจะสนับสนุนให้เป็นดาราแต่กลับถูกหลอกให้เป็นสาวขายบริการ แสงเมาอาละวาดที่อพาร์ตเมนต์ของอารี จนโดนจับเข้าคุก ทั้งหมดนี้ได้ทับทิม น้องสาวของปรางที่เพิ่งจะเป็นวัยรุ่นช่วยไว้

นักแสดงนำ[แก้]

รูปแบบการนำเสนอ แสง ปราง ทับทิม
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2521 สรพงศ์ ชาตรี วิยะดา อุมารินทร์ ลลนา สุลาวัลย์
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2533 ฉัตรชัย เปล่งพานิช ภัสสร บุญยเกียรติ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี

นักแสดงภาพยนตร์ปี 2533[แก้]

นักแสดงหลัก[แก้]

นักแสดงประกอบ/รับเชิญ[แก้]

เบื้องหลังและงานสร้าง[แก้]

น้องเมีย เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2521 บทพระนิพนธ์ บทภาพยนตร์ กำกับการแสดงและลำดับภาพโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ถ่ายภาพโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ศิลปกรรมโดย อำนาจ โหราศาสตร์ ที่ปรึกษาโดย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี ลลนา สุลาวัลย์ และ วิยะดา อุมารินทร์ ร่วมด้วย อดุลย์ กรีน, ท้วม ทรนง, พูลสวัสดิ์ ธีมากร, ชูศรี มีสมมนต์, ทองฮะ วงศ์รักไทย เข้าฉายเมื่อ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2521[2]

ต่อมา พ.ศ. 2533 สร้างใหม่ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 18 ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้นักแสดงชื่อดัง อย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช และภัสสร บุณยเกียรติ แสดงนำ ตัวละครสำคัญคือ ทับทิม รับบทโดย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี นักแสดงเด็ก บุตรสาวของ รอง เค้ามูลคดี และ ปทุมวดี โสภาพรรณ นับเป็นการแสดงบทชีวิตที่สำคัญอีกครั้งของปัทมวรรณ หลังจากรับบทคล้ายคลึงกันนี้จาก วัลลี เด็กหญิงยอดกตัญญู มาแล้วจากละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 เมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น

ภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวของชาวเรือที่ต้องหาเช้ากินค่ำ และคนหาเช้ากินค่ำในเมืองหลวง ประสบความสำเร็จในด้านคำวิจารณ์และรางวัล เช่น ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พระสุรัสวดี, ฉัตรชัย เปล่งพานิช รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม พระสุรัสวดีและรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง และปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รางวัลนักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยม พระสุรัสวดี เคยออกอากาศทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553 ทางไทยพีบีเอส ในรายการแกะกล่องหนังไทย

รางวัล (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2533)[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ภาพยนตร์น้องเมียปี พ.ศ. 2521 ขายแตงโม ส่วนภาพยนตร์น้องเมียปี พ.ศ. 2533 ขายทราย
  2. http://www.sahamongkolfilm.com/th/intheatres_detail.php?id=164

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]