ภัสสร บุณยเกียรติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภัสสร บุณยเกียรติ
Honey31-P1030262.jpg
ชื่อเกิด ภัสสร บุณยเกียรติ
ชื่อเล่น ฮันนี่
เกิด 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 (45 ปี)
คู่สมรส ธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์
อาชีพ นางแบบ นักแสดง นักร้อง
แนวเพลง ป็อป, ร็อก
ค่าย คีตา เรคคอร์ดส
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
ปี 2532 ตุ๊กตาทอง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก แม่เบี้ย
ตุ๊กตาเงิน นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จาก นักเลง
ปี 2533 ตุ๊กตาทอง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก หลงไฟ
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

ภัสสร บุณยเกียรติ (ชื่อเล่น: ฮันนี่) เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 เป็นนางงามรางวัลขวัญใจช่างภาพนางสาวไทยปี 2531[1] เมื่อเธอก้าวมาจากเวทีนางงาม สู่การเป็นนักแสดงภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง แต่งานที่โด่งดังสุดขีด ทำให้ชาวบ้านเรียกฮันนี่ได้สนิทปาก ก็เห็นจะเป็นงานเพลงชุดแรกในชีวิตในมาดนางเสือสาว ที่ตั้งชื่ออัลบั้มยืดยาวมากกว่าอัลบั้มเพลงยุคนั้น "ดวงตาข้างขวาของฉันคล้ายเป็นเนื้อเยื่อพิเศษ" ภายใต้สังกัด "คีตาเรคคอร์ด" แม้ว่าประสบการณ์การเป็นนักร้องยังอยู่ในระดับที่ยังไม่ถึงที่สุด แต่ตัวเพลงต่างๆ ก็สามารถวางภาพลักษณ์ของเธอได้ดีสมน้ำสมเนื้อไม่น่าเกลียด แต่ที่ยิ่งรักและยิ่งเกลียดที่สุดก็คือ การแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ของเธอ ที่ชาวบ้านเรียกว่า "คอนเสิร์ตเรทอาร์" จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆ ฝ่าย ถึงขั้นมีการจัดอภิปรายและเสวนาเกี่ยวกับความแรงของเธอตามสถาบันชั้นนำต่างๆ เรียกว่าเธอสมเป็นเสือปืนไวจริงๆ ความแรงของงานเพ ลงชุดแรกที่ขายดีมาก บวกกับกระแส จนมีต้องเพิ่มปกพิเศษ "ไม่อยากจะบอกว่าดวงตาข้างซ้ายของฉันก็มีเนื้อเยื่อพิเศษ" ตามออกมาด้วยการเอาบทเพลง "เสือ" มารีมิกซ์ดนตรีใหม่ให้คึกคักกว่าเดิม[ต้องการอ้างอิง] ฮันนี่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงสั้น ๆ[ต้องการอ้างอิง] เมื่อจู่ๆ เธอทิ้งงานเพลงชุดที่ 2 ที่จะต่อยอดให้เธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์[ต้องการอ้างอิง] ซึ่งทางทีมงานได้เตรียมชื่ออัลบั้มไว้แล้วว่า "น้ำผึ้งร้อนดั่งไฟ ใครโดนมันหลอมละลายทันที"[ต้องการอ้างอิง] และได้บันทึกเสียงเพลง "จูบสุดท้าย" ที่เป็นซิงเกิ้ลแรกเอาไวเรียบร้อย[ต้องการอ้างอิง] แต่ฮันนี่ทิ้งทุกอย่าง เพื่อไปใช้ชีวิตครอบครัว[ต้องการอ้างอิง] และต่อมาในปี 2539 ฮันนี่กกลับมาร้องเพลงอีกครั้งในชุด "ไม่กัดหรอก" โดยภาพลักษณ์ยังยึดคอนเซปท์เดิม แต่ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นจึงสวนทางกับภาพเซ็กซี่ในแบบเก่า จึงทำให้เธอต้องถอยหลัง และกลับไปตั้งหลักกับงานแสดงเป็นงานหลัก[ต้องการอ้างอิง]

ด้านบทบาทการแสดง เริ่มแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง ช่อปาริชาต ทางช่อง 7 สี และแสดงภาพยนตร์เรื่อง นักเลง และ แม่เบี้ย ในปี พ.ศ. 2532 จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 2 ตัวในปีเดียวกันคือ สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง แม่เบี้ย[2] และรางวัลดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง นักเลง

ฮันนี่จบจากเซ็นต์โยเซฟแล้วเข้าเรียนต่อที่พระนครธุรกิจ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยหลากหลายบทบาททั้งแสดงภาพยนตร์ และถ่ายแบบ ในภาพลักษณ์ที่เน้นความเซ็กซี่ สมรสกับธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์ ช่างภาพนู้ด จากนั้นหายจากวงการไปพักใหญ่ จนกลับมาแสดงละครให้กับช่องต่าง ๆ อีกครั้ง[3] โดยในปี 2550 ได้รับรางวัล ok!award : sexy foever จากนิตยสาร ok![ต้องการอ้างอิง]

ผลงาน[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ละคร[แก้]

ผลงานเพลง[แก้]

  • นางเอกมิวสิควีดีโอเพลง แคนลำโขง คู่กับ เฮนรี่ ปรีชาพานิช ของเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วัลยลักษณ์
  • นางเอกมิวสิควีดีโอเพลง ฉากสุดท้าย ของ พัณนิดา เศวตาสัย
  • นางเอกมิวสิควีดีโอเพลง เธอคนเดียว ของ ฟอร์เอฟเวอร์
  • อัลบั้ม ดวงตาข้างขวาของฉันคล้ายมีเนื้อเยื่อพิเศษ (2533) [4]
  • อัลบั้ม ไม่กัดหรอก (2540)
  • เพลงประกอบละคร ผู้ชายไม้ประดับ
  • เพลงประกอบละคร เติมรักให้เต็ม

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

อ้างอิง[แก้]