นิคมช่องแคบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิคมช่องแคบ
Straits Settlements
Negeri-Negeri Selat
海峡殖民地
อาณานิคมแห่งจักรวรรดิบริติช
พ.ศ. 2369พ.ศ. 2489
 

 

ธง ตราแผ่นดิน
มลายาในปี พ.ศ. 2465.
นิคมช่องแคบแสดงด้วยสีแดง
เมืองหลวง สิงคโปร์
ภาษา มลายู, อังกฤษ
รัฐบาล ราชาธิปไตย
พระมหากษัตริย์
 - พ.ศ. 2363 – 73 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4
 - พ.ศ. 2479 – 95 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6
ผู้ว่าราชการ¹
 - พ.ศ. 2369 – 73 Robert Fullerton
 - พ.ศ. 2477 – 89 Shenton Thomas
ยุคประวัติศาสตร์ จักรวรรดิอังกฤษ
 - สถาปนา พ.ศ. 2369
 - ยกเลิก 2489 พ.ศ. 2489
เงินตรา สเตรทส์ดอลลาร์ (จนถึงพ.ศ. 2482)
ดอลลาร์มลายา (ตั้งแต่พ.ศ. 2482)
ก่อนหน้า
ถัดไป
เกาะปีนัง
มะละกาของเนเธอร์แลนด์
สิงคโปร์
ดินดิง
ลาบวน
อาณานิคมสิงคโปร์
สหภาพมลายา
บอร์เนียวเหนือ
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ธงชาติของมาเลเซีย Malaysia
ธงชาติของสิงคโปร์ Singapore
ธงชาติของออสเตรเลีย Australia
¹ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่แห่งสหพันธรัฐมลายูและบอร์เนียวเหนือด้วย

นิคมช่องแคบ (หรือนิยมเรียกทับศัพท์ว่า "สเตรทส์เซ็ทเทิลเมนท์ส" - อังกฤษ: The Straits Settlements จีน: 海峡殖民地 Hǎixiá zhímíndì) คืออาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยดินแดนที่เป็นรัฐปีนัง ดินดิง (ส่วนหนึ่งของรัฐเประ) รัฐมะละกา สิงคโปร์ และลาบวนในปัจจุบัน

อาณานิคมแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2369 โดยในตอนแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของดินแดนที่อยู่ในความควบคุมของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2410 ได้กลายเป็นอาณานิคมอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลสหราชอาณาจักรอย่างเต็มตัว และได้รับเอกราชภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ประวัติศาสตร์และการปกครอง[แก้]

แม่แบบ:ประวัติศาสตร์สิงคโปร์

อาณานิคมแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตามสนธิสัญญาระหว่างอังกฤษกับเนเธอร์แลนด์ในปีพ.ศ. 2367 ซึ่งเป็นข้อตกลงในการแบ่งเขตอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทรระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งเขตของอังกฤษจะอยู่ทางเหนือ และเขตของเนเธอร์แลนด์จะอยู่ทางใต้ โดยมีการและเปลี่ยนดินแดนระหว่างกัน คืออังกฤษจะต้องยกนิคมใน Bencoolen ทางภาคตะวันตกของเกาะสุมาตราให้กับเนเธอร์แลนด์ โดยแลกกับมะละกาและสิงคโปร์ ทำให้เมืองหลวงของอาณานิคมย้ายจากเกาะปีนังมาสิงคโปร์ในปีพ.ศ. 2375

ในปีพ.ศ. 2410 นิคมดังกล่าวก็ได้กลายเป็นอาณานิคมอย่างเต็มตัว โดยอยู่ภายใต้การปกครองของสำนักงานอาณานิคมในกรุงลอนดอน แทนที่จะขึ้นตรงกับรัฐบาลประจำอินเดียในกัลกัตตา เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ รัฐบาลอังกฤษได้ตราธรรมนูญประจำอาณานิคม โดยให้อำนาจแก่ข้าหลวงแห่งนิคม ซึ่งบริหารกิจการของอาณานิคมโดยได้รับความช่วยเหลือจากสภาบริหารและสภานิติบัญญัติ

ดินดิงและโพรวินซ์ เวลเลสลีย์[แก้]

ดินดิง ซึ่งเป็นดินแดนที่ประกอบด้วยพื้นที่ชายฝั่งและหมู่เกาะทางตะวันตกของรัฐเประ ได้กลายเป็นของอังกฤษตามสนธิสัญญาปังโกร์ในปีพ.ศ. 2417 แต่ดินแดนดังกล่าวก็ไม่ได้มีทำประโยชน์ให้แก่อังกฤษมากนัก

โพรวินซ์ เวลเลสลีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันตกของรัฐเกดะห์ที่อยู่ตรงกันข้ามกับเกาะปีนังและมีอาณาเขตทางใต้ติดต่อกับรัฐเประ ได้กลายเป็นของอังกฤษในปีพ.ศ. 2341 โดยเขตแดนทางเหนือและทางตะวันออกที่ติดต่อกับรัฐเกดะห์นั้นได้กำหนดตามข้อตกลงที่ทำกับสยามในปี พ.ศ. 2410 ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งขึ้นตรงต่อหน่วยงานในเกาะปีนัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของโพรวินซ์ เวลเลสลีย์เป็นที่ราบที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู โดยมีชาวจีนและชาวทมิฬซึ่งเป็นแรงงาน รวมทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมการเกษตรอื่น ๆ อาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง พื้นที่ประมาณหนึ่งในสิบเป็นเนินเตี้ย ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยป่าทึบ พื้นที่นี้ผลิตข้าวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้สำเร็จราชการ[แก้]

แต่เดิมหมู่เกาะโคโคสและเกาะคริสต์มาสขึ้นตรงกับซีลอน แต่ต่อมาในปีพ.ศ. 2429 ก็ได้มาขึ้นตรงกับนิคมช่องแคบ และในปี พ.ศ. 2449 ลาบวนก็ถูกผนวกเข้ามาเพิ่มอีก

ผู้สำเร็จราชการแห่งนิคมช่องแคบยังเป็นข้าหลวงใหญ่ประจำสหพันธรัฐมลายู และ บอร์เนียวเหนือของอังกฤษ รัฐสุลต่านบรูไน และรัฐสุลต่านซาราวัก และต่อมายังดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการแห่งลาบวนเพิ่มขึ้นอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

กองทัพ[แก้]

ประชากร[แก้]

ตารางแสดงอาณาเขตพื้นที่ และ ประชากรเชื้อชาติต่างๆที่อาศัยในนิคมช่องแคบ , แสดงข้อมูลเมื่อ ค.ศ. 1901:

พื้นที่ (ตรางไมล์) จำนวนประชากร ค.ศ. 1891 จำนวนประชากร ค.ศ. 1901
รวม ชาวยุโรป ยูเรเซีย ชาวจีน ชาวมาเลย์ ชาวอินเดีย อื่นๆ
สิงคโปร์ 206 184,554 228,555 3,824 4,120 164,041 36,080 17,823 2,667
ปีนัง ดินดิง และ โพรวินซ์ เวลเลสลีย์ 381 235,618 248,207 1,160 1,945 98,424 106,000 38,051 2,627
มะละกา 659 92,170 95,487 74 1,598 19,468 72,978 1,276 93
รวม 1,246 512,342 572,249 5,058 7,663 281,933 215,058 57,150 5,387

การคลัง[แก้]

คมนาคม[แก้]

การศึกษา[แก้]

วัฒนธรรม[แก้]

อ้างอิง[แก้]