พระเจ้าชางโจ้ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก King Zhou of Shang)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โจ้วหวัง (มาตรฐาน)
ติวอ๋อง (ฮกเกี้ยน)
ติวอ๊วง (แต้จิ๋ว)
絵本三国妖婦伝 殷紂王.jpg
พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ชาง
ครองราชย์1075–1046 ปีก่อนคริสตกาล (29 ปี)
ก่อนหน้าตี้ อี่ (帝乙)
คู่อภิเษกต๋าจี่ (妲己)
พระราชบุตรอู่ เกิง (武庚)
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: จื่อ (子)
ชื่อตัว: โช่ว (受), โช่วเต๋อ (受德)
พระนามหลังสิ้นพระชนม์
ตี้ ซิน (帝辛)
พระราชบิดาตี้ อี่
ประสูติ1105 ปีก่อนคริสตกาล
สวรรคต1046 ปีก่อนคริสตกาล (59 ปี)

โจ้วหวัง ตามสำเนียงมาตรฐาน หรือ ติวอ๋อง ตามสำเนียงฮกเกี้ยน (จีน: 紂王; พินอิน: Zhòu Wáng; "พระเจ้าโจ้ว/ติว") เป็นชื่อเชิงเหยียดหยามสำหรับใช้เรียก ตี้ ซิน (帝辛) กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชาง (商朝) ของจีนโบราณ[1] คำว่า "โจ้ว/ติว" นี้หมายถึง เตี่ยวรั้งก้นม้า (horse crupper)[2] ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอานม้าที่ม้ามักทำสกปรก

ครอบครัว[แก้]

โจ้วหวังเป็นบุตรของตี้ อี่ (帝乙) กษัตริย์องค์รองสุดท้ายของราชวงศ์ชาง

ตี้ อี่ มีพี่ชายหรือน้องชายสองคน คือ จีจื่อ (箕子) และปี่ ก้าน (比干)

โจ้วหวังมีพี่ชายสองคน คือ จื๋อ ฉี่ (子启) และจื๋อ หย่าน (子衍) ภายหลัง ทั้งสองได้ครองรัฐซ่ง (宋国) ในฐานะประเทศราชของราชวงศ์โจว (周朝)[3]

โจ้วหวังยังมีบุตรชายหนึ่งคน คือ อู่ เกิง (武庚)

ต้นรัชกาล[แก้]

เอกสาร ฉื่อจี้ (史記) ของซือหม่า เชียน (司馬遷) ว่า เมื่อแรกครองราชย์ โจ้วหวังมีความสามารถมากกว่าคนทั่วไป และไหวพริบปฏิภาณดี แต่ฉุนเฉียวง่าย ตำนานเล่าว่า โจ้วหวังมีสติปัญญามากถึงขนาดเอาชนะทุกคนที่มาถกปัญหาด้วยได้ ทั้งยังแข็งแรงถึงขนาดล่าสัตว์ป่าได้ด้วยมือเปล่า[4]

ปลายรัชกาล[แก้]

ปิศาจจิ้งจอกสิงต๋าจี่ ศิลปะญี่ปุ่นราว ค.ศ. 1775–1824
โจ้วหวังและต๋าจี่ดูคนโดนนาบตายคาเผาเล่า ศิลปะฝรั่งเศส ค.ศ. 1788

ปลายรัชกาล โจ้วหวังปล่อยตัวไปกับการร่ำสุรานารี ละเลยศีลธรรมจรรยา ละทิ้งราชกิจการเมือง ซือหม่า เชียน ว่า โจ้วหวังถึงขนาดจัดการร่วมเพศหมู่เป็นประจำเพื่อให้ผู้คนมามั่วสุมกระทำลามกต่าง ๆ ร่วมกัน ทั้งยังมักประพันธ์เพลงกลอนหยาบช้าอนาจาร ร่ำลือกันว่า โจ้วหวังหลงใหลสตรีนาม ต๋าจี่ (妲己; ฮกเกี้ยนว่า "ถันกี", เอกสารไทยโบราณเรียกเพี้ยนเป็น "ขันกี") และนางมักชวนโจ้วหวังประพฤติต่ำทรามต่าง ๆ มีการนำเรื่องนี้ไปเสริมแต่งหลายขนาน โดยเฉพาะในนวนิยายสมัยราชวงศ์หมิง (明朝) เรื่อง เฟิงเฉิน (封神; ฮกเกี้ยนว่า ห้องสิน, แปลว่า "สถาปนาเทวดา") ที่ระบุว่า ต๋าจี่กลายเป็นคนชั่วเพราะถูกปิศาจจิ้งจอก (狐狸精) สิงสู่

หนึ่งในสิ่งบันเทิงที่โจ้วหวังนิยมชมชอบมาก คือ จิ่วฉือรั่วหลิน (酒池肉林; "บ่อสุราป่าเนื้อ") เป็นบ่อขนาดใหญ่ที่เรือลงไปลอยลำได้หลายลำ ขุดขึ้นในเขตราชฐาน เอาหินรูปไข่จากชายหาดมาขัดเงาแล้วปูพื้นบ่อ แล้วเทสุราลงไปให้เต็มบ่อ ทั้งสร้างเกาะขนาดเล็กไว้กลางบ่อ ปลูกต้นไม้บนเกาะนั้น แล้วเอาเนื้อสัตว์แขวนไว้บนกิ่ง โจ้วหวังมักชวนญาติสนิทมิตรสหายพร้อมด้วยสนมชายาทั้งหลายมาล่องเรือในสระ ใครกระหายก็จ้วงเหล้าขึ้นมาดื่มได้ ใครหิวก็คว้าเนื้อมากินได้ ถือกันว่า นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างอันโด่งดังที่สุดแห่งความเสื่อมทรามและฉ้อฉลของผู้ปกครองแผ่นดินจีน

โจ้วหวังยังสั่งให้สร้างเผาเล่า (炮烙; ฮกเกี้ยนว่า "เผาหลก", แปลว่า "เสานาบ") ขึ้นเพื่อเป็นความบันเทิงแก่ต๋าจี่ สิ่งนี้เป็นเสาทรงกลมสูงใหญ่ ทำจากสำริด ข้างในกลวง เอาถ่านร้อนใส่เข้าไป เมื่อเสาร้อนจนแดง ก็จับนักโทษมานาบให้ตายอย่างช้า ๆ และทรมาน ผู้เคราะห์ร้ายนั้นมีตั้งแต่สามัญชนไปจนถึงขุนนางผู้ใหญ่อย่างเหมย์ ปั๋ว (梅伯)[5]

ชีวิตเสเพลของโจ้วหวังทำให้ค่าใช้จ่ายรายวันสูงลิ่ว โจ้วหวังแก้ปัญหาด้วยการเก็บภาษีอย่างหนัก ผู้คนได้รับทุกข์เข็ญและหมดหวังกับราชวงศ์ชาง ญาติพี่น้องที่มาตักเตือนก็ประสบชะตากรรมโหดร้าย เช่น ปี่ ก้าน ที่ถูกโจ้วหวังสั่งแหวะอกเอาหัวใจออกมาถึงแก่ความตาย และจีจื่อที่ถูกจองจำ

ราชวงศ์โจวอาศัยพฤติการณ์ดังกล่าวมาเป็นโอกาสล้มล้างราชวงศ์ชาง ราชวงศ์โจวส่งเจียง จื่อหยา (姜子牙; ฮกเกี้ยนว่า "เกียงจูแหย") นำทัพมาปราบ และเมื่อได้รบกันในยุทธการมู่เหย่ (牧野之戰) เมื่อ 1046 ปีก่อนคริสตกาล ราชวงศ์ชางก็พ่ายแพ้ราบคาบ โจ้วหวังทราบข่าวแล้วก็ขังตัวเองอยู่ในวัง ก่อนจะเผาตัวตายไปพร้อมกับสมบัติพัสถานต่าง ๆ

นวนิยายเรื่อง เฟิงเฉิน ว่า เจียง จื่อหยา เห็นว่า โจ้วหวังที่ถึงแก่กรรมลงนั้นเดิมเป็นผู้มีความรู้ความสามารถมากคนหนึ่ง แต่หลงผิดคิดชั่วเพราะปิศาจ จึงสถาปนาโจ้วหวังเป็นเทวดา เรียกว่า เทียนสี่ซิง (天喜星; "ดาวฟ้าปลื้ม") ทำหน้าที่ส่งเสริมความรักและการครองคู่ของมนุษย์

อ้างอิง[แก้]

  1. Wu, 220.
  2. แม่แบบ:Unihan
  3. Lüshi Chunqiu (吕氏春秋·仲冬纪第十一)
  4. Wu, 220-221, referencing Sima Qian's Yin Benji chapter (史记 · 辛本纪).
  5. See, for example, Qu Yuan, Tian Wen (天问). "梅伯受醢".

บรรณานุกรม[แก้]

  • Wu, K. C. (1982). The Chinese Heritage. New York: Crown Publishers. ISBN 0-517-54475-X.