โยชิฮิโกะ โนดะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โยะชิฮิโกะ โนะดะ)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โยชิฮิโกะ โนดะ
野田佳彦
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
ดำรงตำแหน่ง
2 กันยายน พ.ศ. 2554 – 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ก่อนหน้า นะโอะโตะ คัง
ถัดไป ชินโซ อะเบะ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2500 (61 )
จังหวัดจิบะ
 ญี่ปุ่น
พรรคการเมือง พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น

โยชิฮิโกะ โนดะ (ญี่ปุ่น: 野田 佳彦 Noda Yoshihiko) (20 พฤษภาคม พ.ศ. 2500 — ) นายกรัฐมนตรีคนที่ 54 ของประเทศญี่ปุ่น สมาชิกพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาไดเอ็ต (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) เขาได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนาโอโตะ คัง หลังได้รับเสียงสนับสนุนในพรรคเหนือกว่าบันริ ไคเอดะ[1] และได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยองค์จักรพรรดิเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

หลังการลาออกจากตำแหน่งของคังในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 โนดะเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดไป[2][3] เขาได้เสียงสนับสนุนเหนือกว่าบันริ ไคเอดะ และรับช่วงการแก้ปัญหาความท้าทายการฟื้นฟูบูรณะประเทศหลังแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮกุ พ.ศ. 2554[1][4] ในการกล่าวสุนทรพจน์แรกหลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กันยายน โนดะยืนยันว่ารัฐบาลของเขาจะยกเลิกพลังงานนิวเคลียร์ต่อไป โดยไม่สร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เพิ่มหรือขยายการใช้งานโรงไฟฟ้าที่ล้าสมัยไปแล้ว อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันยังไม่ดำเนินการหลังเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟูกูชิมะแห่งที่หนึ่งจะเปิดอีกครั้งเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานเร่งด่วนของญี่ปุ่น[5]

โนดะสมรสแล้ว และมีบุตรธิดารวมสองคน เขาเป็นแฟนกีฬาป้องกันตัวและมวยปล้ำอาชีพ เขายังได้สายดำในกีฬายูโด[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Yoshihiko Noda wins Japan leadership race, BBC, 29 August 2011.
  2. "Noda declares DPJ election candidacy, calls for fiscal discipline". Mainichi Newspapers Co. Ltd. 2011-08-27. สืบค้นเมื่อ 2011-08-28. 
  3. Johnston, Eric, "Contenders' backgrounds", Japan Times, 28 August 2011, p. 2.
  4. "Yoshihiko Noda elected Japan's new PM". Indiavision news. 29 Aug 2011. 
  5. "Japan’s New Prime Minister Vows Gradual Nuclear Phaseout". The New York Times. 2011-09-02. สืบค้นเมื่อ 2011-09-02. 
  6. "Japan's Noda: Low-Key on Domestic Issues, Controversial Abroad". The Wall Street Journal. 2011-08-29. สืบค้นเมื่อ 2011-08-29. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • [1] (ญี่ปุ่น)