อัตเลติกเดบิลบาโอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แอทเลติกบิลบาโอ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อัตเลติกเดบิลบาโอ
Athletic club 200px.png
ชื่อเต็มอัตเลติกกลุบ[1]
ฉายาLos Leones (The Lions)
ก่อตั้ง1898; 121 ปีที่แล้ว (1898)
สนามซานมาเมส, บิลบาโอ
(ความจุ: 40,000[2])
ประธานสโมสรโคซู อูร์รูเตีย
ผู้จัดการทีมโคเซ อังเคล ซีกันดา
ลีกลาลิกา
2018–19อันดับที่ 8
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
ฤดูกาลปัจจุบัน

อัตเลติกเดบิลบาโอ (สเปน: Athletic de Bilbao) หรือชื่อทางการว่า อัตเลติกกลุบ (Athletic Club) เป็นสโมสรฟุตบอลเมืองบิลบาโอในจังหวัดบิซกายา แคว้นประเทศบาสก์ เริ่มเล่นในปริเมราดิบิซิออนในลาลิกาตั้งแต่เริ่มในปี ค.ศ. 1928 เคยชนะเลิศลาลิกา 8 ครั้ง เป็น 1 ใน 3 สโมสรที่ไม่เคยตกชั้นไปจากลาลิกา (อีก 2 สโมสรคือ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดและสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา)

ประวัติของสโมสร[แก้]

ช่วงยุคก่อตั้ง[แก้]

สโมสรฟุตบอลอัตเลติกบิลบาโอ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า อัตเลติกเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ ในเมืองบิลบาโอ แคว้นบาสก์ (ประเทศสเปน) พวกเขาเป็นที่รู้จักกันในนาม ลอสลีโอนส์ (สิงโต) เพราะสนามกีฬาของพวกเขาถูกสร้างขึ้นใกล้กับโบสถ์ที่เรียกว่า เซนต์มาเมส มาเมส เป็นคริสเตียนยุคแรกที่ถูกโยนไปที่สิงโตกินโดยชาวโรมัน แต่มาเมสทำให้สิงโตสงบลงและต่อมาเขาได้กลายเป็นนักบุญ สโมสรแห่งนี้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Primera División ซึ่งไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1929 เช่นเดียวกับเรอัลมาดริดและบาร์เซโลนา อัตเลติกคว้าแชมป์ลาลิกามาแล้ว 8 ครั้งมากเป็นอันดับสี่ในประวัติศาสตร์ของลีก ในโคปาเดลเรย์อัตเลติกเป็นที่สองรองจากบาร์เซโลนาโดยได้แชมป์ 24 ครั้ง (ตามบันทึกอย่างเป็นทางการของทีมสหพันธ์ฟุตบอลสเปน Royal (RFEF) ที่บันทึกไว้คือ 23 ครั้ง) สโมสรยังมีทีมฟุตบอลหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในสเปน ซึ่งแชมป์ Primera División Femenina มาแล้ว 5 ครั้ง เป็นที่รู้กันดีว่าสโมสรแห่งนี้ มีนโยบาย Cantera ในการนำผู้เล่นชาวบาสก์รุ่นเยาว์มาร่วมฝึกซ้อมกับทีม และซื้อผู้เล่นที่มีเชื้อสายบาสก์จากสโมสรอื่น ๆ เช่น Joseba Etxeberria และ Javi Martínez นโยบายอย่างเป็นทางการของอัตเลติกการเซ็นสัญญานักเตะอาชีพที่มีถิ่นกำเนิดหรือฝึกฝนฟุตบอลในแคว้นบาสก์ รวมถึง Biscay, Gipuzkoa, Álava และ Navarre (ในสเปน) และ Labourd, Soule และ Lower Navarre (ในฝรั่งเศส) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 อัตเลติกได้ใช้ผู้เล่นที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด และเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลาลิกา เรื่องนี้แสดงให้เห็นได้เป็นกรณีพิเศษในฟุตบอลยุโรป พวกเขาได้รับความนิยมทั้งนักกีฬาและนักวิจารณ์กีฬา สโมสรได้รับการยกย่องในการส่งเสริมผู้เล่นที่ในท้องถิ่น และความภักดีของสโมสร กฎของทีมไม่ได้บังคับใช้กับผู้จัดการทีม ดังที่เห็นมีตัวอย่างมากมายของผู้จัดการทีมที่ไม่ใช่ชาวบาสก์ทั้งจากสเปนและต่างประเทศ คู่แข่งสำคัญของอัตเลติกคือ เรอัล โซเซียดาด เวลาแข่งขันกันเรียกว่า บาสก์ดาร์บี้ และเรอัลมาดริด เนื่องจากการแข่งขันกีฬาและการเมืองต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ของสโมสร สโมสรในลีกที่อยู่ในแคว้นบาสก์ ได้แก่ เดปอติโว อลาเบส, เออิบาร์ และ โอซาซูน่า อัตเลติกเป็นหนึ่งในสี่สโมสรอาชีพในสเปน ที่ไม่ใช่บริษัทกีฬา แต่พวกเขาเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยสมาชิกสโมสร เช่นเดียวกับทีมที่เหลืออย่าง โอซาซูน่า, เรอัลมาดริด และบาร์เซโลนา

บิลบาโอได้รู้จักฟุตบอลโดยสองกลุ่ม คือคนงานอังกฤษและนักเรียนชาวบาสก์ ที่เดินทางกลับจากโรงเรียนในสหราชอาณาจักร ในปลายศตวรรษที่ 19 บิลบาโอเป็นเมืองอุตสาหกรรมชั้นนำและดึงดูดแรงงานอพยพจำนวนมาก รวมถึงคนงานเหมืองจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ และคนงานอู่ต่อเรือจากเซาแธมป์ตัน พอร์ตสมัธ และซันเดอร์แลนด์ พวกเขานำเกมฟุตบอลมาด้วย และมารวมกันเพื่อก่อตั้งสโมสรฟุตบอลบิลบาโอ ในขณะเดียวกันเด็กชายที่ได้รับการศึกษาชาวบาสก์ ไปอังกฤษเพื่อการศึกษาของพวกเขา และได้พัฒนาความสนใจในฟุตบอลและเมื่อพวกเขากลับมาเริ่มจัดการแข่งขันกับแรงงานชาวอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1898 กลุ่มนักศึกษาได้ก่อตั้งสโมสรอัตเลติกโดยใช้การสะกดคำภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1901 มีการจัดประชุมที่คาเฟ่การ์เซีย เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และข้อบังคับที่เป็นทางการมากขึ้น ใน ค.ศ. 1902 สโมสรทั้งสองได้รวมทีมเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Bizcaya เพื่อลงแข่งใน โคปา เดล เรย์ เป็นครั้งแรกและคว้าแชมป์ได้สำเร็จ สิ่งนี้นำไปสู่การควบรวมกิจการของทั้งสองสโมสรในฐานะสโมสรกีฬาในปี ค.ศ. 1903 ในปีเดียวกันนักเรียนชาวบาสก์ก็ตั้งสโมสรกีฬามาดริดซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นอัตเลติโกเดมาดริด โดยสโมสรได้ประกาศว่าได้ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898

สโมสรโดดเด่นในช่วงต้นของ โคปา เดล เรย์ หลังจากคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกในนามสโมสร Bizcaya อัตเลติกบิลบาโอ ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่คว้าแชมป์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1903, 1904 พวกเขาคว้าแชมป์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1911 และจากนั้นสามครั้งติดต่อกันระหว่างปี ค.ศ. 1914 และ 1916 กองหน้าของทีมคือ Pichichi ผู้ทำประตูแรกที่สนาม San Mamés ในปี ค.ศ. 1913 และเป็นแฮตทริกในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย ในปี ค.ศ. 1915 เขาได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดของลาลิกา และต่อมารางวัลนี้ได้ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

ยิ่งใหญ่ในลาลิกายุคต้น[แก้]

สโมสรจากแคว้นบาสก์ทีมอื่น ๆ อย่าง Real Unión, Arenas Club de Getxo และ Real Sociedad ก็เป็นสมาชิกที่ร่วมก่อตั้งลาลิกาในปี ค.ศ. 1928 และในปี ค.ศ. 1930 พวกเขาได้เข้าร่วมกับ CD Alavés 5 ใน 10 สโมสรใน Primera División มาจากประเทศบาสก์ ทำให้เกิดคำว่า "ความสามารถไม่ใช่อุปสรรค" แปลว่า "ด้วยทีมงานและการสนับสนุนของท้องถิ่น ทำให้ไม่ต้องนำเข้านักเตะจากต่างประเทศเข้ามาสู่ทีม"

ในปี ค.ศ. 1921 โค้ชชาวอังกฤษคนใหม่ Fred Pentland มาคุมทีม ในปี ค.ศ. 1923 เขานำสโมสรไปสู่ชัยชนะใน โคปาเดล เรย์ เขาปฏิวัติวิธีที่อัตเลติกเล่น ใหม่ จนเป็นที่นิยมในการเล่นบอลสั้น ในปี ค.ศ. 1927 Pentland ออกจากทีมไป แต่กลับมาในปี ค.ศ. 1929 และนำสโมสรคว้าแชมป์ลาลิกา และ โคปา เดล เรย์ ในปี ค.ศ. 1930 และ 1931 สโมสรคว้าแชมป์โคปา เดล เรย์ 4 ครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1930 และ 1933 และพวกเขาก็ได้รองแชมป์ลาลิกาในปี ค.ศ. 1932 และ 1933 ในปี ค.ศ. 1931 อัตเลติกพ่ายแพ้บาร์เซโลนา 12-1 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

อัตเลติกประสบความสำเร็จภายใต้โค้ชชาวอังกฤษอย่างต่อเนื่อง William Garbutt ซึ่งฤดูกาลแรกของเขาในสเปนประสบความสำเร็จอย่างมาก ในขณะที่เขาสามารถนำทีมคว้าแชมป์ลีกได้ในปีนั้น เขาได้สร้างทีมที่มีความสามารถซึ่งรวมถึงกองหน้า Guillermo Gorostiza และ Bata

Garbutt ดึงนักเตะเยาวชนอย่าง Ángel Zubieta ขึ้นมาทีมชุดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้เล่นที่อายุ 17 ปี ที่เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่เคยเล่นให้กับทีมชาติสเปนในเวลานั้น โดยลงเล่นในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ที่แพ้ Oviedo 2-0 ที่สนามของตัวเอง ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2479 ในกรกฎาคม พ.ศ. 2479 ฟุตบอลหยุดเนื่องจากเกิดสงครามกลางเมืองในสเปน ฟุตบอลลีกเริ่มต้นใหม่จนถึงฤดูกาล 1939–40 ซึ่งทีมไม่ได้แชมป์อีกเลยจนกระทั่งปี 1943 Garbutt ถูกไล่ออก

ในปี ค.ศ. 1941 สโมสรเปลี่ยนชื่อเป็น Atlético Bilbao ตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกโดย Franco ในปีเดียวกันนั้น Telmo Zarra ได้ย้ายมาร่วมทีม ตลอดการอยู่กับทีมเขาทำได้ 294 ประตูในทุกการแข่งขันของแอตเลติก ในฤดูกาล 1950–51 เขาทำประตูในฤดูกาลแรกได้ถึง 38 ประตู สถิตินี้ถูกบันทึกเป็นเวลา 60 ปี ในปี ค.ศ. 1943 ในสโมสรคว้าแชมป์ 2 ครั้งและโคปาทั้ง 1944 และ 1945 ในช่วงต้นยุค 50 สโมสรโดดเด่นในตำแหน่งกองหน้าระดับตำนานอย่าง Zarra, Panizo, Rafa Iriondo, Venancio และAgustínGaínza พวกเขาช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ Copa del Generalisimo ในปี ค.ศ. 1950 โค้ชของทีมอย่าง Ferdinan Daučík พาทีมได้ดับเบิ้ลแชมป์ในปี ค.ศ. 1956 และคว้าแชมป์โคปา 1955 และ 1958 และ ในปี ค.ศ. 1956 สโมสรได้สิทธิลงเล่นในถ้วยยุโรป ปี ค.ศ. 1960 ความสำเร็จต่าง ๆ ถูกครอบงำโดยเรอัลมาดริด มีเพียงครั้งเดียวที่คว้าแชมป์ โคปา เดล เรย์ คือในปี ค.ศ. 1969 แม้ว่าทศวรรษที่ผ่านมาได้เกิดนักเตะระดับตำนานสโมสรอย่าง JoséÁngel Iribar

ความเป็นชาตินิยม[แก้]

เนื่องด้วย บิลบาโอ ทีมนี้อยู่ใน แคว้นบาสก์ เป็นถิ่นที่ประชาชนชาวบาสก์อาศัยอยู่ใกล้ ๆ เทือกเขาพีเรอนีส คือในเขตปีเรเน-อัตลองติกของฝรั่งเศสกับแคว้นนาร์บาร่าของสเปน เขตปกครองอิสระบาสก์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1980 ลักษณะทางกายภาพของชาวบาศก์ ทำให้นักมนุษยวิทยาสันนิษฐานว่าสืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปโครมันยอง และภาษาบาสก์ หรือเอวส์การา ซึ่งแตกต่างไปจากภาษาในยุโรป ยิ่งทำให้ชาวบาศก์แตกต่างจากชาวฝรั่งเศสและสเปน

Athletic Bilbao สมัยก่อนถือว่าเป็นสิงห์ บอลถ้วยแห่งลาลิกา เพราะเคยคว้าแชมป์ โกปาเดลเรย์มากถึง 22 สมัย เป็นทีมเก่าแก่มาก ๆ ซึ่งถ้าหากเจอกับ เรอัลโซเซียดัด จะกลายเป็นดาร์บี้แม็ทซ์แห่งแคว้นบาสก์ ซึ่งดุเดือดมาก ๆ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้จริง ๆ เหมือนกัน เรอัลมาดริด เจอกับ บาร์เซโลนา หรือบางทีอาจดุเดือดยิ่งกว่าเสียอีก โดยจะมีข้อแตกต่างจากเรอัลโซเซียดัด ก็คือ แอธฯ บิลบาโอ จะไม่มีนักเตะต่างชาติ จะเลือกใช้เฉพาะนักเตะจากแคว้นบาสก์อย่างเดียวเท่านั้น เป็น วัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี ซึ่งหลายคนในนี้น่าจะรู้แล้ว นั่นก็คือ นักเตะทุกคนในสโมสรและในทุก ๆ ยุคทุกสมัยจะใช้เฉพาะนักเตะที่เกิดหรือมีบรรพบุรุษเป็นชาวบาสก์เท่านั้น โดยวัฒนธรรมดังกล่าวก็ได้สะท้อนให้เห็นในการออกแบบทีมฟุตบอลที่แม้จะเป็นลีกใหญ่ แต่ก็ยังคงรักษาแก่นของความเป็นสโมสรระดับชุมชนได้เป็นอย่างดี

ลุ่ม ๆ ดอน ๆ[แก้]

ยุค 70 นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ในโคปา เดล เรย์ คว้าแชมป์เพียงครั้งเดียวคือในปี ค.ศ. 1973 ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1976 ก่อนเกมกับโซเชียลดาด ได้มีการธงบาสก์ไว้ในวงกลมกลางสนาม นี่เป็นครั้งแรกที่มีนำธงชาติบาสก์มาใช้อีกครั้ง นับตั้งแต่การตายของ Francisco Franco ในปี ค.ศ. 1977 สโมสรได้มาถึงรอบชิงชนะเลิศของยูฟ่าคัพ แต่แพ้ให้ยูเวนตุส จากนั้นระบอบการปกครองของฝรั่งเศสก็จบลงและสโมสรก็กลับไปใช้ชื่ออัตเลติก

ในปี ค.ศ. 1981 Javier Clemente รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม เขาคือคนที่นำทีมประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ในปี ค.ศ. 1983 สโมสรได้แชมป์ลาลิกาและในปี ค.ศ. 1984 พวกเขาได้ดับเบิ้ลแชมป์ลาลิกาและโคปา เดล เรย์ ในปี ค.ศ. 1985 และปี ค.ศ. 1986 อัตเลติกจบที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ในตอนนั้นสโมสรมีชื่อเสียงในแบบการเล่นที่ดุดัน แต่สโมสรก็ล้มเหลวในการคว้าแชมป์รางวัลใหญ่ ๆ นับตั้งแต่ความสำเร็จของยุคนั้น แม้จะมีการเปลี่ยนโค้ชมากมายเช่น JoséÁngel Iribar, Howard Kendall, Jupp Heynckes และ Javier Irureta และแม้แต่ Clemente ที่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ก็ล้มเหลวในการนำความสำเร็จมาสู่สโมสร

ในปี ค.ศ. 1998 โค้ช Fernández พาสโมสรเป็นอันดับ 2 ในการแข่งขันลาลิกาและในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก Fernández ได้รับประโยชน์จากสโมสรที่ใช้วิธี cantera ในปี ค.ศ. 1995 ได้มีการเซ็นสัญญากับ Joseba Etxeberria จากทีมคู่ปรับอย่าง Real Sociedad ทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจระหว่างแฟนบอลสองสโมสร Etxeberria เป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในฤดูกาล 1997-98 พร้อมด้วย Rafael Alkorta และ Julen Guerrero

ยุคมิลเลนเนี่ยมถึงปัจจุบัน[แก้]

สโมสรรอดพ้นการตกชั้นอย่างหวุดหวิดในช่วงฤดูกาล 2005-06 และ 2006-07 ในโคปา เดล เรย์ พวกเขามาถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี แต่ก็แพ้ให้กับบาร์เซโลนา 4-1 ก่อนฤดูกาล 2011-12 Josu Urrutia อดีตนักเตะของสโมสร ก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสร และได้นำโค้ช Marcelo Bielsa มาคุมทีม อัตเลติกผ่านเข้าสู่รอบแรกในยุโรปครั้งแรกนับตั้งแต่ ค.ศ. 1977 โดยแพ้ 3-0 ให้กับสโมสรจากสเปน แอธเลติโก มาดริด ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 รายการยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบชิงชนะเลิศที่สนามกีฬา Națională ในบูคาเรสต์ ในปี ค.ศ. 2012 พวกเขาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ แต่ก็แพ้บาร์เซโลนาอีกครั้ง

หลังจากกองกลางดาวรุ่ง Javi Martínez ย้ายไปร่วมสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิก สโมสรก็ไม่ผ่านการเล่นรอบแบ่งกลุ่มในยูโรปาลีก 2012–13 และตกรอบ โคปา เดล เรย์ โดยสโมสรจากบาสก์คือสโมสร Eibar จากดิวิชั่น 3 ในเกมลีกนัดสุดท้ายที่ ที่สนาม San Mamés จบลงด้วยการพ่ายแพ้ให้กับเลบานเต้ Bielsa ได้ดึงดาวรุ่งของทีมอย่าง Aymeric Laporte ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ในขณะที่กองหน้า Fernando Llorente ย้ายไปยัง Juventus หลังจาก Bielsa, Ernesto Valverde กลับมาคุมทีมอีกครั้งในฐานะผู้จัดการและเขาได้เซ็นสัญญา และนำผู้เล่นใหม่หลายคนเข้าทีมอัตเลติกพวกเขาได้อันดับ 4 ในลีกซึ่งหมายถึงการได้สิทธิลงเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และ Ander Herrera ได้ย้ายไปแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในราคา 36 ล้านยูโรเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

อัตเลติกได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรกในการแข่งขันที่สนามแห่งใหม่ San Mamés แชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาได้ที่ 3 ปี ค.ศ. 2015 พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ แต่แพ้บาร์เซโลนาอีกครั้ง 3-1 ในเลกแรกของปี ค.ศ. 2015 ในฟุตบอลรายการ Supercopa de España ที่ San Mamés อัตเลติกเอาชนะบาร์เซโลนา 4-0 โดย Aritz Aduriz ทำแฮตทริก การกลับมาในเลกสอง พวกเขายันเสมอที่คัมป์นู 1-1 ทำให้ได้แชมป์แรกนับตั้งแต่ Aduriz จบฤดูกาลด้วยการทำ 36 ประตูในทุกการแข่งขัน อัตเลติกผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึกยูโรปาลีก แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับเซบีญ่า

เออร์เนสโตวัลเวอร์เด ออกจากตำแหน่งเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2016–17 และสโมสรได้แต่งตั้งอดีตผู้เล่น José Ángel Ziganda เป็นผู้จัดการทีม วันที่ 29 พฤศจิกายน สโมสรประสบความพ่ายแพ้ให้กับ SD Formentera เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล Ziganda ถูกปลดออก และ Eduardo Berizzo ก็ได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ตามเขาอยู่กับทีมได้ไม่นาน วันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2018 หลังจากชนะเพียง 2 ใน 15 นัด Berizzo ก็ถูกไล่ออก Gaizka Garitano จากทีมสำรองมารับหน้าที่แทน

สนามเหย้า[แก้]

ซานมาเมส

ซานมาเมส สนามเหย้าของบิลบาโอ

นิว ซาน มาเมส เริ่มก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2010 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน ค.ศ. 2013 ภายใต้งบประมานก่อสร้าง 173 ล้านยูโร (ประมาน 6,920 ล้านบาท) ความจุก็เพิ่มขึ้นจากเดิม 40,000 ที่นั่ง เป็น 53,289 ที่นั่ง พร้อมได้รับรองจากยูฟ่า เป็นสนามมาตราฐานระดับ 4 ดาว

จุดเด่นของสนามแห่งนี้คือทำเลที่ตั้งอันสวยงาม คือตั้งอยู่ริมแม่น้ำบิลบาโอ ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ประจำแคว้นบาสก์ และโครงสร้างตัวสนามที่สามารถติดตั้งแสงไฟได้ตามต้องการ โดยเวลาที่ Athletic Bilbao ลงสนามไฟด้านนอกจะถูกเปลี่ยนเป็นสีแดง

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 สเปน GK กอร์กา อีไรโซซ
2 สเปน FW ไกซ์กา โตเกโร
3 สเปน DF คอน เอาร์เตเนเช
4 ฝรั่งเศส DF แอมริก ลาปอร์ต
5 สเปน MF เอริก โมรัน
6 สเปน DF มีเกล ซานโคเซ
7 สเปน MF เบญัต เอเชบาร์เรีย
8 สเปน MF อันเดร์ อีตูร์รัสเป
9 สเปน FW กีเก โซลา
10 สเปน MF โอสการ์ เด มาร์โกส
11 สเปน MF อีไบ โกเมซ
12 สเปน DF อูไน บุสตินซา
13 สเปน GK เอียโก เอร์เรริน
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
14 สเปน MF มาร์เกล ซูซาเอตา
15 สเปน DF อันโดนี อีราโอลา (รองกัปตันทีม)
16 สเปน DF ชาบีเอร์ เอเชย์ตา
17 สเปน MF มีเกล รีโก
18 สเปน DF การ์โลส กูร์เปกี (กัปตันทีม)
19 สเปน MF อีเกร์ มูเนียอิน
20 สเปน FW อาริตซ์ อาดูริซ
21 สเปน FW บอร์คา บีเกรา
22 สเปน FW กีเยร์โม เฟร์นันเดซ
23 สเปน MF อาเกร์ อาเกเช
24 สเปน DF มีเกล บาเลนเซียกา
28 สเปน GK เกปา อาร์รีซาบาลากา
29 สเปน MF อูไน โลเปซ

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
สเปน DF เอนริก ซาโบริต (ยืมตัวไปมายอร์กา จนถึง 30 มิถุนายน 2015)
สเปน DF โคนัส รามัลโย (ยืมตัวไปฌิโรนา จนถึง 30 มิถุนายน 2015)
สเปน DF อูไน อัลบีซัว (ยืมตัวไปเตเนรีเฟ จนถึง 30 มิถุนายน 2015)
สเปน MF อีเกร์ กวาร์โรเชนา (ยืมตัวไปเตเนรีเฟ จนถึง 30 มิถุนายน 2015)
สเปน MF อีญีโก รุยซ์ เด กาลาร์เรตา (ยืมตัวไปซาราโกซา จนถึง 30 มิถุนายน 2015)

เกียรติประวัติ[แก้]

สเปน ระดับประเทศ[แก้]

ยุโรป ระดับทวีปยุโรป[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Official name". Athletic-club.net. สืบค้นเมื่อ 2009-12-03.
  2. http://www.uefa.com/MultimediaFiles/Download/StatDoc/competitions/-Publications/01/67/58/96/1675896_DOWNLOAD.pdf

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]