เอ็มจี 42

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอ็มจี 42
MG42-1.jpg
เอ็มจี 42 (ข้างบน)
ชนิด ปืนกลอเนกประสงค์
สัญชาติ นาซีเยอรมนี
บทบาท
ประจำการ 1942–present
สงคราม สงครามโลกครั้งที่สอง
สงครามอาณานิคมโปรตุเกส[1]
สงครามยูโกสลาเวีย[2][3]
สงครามกลางเมืองซีเรีย
ประวัติการผลิต
ผู้ออกแบบ Werner Gruner
ช่วงการออกแบบ 1942
บริษัทผู้ผลิต Mauser Werke AG
Wilhelm-Gustloff-Stiftung
Steyr-Daimler-Puch,

Großfuß AG, MAGET (Maschinenbau und Gerätebau GmbH, Berlin-Tegel)

ช่วงการผลิต 1942–1945 (นาซีเยอรมนี)
จำนวนที่ผลิต 423,600[4]
แบบอื่น MG 45/MG 42V, MG 1, MG 2, Rheinmetall MG 3, M53, MG 74
ข้อมูลจำเพาะ
น้ำหนัก 11.57 กก. (25.51 ปอนด์)
ความยาว 1,220 มม. (48 นิ้ว)
ความยาวลำกล้อง 533 มม. (21.0 นิ้ว)

กระสุน 7.92×57mm Mauser
การทำงาน Recoil-operated, roller-locked
อัตราการยิง 1,200 rounds/min (varied between 900–1,500 rounds/min with different bolts)
ความเร็วปากกระบอก 740 เมตร/วินาที (2,428 ฟุต/วินาที) (s.S. Patrone)
ระยะหวังผล 200–2,000 เมตร (แม่แบบ:Convert/yd) sight adjustments
3,500 เมตร (แม่แบบ:Convert/yd) with tripod and telescopic sight
พิสัยไกลสุด 4,700 เมตร (แม่แบบ:Convert/yd)
ระบบป้อนกระสุน 50 or 250-round belt
ศูนย์เล็ง Iron sights, antiaircraft sight or telescopic sights

เอ็มจี 42(ย่อมาจากภาษาเยอรมันว่า:Maschinengewehr 42 หรือ"machine gun 42")เป็นปืนกลเบาเอนกประสงค์ขนาด 7.92 × 57mm เมาเซอร์ ถูกออกแบบโดยนาซีเยอรมนีและถูกใช้งานอย่างกว้างขวางโดยกองทัพเวร์มัคท์และวัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส ในช่วงครึ่งหลังของสงครามโลกครั้งที่สอง มันได้ถูกเข้ามาแทนที่ปืนกลก่อนหน้านี้คือ เอ็มจี 34 ซึ่งมีราคาแพงมากขึ้นและใช้เวลานานมากในการผลิต แต่อาวุธทั้งสองชนิดยังคงมีการผลิตอยู่จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

การออกแบบเพื่อประหยัดในต้นทุนและง่ายต่อการสร้าง เอ็มจี 42 ได้รับการพิสูจน์ว่ามีความน่าเชื่อถือได้สูงและใช้งานได้ง่าย เป็นที่สะดุดตามากที่สุดสำหรับอัตราเร็วในการยิงตามวงรอบ(CYCLIC RATE)ระดับสูงมากสำหรับปืนที่มีสายกระสุนที่ใช้งานได้เต็มที่ คิดเฉลี่ยได้ประมาณ 1,200 นัดต่อนาที เมื่อเทียบกับประมาณ 850 นัดของเอ็ม 34 และอาจจะประมาณ 450 ถึง 600 นัด สำหรับปืนกลทั่วไปอื่นๆ เช่น เอ็ม1919 เบราวนิ่ง หรือ เบรน ด้วยความสามารถนี้ทำให้มันมีประสิทธิภาพอย่างมากในการยิงปืนข่ม(Suppressive fire) และเสียงปืนที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้มันถูกเรียกกันว่า "ใบเลื่อยของฮิตเลอร์"(Hitler's buzzsaw)[5]

เอ็มจี 42 ได้ถูกใช้งานโดยหลายองค์กรติดอาวุธในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และปืนกลทั้งสองชนิดได้ถูกลอกเลียนแบบและสร้างขึ้นภายใต้ใบอนุญาต ต้นแบบของเอ็มจี 42 เป็นรุ่นที่สืบทอดมาจากความปราชัยของนาซีเยอรมนี พื้นฐานของมันมีความคล้ายใกล้เคียงกับเอ็มจี1 (เอ็มจี 42/59) ลำกล้องขนาด 7.62×51มม. เนโท ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นเอ็มจี1เอ3 และต่อมาเป็นเอ็มจี3 ของกองทัพบุนเดิสแวร์ และเอ็มจี 42/59 ของอิตาลี มันยังได้มีการเปิดเผยว่ามีปืนกลที่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับต้นแบบของยูโกสลาเวียที่ถูกผลิตโดย Zastava คือ เอ็ม53, เอ็มจี 51 และเอ็สไอจี เอ็มจี 710-3 ของสวิส, เอ็มจี 74 ของออสเตรีย และปืนกลเบา อเมลี ขนาด 5.56×45มม. เนโทของสเปน และได้มีการยืมองค์ประกอบต่างๆของปืนกลนี้นำมาใช้ในการออกแบบ ได้แก่ ปืนกลเอ็ม 60 ของอเมริกา และเอ็มเอจีของเบลเยียม

ผู้ใช้[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Afonso, Aniceto and Gomes, Carlos de Matos, Guerra Colonial (2000), pp. 183-184, ISBN 972-46-1192-2
  2. Army of the Republic of Bosnia and Herzegovina#Equipment
  3. "gates of hell bosnia - Bing video". Bing.com. สืบค้นเมื่อ 2016-12-08.
  4. Folke Myrvang (2003), MG34-MG42: German Universal Machineguns. Collector Grade Publications
  5. Smith, Joseph E. (1973). Small Arms of the World (10th ed.). Harrisburg, PA, USA: Stackpole Co.
  6. 6.0 6.1 de Quesada, Alejandro (2014). MP 38 and MP 40 Submachine Guns. Osprey Publishing. pp. 66–67. ISBN 978-1780963884.
  7. "Rearming Austria: WWII weapons". wordpress.com. 14 June 2015.
  8. 8.0 8.1 8.2 McNab 2012, pp. 72–73.
  9. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ finland
  10. Kinard, Jeff (2010). "Machine guns". In Tucker, Spencer C.; Pierpaoli, Paul G., Jr. The Encyclopedia of the Korean War: A Political, Social, and Military History. 1. A-L (2nd ed.). ABC-CLIO. p. 535. ISBN 978-1-85109-849-1.
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ IJA
  12. "Google Sites". sites.google.com.
  13. Thers, Alexandre (February 2012). "Souvenirs d'un Panzer-Knacker Hongrois". Batailles et Blindés (in ฝรั่งเศส). No. 47. p. 55. Sa nouvelle arme est une MG-42. [His new weapon is an MG-42.]
  14. Jowett, Philip (25 May 2001). The Italian Army 1940–45 (3): Italy 1943–45. Men-at-Arms 353. Osprey Publishing. pp. 43–44. ISBN 9781855328662.
  15. MG34 and MG42 in Norway, Post WW2, by Folke Myrvang
  16. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ auto
  17. Abbott, Peter; Rodrigues, Manuel (1998). Modern African Wars 2: Angola and Mozambique 1961–74. Osprey Publishing. p. 18.
  18. Axworthy, Mark; Scafes, Cornel I.; Craciunoiu, Cristian (1995). Third axis, fourth ally : Romanian armed forces in the European war, 1941-1945. London: Arms and Armour. p. 124. ISBN 1854092677.
  19. "StG-44 in Africa after WWII". wordpress.com. 27 September 2015.
  20. Renaud, Patrick-Charles (1996). La bataille de Bizerte (Tunisie) 19 au 23 juillet 1961. Histoire et perspectives méditerranéennes. L'Harmattan. p. 195. ISBN 978-2-7384-4286-4.
  21. "В Одессе СБУ задержала диверсанта с арсеналом оружия". gordonua.com.
  22. "WWII equipment of the Bundesgrenzschutz". wordpress.com. 10 April 2016.
  23. McNab 2012, p. 72.
  24. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ auto1
  25. Fitzsimmons, Scott (November 2012). "The White Legion Abandons Zaire". Mercenaries in Asymmetric Conflicts. Cambridge University Press. p. 263. doi:10.1017/CBO9781139208727.007. ISBN 9781107026919.