วัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส
Bundesarchiv Bild 101III-Wiegand-117-02, Russland, Kradschütze, Beiwagenkrad.jpg
วัฟเฟิน-เอ็สเอ็สในแถบรัฐบอลติก
ประเทศ  เยอรมนี
ขึ้นต่อ Flag of the NSDAP (1920–1945).svg อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
รูปแบบ
กำลังรบ 900,000 นาย ใน 38 กองพล
กองบัญชาการ SS Führungshauptamt, เบอร์ลิน
ปฏิบัติการ
สำคัญ
สงครามโลกครั้งที่ 2
ผู้บังคับบัญชา
Ceremonial chief ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์
ผบ. สำคัญ

วัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส (เยอรมัน: Waffen-SS) เป็นหน่วยกองกำลังติดอาวุธของพรรคนาซีในหน่วยชุทซ์ชทัฟเฟิลหรือหน่วยเอ็สเอ็ส เป็นการรวมตัวกันของคนในนาซีเยอรมนีพร้อมทั้งอาสาสมัครและทหารเกณฑ์จากทั้งสองดินแดนคือดินแดนที่ถูกยึดครองและดินแดนที่ไม่ถูกยึดครองซึ่งหน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สเป็นหน่วยกองกำลังรบพิเศษที่จะปฏิบัติการรบร่วมกันกับกองทัพบก (เฮร์) ของเวร์มัคท์ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

วัฟเฟิน-เอ็สเอ็สนั้นถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยกองกำลังองครักษ์พิทักษ์ฟือเรอร์ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และถูกฝึกฝนมาอย่างหนักจนกลายเป็นกองกำลังรบระดับชั้นหัวกะทิเพื่อใช้เป็นเครื่องจักรสงครามในการยึดครองทวีปยุโรปตามเจตนารมณ์ของฮิตเลอร์และพรรคนาซี ฮิตเลอร์ได้มอบความไว้วางใจให้กับวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สมากที่สุดว่าเป็นหน่วยกองกำลังรบที่มีประสิทธิภาพในการรบมากที่สุด สามารถแก้ไขต่างๆได้ทุกสถานการณ์

ในช่วงแรกของสงครามโลกครั้งที่สอง หน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สขึ้นชื่อว่าเป็นกองกำลังปีศาจเพราะเนื่องจากได้รับถูกปลูกฝังความคิดและอุดมการณ์นาซีทำให้ก่ออาชญากรรมสงครามมากมาย เช่น การสังหารหมู่เชลยศึกสงครามและพลเรือน การกวาดต้อนชาวยิวและอื่นๆในเขตปกครองของนาซีเยอรมันเข้าไปยังค่ายกักกันนาซี เป็นต้น แต่ในช่วงปลายสงครามในปี ค.ศ. 1943–1944 ด้วยการรบที่ยืดเยื้อทั้งแนวรบตะวันตกและตะวันออก ทำให้หน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สสูญเสียกองกำลังไปจำนวนมากจนต้องหากำลังทดแทนแต่กลับไร้ประสิทธิภาพเพราะด้วยกองกำลังสัมพันธมิตรรุกเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วทำให้ต้องฝึกในระยะเวลาสั้นๆ แต่อย่างไรก็ตามนาซีเยอรมนีต้องประสบปราชัยและล่มสลายในปี ค.ศ. 1945 สัมพันธมิตรได้ดำเนินการพิจารณาคดีกับคนในหน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สจำนวนมากในข้อหาอาชญากรสงครามและมนุษยชาติซึ่งมีส่วนร่วมในฮอโลคอสต์หรือการสังหารหมู่ชาวยิวและอื่น ๆ ซึ่งมีจำนวนหนึ่งที่ถูกตัดสินประหารชีวิตและบางส่วนถูกตัดสินจำคุกพร้อมกับถูกตัดสิทธิ์การเป็นทหารผ่านศึก ด้วยนโยบายการขจัดความเป็นนาซี หน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็สถูกยุบและถูกกฎหมายต้องห้ามในเยอรมนี เช่นเดียวกับพรรคนาซีและชุทซ์ชทัฟเฟิล โดยถูกระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม

อ้างอิง[แก้]

  • Ailsby, Christopher (2004). Hitler's Renegades: Foreign Nationals in the Service of the Third Reich. Brasseys. ISBN 1-57488-838-2.
  • Association of Soldiers of the Former Waffen SS (2003) [1973]. Wenn Alle Brűder Schweigen. Coburg: Nation Europa Verlag GmbH. ISBN 3-920677-06-4.
  • "Battle of the Buldge". Retrieved 2 June 2013.
  • Beevor, Antony (2002). Berlin: The Downfall 1945. Viking-Penguin Books. ISBN 978-0-670-03041-5.
  • Bell, Bowyer J (1966). Besieged: Seven Cities Under Siege. Chilton.
  • Bercuson, David (2004) [1996]. Maple Leaf Against the Axis. Red Deer Press. ISBN 0-88995-305-8.
  • Bergstrom, Christopher (2007). Kursk – The Air Battle: July 1943. Chervron/Ian Allen. ISBN 978-1-903223-88-8.
  • Bishop, Chris; Williams, Michael (2003). SS: Hell on the Western Front. St Paul, Minn: MBI Publishing. ISBN 978-0-7603-1402-9.
  • Browning, Christopher (2007). The Origins of the Final Solution: The Evolution of Nazi Jewish Policy, September 1939 – March 1942. University of Nebraska Press. ISBN 0-8032-5979-4.
  • Butler, Rupert (2001). SS-Leibstandarte: The History of the First SS Division, 1934–45. Spellmount.