ข้ามไปเนื้อหา

เหงียน กาว กี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เหงียน กาว กี่
เหงียน กาว กี่ เมื่อ ค.ศ. 1966
รองประธานาธิบดีเวียดนามใต้ คนที่ 2
ดำรงตำแหน่ง
31 ตุลาคม ค.ศ. 1967  29 ตุลาคม ค.ศ. 1971
ประธานาธิบดีเหงียน วัน เถี่ยว
นายกรัฐมนตรี
ดูรายชื่อ
ก่อนหน้าเหงียน หง็อก เทอ (ค.ศ. 1963)
ถัดไปเจิ่น วัน เฮือง
ประธานคณะกรรมการบริหารกลางเวียดนามใต้
(นายกรัฐมนตรีคนที่ 5)
ดำรงตำแหน่ง
19 มิถุนายน ค.ศ. 1965  28 ตุลาคม ค.ศ. 1967
รอง
ประธานคณะกรรมการนำชาติเหงียน วัน เถี่ยว
ก่อนหน้าฟาน ฮวี กว๊าต
ถัดไปเหงียน วัน หล่ก
ผู้บัญชาการทหารอากาศสาธารณรัฐเวียดนาม
ดำรงตำแหน่ง
1 ธันวาคม ค.ศ. 1963  1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1967
รองเจิ่น วัน มิญ
ก่อนหน้าโด๋ คัก มาย
ถัดไปเจิ่น วัน มิญ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด(1930-09-08)8 กันยายน ค.ศ. 1930
ฮานอย รัฐในอารักขาตังเกี๋ย อินโดจีนของฝรั่งเศส
เสียชีวิต23 กรกฎาคม ค.ศ. 2011(2011-07-23) (80 ปี)
กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ที่ไว้ศพสวนอนุสรณ์โรสฮิลส์ วิตเทียร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
พรรคการเมืองแนวร่วมประชาธิปไตยสังคมนิยมแห่งชาติ
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
กองทัพ
คู่สมรสดั่ง ตเหวี่ยต มาย (สมรส 1964; หย่า 1989)
บุตรเหงียน กาว กี่ เซวียน (บุตรสาว)
ลายมือชื่อ
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้รัฐเวียดนาม
สาธารณรัฐเวียดนาม
สังกัดกองทัพอากาศสาธารณรัฐเวียดนาม
ประจำการค.ศ. 1949–1971
ยศพลตรี
ผ่านศึก

เหงียน กาว กี่ (เวียดนาม: Nguyễn Cao Kỳ; 8 กันยายน ค.ศ. 1930 – 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2011)[1][2] เป็นนายทหารและนักการเมืองชาวเวียดนามใต้ เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศสาธารณรัฐเวียดนามในช่วงทศวรรษ 1960 ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามใต้ในรัฐบาลทหารระหว่าง ค.ศ. 1965 ถึง ค.ศ. 1967 จากนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กับนายพล เหงียน วัน เถี่ยว ผู้เป็นคู่แข่งทางการเมือง ภายใต้รัฐบาลพลเรือนแต่ในนาม[3] จนกระทั่งเกษียณจากแวดวงการเมืองใน ค.ศ. 1971

เขาเกิดที่พื้นที่ทางตอนเหนือของเวียดนาม กี่เข้าร่วมกองทัพแห่งชาติเวียดนามของรัฐเวียดนาม ซึ่งอยู่ภายใต้การหนุนหลังของฝรั่งเศส และเริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งนายทหารราบ ก่อนที่ฝรั่งเศสจะส่งเขาไปเข้ารับการฝึกเป็นนักบิน หลังจากฝรั่งเศสถอนกำลังออกและมีการแบ่งแยกประเทศเวียดนาม เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพอากาศสาธารณรัฐเวียดนามจนเป็นผู้บัญชาการสูงสุด ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1963 เขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์รัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีโง ดิ่ญ เสี่ยม ซึ่งนำไปสู่การลอบสังหารเสี่ยมในเวลาต่อมา

ใน ค.ศ. 1964 เขาเริ่มมีบทบาทโดดเด่นในทางการเมืองของคณะทหาร และเป็นหนึ่งในกลุ่มนายทหารหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานและแข็งกร้าว ซึ่งมีสมญานามว่า "ยังเติร์ก" ตลอดระยะเวลาสองปีต่อมา มีความพยายามก่อรัฐประหารหลายครั้ง ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว โดยในเดือนกันยายน ค.ศ. 1964 เขามีบทบาทในการปราบปรามความพยายามรัฐประหารนายพล เหงียน คั้ญ ของนายพล เลิม วัน ฟ้าต และเซือง วัน ดึ๊ก และในเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดมา เขายังสกัดกั้นความพยายามรัฐประหารอีกครั้งของนายพลฟ้าต และฝั่ม หง็อก ถาว วิธีที่เขาใช้บ่อยครั้ง คือ การส่งเครื่องบินรบขึ้นบินและข่มขู่ว่าจะโจมตีทางอากาศในวงกว้างเพื่อบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามยอมถอย หลังจากเหตุการณ์ครั้งหลัง เขายังเป็นผู้บีบบังคับให้นายพลคั้ญต้องลี้ภัย และก้าวขึ้นเป็นผู้นำคณะทหารเมื่อช่วงกลาง ค.ศ. 1965 โดยรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายพลเถี่ยวดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐในเชิงสัญลักษณ์

เขาเป็นที่รู้จักจากบุคลิกที่โดดเด่น เจ้าชู้ และมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งให้แก่พันธมิตรอย่างสหรัฐอเมริกาและสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนเวียดนามจำนวนมาก ซึ่งมองว่าเขาเป็น "คาวบอย" และ "อันธพาล"[4] เขาไม่ให้ความสำคัญต่อภาพลักษณ์สาธารณะ และมักออกแถลงการณ์หรือคำขู่ที่สร้างความขัดแย้งอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม กี่และเถี่ยวสามารถยุติวงจรรัฐประหารที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ และรัฐบาลของทั้งสองก็ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ใน ค.ศ. 1966 กี่ตัดสินใจปลดนายพล เหงียน ชั้ญ ที ซึ่งเป็นคู่แข่งของเขา ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการ ทำให้เกิดความไม่สงบครั้งใหญ่ในเมืองดานังและเว้ เขาได้ขู่ว่าจะสังหารนายกเทศมนตรีเมืองดานังอย่างเปิดเผย การประท้วงและการจลาจลขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นยาวนานสามเดือนทำให้พื้นที่บางส่วนของประเทศเป็นอัมพาต หลังจากการต่อสู้ทางการเมืองและการปะทะกันทางทหารหลายครั้ง กองกำลังของกี่สามารถปราบปรามการลุกฮือได้สำเร็จ และนายพลทีถูกเนรเทศ ส่งผลให้กี่มีอำนาจมั่นคงมากขึ้น

ใน ค.ศ. 1967 มีการกำหนดให้เปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และหลังจากการแย่งชิงอำนาจภายในกองทัพ เถี่ยวได้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยมีกี่เป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดี เพื่อให้ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันได้ นายทหารร่วมคณะได้ตกลงกันว่าจะให้กี่ควบคุมองค์กรทางทหารที่มีอำนาจกำหนดนโยบายอยู่เบื้องหลัง การเลือกตั้งครั้งนั้นถูกจัดขึ้นโดยมีการทุจริตเพื่อให้เถี่ยวและกี่ในฐานะคู่ผู้สมัครจากกองทัพได้รับชัยชนะ และด้วยอำนาจฝ่ายบริหารที่เข้มแข็ง คณะทหารจึงยังคงมีอำนาจปกครองประเทศอยู่โดยพฤตินัย ทั้งนี้ ความตึงเครียดในผู้นำยังคงดำเนินต่อไป และในที่สุดเถี่ยวก็มีชัยเหนือกี่ โดยกีดกันผู้สนับสนุนของกี่ออกจากตำแหน่งสำคัญ ต่อมาเถี่ยวได้ออกกฎหมายจำกัดคุณสมบัติของผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีใน ค.ศ. 1971 ทำให้ผู้สมัครแทบทั้งหมดถูกตัดสิทธิ์ กี่และผู้สมัครคนอื่น ๆ ถอนตัวออกจากการเลือกตั้ง เนื่องจากคาดว่าการเลือกตั้งจะไม่โปร่งใส เป็นเหตุให้เถี่ยวชนะการเลือกตั้งโดยปราศจากคู่แข่ง ขณะที่กี่ประกาศวางมือจากการเมือง หลังการยึดกรุงไซ่ง่อน กี่ลี้ภัยไปยังสหรัฐอเมริกา เขายังคงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์และเถี่ยวอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์ห้ามเขากลับประเทศ อย่างไรก็ดี ใน ค.ศ. 2004 เขาได้โอกาสกลับคืนสู่ปิตุภูมิ ซึ่งถือเป็นอดีตผู้นำเวียดนามใต้คนแรกที่ได้เดินทางกลับเวียดนาม โดยเขาเรียกร้องให้มีการปรองดองระดับชาติระหว่างรัฐบาลคอมมิวนิสต์กับชาวเวียดนามพลัดถิ่นที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์[5]

เครื่องอิสริยาภรณ์

[แก้]

ในประเทศ

[แก้]
  •  เวียดนามใต้:
    • เครื่องอิสริยาภรณ์แห่งชาติเวียดนาม ชั้นประถมาภรณ์
    • เหรียญบุญญาภินิหารทหาร
    • เครื่องอิสริยาภรณ์ราชการดีเด่นเวียดนาม ชั้นที่ 1 (ทหารบก)
    • เครื่องอิสริยาภรณ์ราชการดีเด่นเวียดนาม ชั้นที่ 1 (ทหารอากาศ)
    • เหรียญสรรเสริญราชการ (ทหารอากาศ)
    • เหรียญรับราชการพิเศษ
    • แกลแลนทรี่ครอส
    • เหรียญกล้าหาญทหารอากาศ ประดับปีกทอง
    • เหรียญบาดแผลแห่งเวียดนาม
    • เหรียญเกียรติยศกองทัพเวียดนาม ชั้นที่ 1
    • เหรียญฝ่ายอำนวยการรบร่วม ชั้นที่ 1
    • เหรียญรณรงค์เวียดนาม
    • เหรียญรับราชการทหาร ชั้นที่ 2
    • เหรียญรับราชการทหารอากาศ ชั้นที่ 1

ต่างประเทศ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Seth Mydans (23 July 2011). "Nguyen Cao Ky, South Vietnam Leader, Dies at 80". The New York Times.
  2. Nguyen, Daisy; Yoong, Sean (23 July 2011). "Former South Vietnam leader Nguyen Cao Ky dies". MSNBC. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 July 2011. สืบค้นเมื่อ 8 October 2019.
  3. "How we lost the vietnam war". goodreads.
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ mc646
  5. Jiménez, Marina (5 July 2004). "How the viet kieu are reshaping Vietnam". Toronto Globe and Mail.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]