ข้ามไปเนื้อหา

เรือรบอวกาศยามาโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรือรบอวกาศยามาโตะ
宇宙戦艦ヤマト
ชื่อภาษาอังกฤษSpace Battleship Yamato
Star Blazers (ในสหรัฐอเมริกา)
แนวนาฏกรรม, การทหาร, นิยายวิทยาศาสตร์
อนิเมะ
กำกับโดยเลอิจิ มัตซึโมโตะ
สตูดิโอประเทศญี่ปุ่น Academy Productions
icon สถานีย่อยการ์ตูนญี่ปุ่น

เรือรบอวกาศยามาโตะ หรือ ในชื่อที่ใช้เมื่อครั้งที่เคยออกอากาศในเมืองไทยครั้งแรกโดยไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. คือ "สตาร์เบลเซอร์ ตะลุยอวกาศ" [1] [2] (ญี่ปุ่น: 宇宙戦艦ヤマト; โรมาจิ: Uchū Senkan Yamato; ทับศัพท์: Space Battleship Yamato) คืออนิเมะแนววิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น ซึ่งชื่อของเรี่องนั้นเป็นชื่อของยานอวกาศ อนิเมะเรื่องนี้มีอีกชื่อในภาษาอังกฤษคือ Space Cruiser Yamato (สเปซ ครุยเซอร์ ยามาโตะ) หรือStar Blazers (สตาร์ เบลเซอส์) สำหรับภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งออกอากาศในอเมริกาเหนือและออสเตรเลีย สำหรับภาคภาษาอิตาลีก็ใช้ชื่อ สตาร์ เบลเซอส์

การพัฒนา

[แก้]

แนวคิดในการสร้างเริ่มขึ้นในพ.ศ. 2516[3] โดยโปรดิวเซอร์นาม โยชิโนบุ นิชิซะกิ [3]แต่เดิมทีโครงการนี้ถูกวางเรื่องให้เป็นยานอวกาศที่ดัดแปลงมาจากเรื่อง Lord of the Flies[ต้องการอ้างอิง] และแต่แรกสุดชื่อของโครงการนี้คือ "Asteroid Ship Icarus" (แอสเทรอยด์ ชิป อิคารัส) [3] โดยลูกเรือเป็นวัยรุ่นจากนานาชาติเดินทางออกนอกเขตดาวพฤหัส เพื่อตามหาดาว อิสแกนดา (Iscandar) [3] ในเนื้อเรื่องลูกเรือจะถกเถียงความเห็นกันหลายต่อหลายครั้งแต่พวกเขาก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์ปราสจากความเห็นแก่ได้และประโยชน์ส่วนตัว[ต้องการอ้างอิง] ส่วนมนุษย์ต่างดาวที่เป็นศัตรูนั้นเรียกว่า ราเจนโดรา (Rajendora) [ต้องการอ้างอิง]

เมื่อ เลอิจิ มัตซึโมโตะ เข้ามาร่วมโครงการ แนวคิดบางอย่างก่อนหน้านี้ก็ถูกยกเลิกไป เขาเป็นผู้วางแนวคิด ออกแบบเรือ และรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์จนทำให้แฟนๆมองว่าเขาคือผู้ให้กำเนิดเรือรบอวกาศยามาโตะตัวจริงถึงแม้ว่านิชิซะกิจะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ตัวจริงก็ตาม[4]


เนื้อเรื่อง

[แก้]

ค.ศ. 2192 มนุษย์ต่างดาว "กามิลัส" (ชื่อเรียกเต็มคือ จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แห่งกามิลัส (Great Empire of Gamilus) เดิมทางมาถึงระบบสุริยะและเข้าโจมตีโลก[5]โดยบังคับให้ชาวโลกเลือกระหว่างยอมตกเป็นทาสหรือสูญพันธุ์[6]มนุษย์เลือกที่จะต่อต้านจึงถูกระดมยิงด้วยระเบิดอุกกาบาต (Meteor bomb) ซึ่งบรรจุกัมมันตภาพรังสี จนเป็นเหตุให้ผิวโลกมีแต่ผืนดินแห้งแล้ง มนุษย์ต้องอพยพลงไปอยู่ใต้ดิน[6] กองกำลังพิทักษ์โลก (Earth Defence Force) คือหน่วยงานที่ต่อกรกับกามิลัสแต่สู้ไม่ได้[6] จึงมีโครงการนำเรือประจัญบานยามาโตะที่ถูกยิงจมในสงครามโลกครั้งที่สองมาดัดแปลงใช้เป็นยานอวกาศเพื่อการอพยพ[ต้องการอ้างอิง] แต่หลังจากได้รับแบบแปลนเครื่องยนต์และข้อความจากสตาชาร์ แห่งดาวอิสแกนดา ยามาโตะจึงถูกดัดแปลงใหม่เพื่อภารกิจค้นหาดาวอิสแกนดาเพื่อนำเครื่องกำจัดรังสี[7] ดาวอิสแกนดาอยู่ในเมฆแมเจลแลนใหญ่[8][9]ห่างจากระบบสุริยะ 148,000 ปีแสง[6][7] และยามาโตะมีเวลาปฏิบัติภารกิจเพียง 364 วันก่อนที่มนุษยชาติจะสูญพันธุ์เนื่องจากกัมมันตภาพรังสี[7] ยามาโตะเริ่มออกเดินทางในวันที่ 9 ตุลาตม ค.ศ. 2199[10] (ตรงกับศักราชเดสเลอร์ที่ 103 (ศักราชสมมติในเรื่อง) [11])

ทางฝ่ายกามิลัส มีผู้นำสูงสุดชื่อ เดสเลอร์[8] วางฐานปฏิบัติการหน้าไว้ที่ดาวพลูโต[8] ในวันออกเดินทางของยามาโตะ กามิลัสใช้ยามาโตะเป็นเป้าทดสอบอาวุธใหม่ มิซซายขนาดยักษ์ (Super Large Missile) [8]แต่ล้มเหลว ยามาโตะทำการทดลองวาร์ปครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ[12] และประสบความสำเร็จในการเดินทางจากดวงจันทร์ถึงดาวอังคารได้ใน 1 วินาที[12] หลักจากการต่อสู้จนสามารถกวาดล้างกองกำลังปฏิบัติการหน้าของข้าศึกได้แล้ว[13] ยามาโตะสามารถเดินทางออกนอกระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ[14]

ตัวละคร

[แก้]

ฝ่ายชาวโลก

[แก้]

จูโซ โอคิตะ

[แก้]

จูโซ โอคิตะ นายทหารผู้มากประสบการณ์ของกองกำลังพิทักษ์โลก เขาเป็นผู้บัญชาการกองเรือรบที่เข้าร่วมยุทธการพลูโต[6]ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่เขาต้องสูญเสียลูกชาย[8] และโคได สุสุมุสูญเสียพี่ชาย[6] โอคิตะเป็นคนใจเย็นและสุขุมในการตัดสินใจมากแม้ในยามคับขัน

เนื่องจากกัปตันโอคิตะเสียลูกชายคนเดียวในการรบที่พลูโต ส่วนโคไดเสียพี่ชายคนเดียว ดังนั้นเขาจึงมองโคไดเป็นเสมือนลูกชายคนหนึ่ง[14]

ระหว่างการเดินทาง โอคิตะมีอาการป่วยเนื่องจากเคลื่อนรังสีอวกาศ แต่แรกเริ่มที่อาการแสดงออกมา หมอซาโตขอให้เขาเข้าไปฟังพื้นในห้องพยาบาลแต่ถูกปฏิเสธ ระหว่างการเดินทาง เขาล้มลงเนื่องจากอาการหลายครั้งจนในที่สุด เข้าถูกส่งเข้าห้องพยาบาลและเข้ารับการผ่าตัดในระหว่างที่เดินทางมาได้ครึ่งทาง[15]

สุสุมุ โคได

[แก้]

โคได สุสุมุเป็นนักเรียนนายเรือของกองกำลังพิทักษ์โลก เกิดและโตที่แหลมมิอุระ[5] ในวัยเด็ก เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกีฎวิทยา[5] แต่แล้วความฝันของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากระเบิดอุกกาบาตของกามิลัสระหว่างรอเขากลับบ้าน[5] ทำให้เขาแค้นพวกกามิลัสอย่างมาก ในการตรวจสอบมนุษย์ต่างดาวที่ถูกยามาโตะจับมาได้ เขาพยายามจะฆ่าทหารกามิลัสนายนั้นทันทีหลังจากที่ทราบว่ากามิลัวนั้นมีลักษณะเหมือนมนุษย์ทุกประการ[5]

เขาปรากฏตัวครั้งแรกในการฝึกพิเศษคู่กับชิมะ ไดสุเกะบนดาวศุกร์[6] เนื่องจากเหตุการณ์ยานอวกาศปริศนาตก ทั้งคู่จึงได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจและพบแคปซูลข่าวสารจึงถูกเรียกตัวกลับ[6] ต่อมาได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสรรพาวุธของยามาโตะ[8] แต่เดิมทีเขาเกลียดกัปตันโอคิตะ เนื่องจากพี่ชายของเขาหายสาบสูญในยุทธการพลูโต แต่กัปตันโอคิตะรอด แต่เปลี่ยนความคิดเมื่อรู้ว่ากัปตันเองก็เสียลูกชายคนเดียวในการรบครั้งนั้นเช่นกัน[8]

โคไดมักจะขับเครื่องคอสโม ซีโร ไฟเตอร์ (Cosmo Zero Fighter) นำฝูงบินคอสโมไทเกอร์ออกรบด้วยตัวเองเสมอ[12] รักพวกพ้อง ในการทดลองวาร์ปครั้งแรกของยามาโตะ เครื่องบินแบล็ค ไทเกอร์ลำหนึ่งถูกยิงในการปฏิบัติการขับไล่อากาศยานข้าศึกยังไม่สามารถลงจอดในยามาโตะได้[12]โคไดพยายามขอร้องกัปตันโอคิตะให้รอเครื่องบินลำนั้นและวิ่งไปที่ท้ายเรือเพื่อนำร่องเครื่องบินลำนั้นให้ลงจอดสำเร็จทันเวลา[12] บางครั้ง เขาฝ่าฝืนคำสั่งของกัปตันโอคิตะเพื่อที่จะทำภารกิจที่ได้รับมอบให้สำเร็จเช่นกัน[9] อย่างไรก็ตาม เขามีนิสัยหัวดื้อ เมื่อคิดจะทำอะไรก็ลงมือทำโดยไม่ฟังใคร[10] แต่ถึงแม้เขามักจะเป็นคนเลือดร้อน หัวดื้อ แต่เขาก็มีความสามารถในการสังเกตรายละเอียดเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ชนิดคาดไม่ถึงทีเดียว[16]

โคได สุสุมุนั้นไม่มีญาติหลงเหลืออยู่บนโลกเลย[14] เนื่องจากพ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตจากการโจมตีของกามิลัส[ต้องการอ้างอิง] ส่วนพี่ชายที่หายสาบสูญของเขานั้น แท้จริงแล้วได้รับความช่วยเหลือและอาศัยอยู่บนดาวอิสแกนดา [ต้องการอ้างอิง] (แต่ ณ เวลานั้นไม่มีใครทราบจนเมื่อเขาเดินทางถึงอิสแกนดา[ต้องการอ้างอิง]) ด้วยเหตุนี้เอง กัปตันโอคิตะจึงเอ็นดูเขาเหมือนลูก[14]

ถ้งแม้ว่าโคไดจะเคยฝึกร่วมกับชิมะบนฐานดาวอังคารด้วยกันก่อนจะเข้าประจำการบนยามาโตะ แต่ในช่วงแรกของการเดินทางทั้งคู่ก็มักจะทะเลาะกันจนเลยเถิดถึงขั้นชกต่อย[10] แต่สุดท้ายทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนรักที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

โคไดเป็นผู้มีความเป็นผู้นำสูง ระหว่างที่โอคิตะเข้ารับการผ่าตัดไม่สามารถทำหน้าทีได้นั้น กามิลัสส่งพาราโนดอนเข้าโจมตี[15] ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนว่าจะทำอย่างไรและไม่กล้าตัดสินใจนั้น เขาตัดสินใจบัญชาการรบด้วยตัวเองจนผ่านพ้นวิกฤตมาด้วยดีจนแม้แต่โอคิตะยังเอ่ยชม[15] และมอบตำแหน่งรักษาการผู้บังคับการเรือให้เมื่อเขาป่วยจนม่สามารถทำหน้าที่ได้อีกต่อไป[16]

ไดสุเกะ ชิมะ

[แก้]

ชิมะ ไดสุเกะเป็นนักเรียนนายเรือของกองกำลังพิทักษ์โลก ปรากฏตัวครั้งแรกในการฝึกพิเศษคู่กับโคได สุสุมุบนดาวศุกร์[6] เนื่องจากเหตุการณ์ยานอวกาศปริศนาตก ทั้งคู่จึงได้รับคำสั่งให้ไปสำรวจและพบแคปซูลข่าวสารจึงถูกเรียกตัวกลับ[6]ต่อมาได้รับตำแหน่งต้นหนของยามาโตะ[8]

ชิมะมีน้องชายชื่อจิโร[8] ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของพ่อแม่ของพวกเขา[14]

ถ้งแม้ว่าชิมะจะเคยฝึกร่วมกับโคไดบนฐานดาวอังคารด้วยกันก่อนจะเข้าประจำการบนยามาโตะ แต่ในช่วงแรกของการเดินทางทั้งคู่ก็มักจะทะเลาะกันจนเลยเถิดถึงขั้นชกต่อย[10] แต่สุดท้ายทั้งสองก็กลายมาเป็นเพื่อนรักที่ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

ชิมะตกตะลึงในความงามของยูกิแต่แรกพบ[6] แต่เนื่องจากยูกิและโคไดมีใจให้แก่กัน เขาจึงได้แต่เก็บความในใจเอาไว้จนกระทั่งเผยออกมาในวาระสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจของเขา[ต้องการอ้างอิง]

มาโมรุ โคได

[แก้]

โดไค มาโมรุ พี่ชายของโคได สุสุมุ เป็นผู้บัญชาการเรือมิซซาย "ยูกิคาเสะ"[9]ถูกเข้าใจว่าเสียชีวิตในการรบในยุทธการพลูโต เนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่งถอยของโอคิตะจึงถูกเรือข้าศึกล้อมยิงจม[6] ซึ่งเหตุผลที่เขาขัดขืนนั้นเพราะว่าเขาต้องการถ่วงเวลาข้าศึกให้โอคิตะถอยหนีได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง[17]

ระหว่างที่เขายังเป็นนักเรียนทหาร เขาเป็นคนที่ได้รับความนิยมสูง[17] เขาเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนรักของซะนะดะ ซาโต[17] หลังจบการศึกษาเขาได้รับการบรรจุเป็นนักบิน[17]

ยูกิ โมริ

[แก้]

ยูกิ โมริคือนางพยาบาลคนสวยประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[6] ต่อมาถูกย้ายขึ้นมาประจำการบนยามาโตะในฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวน, วิเคราะห์และสนับสนุนชีวิต[8] นอกจากนี้ เธอยังทำหน้าที่เป็นพลเรดาห์บนเรืออีกด้วย[18] ณ เวลาที่เธอออกเดินทางพร้อมกับยามาโตะ เธอยังไม่มีคนรักหรือคู่หมั้นเลย[14] แต่ในระหว่างการเดินทางเธอกับโคไดเริ่มมีความรู้สึกชอบพอกัน [19]

ยูกิกับชาร์ชามีหน้าตาเหมือนกัน[6] จนแม้แต่สตาร์ชาพี่สาวของชาร์ชายังนึกว่าเป็นคนๆเดียวกัน [ต้องการอ้างอิง]

ซาเกะโซ ซาโต

[แก้]

นายสัตวแพทย์ซาเกะโซ ซาโต สัตว์แพทย์ฝีมือเยี่ยมประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[6] ถูกย้ายขึ้นมาประจำการในตำแหน่งหมอประจำเรือ[8]

หมอซาโต้ชื่นชอบการดื่มสาเกมากและเป็นคนมีอารมณ์สุนทรีย์ ญาติเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือแมวชื่อ มีจัง[20] การที่เขาได้ขึ้นมาประจำการบนยามาโตะทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นศึกษามนุษย์ต่างดาวเป็นคนแรกของโลก[5]

อานาไลเซอร์

[แก้]

อานาไลเซอร์เป็นหุ่นยนต์ผู้ช่วยของยูกิประจำโรงพยาบาลแห่งกองบัญชาการกลาง[6] มีนิสัยชอบลวนลามยูกิขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่บ่อยๆ[7] สามารถแยกร่างได้ 3 ส่วน[7] ขออนุญาตกัปตันโอคิตะขึ้นมาทำงานบนยามาโตะเนื่องจากมองว่าตัวเองสามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงได้มากกว่าการทำงานในโรงพยาบาล[7] อานาไลเซอร์มีความสามารถในการวิเคราะห์หาส่วนประกอบของอากาศ [18], ความสามารถในการสำรวจ[9]และตรวจจับ[21] สามารถแปลภาษาต่างดาว[9]

อานาไลเซอร์มีพละกำลังมหาศาล มากกว่ามนุษย์ปกติ 10,000เท่า[22]สามารถยกรถถังอวกาศได้[9] แต่อย่างไรก็ตามความสามารถที่พิเศษสุดของอานาไลเซอร์ที่เหนือหุ่นยนต์ทั่วไปก็คือการมีความสามารถในการเมาสุราได้[23] อานาไลเซอร์เชื่อว่าตัวเองเป็นมนุษย์[24] และคิดที่จะแต่งงานกับยูกิด้วย[24] เขาขอยูกิแต่งงานระหว่างที่ทั้งคู่ได้รับคำสั่งให้สำรวจดาวบีเมรา (Bemera Planet) จนเป็นเหตุให้ยูกิตกใจและเสียการควบคุมการบินจนเครื่องบินตกหัวทิ่มดิน[24] อย่างไรก็ตาม อานาไลเซอร์ก็ตัดใจจากยูกิเมื่อเขาพบว่ายูกิแอบชอบโคไดอยู่[24]

ซะบุโร คาโต

[แก้]

ซะบุโร คาโต้ หัวหน้าฝูงบิน "แบล็ค ไทเกอร์"[8]ภายใต้การบังคับบัญชาของโคได[8]

นัมบุ ยะซุโอะ

[แก้]

นัมบุ ยะซุโอะ ผู้ช่วยโคไดด้านอาวุธยิง [8]

โยชิคะสุ ไอฮะระ

[แก้]

โยชิคะสุ ไอฮะระ นายทหารสื่อสาร[8] ภายใต้การบังคับบัญชาของโคได[8] ในระหว่างการเดินทางไอฮะระแอบใช้เครื่องมือสื่อสารซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเขาติดต่อกับโลก[25]จึงซึ่งเป็นเหตุให้ฝ่าย กามิลัสส่งสัญญาณปลอมหลอกเขาว่าสถานการณ์ในโลกนั้นสิ้นหวังเพื่อทำลายขวัญของยายะโตะ[25] สุดท้ายไอฮะระเสียสติหนีออกจากยามาโตะตัวเปล่าและค้นพบดาวเทียมส่งสัญญาณเทียมโดยบังเอิญเขาจึงได้สติคืนมา[25]

เคนจิโร โอตะ

[แก้]

เคนจิโร โอตะ เป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนนักบิน[8]

ชิโร ซะนะดะ

[แก้]

ชิโร ซะนะดะ เป็นหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม[8] เขาเป็นวิศวกรที่มีความสามารถสูง สร้างอุปกรณ์หลายๆอย่างเพื่อใช้งานบนยามาดตะหลายชิ้น

ซะนะดะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของมาโมรุ โคได พี่ชายของสุสุมุ โคไดในโรงเรียนทหารและเป็นเพื่อนรักกัน[17] แต่หลังจบการศึกษาทั้งคู่ต้องแยกการทำงาน[17] ซะนะดะพบมาโมรุครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะออกไปรบบริเวณดาวพลูโต[17] โดยซะนะดะเป็นผู้รับผิดชอบการซ่อมแซมยานรบของมาโมรุซึ่งเสียหายอย่างหนัก[17] ซึ่งเป็นเที่ยวบินสุดท้ายของมาโมรุก่อนที่เขาจะสูญหายในการรบ[17] ซึ่งนั่นทำให้เขาโทษตัวเองว่าซ่อมแซมยานของมาโมรุไม่ดีพอ[17]

ซะนะดะในวัยเด็กฝันอยากจะเป็นจิตกร [17]และเคยมีพี่สาวอยู่คนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนเครื่องเล่นในสวนสนุกบนดวงจันทร์[17]ระหว่างที่เขายังเป็นนักเรียนประถม[17] ส่วนเขาก็เสียแขนขาทั้งสองข้าง[17] แต่ต่อมาเขาประดิษฐ์แขนขาเทียมให้ตัวเองโดยแขนขาเทียบของเขาติดตั้งระเบิดเอาไว้[17] เนื่องจากการเสียพี่สาว เขาจึงเปลี่ยนความตั้งใจมาเป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อที่จะให้วิทยาศาตร์รับใช้มนุษยชาติ[17]

ฮิโกซะเอะมอน โทกุกะวะ

[แก้]

ฮิโกซะเอะมอน โทกุกะวะ เป็นต้นกลประจำยามาโตะ[8] เขาเป็นทหารช่างที่ติดตามกัปตันโอคิตะ[8]มีอายุมากแล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกพ่อแม่ของยูกิเข้าใจผิดว่ายูกิเลือกที่จะคบเขา[14] แต่แท้จริงแล้วเขามีลูกแล้ว[14] และเขาก็รักหลานที่ชื่อ ไอโกะ มากด้วย[14]

ฝ่ายชาวกามิลัส

[แก้]

ชาวกามิลัสนั้น ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่แท้จริงแล้ว มีลักษณะทางกายภาพเหมือนมนุษย์โลกทุกประการยกเว้นสีผิวที่เป็นสีน้ำเงิน[5]

ลอร์ด เดสเลอร์

[แก้]

ลอร์ด เดสเลอร์ (Lord/ Leader Desler) ผู้นำสูงสุดของดาวกามิลัส[8] แรกสุดเขาประเมินค่ายามาโตะไว้ต่ำ[8][12] แต่หลังจากยามาโตะสามารถออกนอกระบบสุริยะได้ เขาจึงลงมาวางแผนการรบด้วยตัวเอง[26]

เดสเลอร์เป็นนักยุทธ์ศาสตร์ชั้นยอด เขาวางแผนทำลายยามาโตะหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้จะไม่สำเร็จแต่ก็ทำให้ยามาโตะเกือบจมหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำเผด็จการที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ไม่ชอบการประจบสอพล ครั้งหนึ่งเขาเคยตำหนิฮิสุที่เสนอความเห็นประจบเขาเกี่ยวกับยามาโตะด้วยการปฏิเสธว่า "ข้าฯไม่ต้องการความเห็นของเจ้า รายงานมาแต่ความจริง"[27] แต่ถึงกระนั้นเขาก็เกลียดการเสียหน้าเป็นที่สุดเช่นกัน เขาตัดสินใจฆ่าคนที่ทำให้เขาเสียหน้าได้อย่างไม่ลังเลเลย[28]

ฮิสุ

[แก้]

ฮิสุ (Hisu) เป็นรองประธานของฝ่ายกามิลัสและผู้ช่วยของเดสเลอร์[12]

ชลุสส์

[แก้]

ชลุสส์ (Shlutz) ผู้บัญชาการฐานปฏิบัติการหน้าพลูโต[8] พยายามวางแผนสกัดยามาโตะไม่ให้ออกนอกระบบสุริยะหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว สุดท้ายเขาเสียฐานทัพไปเนื่องจากการลอบวางระเบิดของฝ่ายยามาโตะและหลบหนีไป[29] ต่อมาเขาเข้าสู้กับยามาโตะอีกครั้ง ในบริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยและเสียชีวิตในการรบด้วยการเอายานพุ่งชนใส่ยามาโตะ[13]

แกนซ์

[แก้]

แกนซ์ (Gantz) เป็นผู้ช่วยของชลุสส์ [12] และเสียชีวิตพร้อมชลุสส์[13]

โดเมล

[แก้]

โดเมล (Domel) แม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของกามิลัส และเคยได้รับเหรียญกล้าหาญขากเดสเลอร์[5] แต่เดิมเขาเป็นผู้บัญชากากองพลแม็คเจนแลน[30] แต่เนื่องจากเขาต้องการจะสู้กับยามาโตะ เขาจึงขอเดสเลอร์ย้ายมาบัญชาการกองพลกาแล็กติก[30] และเดสเลอร์ก็อนุญาตตามคำขอของเขาในฐานะของขวัญวันหยุด[5] กองพลกาแล็กติกมีฐานอยู่ที่ดาวบาลันซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างโลกกับดาวอิสแกนดา[30] และเคยเป็นฐานลำเลียงในการรุกรานโลกอีกด้วย[24] เขาเป็นคนหยิ่งผยอง ชอบวางก้าม แต่ก็เป็นแม่ทัพผู้ชาญฉลาด มีความสามารถในการวิเคราะห์ระดับสูง และมีความมุ่งมั่น

โดเมลเขียนไดอารีของตัวเอง และเข้าเขียนถึงการปะทะกับยามาโตะครั้งแรกว่า "ฉันเข้าปะทะกับยามาโตะและไม่ควรเลยที่จะประมาทมัน"[30]

เขาเป็นนายทหารผู้มีความสามารถในการวางแผนสูง[31] แต่เนื่องจากการวางแผนใช้ดวงอาทิตย์เทียมกำจัดยามาโตะโดยมีฐานทัพบูลานเป็นเครื่องสังเวยนั้นทำให้เขาต้องขึ้นศาลทหาร[31] ศาลทหารมีมติให้ประหารเขาแต่เดสเลอร์ปฏิเสธเนื่องจากเห็นคุณค่าในตัวโดเมล[31] และสั่งให้รับหน้าที่กำจัดยามาโตะก่อนที่ยามาโตะเดินทางเข้าสู่เมฆแมเจลแลนใหญ่ให้ได้[31]

โดเมลส่งสารท้ารบไปยังยามาโตะที่จักรวาลสายรุ้ง (Rainbow Galexy) [31] ในยุทธการที่จักรวาลสายรุ้งนี้ เป็นการรบที่สร้างความเสียหายให้แก่ยามาโตะอย่างที่สุดเนื่องด้วยโดเมลวางแผนอย่างรอบคอบและรัดกุม อย่างไรก็ตามโชคเป็นของยามาโตะเมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกผันจนกองเรือของกามิลัมจมทั้งหมดยกเว้นเรือธง [32] โดเมลตัดสินใจพลีชีพระเบิดตัวตายพร้อมยามาโตะ[31] ก่อนตายเขาเปิดช่องสัญญาณสนทนากับกับตันโอคิตะ แสดงความชื่นชมในความสามารถของกันและกัน[31]

เกล

[แก้]

เกล (Gale) เดิมทีเขาเป็นผู้บัญชาการกองพลกาแล๊กติก แต่เพราะการย้ายมาของโดเมลเขาจึงถูกลดขั้นลงเป็นรองผู้บัญชาการแทน[30] ซึ่งเขาไม่พอใจอย่างมาก โดยเฉพาะท่าทางวางอำนาจของโดเมล ที่มาถึงก็ทำลายข้าวของเครื่องประดับของเขาและดูถูกเขาว่ามีรสนิยมแย่ที่สุดในกามิลัส[30] ในยุทธการที่ดาวบูลาน เกลมิอาจทนเห็นโดเมลใช้ลูกน้องและฐานของเขาเป็นเครื่องสังเวยในการปราบยามาโตะได้จึงแอบแจ้งให้เดสเลอร์เข้าระงับโดเมลเสีย[16] อันเป็นผลให้โดเมลถูกส่งขึ้นศาลทหาร[31] แต่ถึงกระทั้นโดเมลก็ยังเลือกเขาเป็นผู้ช่วยในยุทธการที่จักรวาลสายรุ้ง[31] และเสียชีวิตในปฏิบัติการพลีชีพพร้อมกับโดเมล[32]

ฝ่ายชาวอิสแกนดา

[แก้]

สตาร์ชา

[แก้]

สตาชาร์คือชาวดาวอิสแกนดา[6] มีตำแหน่งเป็นราชินี [8]และเป็นผู้เสนอความช่วยเหลือมายังโลกโดยให้น้องสาวนั่งยานอวกาศมายังโลก[6]

ซาชาร์

[แก้]

ซาชาร์คือชาวดาวอิสแกนดาน้องสาวของสตาร์ชาร์[6] เดินทางมายังโลกเพื่อเสนอความช่วยเหลือ[6]แต่ยานอวกาศที่โดยสารมาได้รับความเสียหายและถูกพบเห็นครั้งแรกในยุทธการพลูโต[6] จากนั้นจึงตกลงบนดาวอังคาร[6]และถูกพบว่าเสียชีวิต[6]

ยานรบและอาวุธที่ปรากฏในเรื่อง

[แก้]

ฝ่ายชาวโลก

[แก้]

ยามาโตะ

[แก้]

ยามาโตะ เดิมทีคือเรือประจัญบานของจักรวรรดินาวีญี่ปุ่น[7]ที่ถูกยิงจมที่คิวชู[6] [7] มานานถึง 260 ปี[7]ต่อมาได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เวฟโมชัน (Wave Motion Engine) [7] ซึ่งทำงานด้วยการสร้างอนุภาคเท็คฮอย[7]

ยามาโตะมีปืนใหญ่หลักประจำเรือเป็นอาวุธหลัก มีอานุภาพรุนแรงสามารถยิงเรือบรรทุกเครื่องบินของกามิลัสจมได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว[7] และมีปืนใหญ่เวฟโมชันเป็นอาวุธสังหารที่มีอานุภาพสูงสุด[8]

ยามาโตะมีเครื่องมือที่สร้างได้ทุกอย่าง (All-purpose manufacturing tool) ภายใต้การดูแลของฝ่ายสนับสนุนและพัฒนาทางวิศวกรรม[8]

บนยามาโตะมีส่วนสันทนาการสำหรับลูกเรือด้วยเช่นห้องนอนเย็น (Cold Sleep Room) ซึ่งมีไว้ลดระดับความเครียดของลูกเรือ[8] ,ห้องรีสอร์ท ซึ่งเป็นห้องที่สามารถจำลองสถานที่เพื่อให้ลูกเรือได้ใช้พักผ่อน[8]

เครื่องบินรบ แบล็ค ไทเกอร์

[แก้]

แบล็ค ไทเกอร์ (Black Tiger) คือเครื่องบินรบที่ประจำการในยามาโตะ[8] มีโรงเก็บเครื่องบินอยู่ที่ท้ายยาน[8]

ปืนใหญ่เวฟโมชัน

[แก้]

ปืนใหญ่เวฟโมชัน (Wave Motion Gun) เป็นอาวุธพิฆาตที่มีอานุภาพสูงสุดของยามาโตะ ทำงานด้วยการอาศัยพลังงานจากเครื่องยนต์เวฟโมชันซึ่งมีพลังงานเทียบเท่าดาราจักรขนาดย่อม[18] อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการยิงนี้เป็นการยิงที่ดึงพลังงานมาจากเครื่องยนต์[18] หลังการยิงแล้ว ยามาโตะจะสูญเสียแรงขับเคลื่อนทั้งหมดไป[18] เพื่อให้มีพลังงานพอในการเริ่มเดินเครื่องใหม่ ก่อนทำการยิงยามาโตะจึงต้องปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมดลงและสำรองไว้[18] ยามาโตะยิงปืนใหญ่เวฟโมชันครั้งแรกบนดาวพฤหัส[18] และส่งผลให้เกาะลอยฟ้าขนาดเท่าทวีปออสเตรเลียหายไปในการยิงเพียงครั้งเดียว[18] แต่ทว่าความร้อนที่เกิดจากการยิงนั้นก็สูงมากจนท่อถ่ายเทความร้อนละลาย[9] ลูกเรือยามาโตะจึงนำ "คอสโมไนท์" (วัสดุสมมติในเรื่อง) จากดวงจันทร์ไททันมาเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหานี้[9]

วงแหวนดาวเคราะห์

[แก้]

วงแหวนดาวเคราะห์ (Asteroid Ring) เป็นความคิดสร้างสรรค์ของซานาดะ[13] ทำงานด้วยการยิงตัวสร้างแรงดึงดูด (Anti-Gravity Inducer) ให้ไปยึดติดกับหินในแถบดาวเคราะห์น้อยหลายๆก้อน[13] แล้วดึงเข้ามาปกคลุมยามาโตะ[13] นอกจากจะมีประโยชน์ในการอำพรางตัวและการกำบังแล้ว ยังสามารถนำก้อนหินเหล่านี้มาหมุนรอบตัวเองเพื่อใช้เป็นม่านกำบังได้อีกด้วย[13]

ฝ่ายชาวกามิลัส

[แก้]

ระเบิดอุกกาบาต

[แก้]

ระเบิดอุกกาบาต (Meteor Bomb) เป็นระเบิดที่มีลักษณะคล้ายดาวหาง [6]ฝ่ายกามิลัสใช้ยิงใส่เป็นระลอกๆตั้งแต่ ค.ศ. 2199[6] นอกจากจะมีอำนาจทำลายล้างเทียบเท่ากับอุกกาบาตที่ตกสู่พื้นโลกแล้ว ระเบิดอุกกาบาตยังมีกัมมันตภาพรังสีอีกด้วย[6] ฐานยิงระเบิดอุกกาบาตนั้นถูกตั้งอยู่บนดาวพลูโต[33] และไม่ปรากฏในเรื่องอีกเลยหลังจากที่ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโตถูกยามาโตะทำลายไป [29]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียม

[แก้]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียม (Reflective Satelite Cannon) เป็นอาวุธพิฆาตของฝ่ายกามิลัสและประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโต[33] มีอำนาจทำลายล้างสูงกว่ายามาโตะแต่ระยะยิงสั้นกว่า[33] ฐานยิงของปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมถูกซ่อนเอาไว้ใต้ทะเลสาบที่มีน้ำแข็งปกคลุม[33] สามารถยิงทะลุโดมกระจกใสโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระจก[33] นอกจากนี้ ลำแสงปืนใหญ่ยังสามารถสะท้อนกับดาวเทียมและฐานสะท้อนลำแสง[33] ทหใสามารถยิงไปยังเป้าหมายได้ไม่ว่าจะเป้าหมายอยู่ในที่แห่งในภายใต้รัสมียิง[33] อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าปืนใหญ่นี้จะไม่สามารถยิงใส่เป้าหมายใต้น้ำได้ เนื่องจากกามิลัสมิได้ยิงปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมใส่ยามาโตะที่พยายามหลบอยู่ใต้น้ำ แต่ใช้วิธีส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปบังคับให้ยามาโตะลอยลำขึ้นเหนือน้ำก่อนที่จะยิงใส่แทน [29]

ปืนใหญ่สะท้อนดาวเทียมถูกทำลายจากการลอบเข้าไปวางระเบิดไฮโดรเจนจากภายใน[29] ขณะที่ปืนใหญ่กำลังจะถูกยิง[29] ซึ่งส่งผลให้ฐานปฏิบัติการหน้าพลูโตระเบิดไปพร้อมๆกัน[29]

ทุ่นระเบิด เดสเลอร์

[แก้]

ทุ่นระเบิด เดสเลอร์ (Deslor Mine) คือแนวทุ่นระเบิดที่ตั้งตามชื่อของเดสเลอร์[34] ถูกวางไว้ที่แนวรอบนอกสุดของระบบสุริยะ[35] ความพิเศษของทุ่นระเบิดเดสเลอร์คือการที่มันสามารถเคลื่อนไหวติดตามเป้าหมายได้[36] ซึ่งทำให้เป้าหมายไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือไม่สามารถวาร์ปหนีได้เช่นกัน[37] ถ้าเป้าหมายเคลื่อนที่ผ่าเข้ามาตามแนวช่องว่างของทุ่นระเบิด ทุ่นก็จะขยับชิดเข้าหากันเรื่อยๆจนกว่าจะกระทบเป้าหมาย[38] อย่างไรก็ตาม ทุ่นนี้ทำงานได้ด้วยการบังคับของทุ่นส่งสัญญาณ[39] กัปตันโอคิตะจึงสั่งให้ซะนะดะและอานาไลเซอร์ค้นหาและถอดตัวส่งสัญญาณทิ้ง[40]และย้ายทุ่นระเบิดให้พ้นทางด้วยมือเปล่า[41]

ถึงแม้แผนการใช้ทุ่นระเบิดเดสเลอร์จะล้มเหลวแต่เดสเลอร์กลับไม่โกรธ อีกทั้งกล่าวว่า[42]

ทุ่นระเบิดเดสเลอร์ถูกสร้างขึ้นด้วยวิทยาการอันเหนือล้ำของกามิลัสแต่ไม่ได้ถูกเตรียมไว้รับมือกับการกระทำโง่ๆ ฉันได้เรียนรู้อย่างมากจากการความคิดอันคร่ำครึของพวกป่าเถื่อน (ชาวโลก) พวกนี้

และส่งสารแสดงความยินดีไปยังยามาโตะในนามของตัวเอง[43]

พาราโนดอน

[แก้]

พาราโนดอน (Paranodon) เป็นสัตว์ท้องถิ่นของดาวบูลาน มีนิสัยอ่อนโยน[15][16] มีลักษณะคล้ายเต่า[16] ดวงตามีขนาดเล็กมากเนื่องจากอยู่ในสภาวะไร้แสง[16] แต่ถูกเกลนำมาใช้เป็นสัตว์สงคราม[15] ควบคุมพวกมันผ่านเครื่องควบคุมของเขาโดยตรง[15] โดยให้พาราโนดอนหลายๆตัวรวมตัวกันเป็นรูปร่างขนาดใหญ่ตามแต่เขาจะจินตนาการ[15] เกลต้องการใช้พาราโนดอนเข้าขยี้ยามาโตะให้เร็วทีสุดเท่าที่จะทำได้แต่โดเมลไม่เห็นด้วย[15] เพราะโดเมลไม่ต้องการให้ยามาโตะทราบว่ากามิลัสมีฐานทัพบนดาวบูลานแต่เกลขัดคำสั่งนำพาราดอนโนออกไปสู้กับยามาโตะ[15]

รูปแบการโจมตีของพาราโนดอนคือการพุ่งเข้าชน[15] และเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประกอบเข้าเป็นรูปร่าง เมื่อถูกยิงด้วยปืนใหญ่มันจึงเพียงแค่กระจายตัวเองแต่ยังสามารถกลับมารวมตัวกันได้ใหม่[15] แต่อย่างไรก็ตามพาราโนดอนก็ถูกทำลายด้วยปืนใหญ่เวฟโมชั่น[15]

ป้อมอวกาศหมายเลข 13

[แก้]

ป้อมอวกาศหมายเลข 13 (Space Fortess No. 13) เป็นป้อมอวกาศรูปไข่เรียบ ความยาว 1 กิโลเมตร ความสูง 300 เมตรโดยประมาณ[17] ดูเหมือนขัดผิวขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่ในอวกาศ[17] บนผิวมีรูจำนวนมากสำหรับการปล่อยแม็กนิตรอน เวฟ (Magnetron Wave) [17] ซึ่งเป็นอาวุธที่ยิงคลื่นแม่เหล็กเข้าใส่เป้าหมายที่เป็นโลหะจนแยกออกเป็นชิ้นๆ[17] รูแต่ละรูมีประตูปิดเพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอก[17] ทำงานด้วยการจับการสั่นสะเทือน[17]

อย่างไรก็ตาม ซานาดะวางแผนแก้ไขด้วยการสร้างยานอวกาศไร้รอยต่อเข้าใกล้และทำลายจากภายใน[17] โดยมีโคไดเป็นผู้ร่วมปฏิบัติการ[17] ลักษณะภายในของฐานซับซ้อนเหมือนเขาวงกต[17] จัดเรียงเหมือนวงจรคอมพิวเตอร์[17] และเฝ้าดูแลโดยหุ่นยนต์ ณ ใจกลางของระบบ มีการวางระบบป้องกันสุดท้ายด้วยคลื่นเสียงหลอนประสาทและเส้นใยที่คล้ายหนวดปลาหมึกเพื่อการทำร้ายผู้บุกรุก[17]

ดวงอาทิตย์เทียมแห่งบูลาน

[แก้]

ดวงอาทิตย์เทียม (Artificial Sun) เป็นสิ่งประดิษฐ์ของชาวกามิลัส แต่เดิมถูกใช้เพื่อเป็นแหล่งให้แสงสว่างบนดาวบูลาน[16] แต่ทว่านายพลโดเมลวางแผนจะใช้ดวงอาทิตย์เทียมในการทำลายยามาโตะโดยให้ฐานบนดาวบูลาโจมตีล่อเพื่อดึงความสนใจจากยามาโตะในขณะที่ดวงอาทิตย์เทียมเคลื่อนที่เข้าหายามาโตะจากทางด้านหลัง[16] ถึงแม้ว่าโคไดจะสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าถึงความผิดปกติของดวงอาทิตย์เทียมนี้และสั่งให้จับตามองดวงอาทิตย์แต่ก็ยังไม่อาจจะดิ้นหลุดจากกับดักนี้ได้[16]

แผนการนี้ยอดเยี่ยมมากจนกัปตันโอคิตะถึงกับเอ่ยว่า "สุดยอด!"[16] แต่ในวินาทีที่ยามาโตะจนมุมได้แต่รอความตายนั้นเอง เดสเลอร์ที่ได้รับข่าวนี้จากนายกลเกลที่ไม่สามารถทนดูการสังเวยลูกต้องตัวเองได้[16] เข้ามาสั่งให้โดเมลหยุดแผนของเขาเสีย[16] ยามาโตะจึงทำลายดวงอาทิตย์เทียมด้วยปืนใหญ่เวฟโมชันในที่สุด[16]

เครื่องย้ายมวลสารฉับพลัน

[แก้]

เครื่องย้ายมวลสารฉับพลัน [31] เป็นเครื่องมือที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของโดเมล สามารถใช้เคลื่อนย้ายวัตถุที่อยู่ในพื้นที่ ๆ หนึ่งบริเวณหน้าเครื่องย้ายมวลสารไปยังอีกที่หนึ่งที่อยู่ห่างไกลได้ โดเมลใช้เครื่องย้ายมวลสารฉับพลันนี้เพื่อการโจมตีแบบไม่ให้ข้าศึกตั้งตัว (Surprise Attack) เครื่องย้ายมวลสารฉับพชันนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในยุทธการแห่งจักรวาลสายรุ้ง [32]

อ้างอิง

[แก้]
  1. https://www.youtube.com/watch?v=0C4uaxWf57c
  2. https://www.youtube.com/watch?v=IOW8uJxLlUQ
  3. 1 2 3 4 "1973-1976 Timeline". StarBlazers.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-11-13. สืบค้นเมื่อ 2008-09-06.
  4. "A Rainbow of Threads". StarBlazers.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-21. สืบค้นเมื่อ 2008-09-10.
  5. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 "Space Battleship Yamato" Episode 13
  6. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 " Space Battleship Yamato" Episode 1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "ep01" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  7. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 " Space Battleship Yamato" Episode 2
  8. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 " Space Battleship Yamato" Episode 3
  9. 1 2 3 4 5 6 7 8 " Space Battleship Yamato" Episode 6
  10. 1 2 3 4 "Space Battleship Yamato", Episode 10
  11. "Space Battleship Yamato" ตอนที่11 อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name
  12. 1 2 3 4 5 6 7 8 " Space Battleship Yamato" Episode 4
  13. 1 2 3 4 5 6 7 "Space Battleship Yamato" Episode9
  14. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 " Space Battleship Yamato" Episode 10
  15. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 "Space Battleship Yamato", Episode 17
  16. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 Space Battleship Yamato, Episode 20
  17. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 "Space Battleship Yamato", Episode 18
  18. 1 2 3 4 5 6 7 8 Space Battleship Yamato ตอนที่ 5
  19. "Space Battleship Yamato" ตอนที่12
  20. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep10"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  21. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  22. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  23. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  24. 1 2 3 4 5 "Space Battleship Yamato", Episode 16
  25. 1 2 3 Space Battleship Yamato, Episode 19
  26. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  27. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  28. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  29. 1 2 3 4 5 6 "Space Battleship Yamato" Episode 8
  30. 1 2 3 4 5 6 "Space Battleship Yamato", Episode 15
  31. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "Space Battleship Yamato", Episode 21
  32. 1 2 3 "Space Battleship Yamato", Episode 22
  33. 1 2 3 4 5 6 7 "Space Battleship Yamato" Episode 7
  34. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  35. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  36. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  37. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  38. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  39. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  40. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  41. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  42. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้
  43. อ้างอิงผิดพลาด: พารามิเตอร์ "-"ep11"" ในแท็ก <ref> ไม่ถูกต้อง พารามิเตอร์ที่รองรับคือ dir, follow, group, name อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> เปิดผิดรูปหรือมีชื่อที่ใช้ไม่ได้

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]