ซูว็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
ซูว็อน
수원
เมือง
การถอดเสียงเกาหลี
 • ฮันกึล 수원시
 • ฮันจา 水原市
 • ระบบใหม่ Suwon-si
 • ระบบแมกคูนฯ Suwŏn-si
ป้องฮวาซ็องและทิวทัศน์เมืองซูว็อน
ป้องฮวาซ็องและทิวทัศน์เมืองซูว็อน
ที่ตั้งของเมืองซูว็อน
ประเทศ เกาหลีใต้
ภูมิภาค ซูโดกว็อน
การแบ่งเขตการปกครอง 4 คู" (เขต), 42 "ทง" (แขวง)
พื้นที่
 • ทั้งหมด 121.1 ตร.กม. (46.8 ตร.ไมล์)
ประชากร (2555)
 • ทั้งหมด 1,138,341
 • ความหนาแน่น 8,975.2 คน/ตร.กม. (23,246 คน/ตร.ไมล์)
 • ภาษาถิ่น โซล

ซูว็อน (ฮันกึล: 수원, ฮันจา: 水原, เสียงอ่าน: [suwʌn]) เป็นเมืองเอกของจังหวัดคย็องกี เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของเกาหลีใต้มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน ซูว็อนตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโซล โดยห่างจากโซลประมาณ 30 กิโลเมตร

ซูว็อนเป็นเมืองที่ยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมโบราณของเกาหลี โดยเริ่มจากการเป็นหมู่บ้านเล็กๆจนในปัจจุบันเป็นเมืองอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมที่สำคัญของเกาหลีใต้ในปัจจุบัน โดยซูว็อนเป็นเมืองเดียวในเกาหลีใต้ที่ยังคงมีกำแพงเมืองที่มีสภาพสมบูรณ์อยู่ โดยกำแพงเมืองนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวอยากมาชมของจังหวัดคย็องกี เช่นเดียวกับการเป็นเมืองอุตสาหกรรม ซูว็อนเป็นที่ตั้งของโรงงานใหญ่ของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ซูว็อนมีทางด่วนสองสาย, เครือข่ายรถไฟของชาติและรถไฟไต้ดินของนครพิเศษโซล ซึ่งทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่ง

ซูว็อนถือเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการศึกษา โดยมีมหาวิทยาลัยถึง 11 แห่ง จากสิ่งนี้พร้อมด้วยเครือข่ายการขนส่งมวลชนสามารถดึงดูดผู้อยู่อาศัยจากทั่วประเทศและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนประชากรถึง 1.85%[1]

ซูว็อนยังมีสโมสรฟุตบอลที่มีเชื่อเสียงอย่างซูว็อนซัมซุงบลูวิงส์ ซึ่งเป็นแชมป์เค-ลีก 4 สมัย[2] และเป็นแชมป์เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2 สมัย

ประวัติ[แก้]

เมื่อครั้งชนเผ่าโบราณซูว็อนเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ โมซูกุก (ฮันกึล: 모수국) ระหว่างยุคราชอาณาจักรทั้งสาม พื้นที่เมืองซูว็อนและฮวาซ็องในปัจจุบันถูกเรียกว่า แมโฮลกุน (매홀군)

ในปี พ.ศ. 1300 ในสมัยพระเจ้าคย็องด็อกแห่งซิลลาได้เปลี่ยนชื่อเป็น ซูซ็องกุน (수성군) ต่อมาในปี พ.ศ. 1483 ในสมัยราชวงศ์โครยอได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น ซูชู (수주) และในที่สุดพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซ็อนได้เปลี่ยนชื่อเมืองนี้เป็น ซูว็อน ในปี พ.ศ. 1956[3]

ในปี พ.ศ. 2135 ระหว่างสงครามการบุกครองเกาหลีของญี่ปุ่น ผู้บัญชาการอีควังได้พยายามปฏิบัติการให้กองกำลังของเขาเข้าสู่เมืองหลวง โซล (ในเวลานั้นเรียกว่าฮันซ็อง)[4] กองกำลังถูกถอนออกไป อย่างไรก็ตามภายหลังจากข่าวว่าเมืองหลวงถูกยึดถึงผู้บัญชาการ[4] กองทัพก็โตขึ้นไดยมีกำลัง 50,000 นายพร้อมทั้งมีกองกำลังอาสาสมัครอีกจำนวนหนึ่ง โดยอีควังและผู้บัญชาการที่ไม่ได้ประจำการอีกจำนวนหนึ่งได้พิจารณาเป้าหมายที่จะกอบกู้เมืองหลวงอีกครั้งหนึ่ง และได้รวบรวมกำลังไว้ทางตอนเหนือของซูว็อน[4][5]

การก่อสร้างป้อมฮวาซ็อง[แก้]

ต่อมาในสมัยราชวงศ์โชซ็อน พระเจ้าซ็องโจ ได้ประสบความล้มเหลวในท้ายที่สุดในความพยายามที่จะให้ซูว็อนเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 2339 ส่วนหนึ่งของโครงการย้ายเมืองหลวงคือป้อมฮวาซ็อง ป้อมปราการกำแพงที่ล้อมรอบทั้งทั้งเมือง โดยเหตุผลบางส่วนมีความตั้งใจที่จะให้เป็นป้อมปราการเพื่อปกป้องสุสานของพระบิดาพระองค์ เจ้าชายรัชทายาทซาโด[6]

การก่อสร้างกำแพงเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆของเกาหลีที่จ่ายค่าแรงให้กับแรงงาน (ปกติก่อนหน้านี้จะใช้วิธีเกณฑ์แรงงาน โดยกำแพงยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่ากำแพง(รวมทั้งป้อม)จะได้รับความเสียหายอย่างมากจากสงครามเกาหลี

เริ่มแรกการก่อสร้างป้อมฮวาซ็องได้ก่อสร้างโดยคำแนะนำของนักปราชญ์ช็อง ยัก-ย็อง ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าซ็องโจไม่นาน (พ.ศ. 2343) กระดาษขาวที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างได้ถูกตีพิมพ์ เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เพราะถูกนำมาใช้เป็นแบบในการก่อสร้างใหม่ในช่วงทศวรรษที่ 1970

ครั้งหนึ่งกำแพงของป้อมปราการเคยล้อมเมืองซูว็อนทั้งเมืองไว้ แต่เมืองซูว็อนในยุคปัจจุบันได้ขยายไปไกลกว่าตัวกำแพงป้อมมาก ในปัจจุบันกำแพงป้อมฮวาซ็องได้ถูกกำหนดให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก[6] และป้อมฮวาซ็องได้ถูกนำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์เมืองเสมอ

สงครามเกาหลี[แก้]

รถถังที-34ของเกาหลีเหนือติดอยู่บนสะพานทางตอนใต้ของซูว็อนในการโจมทีทางอากาศของกองทัพสหรัฐอเมริกาในสงครามเกาหลี

สงครามเกาหลีได้สร้างผลกระทบอย่างมากต่อเมืองซูว็อน โดยเมืองเปลี่ยนผู้ยึดครองระหว่างสงครามถึงสี่ครั้ง ภายหลังการปะทุของสงครามเพียงไม่นานหน่วยเครื่องบินขับไล่ที่ 49ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาได้ถูกส่งจากญี่ปุ่นไปยังเกาหลี โดยภารกิจแรกคือเคลื่อนย้ายพลเรือนจากซูว็อนและคิมโพ แต่หลังจากนั้นไม่นานกองทัพเกาหลีเหนือก็เคลื่อนมาถึงเมืองซูว็อน ก่อนหน้ายุทธการโอซันไม่นาน การสู้รบระหว่างกองกำลังของสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือก็ได้เริ่มขึ้นครั้งแรก ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 สิ่งป้องกันได้สร้างขึ้นบนถนนระหว่างซูว็อนและรอบๆโอซัน (ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายใต้) ในวันต่อมากองกำลังของฝ่ายเหนือได้มุ่งหน้ามายังทางใต้ ตามมาด้วยการปะทะกันยาวนาน 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยทหารอเมริกาสูญเสียไป 142 นาย และทหารเกาหลีเหนือ 42 นาย ทำให้กองกำลังของสหรัฐจำต้องล่าถอยไป การปะทะกันครั้งนี้ทำให้กองกำลังของฝ่ายเหนือเคลื่อนพลลงไปยังโอซันช้ากว่ากำหนดการ 7 ชั่วโมง

ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2493 กองกำลังกรีก ได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่ซูว็อนอยู่ติดกับกองพลทหารม้าที่ 1 ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 แกบบี้ กาเบรียสกี ยอดนักบินของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาได้มาประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศ เค-13 เมืองซูว็อน โดยตอนสิ้นสุดของสงครามเมืองซูว็อนอยู่กับเกาหลีใต้

ประวัติยุคใหม่[แก้]

ภูมิศาสตร์[แก้]

ซูว็อนตั้งอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบคย็องกี และอยู่ทางทิศใต้ของโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ โดยมีอาณาเขตติดต่อกับอึยวังทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ, ยงอินทางทิศตะวันออก, ฮวาซ็องทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และมีอาณาเขตติดกับอันซันเล็กน้อยทางทิศตะวันตก

รอบๆซูว็อนมีเขาเพียงเล็กน้อย โดยเขาที่สูงสุดของเมืองคือ ควังคโยซันซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองติดกับยงอิน โดยมีความสูง 582 เมตร (1,909 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล[7]

คลองส่วนใหญ่ที่ไหลผ่านซูว็อนมีต้นกำเนิดมาจากภูเขาควังคโยหรือยอดเขาบริเวณรอบๆเมือง คลองซูว็อน (ซูว็อนช็อน) เป็นคลองที่สำคัญที่สุดของเมือง (และมีคลองที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือคลองชุงโบ) โดยไหลผ่านเมืองไปยังทิศใต้และไหลลงสู่ทะเลเหลืองทางอ่าวอันซัน

ซูว็อนไม่มีทะเลสาบที่เกิดตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามเมืองซูว็อนก็มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กหลายแห่ง เช่น ซอโฮ (서호) อยู่ใกล้กับ สถานีฮวาโซ, อ่างเก็บน้ำอิลว็อน (일원 저수지) อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยซ็องคยุนวัน, อ่างเก็บน้ำบัมแบ็ต (밤밭 저수지) ใกล้กับสถานีมหาวิทยาลัยซ็องคยุนวัน, อ่างเก็บน้ำอิลฮวัง (일왕 저수지) ใกล้กับสวนสาธารณะมันซ็อก, อ่างเก็บน้ำพาจัง (파장 저수지) อยู่ทางตอนเหนือของเมืองซูว็อนทางออกไปทางด่วยย็องดง, อ่างเก็บน้ำควังคโย (광교 저수지) อยู่บริเวณตีนเขาควังคโย, อ่างเก็บน้ำว็อนช็อนและซินแด (원천 저수지 & 신대 저수지) อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยอาจู (아주대학교), อ่างเก็บน้ำคึมโก๊ก (금곡 저수지), อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กบริเวณตีนเขาชิลโบ, และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่วังซง (왕송 저수지), ซึ่งบริเวณของอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองอึยวังแต่ตัวเขื่อนตั้งอยู่ซูว็อน

สันเขาที่มีขนาดสูงน้อยที่สุดของเมืองคือ ภูเขาชิลโบ โดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 239 เมตร[8] ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกโดยมีพรมแดนติดกับอันซัน เมืองซูว็อนตั้งอยู่ห่างจากอ่าวทะเลเหลือง 6 กิโลเมตร

สภาพอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของซูว็อน (2524–2553)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 2.1
(35.8)
5.0
(41)
10.6
(51.1)
17.9
(64.2)
23.0
(73.4)
26.8
(80.2)
28.8
(83.8)
29.8
(85.6)
25.9
(78.6)
20.0
(68)
12.0
(53.6)
5.0
(41)
17.2
(63)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) -2.9
(26.8)
-0.3
(31.5)
5.0
(41)
11.6
(52.9)
17.2
(63)
21.7
(71.1)
24.8
(76.6)
25.6
(78.1)
20.8
(69.4)
14.0
(57.2)
6.6
(43.9)
0.0
(32)
12.0
(53.6)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) -7.4
(18.7)
-5.0
(23)
0.0
(32)
5.9
(42.6)
12.0
(53.6)
17.4
(63.3)
21.7
(71.1)
22.1
(71.8)
16.4
(61.5)
8.8
(47.8)
1.8
(35.2)
-4.4
(24.1)
7.5
(45.5)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 22.4
(0.882)
24.2
(0.953)
47.9
(1.886)
61.3
(2.413)
97.8
(3.85)
129.2
(5.087)
351.1
(13.823)
299.8
(11.803)
153.9
(6.059)
53.1
(2.091)
49.7
(1.957)
21.8
(0.858)
1,312.3
(51.665)
ความชื้นร้อยละ 65.1 64.3 64.2 62.5 67.6 72.3 80.1 78.3 74.5 71.0 68.6 66.4 69.6
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.1 mm) 7.3 6.2 7.6 7.8 8.7 9.4 15.4 14.1 8.7 6.2 8.7 8.1 108.2
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 166.0 171.6 198.0 215.2 221.3 188.3 136.7 166.0 182.0 200.2 158.0 159.7 2,162.8
แหล่งที่มา: สำนักอุตุนิยมวิทยาเกาหลี[9]

เขตการปกครอง[แก้]

เขตของซูว็อน

ซูว็อนแบ่งออกเป็น 4 คู (เขต):[1]

โรมัน ฮันกึล ฮันจา ประชากร (2551) พื้นที่ (ม²)
1. เขตคว็อนซ็อน 권선구 315,512 47,355,349.2
2. เขตจังอัน 장안구 290,732 33,119,867.5
3. เขตพัลดัล 팔달구 224,194 13,077,959.4
4. เขตย็องทง 영통구 256,466 27,500,143.7


เขตที่ตั้งขึ้นใหม่ที่สุดของเมืองคือ เขตย็องทงซึ่งแยกออกมาจากเขตพัลดัล เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546[10] โดยเขตทั้งหมดมีการเขตการปกครองย่อยแยกออกเป็น 42 ทง

ประชากร[แก้]

ประชากรในซูว็อนเป็นชาย 50.2% [1] มีเพียงเขตพัลดัล เขตเดียวที่ประชากรหญิงเยอะกว่าประชากรชาย มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในซูว็อน 1.85% เขตที่มีชาวต่างชาติมากที่สุดคือเขตพัลดัล ข้อมูลเพิ่มเติมของประชากรในซูว็อนในแต่ละเขตดูได้จากตารางข้างล่างนี้[1]

ประชากรทั้งหมด ชาย (เกาหลี) หญิง (เกาหลี) เกาหลี (ทั้งหมด) ชาย (ต่างชาติ) หญิง (ต่างชาติ) ต่างชาติ (ทั้งหมด)
ซูว็อน (ทั้งหมด) 1,086,904 535,906 531,211 1,067,117 9,914 9,873 19,787
เขตคว็อนซ็อน 315,512 156,783 154,004 310,789 2,314 2,411 4,725
เขตจังอัน 290,732 143,737 143,351 287,088 1,742 1,902 3,644
เขตพัลดัล 224,194 107,929 108,926 216,855 3,652 3,687 7,339
เขตย็องทง 256,466 127,457 124,930 252,387 2,206 1,873 4,079


โดยภาพรวมประชากรในซูว็อนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แต่ประชากรที่เป็นชาวเกาหลีมีแนวโน้มลดลง เช่น ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ 2550 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 ประชากรชาวเกาหลีของเมืองลดลง 585 คน[1] แต่ประชากรชาวต่างชาติกลับมีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าประชากรชาวต่างชาติกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ 2550 มีชาวต่างชาติลงทะเบียนเข้าอยู่อาศัยในซูว็อนเพิ่มขึ้น 13%[11] มีเพียงเขตคว็อนซ็อนเท่านั้นที่มีประชากรเพิ่มขึ้น ส่วนเขตจังอันและเขตย็องทง มีประชากรลดน้อยลง[11]

การศึกษา[แก้]

เมืองซูว็อนมีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 11 แห่ง และมีวิทยาลัย 2 แห่ง ประกอบไปด้วย มหาวิทยาลัยซ็องกยุนกวันวิทยาเขตวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, มหาวิทยาลัยคย็องกี, มหาวิทยาลัยอาจู, มหาวิทยาลัยคย็องฮี, วิทยาลัยสาธารณสุขทงนัม, มหาวิทยาลัยดิจิทัลกุกเจ, โรงเรียนสอนศาสนาเทววิทยาฮัปดงและวิทยาลัยสตรีซูว็อน.[12] มหาวิทยาลัยซูว็อน แท้จริงแล้วไม่ได้ตั้งอยู่ที่ซูว็อนแต่ตั้งอยู่ที่เมืองฮวาซ็อง ส่วนมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลวิทยาเขตเกษตรศาสตร์ ตั้งอยู่ที่เมืองซูว็อนจนกระทั่งปี พ.ศ. 2548 จึงย้ายไปอยู่เขตควานัค, โซล

ซูว็อนมีวิทยาลัยชุมชน 2 แห่ง[13] โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 37 แห่ง, โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 33 แห่ง, โรงเรียนประถามศึกษา 81 แห่งและโรงเรียนอนุบาล 107 แห่ง[12]

อุตสาหกรรม[แก้]

ซัมซุงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงานมากที่สุดในเมือง ความจริงแล้วซัมซุงมีโรงงานหลักอยุ่ที่โซล แต่ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเกาหลี สิ่งของหลายอย่างของซัมซุงได้รับความเสียหาย ผู้ก่อตั้ง อี บย็อง-ช็อล (이병철) ได้ฝืนทำธุรกิจอีกครั้งในปี พ.ศ. 2494 ส่วนซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ได้ก่อตั้งที่เมืองซูว็อนในปี พ.ศ. 2512 และปัจจุบันได้เป็นสำนักงานใหญ่และโรงงานอุตสาหกรรมกลางใจเมือง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆก็ประกอบด้วยเอสเค, ซัมซุงอิเล็กทริกส์, ซัมซุงแอลอีดี, ซัมซุงเอสดีไอและอื่นๆอีกมากมาย

วัฒนธรรม[แก้]

ป้อมฮวาซ็องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2399 ในอดีตป้อมฮวาซ็องเคยล้อมเมืองทั้งเมืองไว้ แต่เมืองซูว็อนในปัจจุบันได้ขยายขอบเมืองออกไปไกลกว่าขอบกำแพงป้อมมาก ป้อมฮวาซ็องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก พระราชวังแฮกุงอยู่ภายในป้อมฮวาซ็อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง หลังจากการขยายทางรถไฟสายบุนดังเสร็จ เพียงไม่กี่สถานีจากซูว็อนไปถึงสถานีซิลกัล เมืองยงอิน ซึ่งเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเช่น หมู่บ้านโบราณเกาหลี และ เอเวอร์แลนด์

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ[แก้]

ทางเดินรอบๆกำแพงของป้อมฮวาซ็องเป็นที่นิยมของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวและการเดินพักผ่อนหย่อนใจและเที่ยวชม สวนสาธารณะมันซ็อกทางตอนเหนือของเมืองมีเส้นทางวิ่ง 1.2 กิโลเมตรรอบๆทะเลสาบ ส่วนสิ่งสันทนาการอื่นๆของสวนสาธารณะประกอบด้วย สนามเทนนิส (ในร่มและกลางแจ้ง), สนามฟุตบอลและสนามสเก็ตบอร์ด และยังมีสวนสาธารณะอื่นๆอีกมากมายรอบเมืองรวมทั้งสกีรีสอร์ทและสถานที่ปีนเขา โดยทั้งหมดนี้อยู่ห่างจากซูว็อนไม่ไกลและเดินทางสะดวก

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ป้อมฮวาซ็อง โดยมีโปรแกรมท่องเที่ยวป้อมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกหลากหลายเส้นทาง[14]

กีฬา[แก้]

ซูว็อนมีสนามกีฬาหลากหลายประเภทเช่นสนามกีฬาการยิงธนู, สนามแบตมินตัน, ลานโบว์ลิ่ง, สระว่ายน้ำในร่ม, สนามเทนนิสและสนามฟุตบอล[15]

สนามกีฬาซูว็อนยิมเนเซียมเคยเป็นสถานที่จัดกีฬาแฮนด์บอลในโอลิมปิกฤดูร้อน 1988 โดยสนามกีฬาแห่งนี้มีความจุ 5,145 ที่นั่ง

ซูวอนเวิลด์คัพสเตเดียมเคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ปัจจุบันเป็นสนามทีมเหย้าของทีมซูวอนซัมซุงบลูวิงส์ ทีมจากเคลีก, ทีมจากเคลีกแชลแลนจ์ ทีมซูว็อนเอฟซีใช้สนามซูว็อนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ เป็นสนามเหย้า

ซูว็อนยังเป็นมีทีมเบสบอลอย่างทีมฮุนไดยูนิคอร์น (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นทีมเน็คเซ็นฮีโร ตั้งอยู่ที่โซล) ซึ่งเคยใช้สนามซูว็อนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ เป็นสนามเหย้า[16]

สิ่งบันเทิง[แก้]

ซูว็อนมีโรงภาพยนตร์ระบบมัลติเพล็กซ์ 3 โรง ประกอบด้วย เมกาบอกซ์ และ ซีจีวี โรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ที่ สถานีรถไฟซูว็อน ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง เช่นเดียวกับโรงภาพยนตร์ 'คิเน๊กซ์ 5 ซึ่งอยู่ในเขตย็องทง และยังมีโรงภาพยนตร์อื่นๆในเมืองแต่ฉายภาพยนตร์ต่างประเทศน้อยกว่าเช่น เซเนมาทาวน์, โรงภาพยนตร์แทฮัน, โรงภาพยนตร์พิคคาเดลลี, โรงภาพยนตร์จุงอัง, โรงภาพยนตร์โรแยล, โรงภาพยนตร์ดาโน และ ดาโนฮอลล์อาร์ต[17]

ว็อนช็อนในเขตย็องทงมีสวนสนุก อยู่ 2 แห่งคือ ว็อนช็อนกรีนแลนด์และว็อนช็อนเลคแลนด์[18]

สิ่งน่าสนใจอื่นๆ[แก้]

สภาคณะกรรมการเมืองซูว็อนได้ประกาศความภาคภูมิใจของเมืองเรื่องห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งทางเมืองได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ห้องน้ำสาธารณะในเมืองสะอาดและพัฒนาให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ และปัจจุบันก็ได้มีบริการรถทัวร์ห้องน้ำสาธารณะของเมืองไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว[19]

การคมนาคม[แก้]

สถานีรถไฟซูว็อน

ซูว็อนเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งประจำภูมิภาค และสถานีรถไฟซูว็อนเป็นจุดพักที่สำคัญของทางรถไฟสายคย็องบูซึ่งวิ่งระหว่างโซลกับปูซาน ทั้งยังมีบริการรถโดยสารไปยังสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเคทีเอกซ์ที่ควังมย็อง ซูว็อนเชื่อมต่อกับโซลและเมืองใกล้เคียงอื่นๆด้วยรถโดยสารแบบด่วนด้วยจุดขาออกตลอดทั้งเมือง ซูว็อนมีสถานีขนส่งสองแห่งเป็นสถานีรถระหว่างเมืองและรถด่วนที่เชื่อมต่อไปได้ทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ คือ สถานีขนส่งซูว็อน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ 'โฮเทล รามาดา' และสถานีขนส่งซูว็อนตะวันตก ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยซ็องกยูนกวัน รถไฟเคทีเอกซ์มีจุดพักที่จำกัดเพียงไม่กี่สถานีในการวิ่งระหว่างโซลและปูซาน

เมืองซูว็อนมีหลายสถานีที่รถไฟใต้ดินโซล สาย 1ผ่าน ซึ่งวิ่งจากทางเหนือของเมืองทะลุไปยังทางใต้ของเมือง ประกอบไปด้วยสถานีมหาวิทยาลัยซ็องกยุนกวัน, ฮวาซอ, ซูว็อน และ เซรยู ส่วนรถไฟสายบุนดัง วิ่งผ่านซูว็อนจากตะวันออกไปตังตะวันตกซึ่งหมดระยะที่สถานีรถไฟซูว็อนและรถไฟสายซูอิน เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟซูว็อนและสถานีรถไฟอินช็อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง สายซูรยอซึ่งเคยเชื่อมระหว่างซูว็อนกับยอจูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 ก็ได้หยุดดำเนินการไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515

ทางพิเศษย็องดง (หมายเลข 50) ทอดผ่านซูว็อนและมีทางออก 2 แห่งคือทางออกซูว็อนเหนือและทางออกซูว็อนตะวันออก และยังมีทางพิเศษคย็องบู (หมายเลข 1) วิ่งพาดผ่านเมือง ซึ่งทางออกของทางพิเศษตั้งอยู่ไม่ไกลจากเขตซิกกัลของยงอินวึ่งเป็นเขตที่ติดกับซูว็อน

ในปี พ.ศ. 2556 เมืองซูว็อนได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน EcoMobility World Festival ที่แขวงแฮงกุง, เขตพัลดัล เป็นเวลากว่า 1 เดือน ถนนถูกปิดเพื่อให้เป็นสถานที่ทดลองเขตปลอดรถยนต์ แทนที่จะใช้รถยนต์ ชาวเมืองจะใช้ยานพาหนะที่ไม่ได้เดินเครื่องด้วยเครื่องยนต์ซึ่งจัดเตรียมโดยคณะผู้จัดงาน[20] การทดสอบไช่ว่าจะไม่มีการต่อต้าน แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ ภายหลังจากเทศกาลทางเมืองซูว็อนได้เริ่มดำเนินการหารือเพื่อที่จะให้เป็นแนวปฏิบัติที่ทดลองกันใช้เป็นการถาวร[21]

สื่อมวลชน[แก้]

มีหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับที่มีฐานอยู่ที่ซูว็อนได้แก่ คย็องกีเดลี (경기일보) และ คย็องอินเดลี (경인일보) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ซึ่งในอดีตได้ตั้งอยู่ที่เขตจังอัน และปัจจุบันสำนักงานได้ตั้งอยู่ที่เขตพัลดัล และทั้งสองฉบับพิมพ์เฉพาะภาษาเกาหลี

การทหาร[แก้]

กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลีมีฐานทัพตั้งอยู่ที่แขวงจังจี, เขตคว็อนซ็อน, เมืองซูว็อน ซึ่งเคยเป็นฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างสงครามเกาหลี

ศาสนา[แก้]

เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ ปี พ.ศ. 2549 จากข้อมูลที่รวบรวมโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ประมาณ 25.3 % ของประชากรไม่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งโดยเฉพาะ ศาสนาคริสต์ประมาณ 20% และศาสนาพุทธประมาณ 52% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โบสถ์ไดโอซิสออฟซูว็อนของคาทอลิกได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2506 โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6

อาหาร[แก้]

อาหารของซูว็อนที่มีชื่อเสียงคือ ซูว็อนคัลบิ หนึ่งในหลากหลายประเภทของเนื้อย่างที่เป็นที่นิยมทั่วทั้งเกาหลี เมืองซูว็อนก็มีอาหารเกาหลีที่มีความหลากหลายเช่นเดียวกับที่มีจำหน่ายทั่วทั้งคาบสมุทรเกาหลีทั้งยังมีร้านอาหารต่างชาติหลากหลายประเภทอีกด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เทศกาลคัลบิได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก

พืชและสัตว์[แก้]

สัตว์ป่าของซูว็อนมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับส่วนใหญ่ของทั้งจังหวัดคย็องกี โดยกบต้นไม้ซูว็อนเป็นสายพันธ์ที่มีชื่อเสียง เป็นหนึ่งในสองสายพันธ์กบต้นไม้ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรเกาหลีและอาศัยอยู่ในเฉพาะจังหวัดคย็องกี

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากเมืองซูว็อน[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียงจากเมืองซูว็อนประกอบด้วย:

เมืองพี่น้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 수원시통계
  2. "K-Leaguei". K-League. สืบค้นเมื่อ 2008-02-10. 
  3. "Welcome to Suwon city". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-11-27. 
  4. 4.0 4.1 4.2 Turnbull, Stephen. 2002, pp. 116-123.
  5. "Suwon". Encyclopædia Britannica. สืบค้นเมื่อ 2007-09-01. 
  6. 6.0 6.1 "Hwaseong Fortress - UNESCO World Heritage Centre". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 2007-12-05. 
  7. "한국의 산하 - 광교산 (Hangugui Sanha - Gwanggyosan)". Korean mountaineering association website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-07. 
  8. "사사동의 칠부산 (Sasa-dongui Chilbusan)". Banwol Newspaper website. Archived from the original on 2007-10-13. สืบค้นเมื่อ 2007-08-07. 
  9. "평년값자료(1981–2010) 수원(119)". Korea Meteorological Administration. สืบค้นเมื่อ 2011-05-09. 
  10. "영통구 연혁 (Yeongtong-gu Yeonhyeok)". Suwon City website. สืบค้นเมื่อ 2006-01-10. 
  11. 11.0 11.1 "수원시 통계 (Suwon-si Tonggye)". Suwon City website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-07. 
  12. 12.0 12.1 "수원시청에 오신 것을 환영합니다 (Suwonsicheonge Osin Hwanyeonghamnida)". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-07. 
  13. "Welcome to Suwon City - General State". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-08. 
  14. "Suwon city_Travel and Tourism_Offical Enlgish Website". 
  15. "Welcome to Suwon City - Sports Facilities". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-05. 
  16. "Welcome to Suwon City - Suwon Professional Team Introduction". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-05. 
  17. "Welcome to Suwon City - Movie Theaters". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-06. 
  18. "Welcome to Suwon City - Amusement Facilities". Suwon City Council. สืบค้นเมื่อ 2007-12-06. 
  19. "Beautiful Restrooms". Suwon City Council website. สืบค้นเมื่อ 2007-08-07. 
  20. Strother, Jason (30 September 2013). "Locals applaud car-free month in Korean city". Deutsche Welle. สืบค้นเมื่อ 13 December 2013. 
  21. "Report presents legacy of car-free neighborhood". EcoMobility world Festival 2013. ICLEI. สืบค้นเมื่อ 13 December 2013. 
  22. Yu Sin-jae (유신재) (2005-06-12). "수원시 '박지성길' 만든다 <Suwon-si 'pakjiseonggil' mandeunda / Suwon City constructs 'Park Ji-Sung Road'>". Hankyoreh (ใน Korean). สืบค้นเมื่อ 2007-08-08. 
  23. "Sister cities". Suwon City. สืบค้นเมื่อ 2014-01-27. 

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]