เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 3

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะเฟซไทยแลนด์
ซีซัน 3
Onek4hadkgZo66Vir85-o.jpg
โปสเตอร์โปรโมทรายการตั้งแต่ตอนที่ 8 จนถึงรอบไฟนัลวอล์ก
สร้างโดย กันตนา
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย
จำนวนตอน 13
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก
สถานที่ถ่ายทำ เดอะเฟซไทยแลนด์ สตูดิโอ
ความยาวตอน 1 ชั่วโมง 30 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
การออกอากาศแรก 4 กุมภาพันธ์ 2560 – 29 เมษายน 2560
ลำดับเวลา
ก่อนหน้า ซีซันที่ 2
ถัดไป ซีซันที่ 4
แหล่งข้อมูลอื่น
Official Site เว็บไซต์

เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 3 (อังกฤษ: The Face Thailand) รายการเรียลลิตีเพื่อค้นหาสุดยอดนางแบบ เทรนเนอร์ ได้แก่ เมทินี กิ่งโพยม, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ และ มาช่า วัฒนพานิช โดยมีการรับสมัครในวันที่ 14 สิงหาคม 2559 ณ มีทติ้ง รูม รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน[1] ในซีซัน 3 นี้ เป็นฤดูกาลแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงข้ามเพศ และผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว สามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ โดย เมทินี กิ่งโพยม ยังคงเป็นเมนเทอร์ในรายการเป็นปีที่สาม[2] และในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559 ได้มีการเปิดเผยโฉมเมนเทอร์ในฤดูกาลนี้อีกสองคนคือ น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ที่มาเป็นเมนเทอร์อีกครั้ง และ มาช่า วัฒนพานิช ซึ่งเป็นเมนเทอร์คนใหม่ในฤดูกาลนี้[3] ส่วน ชานนท์ อักขระชาตะ ยังคงรับหน้าที่เป็นพิธีกรต่อไป และในวันที่ 13 กันยายน 2559 ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวรายการอย่างเป็นทางการพร้อมกับการเปิดตัวผู้เข้าแข่งขันจากรอบออดิชั่นทั้ง 50 คน[4] โดยรายการเริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560[5][a] ในตอนที่ 8 มาช่า วัฒนพานิช ได้ยุติบทบาทการเป็นเมนเทอร์ และได้ คริส หอวัง มาทำหน้าที่แทน[6][b]

กติกา[แก้]

ดูบทความหลักที่: เดอะเฟซไทยแลนด์

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ผู้เข้าแข่งขัน 15 คนสุดท้ายในซีซัน 3

แถวที่ 1 ทีมบี จากซ้ายไปขวา:
สกาย, ข้าว, ทับทิม, เทีย, บลอสซั่ม
แถวที่ 2 ทีมมาช่า/ทีมคริส จากซ้ายไปขวา:
ปริม, มาญ่า, เกรซ, จูลี่, บุ้งกี๋
แถวที่ 3 ทีมลูกเกด จากซ้ายไปขวา:
มิ้นท์, ฮาน่า, ฟ้า, เพลงขวัญ, เม็ดพลอย
  • ในตอนที่ 8 มาช่า ได้ยุติการทำหน้าที่ในรายการเดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ทำให้ คริส ได้ทำหน้าที่แทนตั้งแต่ตอนที่ 8 เป็นต้นไป[b] และหลังจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือของทีมมาช่า จึงได้เปลี่ยนเป็นทีมคริส
  • ในตอนที่ 9 คริส ได้เลือก ฮาน่า เข้าร่วมทีม และ ลูกเกด ได้เลือก มิ้นท์ กลับเข้ามาร่วมทีมอีกครั้ง

(อายุเป็นไปตามช่วงเวลาที่ถ่ายทำรายการ)

ผู้เข้าแข่งขัน อายุ ส่วนสูง ภูมิลำเนา ทีม ลำดับการแข่งขัน
บุ้งกี๋, ระชา รักขพันธ์ 26 177 ซม. สมุทรสาคร มาช่า ถูกคัดออกในรอบที่ 2 (อันดับที่ 15)
เม็ดพลอย, ภูริชญา เจนจบจริง 19 178 ซม. ชลบุรี ลูกเกด ถูกคัดออกในรอบที่ 4 (อันดับที่ 14)
มาญ่า, วันวิสา โกลด์แมน 22 173 ซม. เชียงใหม่ มาช่า ถูกคัดออกในรอบที่ 5 (อันดับที่ 13)
ปริม, กรวรรณ หลอดสันเทียะ 22 177 ซม. นครราชสีมา มาช่า ถูกคัดออกในรอบที่ 6 (อันดับที่ 12)
ข้าว, จุฑารัตน์ แก้วมณี 27 172 ซม. กรุงเทพมหานคร บี ถูกคัดออกในรอบที่ 8 (อันดับที่ 11)
บลอสซั่ม, ชนัญชิดา รุ่งเพชรรัตน์ 25 176 ซม. กรุงเทพมหานคร บี ถูกคัดออกในรอบที่ 9 (อันดับที่ 10)
ฮาน่า, ณธฉัตร ชาญเชี่ยว 25 180 ซม. สุรินทร์ ลูกเกด/คริส ถูกคัดออกในรอบที่ 3,
กลับเข้ามาอีกครั้งในรอบที่ 9
และถูกคัดออกในรอบที่ 10 (อันดับที่ 9)
จูลี่, วิลาวรรณ แอนเดอร์สัน 22 176 ซม. ชลบุรี มาช่า/คริส ถูกคัดออกในรอบที่ 11 (อันดับที่ 8)
มิ้นท์, พุทธิดา สมัยนิยม 20 175 ซม. กาญจนบุรี ลูกเกด ถูกคัดออกในรอบที่ 7,
กลับเข้ามาอีกครั้งในรอบที่ 9
และถูกคัดออกในรอบที่ 12 (อันดับที่ 5-7)
ทับทิม, ภรัณยา ลาภอุดมสกุล 23 173 ซม. อุบลราชธานี บี ถูกคัดออกในรอบที่ 12 (อันดับที่ 5-7)
เทีย, เทีย ลี่ ทวีพาณิชย์พันธุ์ 20 170 ซม. ภูเก็ต บี
สกาย, มาเรีย เฮิร์ชเลอร์ 21 173 ซม. อุบลราชธานี บี รองชนะเลิศ
ฟ้า, ภีมสินี สว่างกล้า 22 178 ซม. นนทบุรี ลูกเกด
เพลงขวัญ, นัตยา ทองเสน 18 175 ซม. ภูเก็ต ลูกเกด
เกรซ, ณัฐธยาน์ บุญชมไพศาล 22 173 ซม. กรุงเทพมหานคร มาช่า/คริส ชนะเลิศ

ข้อมูลการออกอากาศ[แก้]

ตอนที่ 1 : Casting[แก้]

ออกอากาศ 4 กุมภาพันธ์ 2560

โปสเตอร์โปรโมทรายการในตอนที่ 1 - 7
โปสเตอร์โปรโมทรายการในตอนที่ 1 - 7

ในช่วงแรก พิธีกร ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกมาทั้งหมด 50 คนและได้ให้ทุกคนเริ่มการถ่ายภาพหน้าธรรมชาติโดย สุรชัย แสงสุวรรณ บรรณาธิการแฟชั่นและช่างภาพแฟชั่นนิตยสารลอฟฟีเซียล ไทยแลนด์ เพื่อที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป ขณะนั้นเมนเทอร์ทั้งสามคนในซีซันนี้คือ บี ลูกเกด และ มาช่า ได้กล่าวทักทายกันและรอผู้เข้าแข่งขันมาถ่ายภาพเพื่อตัดสิน ในระหว่างที่ผู้เข้าแข่งขันเข้ามาถ่ายภาพ เมนเทอร์ทั้งสามก็ได้มีการซักถามกับผู้เข้าแข่งขันต่าง ๆ นานา. อุ้ม ได้บอกว่าแต่งงานกับแฟนที่เป็นผู้หญิงและยังคบกันอยู่. มะลิ ที่ ลูกเกด บอกว่าทำให้นึกถึงลิลลี่ใน ซีซัน 2 คือเดินแบบได้อย่างเดียว. เทีย ได้บอกเหตุผลที่เข้ามาแข่งเพื่อที่จะได้รับการฝึกฝนจากเมนเทอร์ทั้งสามคน. ทับทิม และโช ได้ผ่านเข้ารอบ 50 คนในรอบคัดเลือกอีกครั้งหลังจากพลาดโอกาสไปใน ซีซัน 2 ซึ่ง ลูกเกด ได้ยกให้ มาช่า เป็นคนตัดสินใจ และ มาช่า ได้ให้ โช เข้ารอบต่อไป แต่ บี ได้ให้ ทับทิม เข้ารอบต่อไปอีกคน. วิกกี้, เมนเทอร์ดูแล้วรู้สึกว่าผอมเกินไป. จูลี่, ลูกเกด ได้บอกว่าลุคเดียวกับ เจสซี่ จาก ซีซัน 2. แองจี้, เมนเทอร์ทุกคนต่างลงความเห็นว่าตาไม่เท่ากันและอาจทำงานยากในวงการนางแบบ โดยเฉพาะ ลูกเกด ได้ลงความเห็นว่าเด็กเกินไปที่จะมาแข่งขัน. บุ้งกี๋ ได้บอกว่าเป็นครูสอนดนตรี และ มาช่า ได้ขอให้เธอร้องเพลงให้ฟัง. นุ่น ได้บอกว่าเคยเข้าประกวดและได้ถ่ายแบบกับ บี แต่ไม่ได้ถ่ายแบบคู่กัน. เจสซี่, ลูกเกด บอกว่าเวลาไม้ยิ้มดูหน้าบึ้งและได้บอกให้ยิ้มให้ดู. ใบหม่อน ได้บอกเมนเทอร์ว่ากลัวกะเทย บี ได้บอกว่าถ้าไม่เปลี่ยนทัศนคติก็ทำงานในวงการไม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของ ลูกเกด. อาลีน่า อยากเข้าวงการเพื่อตามหาพ่อที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่เกิด. บลอสซั่ม ตีตี้ และ ฮาน่า ที่เข้ามาเป็นกลุ่มสุดท้าย เมนเทอร์ได้ถามว่าเป็นหญิงแท้หรือผู้หญิงข้ามเพศ มีเพียงแค่ ตีตี้ เท่านั้นที่บอกว่าเป็นหญิงแท้. บลอสซั่ม ได้บอกเหตุผลที่เข้ามาแข่งขันว่าอยากเป็นเดอะเฟซคนแรกที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศ. ฮาน่า, ลูกเกด บอกว่าลุคเหมือนยู่ยี่. ในรอบนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบต่อไป 35 คน โดยที่ ซีย์ ซอส แพม ฟิลเลอร์ แก้มก้น วิกกี้ แองจี้ ใบหม่อน และตีตี้ ไม่ผ่านรอบนี้

ในรอบที่สอง เป็นการเดินแบบโดยปิดบังใบหน้าของผู้เข้าแข่งขัน. จูลี่ เสียการทรงตัวเล็กน้อยเนื่องจากเป็นไข้แต่ก็ผ่านเข้ารอบต่อไป. เพลงขวัญ, ลูกเกด บอกว่าเดินแบบเหมือนเธอ. เทีย เดินแบบไม่ประทับใจ ลูกเกด แต่ บี และมาช่า ได้ให้ผ่านเข้ารอบต่อไป. และเป็นอีกครั้งของ โช ที่ไม่ผ่านการเดินแบบ. คริสติน, ลูกเกด ได้บอกว่าผอมมากและดูไม่มีเรี่ยวแรงในการเดินแบบ. ในรอบนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบต่อไป 23 คน โดยที่ อุ้ม มิ้นท์ ตวง เซีย เบิร์ด ไมค์ เน็ท โช และคริสติน ไม่ผ่านรอบนี้

ในรอบที่สาม เป็นการแต่งหน้าเพื่อให้เมนเทอร์เลือกเข้าทีม เมื่อถึงคิวของ ฮาน่า ก่อนที่เมนเทอร์จะเลือก ลูกเกด ได้ถามทางรายการว่าผู้หญิงข้ามเพศจะมีโอกาสเท่าเทียมกับผู้เข้าแข่งขันหญิงที่จะได้รางวัลหรือเปล่า จนกระทั่ง เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ได้มาบอกว่ามีสิทธิ์เท่ากันเนื่องจากฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรกที่ได้รับสมัครผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาแข่งขันในรายการ หลังจากนั้นเมนเทอร์ก็ได้เลือกกันต่อ. มะลิ หลังจากที่ไม่ถูกเลือกก็เกิดความสงสัยว่าทำไมไม่มีใครเลือกเธอทั้ง ๆ ที่เธอได้แสดงความมั่นใจออกมาให้ได้เห็น. จูลี่ เป็นคนเดียวที่เมนเทอร์ทั้งสามคนยกโมเดลลิ่งบุ๊คเพื่อเลือกเธอ และเธอก็ได้เลือกเข้าทีมของมาช่า ในขณะที่ลูกเกดได้พูดว่า จูลี่ เลือกเข้าผิดทีม ถ้าไม่ได้เลือกทีมลูกเกดก็น่าจะเลือกทีมบี. บลอสซั่ม ที่ได้อยู่ทีมบี ลูกเกด บอกว่าถึงจะสวยแต่เสียงของเธอคืออุปสรรค. ทับทิม ได้เข้ารอบสิบห้าคนสุดท้ายดังที่หวังเอาไว้และได้ขอบคุณบีที่ให้โอกาสเธอ. โบ เจสซี่ ไอซ์ มะลิ แคท แซนดี้ คุกกี้ และบิวตี้ ต้องกลับบ้านไปเพราะไม่ผ่านรอบนี้

การเลือกเข้าทีม
ลำดับ ผู้เข้าแข่งขัน อายุ การเลือกของเมนเทอร์และผู้เข้าแข่งขัน
ลูกเกด บี มาช่า
1 โบ 22
2 เจสซี่ 16
3 ไอซ์ 21
4 ฮาน่า 25
5 มิ้นท์ 22
6 เม็ดพลอย 19
7 เทีย 20
8 บุ้งกี๋ 26
9 เพลงขวัญ 18
10 มาญ่า 22
11 มะลิ 16
12 ข้าว 27
13 จูลี่ 22
14 เกรซ 22
15 แคท 18
16 บลอสซั่ม 25
17 ฟ้า 22
18 ทับทิม 23 ลูกทีมเต็ม
19 แซนดี้ 16
20 คุกกี้ 21
21 บิวตี้ 25
22 สกาย 21
23 ปริม 22 ลูกทีมเต็ม
เมนเทอร์เลือกลูกทีม
     ผู้เข้าแข่งขันตกรอบเพราะเมนเทอร์ไม่เลือก
     เมนเทอร์ที่ผู้เข้าแข่งขันเข้าร่วมทีมโดยอัตโนมัติ
     เมนเทอร์ที่ผู้เข้าแข่งขันตัดสินใจเลือกเข้าทีม
  • ทีมบี :เทีย, ข้าว, บลอสซั่ม, ทับทิม และ สกาย
  • ทีมลูกเกด :ฮาน่า, มิ้นท์, เม็ดพลอย, เพลงขวัญ และ ฟ้า
  • ทีมมาช่า :บุ้งกี๋, มาญ่า, จูลี่, เกรซ และ ปริม
  • ช่างถ่ายภาพ: สุรชัย แสงสุวรรณ (ปุย)
  • แขกรับเชิญพิเศษ: ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก (เต้)

ตอนที่ 2 : Opposite Attraction[แก้]

ออกอากาศ 11 กุมภาพันธ์ 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ นักแสดงและพรีเซนเตอร์ของ เมย์เบลลีน มาเป็นเมนเทอร์พิเศษในช่วงนี้ โดย เจนี่ ได้มาสอนการสื่อสารทางด้านอารมณ์หรือ อินเนอร์ โดยครั้งนี้จะเน้นไปทางอารมณ์รัก บททดสอบคือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องแสดงบทบาทใน TVC ล่าสุดของเธอ[7] ในเวลา 30 วินาที ในช่วงเวลานั้น มิ้นท์ ไม่มีสมาธิจนทำพลาด และถูก เจนี่ ตำหนิ ผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ บุ้งกี๋ ซึ่งได้รับกิ๊ฟเซ็ตจาก เมย์เบลลีน เป็นรางวัล

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: บุ้งกี๋ ระชา
  • เมนเทอร์รับเชิญ: เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์
  • นายแบบรับเชิญ: นาวิน บราวเนลล์

ช่วงแคมเปญ ในสัปดาห์นี้คือ การแสดงแบบในการแต่งตัวเป็นผู้ชาย โดยมี กุลวิทย์ เลาสุขศรี เป็นกรรมการตัดสิน และ จ๊อด ธาดา วาริช เป็นช่างภาพ บุ้งกี๋ ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมลูกเกดได้ถ่ายภาพเป็นทีมแรก ตามด้วยทีมบี และทีมมาช่า แต่ละทีมจะมีเวลา 15 นาทีในการถ่ายภาพ โดย 10 นาทีหลังจากนั้นเมนเทอร์ของแต่ละทีมจะเข้ามาควบคุมได้ หลังจากนั้นเมนเทอร์ของแต่ละทีมได้ไปถามแนวคิดในการถ่ายภาพจาก ฟอร์ด และ จ๊อด และได้ไปพบกับลูกทีมของตัวเองเพื่อกำหนดแนวทางในการแข่งขัน เมื่อถึงเวลาถ่ายภาพ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ได้แต่งหญิงเข้าฉากกับลูกทีมแต่ละทีม ทีมลูกเกดที่เริ่มเป็นทีมแรก การถ่ายภาพเป็นไปด้วยความยุ่งยาก นอกจาก ฮาน่า ที่ทำได้ดีที่สุดในทีม ลูกทีมเกือบทั้งหมดยังขาดประสบการณ์ และ ลูกเกด แสดงความตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา เมื่อเวลาผ่านไป 5 นาที ลูกเกดก็ได้ย้ายของประกอบฉากบางส่วนและกำหนดท่าทางให้ลูกทีมของตัวเอง เพลงขวัญ ไม่สามารถแสดงอารมณ์ความเป็นผู้ชายออกมาได้ ทีมบีเป็นทีมที่สอง เทีย ได้ขอย้ายโต๊ะกับเก้าอื้ออก ซึ่งทำได้ในเวลาถ่ายภาพและกินเวลานานพอสมควรถึงจะได้ถ่ายภาพ เมื่อ 5 นาทีผ่านไป บีก็ได้ย้ายของประกอบฉากอีกครั้งและได้บอกลูกทีมให้ทำตามที่เธอบอก รูปที่ได้ถึงจะไม่ดีที่สุดแต่องค์ประกอบโดยรวมค่อนข้างดี ทีมมาช่าเป็นทีมสุดท้ายที่ถ่ายภาพ ใน 10 นาทีให้หลัง มาช่าได้ย้ายของบางส่วนและให้ลูกทีมแสดงความรู้สึกและมองแค่ เต้ คนเดียวโดยไม่ต้องมองที่กล้อง ภาพที่ออกมาสามารถเล่าเรื่องได้ แต่องค์ประกอบยังค่อนข้างรก มาญ่า ลูกเกดบอกว่าแสดงความมั่นใจออกมามากเกินไป และทีมที่ชนะในแคมเปญนี้คือทีมของบีซึ่งภาพของทีมบีในแคมเปญนี้จะได้ลงในอินสตาแกรมของ โว้ก ประเทศไทย และยังได้ตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-สมุย จาก บางกอกแอร์เวย์ พร้อมแพ็กเกจห้องพัก โรงแรมดับเบิ้ลยูรีทรีท สมุย เป็นรางวัล

  • ช่างถ่ายภาพ: ธาดา วาริช (จ๊อด)
  • แขกรับเชิญพิเศษ: พลัฏฐ์ เจริญไทยทวี (ไทม์) Interior Designer, กุลวิทย์ เลาสุขศรี (ฟอร์ด), ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก (เต้)

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก มาช่า ได้เลือก บุ้งกี๋ ส่วนลูกเกด ได้ให้ ฮาน่า ตัดสินใจว่าจะส่งใครไป ซึ่ง ฮาน่า ได้เลือก เพลงขวัญ ให้ไปพบบีที่ห้องคัดออก เพลงขวัญ ได้บอกเหตุผลที่อยากอยู่ต่อว่า ที่มาแข่งขันเพื่อแม่ที่กำลังป่วย ประกอบกับการที่อายุยังน้อยและไม่มีประสบการณ์จึงยังไม่อยากถูกคัดออก บุ้งกี้ ได้บอกว่า มั่นใจในศักยภาพของตัวเองและจะทำให้ดีกว่านี้เพราะครั้งนี้แสดงความมั่นใจในการถ่ายภาพได้ไม่ดีพอ บี ได้บอก บุ้งกี๋ ว่า ที่จริงแล้ว บุ้งกี๋ ทำได้ดีที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ มาช่า ส่งเข้ามา และได้บอกกับ เพลงขวัญ ว่า ลูกเกด คิดถูกที่ส่งมาเพราะเป็นคนที่อ่อนที่สุด ไม่มีพลัง ไม่มีความมั่นใจ และได้เปรียบเทียบ เพลงขวัญ กับ ลิลลี่ จาก ซีซัน 2 ว่า ลิลลี่ อายุแค่สิบสี่แต่เก่งกว่ามาก และเป็นคนที่รู้เป้าหมายของตัวเอง อย่างไรก็ตาม บี ก็ได้เลือก บุ้งกี๋ ให้ออกจากเดอะเฟซ เป็นคนแรก โดยบอกกับลูกเกดภายหลังว่า ที่เก็บ เพลงขวัญ เอาไว้เพราะว่าอ่อนที่สุด และได้บอกกับ มาช่า ว่า ที่จริงแล้ว บุ้งกี๋ ทำได้ดีที่สุดในทีม แต่นั่นคือความผิดพลาดของ มาช่า ที่เลือกให้ไปพบเธอ บี จึงได้เลือก บุ้งกี๋ ออกไป

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมบี
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: บุ้งกี๋ ระชา และ เพลงขวัญ นัตยา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: บุ้งกี๋ ระชา

ตอนที่ 3 : Red Carpet Catwalk with Toyota Camry[แก้]

ออกอากาศ 18 กุมภาพันธ์ 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เมนเทอร์ลูกเกด และ หรั่ง พรเทพ หวันปาเต๊ะ เทรซาเม่ แฮร์สเปเชียลลิสต์ และผู้อำนวยการร้านทำผม The Lounge Hair Salon ได้มาสอนเรื่องการเลือกทรงผมและสีผมให้เข้ากับบุคลิกของตัวเอง โดย ลูกเกด ได้ยกตัวอย่างทรงผมที่เธอได้ทำตั้งแต่ฤดูกาลแรกเป็นตัวอย่างให้ดู และ หรั่ง ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกทรงผมและสีผมให้เหมาะกับตัวเอง บททดสอบคือ ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเลือกทรงผมที่คิดว่าเข้ากับตัวเอง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 30 ทรง และเลือกซ้ำกันไม่ได้ แต่ละคนก็ได้รับคำวิจารณ์ที่แตกต่างกันไป บลอสซั่ม เป็นผู้ชนะในช่วงนี้ ซึ่ง ลูกเกด ได้ให้เหตุผลว่า บลอสซั่ม กล้าเลือกทรงผมสั้นโดยที่ไม่กลัวว่าจะดูเหมือนผู้ชาย และยังเข้ากับหน้าของเธออีกด้วย และ ลูกเกด ได้บอกว่า ทุกคนจะได้รับการแปลงโฉมที่ร้านทำผม The Lounge Hair Salon

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: บลอสซั่ม ชนัญชิดา
  • แขกรับเชิญ: พรเทพ หวันปาเต๊ะ (หรั่ง)

ช่วงแคมเปญ ก่อนที่จะถึงช่วงนี้ ลูกเกด ได้พาลูกทีมไปแปลงโฉม ซึ่งแคมเปญในสัปดาห์นี้คือ การเดินแบบบนพรมแดงโดยมีรถยนต์ โตโยต้า แครมรี แต่ละรุ่น พามาส่งถึงทางเดิน โดยมี ตือ สมบัษร ถิระสาโรช เป็นกรรมการตัดสินและเป็นคนให้โจทย์ บลอสซั่ม ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมของมาช่าเดินเป็นทีมแรก ทีมบีเป็นทีมที่สอง และทีมลูกเกดเป็นทีมที่สาม โดยแต่ละทีมได้โจทย์ ดังนี้

ทีม รถ โจทย์
มาช่า แครมรี รุ่น 2.5 จี ซอฟท์ เอลิแกนต์
บี แครมรี รุ่น 2.0 จี เอกซ์ทรีโม ปราดเปรียว
ลูกเกด แครมรี รุ่น ไฮบริด อาว็อง-การ์ด

ซึ่งแต่ละคนในจะมีเวลาในการเดินสองนาทีครึ่ง หลังจากนั้น แต่ละทีมได้ไปเตรียมตัวเพื่อแข่งขัน และเมนเทอร์แต่ละทีมก็ได้มาหาลูกทีม ข้าว ได้บอก บี ว่า รองเท้าข้างหนึ่งหลวม และฝ่ายเสื้อผ้าไม่ยอมเปลี่ยนให้ บี จึงได้ระบายอารมณ์ออกมาด้วยความโกรธ ลูกเกด ได้ให้ มิ้นท์ กับ ฟ้า เปลี่ยนชุดกัน เพื่อให้ ฟ้า เดินเป็นคนสุดท้ายเนื่องจากชุดที่ยาวมาก ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน มีมี่ มิลิน ยุวจรัสกุล เจ้าของห้องเสื้อ Milin และ และ ฌอน ชวนล ไคสิริ เจ้าของห้องเสื้อ Poem มาเป็นกรราการตัดสิน เมื่อเริ่มการแข่งขัน ทีมมาช่าที่เริ่มเป็นทีมแรก ลูกทีมได้ตีโจทย์ผิดกันทั้งหมด โดยเฉพาะ มาญ่า ที่โพสต์ท่ายกแขนและประสานมือเหนือศีรษะ พอทีมมาช่าเดินจบ ได้มีการถกเถียงเรื่องแคมเปญระหว่าง ตือ และ บี กับลูกเกด อยู่ช่วงหนึ่ง ทีมบีเดินเป็นทีมที่สอง สกาย ได้รับคำชมจาก ตือ แต่เดินแบบเร็วเกินไปจนต้องยืนโพสต์ท่ารอรถที่กำลังจะมา ข้าว เดินแบบไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถมาถึง ทับทิม ถูกติว่าไม่มีความรู้สึกแสดงออกมาทางสีหน้า เทีย เหยียบรองเท้าไปติดกับกระโปรง เธอจึงดึงออกแล้วเดินต่อ บลอสซั่ม เดินสะดุดเพราะรองเท้าหลวมไป ตือ บอกให้ บลอสซั่ม ถอดรองเท้าออกแต่เธอก็เดินต่อไปทำให้ได้ใจหลายคนไปเต็ม ๆ ช่วงจบ ทีมบีทุกคนก็ได้ไปยืนโพสต์กับรถ และ เทีย ได้ยื่นตัวออกจากรถตอนรถขับออก ซึ่ง มีมี่ ได้ชมว่าเป็นช่วงที่น่าจดจำมาก ทีมลูกเกดเดินเป็นทีมสุดท้าย ฮาน่า โพสต์ท่าเยอะเกินจนเหมือนเต้นแอโรบิก และยืนรอรถโดยไม่ได้โพสต์ท่า เม็ดพลอย ล้มตรงบันไดตอนเดินกลับจนต้องมีคนช่วยพยุงให้ลุกขึ้น ตอนจบทุกคนลืมโพสต์ที่รถ ซึ่งสาเหตุมาจากที่ ฮาน่า ขึ้นรถไปเป็นคนแรก แต่ก็ได้รับคำชมจาก ฌอน ว่า มีการแสดงสีหน้าที่ลงตัวและกำหนดเวลาเดินได้ดี และเป็นอีกครั้งของทีมบีที่ชนะแคมเปญในครั้งนี้

  • แขกรับเชิญพิเศษ: สมบัษร ถิระสาโรช (ตือ), มิลิน ยุวจรัสกุล (มีมี่) , ชวนล ไคสิริ (ฌอน)

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก มาช่า ได้เลือก มาญ่า และ ลูกเกด ได้ส่ง ฮาน่า ไปพบบี เพราะฮาน่าเป็นคนที่ทำให้ทีมล่ม เนื่องจากฮาน่าเป็นคนพาคนในทีมขึ้นรถ แล้วทำให้ไม่ได้โพสต์กับรถ ในห้องคัดออก ( Elimination Room ) มาญ่า ได้ยอมรับว่าเธอทำผิดพลาดที่สุดในทีม บี บอกว่าเธอดูเยอะเกินไป มาญ่า เลยบอกว่าก่อนเข้ามาแข่งนึกว่าตัวเองเป็นมะเร็งเลยอยากจะสู้ และคิดว่าตัวเธอเองเก่งสุดในทีม ถ้ากล้าพอก็ต้องกล้าสู้กับเธอและ มาช่า บี จึงบอก มาญ่า ว่าเธออ่อนที่สุดในทีม ในทีมของ มาช่า มีคนที่เก่งที่สุดแต่ไม่ใช่เธอ ใน Uncut Version มาญ่า ได้อธิบายต่อว่าเธอมีอินเนอร์ ไม่ได้หมายถึงเก่งในเรื่องเดินแบบหรือถ่ายภาพนิ่ง บี จึงบอกว่า ต้องรู้จุดของตัวเองให้มากกว่านี้ หลังจากนั้น บี จึงได้บอกกับ ฮาน่า ว่า การที่เป็นสาวประเภทสองแล้วมาแข่งขันในรายการเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและเธอดูเยอะเกินไปตั้งแต่เข้ามาในรายการ ฮาน่า ได้บอกว่าเธอทิ้งโอกาสที่จะไปทำงานต่างประเทศเพื่อมาสมัครแข่งขันรายการนี้ อีกทั้งมาเป็นตัวแทนของสาวประเภทสองในรายการ ซึ่งการเป็นนางแบบคือความฝันของเธอ และได้บอกอีกว่าจะปรับปรุงตัวเองและทำผลงานให้ดีกว่านี้ ผลการตัดสินใจของบี คือ ได้เลือกให้ ฮาน่า ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่สอง ใน Uncut Version ก่อนที่จะออกจากห้องดำ บีได้บอก ฮาน่า ว่า ให้ลดความมั่นใจที่เยอะเกินไปให้อยู่ในจุดที่พอดีซึ่งทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเธอคือผู้หญิงที่สวยและมั่นใจคนหนึ่ง

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมบี
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: มาญ่า วันวิสา และ ฮาน่า ณธฉัตร
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: ฮาน่า ณธฉัตร

ตอนที่ 4 : Photo Shoot Crème Body Wash[แก้]

ออกอากาศ 25 กุมภาพันธ์ 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เมนเทอร์บี ได้มาสอนเรื่องการนำเสนอสินค้าโดยที่ไม่มีตัวสินค้าให้เห็นและต้องใช้ประสาทสัมผัสแสดงออกให้ทุกคนรู้ว่ากำลังนำเสนอสินค้านั้นอยู่ และ ทัศนพร เอกพงศ์พิสิฐ มาเป็นแขกรับเชิญในช่วงนี้ บททดสอบคือ การนำเสนอสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มโดยที่ต้องแสดงความมั่นใจให้เห็นว่าชุดที่ใส่นั้นหอมและไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งต้องถ่ายใกล้เตาปิ้งย่างร่วมกับนายแบบในเซ็ต โดยกำหนดเวลาไว้คนละ 1 นาที ในระหว่างนั้น บี ได้แนะนำสาว ๆ ในระหว่างทำบททดสอบไปด้วย หลังจากนั้นก็ได้เลือกภาพที่ดีที่สุดมาสามภาพ คือ ภาพของ บลอสซั่ม เกรซ และฟ้า ผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ เกรซ โดยได้รับบัตรอาหารเย็นที่เวอร์ติโก้ แอนด์ มูนบาร์ ในโรงแรมบันยันทรี เป็นรางวัล ซึ่งเกรซ ได้เลือก ปริม เป็นเพื่อนร่วมรับรางวัล และยังได้รับผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มไฮยีนไปใช้ตลอดปี อีกทั้งรูปของเธอจะได้ไปลงในนิตยสาร DONT อีกด้วย

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: เกรซ ณัฐธยาน์
  • แขกรับเชิญ: ทัศนพร เอกพงศ์พิสิฐ
  • ช่างถ่ายภาพ: คณชัย เบญจรงคกุล (คิด)
  • นายแบบรับเชิญ: Niko Georgiev

ช่วงแคมเปญในสัปดาห์นี้คือ การถ่ายภาพกรุ๊ปช็อตในอ่างสกุชชี่ที่มีครีมอยู่ พร้อมกับผลิตภัณฑ์ Namu Life SnailWhite Crème Body Wash โดยมี พีท ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ และ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ นักแสดงและพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ มาเป็นกรรมการตัดสิน เกรซ ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมบีเริ่มเป็นทีมแรก ทีมมาช่าเป็นทีมที่สอง และทีมลูกเกดเป็นทีมที่สาม แต่ละทีมมีเวลา 15 นาทีในการถ่ายภาพ โดย 10 นาทีหลังจากนั้นเมนเทอร์ของแต่ละทีมจะเข้ามาควบคุมได้ และตลอดเวลาการถ่ายภาพจะไม่มีการเปลี่ยนน้ำในอ่าง โดยมี ใหญ่ อมาตย์ นิมิตภาคย์ เป็นช่างภาพในแคมเปญนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไปถามแนวคิดในการถ่ายภาพจาก พีท และ ใหญ่ เองทั้งหมด หลังจากนั้น เมนเทอร์ของแต่ละทีมได้มาพบปะกับลูกทีมและได้ถามถึงแนวคิดที่ได้รับ เมื่อถึงเวลาถ่ายภาพ ทีมบีเริ่มเป็นทีมแรก เมื่อห้านาทีผ่านไป บี ได้มากำกับลูกทีม และได้ให้ บลอสซั่ม โพสต์ท่าหันหลังและทำท่าผ่อนคลาย ซึ่ง บลอสซั่ม ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ทีมมาช่าเริ่มเป็นทีมที่สอง ในช่วงแรกได้โพสต์ท่าบนขอบอ่างโดยไม่ถอดชุดคลุมออก และได้ถอดชุดคลุมลงอ่าง หลังจากนั้น มาช่า ได้ให้ลูกทีมทำท่าให้สนุกกับการอาบน้ำ ทีมลูกเกดเริ่มเป็นทีมสุดท้าย และเป็นทีมเดียวที่ลูกทีมรวบผม และได้โพสต์ท่าเองจนกระทั่ง ลูกเกด เข้ามาควบคุมให้ดีขึ้น จนกระทั่งได้ภาพที่ดีที่สุดในช่วงหลัง เมื่อการแข่งขันได้สิ้นสุดลง ทีมบี ได้รับคำชมจาก ใหม่ ว่า ภาพสามารถเล่าเรื่องราวได้ดี แต่ พีท ได้บอกว่า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ยังไม่ชัดเจน ทีมมาช่า ได้รับคำชมถึงความหลากหลาย แม้จะเป็นภาพนิ่งแต่ให้ความรู้สึกว่ากำลังเคลื่อนไหว แต่ละคนมีความสดใสและมีความรู้สึกกับผลิตภัณฑ์ ทีมลูกเกด ใหญ่ บอกว่า มีรูปที่ดีให้เลือกเยอะมาก แต่ได้เลือกภาพที่โชว์ผลิตภัณฑ์ ซึ่ง พีท บอกว่า นำเสนอได้ชัดเจนแต่อยากให้เป็นธรรมชาติมากกว่านี้ และผลการตัดสินของกรรมการได้ให้ทีมมาช่าชนะแคมเปญในครั้งนี้ ซึ่ง ลูกเกด ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินในครั้งนี้และได้หาเหตุผลต่าง ๆ นานา มาพูดแย้งในภายหลัง

  • ช่างถ่ายภาพ: อมาตย์ นิมิตภาคย์ (ใหญ่)
  • แขกรับเชิญพิเศษ:: ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ (พีท), และ ดาวิกา โฮร์เน่ (ใหม่)

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก บี ได้เลือก บลอสซั่ม เนื่องจากตลอดเวลาที่แข่งขันยังไม่เป็นตัวของตัวเอง และ ลูกเกด ได้ส่ง เม็ดพลอย ไปพบ มาช่า บลอสซั่ม ได้บอกเหตุผลกับ มาช่า ว่า เป็นเพราะเธอเองยังไม่ค้นพบตัวเองและได้ขอโอกาสให้ได้อยู่ต่อเพราะเธอเป็นสาวประเภทสองที่ยังแข่งขันในตอนนี้ แต่ มาช่า บอกว่าเป็นความผิดของ บี ในช่วงแคมเปญที่ให้โพสต์ท่าหันหลังและผ่อนคลายซึ่งเป็นสิ่งที่ทำยากมากแม้กระทั่งตัวของ มาช่า ก็ยังไม่สามารถทำได้ เม็ดพลอย ได้บอกว่า ที่เข้ามาเพราะ ลูกเกด รู้ว่า บี ต้องส่ง บลอสซั่ม เข้ามาในห้องคัดออกและเชื่อว่า มาช่า ไม่กล้าคัดออก และเชื่อว่าเธอมีความสามารถมากกว่า บลอสซั่ม เนื่องจากเธอได้เข้าวงการมาตั้งแต่อายุสิบสี่ มาช่า ได้บอกว่า เห็นใจและเข้าใจถึงความพยายามของทั้งสองคน แต่ก็ต้องคัดคนใดคนหนึ่งออก และการที่เข้ามาเป็นสิบห้าคนสุดท้ายถือว่าโชคดีกว่าอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ถึงรอบนี้ สุดท้ายแล้ว มาช่า ได้ให้โอกาส บลอสซั่ม อีกครั้ง และได้เลือก เม็ดพลอย ให้ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่สาม หลังจากการคัดออกสิ้นสุดลง ทางรายการได้ให้เมนเทอร์มารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจับฉลากเลือกสีผมให้กับลูกทีม แต่ยังไม่ทันได้เลือก ก็เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง ลูกเกด กับ มาช่า กับการที่ลูกทีมของเธอถูก มาช่า คัดออก เนื่องจาก ลูกเกด คิดว่า มาช่า มีอคติในตัวเธอ

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมมาช่า
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: บลอสซั่ม ชนัญชิดา และ เม็ดพลอย ภูริชญา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: เม็ดพลอย ภูริชญา

ตอนที่ 5 : Smoke Bomb Fashion Video[แก้]

ออกอากาศ 4 มีนาคม 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ มาเป็นเมนเทอร์พิเศษในช่วงนี้ ได้มาสอนการแอคติ้ง โดยการแต่งหน้าเพื่อดึงเอาจุดเด่นบนใบหน้ามาใช้ในการถ่ายแบบ หลังจากนั้น พิธีกรได้บอกข่าวดีกับผู้เข้าแข่งขันว่า ผู้ชนะเดอะเฟซในฤดูกาลนี้ จะได้รับรางวัลพิเศษจาก เมย์เบลลีน คือ การได้ไปร่วมงาน นิวยอร์ก แฟชั่นวีค ที่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บททดสอบคือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องถ่ายสื่อโฆษณาผลิตภันฑ์ของ Maybelline ในเวลา 1 นาที ข้าว ได้รับคำชมจาก เจนี่ ในขณะที่คนอื่นถูกวิจารณ์ว่าไม่มีอินเนอร์ ไม่ได้แสดงตัวตนออกมาอย่างชัดเจน หลังจากการแข่งมาสเตอร์คลาสสิ้นสุดลง เจนี ได้บอกทุกคนว่า ให้ตั้งใจมากกว่านี้เพราะโอกาสไม่ได้มีบ่อย และผู้ที่ทำได้ดีที่สุดคือ ข้าว ซึ่งได้รับกิ๊ฟเซ็ตจาก Maybelline เป็นรางวัล และได้ไปร่วมงานถ่ายโฟโต้ชู้ตกับ Maybelline อีกด้วย

ช่วงแคมเปญ ในสัปดาห์นี้คือ การถ่าย Fashion Video โดยการพรีเซนต์ผมจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของ เทรซาเม่ โดยมีอุปกรณ์คือ Smoke Bomb หรือระเบิดควัน ลูกทีมของแต่ละทีมที่ได้เปลี่ยนสีผม ดังนี้

ทีม ลูกทีม สีผมที่ได้
มาช่า มาญ่า ม่วงอ่อน
บี สกาย แดงอมชมพู
ลูกเกด ฟ้า น้ำตาลบลอนด์

ทีมมาช่าให้ลูกทีมถือ Smoke Bomb ทั้งหมด จึงทำให้ควันเยอะมาก จนกรรมการและเมนเทอร์ต้องเดินออกจากบริเวณนั้นจึงถูกวิจารณ์ว่าควันเยอะเกินไปจนทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่ต้องพรีเซนต์นั่นก็คือผม ทีมลูกเกด เพลงขวัญ ทำได้ดี ส่วน มิ้นท์ แรก ๆ ทำได้ไม่ค่อยดีแต่หลัง ๆ ก็เริ่มทำได้โอเค ส่วนทีมบี มีแค่ สกาย ข้าว และเทีย ที่ได้ทำแคมเปญ ส่วน ทับทิม และ บลอสซั่ม ต้องเป็นคนถือ Smoke Bomb ซึ่งทั้งสองคนไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงไม่ได้ทำแคมเปญ ช็อตแรกเปิดตัวที่สกายซึ่งทำออกมาได้โดดเด่นมาก แต่เมื่อข้าวและเทียเข้ามา บีให้ข้าวและเทียวิ่งรอบตัวสกายจึงทำให้โดนวิจารณ์ว่าเหมือนหนังแขก และในช่วงท้ายก้ได้ให้บลอสซั่มและทับทิมเข้ามาในการถ่ายวีดีโอด้วยช่วงเวลาตัดสิน ทีมลูกเกดก็ได้รับชัยชนะไป

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก มาช่า ได้ส่ง มาญ่า ไปเป็นครั้งที่สอง ส่วนทีมบี ได้ให้ บลอสซั่ม และ ทับทิม ได้พูดระบายความในใจถึงเรื่องที่ทั้งสองไม่ได้รับเลือกให้ทำแคมเปญ ซึ่ง บี พูดถึงเหตุผลให้ทั้งสองฟัง และได้เลือก ทับทิม ไปพบ ลูกเกด ทับทิม ได้บอก ลูกเกด ว่า ถ้าเธอได้รับโอกาสอีกครั้งเธอจะทำให้ดีกว่านี้ แต่ ลูกเกด ได้บอกเธอว่า คงไม่พร้อมที่จะเป็น เดอะเฟซ ส่วน มาญ่า ได้บอกกับ ลูกเกด ว่า ถึงเธอจะไม่ได้เก่งที่สุด แต่เธอมีอินเนอร์และพร้อมที่จะสู้ และยังบอกด้วยว่า เธอเชื่อในการตัดสินใจของ ลูกเกด ว่าจะให้โอกาสเธออีกครั้ง ลูกเกด จึง ไปพบ มาช่า ที่ห้องรอ และได้ยื่นข้อเสนอให้ มาช่า ถอนตัวออกจากรายการเพื่อรักษาลูกทีมเอาไว้ หลังจากนั้นก็มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น บี พยายามห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล มาช่า ยืนยันว่าจะอยู่เป็นเมนเทอร์ต่อไป ลูกเกด จึงกลับไปที่ห้องคัดออกอีกครั้งเพื่อเลือกมาญ่าให้ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่สี่ และพา ทับทิม กลับมาหา บี พร้อมกับบอกว่าเธอจะคัดลูกทีมของ มาช่า ออกทุกครั้งเมื่อเธอชนะแคมเปญและมีโอกาสคัดลูกทีมของทีมอื่นออก

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมลูกเกด
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: ทับทิม ภรัณยา และ มาญ่า วันวิสา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: มาญ่า วันวิสา

ตอนที่ 6 : Rainy Catwalk[แก้]

ออกอากาศ 11 มีนาคม 2560

ช่วง มาสเตอร์คลาส เมนเทอร์ลูกเกด ได้มาเป็นเมนเทอร์ที่สอนเรื่องการถ่าย Fashion Video โดยให้จับกลุ่ม 3-4 คน แล้วออกมาแสดง Fashion Video ตาม Theme ที่ได้รับจากเมนเทอร์ และเมนเทอร์จะคอยกำกับ ให้คำแนะนำ และบอกจุดบกพร่อง โดยบททดสอบใน มาสเตอร์คลาส เป็นการถ่าย Fashion Video ให้กับผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ Shokubutsu Monogatari โดยแบ่งผู้เข้าแข่งขันเป็น 3 ทีมโดยทีมงาน โดยทีมที่ 1 คือ ปริม มิ้นท์ และ ทับทิม ทีมที่ 2 คือ เทีย ข้าว ฟ้า และ จูลี่ และ ทีมที่ 3 คือ เพลงขวัญ สกาย บลอสซั่ม และ เกรซ โดยผู้ชนะมาสเตอร์คลาสคือ ทีมที่ 3 ซึ่งเลือกโดยเมนเทอร์ และให้เลือก 1 คนที่โดดเด่นที่สุดในการถ่ายวีดีโอโฆษณาดังกล่าว และผู้ชนะก็คือ เพลงขวัญ จากทีมลูกเกด

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: เพลงขวัญ นัตยา
  • แขกรับเชิญ: ณิศรา ไตรโรจน์

ช่วง แคมเปญ ในสัปดาห์นี้คือ Rainy Catwalk คือการเดินแบบกลางฝน สำหรับสินค้า GUESS โดยจุดประสงค์ของลูกค้าคือ ต้องการ Fashion Catwalk ซึ่งไม่ซ้ำจำเจ ดึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และ ได้ Look "GUESS Girls" ซึ่งมีแขกรับเชิญคือ ซาบีน่า (อจิรภา ไมซิงเกอร์) และ ติช่า (กันติชา ชุมมะ) ผู้ที่ชนะ The Face Thailand Season 1 และ 2 ตามลำดับ ได้มาเป็นแขกรับเชิญในช่วงนี้ โดยมีนายแบบ ร่ม และเสื้อกันฝน ซึ่งการเดินแบบในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือช่วงช้า กับ ช่วงเร็ว โดยใช้เพลงเป็นตัวกำหนดช่วง โดยเพลงที่ใช้ในช่วงช้าคือ "Rain" ของ Madonna ส่วนในช่วงเร็วใช้เพลง "It's Raining Men" ของ Geri Halliwell ทีมมาช่าได้เริ่มเป็นทีมแรกโดยทีมมาช่าเลือกที่จะไม่เอานายแบบมาร่วมในการเดินแบบครั้งนี้ ปริม ลูกค้าบอกว่ามีความเซ็กซี่คล้ายกับผู้หญิงของ GUESS แต่ก็ยังไม่ค่อยสุด ทีมลูกเกดใช้ทั้งนายแบบ ร่ม และ เสื้อกันฝน โดยเมื่อเดินออกมาแล้วลูกค้าบอกว่ามีความน่าสนใจทำให้อยากติดตามต่อ ส่วนทีมบี ไม่ใช้เสื้อกันฝน โดยให้คนปิดตรงกลางคือ เทีย แต่ลูกเกดบอกว่าควรจะเป็นสกายมากกว่าเพราะมีไหวพริบดี และทีมลูกเกด ก็ได้คว้าชัยชนะไป

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก พิม ซอนย่า คูลลิ่ง ได้มาทำหน้าที่แทนลูกเกดที่ไม่สามารถมาในช่วงนี้ได้ โดย พิม ได้ไปแจ้งผลการแข่งขันให้ลูกทีมของ ลูกเกด ให้ทราบ ในระหว่างนั้น บี ได้เลือก เทีย และ มาช่า ได้เลือกส่ง ปริม ไปที่ห้องคัดออก โดยทั้งสองแปลกใจเล็กน้อยที่เห็น พิม แทนที่จะเป็น ลูกเกด ซึ่ง พิม ได้อธิบายถึงเหตุผลที่มาทำหน้าที่แทน ลูกเกด เทีย ได้บอกว่า เธอมีความสามารถแต่กลัวทำพลาดเลยทำผลงานออกมาได้ไม่ดี ปริม ได้บอกเหตุผลที่อยากอยู่ต่อไปว่า เธอมีความสามารถมากกว่าการเดินแบบ และยังบอกอีกว่า ที่ทุกคนเข้ามาแข่งขันเพราะทุกคนต้องการเป็นเดอะเฟซ พิม ได้บอกว่า เธอได้ดูผลงานของทั้งสองคนแล้ว และชม ปริม ว่า เธอเดินสวยมาก ตอบโจทย์ที่ทุกคนต้องการ และทำได้ดีที่สุดในทีม แต่ก็ไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ มาช่า ส่งเธอเข้ามา และบอกกับ เทีย ว่า บี ตัดสินใจถูกที่ส่งมาเพราะเธอทำได้แย่ที่สุด โดยเฉพาะช่วงฟินาเล่ ที่ เทีย หันหลังให้คนดู แต่แล้ว พิม ได้บอกว่า เธอมีหน้าที่ตัดสินตามคำสั่งของ ลูกเกด เท่านั้น และ ลูกเกดได้สั่งมาว่า ไม่ว่า มาช่า จะส่งใครมา คนนั้นถูกตัดออก นั่นหมายความว่า ปริม ต้องออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่ห้า พิม ได้พูดทิ้งท้ายว่า ถ้าเป็นเธอจะตัดสินอีกแบบ หลังจากนั้นได้ไปพบเมนเทอร์ทั้งสองและลูกทีมทั้งสามทีมที่อยู่ในห้องรอ ซึ่งเธอบอกว่ามาทำหน้าที่แทน ลูกเกด เนื่องจากติดภารกิจไม่สามารถมาในตอนนี้ได้ พิม ได้บอก มาช่า ว่า ถ้าเป็นเธอ เธอจะเก็บ ปริม เอาไว้เพราะ ปริม ทำได้ดีที่สุด หลังจากนั้นได้ให้ดู VTR ที่ ลูกเกด ได้บันทึกไว้ล่วงหน้าให้ทุกคนได้ดู

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมลูกเกด
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: เทีย เทีย ลี่ และ ปริม กรวรรณ
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: ปริม กรวรรณ
  • แขกรับเชิญพิเศษ: ซอนย่า คูลลิ่ง (พิม)

ตอนที่ 7 : Make New York Angels Happen[แก้]

ออกอากาศ 18 มีนาคม 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เมนเทอร์มาช่า ได้มาสอนเรื่อง การโพสต์ท่าถ่ายภาพในพื้นที่ที่จำกัด ซึ่ง มาช่า ได้ให้พิธีกรโพสต์ท่าให้ดูเป็นตัวอย่างและได้อธิบายถึงข้อระวังในการโพสต์ท่าในพื้นที่ที่มีความแคบ บททดสอบคือ การโพสต์ท่าถ่ายภาพบนรถยนต์โตโยต้าแครมรี รุ่น ไฮบริด โดยทุกคนมีเวลา 1 นาทีในการถ่ายภาพ หลังจากนั้นก็ได้เลือกภาพที่ดีที่สุดมาสามภาพ คือ ภาพของ สกาย เกรซ และบลอสซั่ม และ มาช่า ได้เลือกภาพของ เกรซ เป็นภาพที่ดีที่สุด

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: เกรซ ณัฐธยาน์

ช่วงแคมเปญในสัปดาห์นี้คือ การถ่ายแฟชั่นวิดีโอ "Make New York Angels Happen" ด้วยแนวคิด Hot Angels และ Posh Angels พร้อมกับการพรีเซนต์ผลิตภัณฑ์ของ Maybelline ซึ่งมีความยาว 1 นาที โดย เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ และ เบลล่า ราณี แคมเปน ได้มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษและเป็นกรรมการตัดสินในช่วงนี้ ซึ่งแต่ละทีมมีเวลา 15 นาทีในการถ่ายทำ เกรซ ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมลูกเกดเริ่มเป็นทีมแรก ทีมมาช่าเป็นทีมที่สอง และทีมบีเป็นทีมที่สาม หลังจากนั้นลูกทีมของแต่ละทีมได้ไปพบกับเมนเทอร์ของตนและได้มีการวางแผนฝึกซ้อมกัน เมื่อถึงเวลาถ่ายทำ ลูกทีมของทีมลูกเกดประสบปัญหาที่แตกต่างกันไป ฟ้า ยังทำออกมาได้ไม่เต็มที่ มิ้นท์ มีพัฒนาการที่แย่ลงกว่าเดิม เกรซ ลูกทีมของมาช่า ทำได้ดีและโดดเด่นที่สุด ในขณะที่ จูลี่ ลูกเกดได้บอกว่าทำผลงานได้แย่ที่สุด ทีมบีมั่นใจว่าการมีลูกทีมเยอะกว่าทีมอื่นเป็นข้อได้เปรียบ กลับสร้างปํญหาบางอย่างในทีม โดยเฉพาะบทพูดที่มีการพูดแยกคำจนไม่ต่อเนื่องเป็นประโยค สกาย ได้พูดประโยคผิดจากบทที่มี เทีย ลูกเกดได้บอกว่าเป็นดาวเด่นของทีมในแคมเปญ เมื่อการแข่งขันได้สิ้นสุดลง เบลล่า ได้บอกกับ ลูกเกด ว่า ชอบการเคลื่อนไหวในห้องแต่งตัว แต่ มิ้นท์ แสดงความมั่นใจมากเกินไปจนอาจเกิดความสับสนในคาแรคเตอร์ของตัวเอง เจนี่ ได้บอก มาช่า ว่า เป็นความโชคดีที่มีสูกทีมสองคน ซึ่งแต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แต่ก็ถูกติในเรื่องการเดินเข้ามาในฉากจบที่ไม่พร้อมกันทั้ง ๆ ที่ควรจะพร้อมเพรียงกันมากกว่านี้ และได้บอกกับ บี ว่า ลูกทีมดูไลฟ์ลี่แต่นั่นก็ทำให้คาแรคเตอร์ของแต่ละคนไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินของ เจนี่ และ เบลล่า ได้ให้ ทีมมาช่า เป็นทีมชนะแคมเปญในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังได้รับ Exclusive Maybelline Make It Happen Box เป็นรางวัล และทีมที่ชนะยังได้ไปร่วมรายการ "Make Up My way" ร่วมกับ ติช่า - กันติชา ชุมมะ ด้วย

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก ลูกเกดได้บอกกับลูกทีมว่าฤดูกาลนี้ลูกทีมของเธอดูแย่ที่สุดจากฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มา ทุกคนในทีมไม่มีความตั้งใจ ไม่มีพลัง และได้ถามลูกทีมว่าทำไมถึงอยากอยู่ต่อ เมื่อฟังคำตอบของลูกทีมแล้วจึงได้เลือก มิ้นท์ ให้เข้าไปในห้องคัดออก ส่วนทีมบีได้เลือกส่ง ทับทิม เป็นครั้งที่สอง มิ้นท์ ได้บอกกับ มาช่า ว่า เธอรู้ดีว่าเธออ่อนที่สุดในทีมแต่ก็พยายามพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด และถ้าได้อยู่ต่อจะพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ ทับทิม ได้บอกว่า เธอไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมทีมถึงได้แพ้แต่ก็ต้องยอมรับกับผลการตัดสิน เมื่อ มาช่า ถามถึงแคมเปญที่ผ่านมาตั้งแต่ Smoke Bomb ทับทิมได้บอกว่าในแคมเปญ Smoke Bomb เธอตั้งใจมากเพื่อให้ควันที่เธอจุดออกมาดูสวยที่สุดและไม่ให้ควันบังหน้าของสกาย ส่วนการเดินแบบกลางสายฝนคู่กับนายแบบ เธอบอกว่านายแบบไม่ให้โดนตัวเพราะจะรู้สึกจั๊กจี้ แต่ก็ได้บอกว่าได้ทำเต็มที่แล้ว และ บี ได้ฝากมาบอกว่า บี ไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ และถ้า ทับทิม ถูกตัดออก ก็ยินดีที่จะยอมรับในการตัดสิน มาช่า ได้บอกทั้งสองคนว่า เธอเห็นถึงความตั้งใจของแต่ละคนเพราะการเป็นเมนเทอร์ในความคิดของเธอจะไม่ใช่แต่อารมณ์ในการตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ มาช่า ใช้เหตุผล เมนเทอร์คนอื่นมักใช้อารมณ์เป็นหลัก ซึ่งก็มองไม่เห็นว่าจะใช้เหตุผลไปเพื่ออะไร และด้วยเหตุผลนี้ มาช่า ก็ได้เลือก มิ้นท์ ให้ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่หก ทำให้ทีมของลูกเกดและทีมของมาช่าเหลือลูกทีมอยู่ทีมละสองคน ในขณะที่ทีมบียังมีลูกทีมอยู่ครบทั้งห้าคน

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมมาช่า
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: ทับทิม ภรัณยา และ มิ้นท์ พุทธิดา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: มิ้นท์ พุทธิดา

ตอนที่ 8 : SnailWhite Winter Runway[แก้]

ออกอากาศ 25 มีนาคม 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส บี ได้มาสอนมาสเตอร์คลาสการเดินแบบช้าพรีเซนต์ TV SAMSUNG HD Curve โดย มีแขกรับเชิญคือ"แก้วธิดา แก้วอำพร"ตัวแทนจาก SAMSUNG โดยให้สาวๆครีเอทการพรีเซนต์เองได้ตามสบาย โดยผู้ที่เดินได้ดีที่สุดสามคนคือ สกาย ข้าว และเกรซ และผู้ที่ทำได้ดีที่สุดก็คือ สกาย และได้รับของรางวัลคือ Samsung Curve Full HD TV 49 นิ้ว

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสนี้ประจำสัปดาห์: สกาย มาเรีย

ช่วงแคมเปญ ในสัปดาห์นี้คือ เป็นการเดินแบบบนรันเวย์ที่เป็นเลขแปด เพื่อพรีเซนต์ครีมบำรุงผิว Snailwhite Body Booster โดยมี เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และ เคธี่ พัฒนปราการ มาเป็นกรรมการในการตัดสิน โดย สกาย ผู้ชนะมาสเตอร์คลาส ได้เลือกลำดับในการเดิน โดยทีมแรกคือทีมมาช่า ทีมที่สองคือทีมบี และทีมสุดท้ายคือทีมลูกเกด หลังจากนั้น ขุน ก็ได้เชิญ ลูกเกด และบีออกมา แล้วบอกกับทุกคนว่า บทบาทและหน้าที่เมนเทอร์ของ มาช่า ในรายการได้สิ้นสุดลงแล้ว และก็ได้แนะนำเมนเทอร์ที่มาทำหน้าที่แทนคือ คริส หอวัง ซึ่ง เกรซ และจูลี่ ลูกทีมที่เหลืออยู่ของทีมมาช่า ก็จะตกเป็นลูกทีมของทีมคริสทันที

  • เมนเทอร์ที่ถอนตัว: มาช่า วัฒนพานิช
  • เมนเทอร์ที่มาทำหน้าที่แทน: คริส หอวัง

หลังจากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปพบกับเมนเทอร์ของตนเอง โดยในระหว่างซ้อม จูลี่ ทรงตัวไม่ได้ในการเดิน เดินเซตลอดเวลา จึงถูก คริส ต่อว่าจนร้องไห้ออกมา เมื่อถึงเวลาการแข่งขัน ได้มีกรรมการพิเศษอีก 1 คนคือ ตือ สมบัษร ถิระสาโรช โดยทีมแรกคือทีมคริส โดยจูลี่ เดินไม่ดี ทรงตัวไม่ค่อยอยู่ จนตือได้ต่อว่า ว่าเดินไม่ดี และเกรซ ได้รับคำชมว่าเดินดี ดูแพงมาก แต่ทั้งสองคนก็เดินช้ามากจนน่าเบื่อ ทีมบีเดินเป็นทีมที่สอง โดยคนที่ทำได้ดีคือ ทับทิมและบลอสซัม โดยข้าวเป็นคนที่อ่อนที่สุด เพราะเดินเร็วเกินไปจนเกือบชนทับทิม ส่วนเทีย โดนติเรื่องหน้าแข็ง สกายโดนติว่าดูเป็นพริตตี้มากเกินไป ฟินนาเล่ของทีมบีได้รับคำชมว่าสวยมาก แต่คนเยอะเกินไปจนมันดูสับสนไปหมด ทีมสุดท้ายคือทีมลูกเกด เพลงขวัญได้รับคำชมว่าเดินดี แต่โดนติเรื่องการถือเสื้อ ส่วนฟ้าโดนชมว่าเดินดีมาก มาถึงในตอนตัดสิน กรรมการก็ได้ตัดสินให้ ทีมลูกเกด เป็นทีมที่ชนะในแคมเปญครั้งนี้

  • แขกรับเชิญพิเศษ สมบัษร ถิระสาโรช (ตือ) , เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และ เคธี่ พัฒนปราการ

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก คริสได้เลือก จูลี่ เข้าห้องคัดออกเป็นครั้งแรก และ บีได้เลือก ข้าว เข้าห้องคัดออกเป็นครั้งแรกเช่นกัน ซึ่งทั้งสองคนเป็นจุดอ่อนของทีมในสัปดาห์นี้ ในห้องคัดออก จูลี่ได้บอกว่า เธอรู้สึกเคว้งที่เสียเมนเทอร์มาช่าไป จนทำแคมเปญออกมาได้ไม่ดี และข้าวได้บอกกับลูกเกดว่า เพราะเดินเร็วไปทำให้เป็นจุดอ่อนของทีม ลูกเกดก็ได้ถามทั้งสองคนว่าดีกว่าคนอื่นอย่างไร ข้าวก็ได้ตอบว่า ข้าวมีความมั่นใจและแข็งกว่าจูลี่ และได้บอกว่าหลายๆครั้งที่ทีมมาช่าแพ้ควรจะเป็นจูลี่ที่เข้ามาในห้องคัดออก และจูลี่ก็ได้ตอบว่า ไม่เคยเอาตัวเองไปเทียบกับใคร เราทำตัวเราเองให้ดีที่สุด และลูกเกดก็ได้เลือก ข้าว ให้ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่เจ็ด โดยลูกเกดได้บอกกับ จูลี่ ว่า ถ้าเจอกันในห้องคัดออกอีกครั้ง จูลี่ จะถูกตัดออก หลังจากการคัดออกได้มีการปะทะคารมกันระหว่าง บี และลูกเกด กับคริส

ช่วงท้ายรายการ พิธีกร ได้ประกาศกติกาพิเศษ โดยให้เมนเทอร์เลือกลูกทีมที่ตกรอบไปแล้วกลับมาในการแข่งขันได้ทีมละ 1 คน

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมลูกเกด
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: จูลี่ วิลาวรรณ และ ข้าว จุฑารัตน์
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: ข้าว จุฑารัตน์

ตอนที่ 9 : Morning after[แก้]

ออกอากาศ 1 เมษายน 2560

ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว พิธีกร ได้บอกกติกาพิเศษ คือ เมนเทอร์ทุกทีมสามารถเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้วกลับมาได้ทีมละ 1 คน แต่ บี ไม่เห็นด้วยกับกติกานี้เนื่องจากคิดว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ คริส และไม่ยุติธรรมกับผู้เข้าแข่งขันที่ยังอยู่ในรายการ จึงได้สละสิทธิ์ในการเลือก หลังจากนั้นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้วได้กลับมาอีกครั้งเพื่อให้เมนเทอร์เลือกเข้าทีม ซึ่ง คริส ได้เลือก ฮาน่า เข้าร่วมทีม ส่วน ลูกเกด ได้เลือก มิ้นท์ กลับเข้าทีมอีกครั้ง

  • ผู้ที่ได้กลับมาอยู่ในทีมใหม่: ฮาน่า ณธฉัตร
  • ผู้ที่ได้กลับมาอยู่ในทีมเดิม: มิ้นท์ พุทธิดา

ช่วงมาสเตอร์คลาส หมอเคท แพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เจ้าของ ของขวัญคลินิก และ โอ๋ จรรยาพร ทองไทย ได้มาสอนเรื่องการแต่งตัวให้เหมาะสมกับบุคลิก บททดสอบคือ เลือกเครื่องประดับชิ้นไหนก็ได้ที่คิดว่าเหมาะสมกับโจทย์ที่ได้มาและถูกใจแขกรับเชิญ โดยมีเวลา 3 นาที และได้แบ่งออกเป็น 4 ทีม ดังนี้

ผู้เข้าแข่งขัน โจทย์
ทับทิม, ฮาน่า หรูหรา (Luxury)
เทีย, เพลงขวัญ สาวทำงาน (Working)
บลอสซั่ม, จูลี่, ฟ้า ชุดกลางวัน (Day Dress)
มิ้นท์, เกรซ, สกาย ปาร์ตี้กลางคืน (Party Night Out)

ตัวอักษรหนาคือผู้ที่เลือกเครื่องประดับได้เหมาะสมและถูกใจแขกรับเชิญ หลังจากนั้นได้เลือกให้ จูลี่ เป็นผู้ชนะในช่วงนี้ ซึ่งจะได้รับบัตรกำนัลเงินสดเพื่อใช้บริการทำศัลยกรรมมูลค่า 100,000 บาทเป็นรางวัล นอกจากนี้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนยังได้รับบุฟเฟ่ต์ทำศัลยกรรมไม่จำกัดตลอดปีคนละ 150,000 บาทเป็นรางวัลอีกด้วย

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: จูลี่ วิลาวรรณ
  • แขกรับเชิญ: พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ (หมอเคท), จรรยาพร ทองไทย (โอ๋)

ช่วงแคมเปญในสัปดาห์นี้คือ การถ่ายภาพร่วมกับนายแบบชาย ด้วยแนวคิด "Morning After" โดยแต่ละทีมมีเวลา 15 นาที กุ๊ก วรพักตร์ บรรเลงจิต เป็นแขกรับเชิญ และ ณัฐ ประกอบสันติสุข เป็นช่างถ่ายภาพในช่วงนี้ จูลี่ ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมลูกเกดเริ่มเป็นทีมแรก ทีมคริสเป็นทีมที่สอง และทีมบีเป็นทีมที่สาม หลังจากนั้นเมนเทอร์ได้ไปพบผู้เข้าแข่งขันเพื่อเตรียมตัวเริ่มแคมเปญ โดยเฉพาะทีมคริส ที่ ฮาน่า ได้ช่วยสอนคนในทีมไปด้วย เมื่อถึงเวลาแข่งขัน พีช พชร จิราธิวัฒน์ ได้มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษในช่วงนี้ด้วย ทีมลูกเกดที่เริ่มเป็นทีมแรก ลูกทีมโพสต์ท่าติดเซ็กซี่มากเกินไป ทีมคริส มี เกรซ ที่โดดเด่นที่สุด ทีมบี ได้มีการร่างภาพการโพสต์ท่าให้ ณัฐ ดูเพื่อให้ลูกทีมโพสต์ตามที่กำหนดเอาไว้ เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ทีมลูกเกด ณัฐ บอกว่า เน้นอารมณ์มากกว่าเส้นผม ทีมคริส กุ๊ก ได้บอกว่า ผมของ เกรซ เรียงสวย ในขณะที่ จูลี่ และ ฮาน่า มีจุดบกพร่องตรงผม โดยเฉพาะ ฮาน่า ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทีมบี แต่ละภาพที่ได้มีจุดบกพร่องที่แตกต่างกันไป หลังจากนั้น กุ๊ก ได้เลือกภาพของ เกรซ ให้เป็นภาพที่ดีที่สุด นั่นทำให้ทีมคริสชนะแคมเปญในครั้งนี้

  • ช่างถ่ายภาพ: ณัฐ ประกอบสันติสุข
  • นายแบบรับเชิญ: Luis Meza
  • แขกรับเชิญพิเศษ: วรพักตร์ บรรเลงจิต (กุ๊ก), พชร จิราธิวัฒน์ (พีช)

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก ลูกเกด ได้ยอมรับกับลูกทีมว่าเธอตีโจทย์ผิดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ทีมแพ้ ถ้าเป็นไปได้เธอจะเข้าห้องคัดออกแทน แต่แล้ว ลูกเกดก็ตัดสินใจส่ง ฟ้า ไปพบคริส ส่วน บี ได้ส่ง บลอสซั่ม เป็นครั้งที่สอง แม้ ฟ้า และ บลอสซั่ม ได้พูดและแสดงให้เห็นว่ามีพัฒนาการตั้งแต่เริ่มเข้าแข่งขัน แต่ คริส ไม่สามารถตัดสินใจได้โดยได้บอกเหตุผลว่าเธอไม่ได้อยู่ในรายการตั้งแต่ต้น คริส จึงได้ให้เมนเทอร์ของทีมที่แพ้ทั้งสองทีมเข้ามาพูดเพื่อยืนยัน ถ้าเมนเทอร์คนไหนไม่มาจะตัดลูกทีมคนนั้นออก ลูกเกด ได้ตัดสินใจไปพบ คริส ที่ห้องคัดออกเพื่อยืนยันถึงพัฒนาการของ ฟ้า โดยไม่สนใจคำทักท้วงของ บี เมื่อ ลูกเกด ไปพบแล้ว คริส ก็ยังรอให้ บี เข้ามา และเริ่มนับถอยหลัง บี ก็ไม่ได้มาช่วยยืนยันให้ บลอสซั่ม แต่อย่างใด คริส จึงเลือก บลอสซั่ม ให้ออกจากเดอะเฟซเป็นคนที่แปด หลังจากการคัดออก ได้มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นระหว่าง บี กับ คริส โดนเฉพาะ บี ที่ยังไม่เห็นด้วยกับการที่คนที่ถูกคัดออกไปแล้วได้กลับเข้ามาอีกครั้ง

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมคริส
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: บลอสซั่ม ชนัญชิดา และ ฟ้า ภีมสินี
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: บลอสซั่ม ชนัญชิดา

ตอนที่ 10 : Zorb Ball Catwalk[แก้]

ออกอากาศ 8 เมษายน 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส เมนเทอร์คริส และ ปันปัน นาคประเสริฐ ได้สอนเรื่องการเต้นให้ตรงกับจังหวะเพื่อใช้ในการถ่ายแบบ โดย ปันปัน ได้สาธิตการเต้นให้ดูเป็นตัวอย่าง และได้ให้ผู้แข้งแข่งขันได้ฝึกเต้น หลังจากนั้น ณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ ได้มาเป็นแขกรับเขิญในช่วงนี้ บททดสอบคือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเต้นตลอดเวลาใน 1 นาทีโดยใช้เพลง That's my girl ของ Fifth Harmony ในการประกอบการเต้น มิ้นท์ และ ฟ้า ทำได้ไม่ค่อยดี ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ทำได้ดี หลังจากนั้นได้มีการเลือกผู้ที่ทำได้ดีที่สุดมาสามคน คือ จูลี่ เกรซ และ เทีย ซึ่ง จูลี่ เป็นผู้ที่ชนะในช่วงนี้ ซึ่งเธอได้รับเช็คของขวัญมูลค่า 20,000 บาทและกิ๊ฟเซ็ตจากผลิตภัณฑ์ CocoMax เป็นรางวัล

  • ผู้ที่ชนะมาสเตอร์คลาสประจำสัปดาห์: จูลี่ วิลาวรรณ
  • แขกรับเชิญ: ปันปัน นาคประเสริฐ, ณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์

ช่วงแคมเปญ ในสัปดาห์นี้คือ เดินแฟชั่นในลูกบอลใสขนาดใหญ่บนทางเดินขนาดเล็กที่อยู่ในสระว่ายน้ำ ด้วยแนวคิด "Zorb Ball Catwalk" โดยมี หมู อาซาว่า หรือ พลพัฒน์ อัศวะประภา และ อารดา จิรกาญจนากร เป็นกรรมการตัดสิน และได้ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดงและพรีเซนเตอร์ของ ลอรีเอะ เป็นแขกรับเชิญในช่วงนี้ ซึ่ง ญาญ่า ได้แนะนำถึงความมั่นใจให้กับผู้เข้าแข่งขัน จูลี่ ผู้ที่ชนะรางวัลจากช่วงมาสเตอร์คลาสได้เลือกให้ทีมคริสเดินเป็นทีมแรก ทีมลูกเกดเป็นทีมที่สอง และทีมบีเป็นทีมที่สาม โดยลำดับการเลือกจะมีผลต่อการเลือกชุดซึ่งทีมแรกจะได้เลือกชุดก่อน หลังจากนั้น เมนเทอร์ของแต่ละทีมได้ไปถามถึงแนวคิดในการเดินแบบจากกรรมการและได้นำไปบอกให้ลูกทีมได้ทราบ เมื่อถึงข่วงการเดินแบบ เกือบทุกทีมล้วนมีจุดอ่อนของแต่ละทีม ซึ่ง ฮาน่า และ มิ้นท์ ทำได้แย่ที่สุดในทีมของตนเอง และถูก หมู อาซาว่า ตำหนิและวิจารณ์ในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา ฮาน่า ไม่มีความมั่นใจในการเดินแบบซึ่งทำให้เดินช้ากว่าคนในทีม มิ้นท์ เคลื่อนไหวและแสดงสีหน้ามากเกินไปจนถูก หมู อาซาว่า วิจารณ์ว่าเหมือนกำลังดูการแสดงละครลิง เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ทีมคริส กรรมการบอกว่าเดินพอใช้ได้ ทีมลูกเกด ได้รับคำชมที่ให้ ฟ้า เดินแบบบนบกซึ่งเป็นการคิดนอกกรอบ แต่ หมู อาซาว่า บอกว่า ทำให้เห็นจุดด้อยแทนที่จะเห็นจุดเด่น ส่วนทีมบี ได้รับคำชมว่าสามารถดึงเอาความสดใสและตัวตนของแต่ละคนมาพรีเซนต์ตัวผลิตภัณฑ์ได้ดี เพียงแต่ว่าต้องลดความมั่นใจลงอีกนิดหน่อย ซึ่งทำให้ทีมบีชนะแคมเปญในครั้งนี้

เมื่อถึงช่วงเวลาคัดออก ฮาน่า และ มิ้นท์ ได้ถูกส่งมาที่ห้องคัดออกอีกครั้ง และเป็นครั้งที่สองของ ฮาน่า ที่ได้มาพบ บี ในห้องคัดออก ฮาน่า และ มิ้นท์ ได้ยอมรับกับ บี ว่าทำผลงานในครั้งนี้แย่กว่าคนในกลุ่ม บี ได้บอกว่า เมื่อได้โอกาสกลับเข้ามาแข่งขันอีกครั้งควรใช้โอกาสทำผลงานให้ดีกว่านี้ แต่บางครั้งแค่มีความสามารถยังไม่พอ ต้องมีดวงที่โชคดีด้วย บี จึงให้ ฮาน่า กับ มิ้นท์ เป่ายิ้งฉุบ กัน ถ้าใครชนะก็ได้อยู่ต่อ แต่ถ้าใครแพ้ก็ต้องถูกคัดออกจากการแข่งขัน ผลปรากฏว่า มิ้นท์ ชนะ จึงได้อยู่ต่อ ส่วน ฮาน่า แพ้ และนั่นทำให้ ฮาน่า ต้องถูก บี คัดออกจากเดอะเฟซอีกครั้ง

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมบี
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: ฮาน่า ณธฉัตร และ มิ้นท์ พุทธิดา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: ฮาน่า ณธฉัตร

ตอนที่ 11 : Heaven Help You[แก้]

ออกอากาศ 15 เมษายน 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส

ช่วงแคมเปญ

  • ช่างถ่ายภาพ: คณชัย เบญจรงคกุล (คิด)
  • แขกรับเชิญพิเศษ: ภัทรียา ณ นคร

เมื่อถึงเวลาคัดออก

  • ทีมที่ชนะแคมเปญ: ทีมลูกเกด
  • ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาในห้องคัดออก: ทับทิม ภรัณยา และจูลี่ วิลาวรรณ
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: จูลี่ วิลาวรรณ

ตอนที่ 12 : Make New York Happen MV[แก้]

ออกอากาศ 22 เมษายน 2560

ช่วงมาสเตอร์คลาส

ช่วงแคมเปญ

  • ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกเลือกจากเมนเทอร์: เกรซ ณัฐธยาน์, สกาย มาเรีย และ ฟ้า ภีมสินี
  • ผู้ที่ชนะแคมเปญ: เพลงขวัญ นัตยา
  • ผู้เข้าแข่งขันคนที่สี่ที่ถูกเลือกโดยเมนเทอร์จากทีมที่ชนะแคมเปญ: เพลงขวัญ นัตยา
  • ผู้ที่ถูกคัดออก: มิ้นท์ พุทธิดา, ทับทิม ภรัณยา และ เทีย เทีย ลี่
  • แขกรับเชิญพิเศษ: อุรัสยา เสปอร์บันด์ (ญาญ่า)

ตอนที่ 13 : Final Walk[แก้]

ออกอากาศ 29 เมษายน 2560

ช่วง ไฟนัลวอล์ก ถ่ายทอดสดจาก เมืองไทย จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มต้นด้วยการเปิดเวทีโดยการเดินแบบของผู้ผ่านการเข้าทดสอบความสามารถในฤดูกาลนี้ ซึ่งได้ หญิง รฐา โพธิ์งาม ร้องเพลงประกอบ หลังจากจบการเดินแบบ โอปอล ปาณิสรา อารยะสกุล เป็นพิธีกรร่วมกับ ขุน ชานนท์ อักขระชาตะ เริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤกและ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ หลังจากนั้นได้มีการฉายคลิปวีดีโอที่ทางทีมงานได้ตัดต่อใหม่โดยเอาบทพูดของเมนเทอร์แต่ละคนที่ได้พูดเกี่ยวกับลูกทีมของตนในตอนที่ผ่านมามารวมกัน และได้มีการพูดคุยกันกับเมนเทอร์ทั้งสามคน คือ คริส บี และ ลูกเกด ต่อจากนั้นได้มีการฉายช่วงแคมเปญสุดท้ายให้ได้ดูกัน

ช่วง แคมเปญ สุดท้ายนี้ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ได้บอกกับผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนถึงโจทย์ที่ได้รับ คือ การแสดงภาพยนตร์สั้นให้กับ ซัมซุง กาแล็กซี เอส 8 ซึ่งมีทั้งฉากดรามาและโลดโผนร่วมกับผู้เข้าแข่งขันจาก ซีซัน 2 โดยมี อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร เป็นผู้กำกับในครั้งนี้ และ อภิชญา เอื้อสุนทรวัฒนา ได้มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ มาบอกถึงแนวคิดที่ผู้เข้าแข่งขันได้รับและต้องใช้ในการแสดง โดยได้เรียงลำดับและคู่แสดง ดังนี้

ผู้เข้าแข่งขัน คู่
ฟ้า ติช่า
สกาย จีน่า
เกรซ มะปราง
เพลงขวัญ กวาง

หลังจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันก็ได้ไปเตรียมตัวเพื่อทำแคมเปญและเมนเทอร์ของแต่ละทีมได้ไปถามถึงแนวคิดที่จะได้รับกับแขกรับเขิญ ต่อมาเมนเทอร์ก็ได้พาคู่แสดงซึ่งเป็นผู้เข้าแข่งขันจาก ซีซัน 2 มาพบลูกทีมและได้ซ้อมบทดรามา ก่อนที่จะซ้อมบทโลดโผนกับทีมงานฝ่ายโลดโผน โดยแต่ละคนจะมีเวลาถ่ายฉากดรามา 4 นาที และฉากโลดโผน 3 นาที ซึ่งแต่ละคนก็ประสบปัญหาแตกต่างกันไปแต่ก็ผ่านลุล่วงไปด้วยดี

ย้อนกลับมาช่วง ไฟนัลวอล์ก ก่อนที่จะประกาศผล ได้มีการฉายวิดีโอของ อุ๋ย ที่ได้มีการพูดถึงการแสดงในแคมเปญของแต่ละคน ตามด้วยการฉายวิดีโอของ เต๊นท์ กัลป์ กัลย์จาฤก ที่ได้มีการพูดถึงผลงานที่แต่ละคนได้ทำกัน และได้มีการประกาศผลผู้ชนะในช่วงแคมเปญ ซึ่งก็คือ ฟ้า แต่เป็นที่น่าแปลกใจ คือ ไม่มีใครถูกคัดออกในช่วงนี้ นั่นหมายความว่า ผู้เข้ารอบสี่คนสุดท้ายได้เดินรอบ ไฟนัลวอล์ก กันทั้งหมด

จากนั้นเป็นการเดินแบบของผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้วทั้ง 11 คนซึ่งเรียงลำดับจากผู้ที่ออกจากการแข่งขันคนแรกไปจนถึงคนสุดท้าย โดย ซาบิน่า อจิรภา ไมซิงเกอร์ และ ติช่า กันติชา ชุมมะ ผู้ชนะจากฤดูกาลที่ผ่านมาได้มาร่วมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย และวงดนตรี เก็ตสึโนวา (Getsunova) ร้องเพลงประกอบ ต่อด้วยการเดินไฟนัลวอล์กเดี่ยวของสี่คนสุดท้าย ตามด้วยการปรากฏตัวของเมนเทอร์ก่อนที่จะเดินคู่กับลูกทีมของตัวเอง โดยมี มาช่า วัฒนพานิช ร้องเพลง "Music Lover" ประกอบ จากนั้นเป็นการประกาศผลผู้ชนะโดย ติช่า ผู้ชนะจากซีซั่น 2 มาพร้อมกับนายแบบและนักแสดงเกาหลี Cho Min-ho และ Kim Jae-young ซึ่งรอบนี้ เกรซ ทำได้ดีที่สุด และกลายเป็นเดอะเฟซคนที่สามของประเทศไทย

ในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในการมอบช่อดอกไม้ให้แก่เดอะเฟซไทยแลนด์คนที่สามและเมนเทอร์ของผู้ชนะ ตามด้วย เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ที่ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก หลังจากนั้น เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก เดอะเฟซไทยแลนด์คนที่สาม และเมนเทอร์ของผู้ชนะ ได้รับประทานพระอนุญาตฉายพระรูปร่วมกันกับพระองค์

ข้อมูลการแข่งขัน[แก้]

ตารางการคัดออก[แก้]

ผู้เข้าแข่งขัน ตอนที่
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
ผู้ชนะมาสเตอร์คลาส ไม่มี บุ้งกี๋ บลอสซั่ม เกรซ ข้าว เพลงขวัญ เกรซ สกาย จูลี่ จูลี่ มิ้นท์ เทีย ไม่มี
เกรซ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะเลิศ
สกาย ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน เสี่ยง ผ่าน รอง
ชนะเลิศ
ฟ้า ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ชนะ เสี่ยง ผ่าน ชนะ เสี่ยง ชนะ
เพลงขวัญ ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน
ทับทิม ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน เสี่ยง ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ชนะ เสี่ยง ตกรอบ
เทีย ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ตกรอบ
จูลี่ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ชนะ เสี่ยง ชนะ ผ่าน ตกรอบ
บลอสซั่ม ผ่าน ชนะ ชนะ เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ตกรอบ
ข้าว ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ตกรอบ
มิ้นท์ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ชนะ ตกรอบ ผ่าน เสี่ยง ชนะ ตกรอบ
ปริม ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ตกรอบ
มาญ่า ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ชนะ ตกรอบ
เม็ดพลอย ผ่าน ผ่าน ผ่าน ตกรอบ
ฮาน่า ผ่าน ผ่าน ตกรอบ ชนะ ตกรอบ
บุ้งกี๋ ผ่าน ตกรอบ


  ทีมลูกเกด 
  ทีมบี 
  ทีมคริส 
  ทีมมาช่า 

     ทีมที่ชนะแคมเปญประจำสัปดาห์
     ผู้เข้าแข่งขันที่เสี่ยงในการถูกคัดออกจากการแข่งขัน
     ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกประจำสัปดาห์
     ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้ว แต่ได้กลับเข้ามาในการแข่งขันอีกครั้งในภายหลัง
     ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้ว แต่ได้กลับเข้ามาในการแข่งขันอีกครั้งในภายหลัง โดยไม่ได้อยู่ทีมเดิม และทีมที่อยู่ชนะแคมเปญประจำสัปดาห์
     ผู้เข้าแข่งขันที่ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ
     ผู้เข้าแข่งขันที่ได้เป็น "เดอะเฟซ"
  • ตอนที่ 1 เป็นการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเพื่อให้เหลือสิบห้าคนสุดท้าย และแบ่งออกเป็นสามทีม ทีมละห้าคนตามที่เมนเทอร์หรือผู้เข้าแข่งขันได้ตัดสินใจเลือก
  • ตอนที่ 6 พิม ซอนย่า มาทำหน้าที่แทนลูกเกดในช่วงคัดออก เนื่องจากลูกเกดต้องไปทำภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น[ต้องการอ้างอิง]
  • ตอนที่ 8 มาช่า ได้ยุติการทำหน้าที่ในรายการเดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 3 ทำให้ คริส ได้ทำหน้าที่แทนตั้งแต่ตอนที่ 8 เป็นต้นไป[b] และหลังจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือของทีมช่า จึงได้เปลี่ยนเป็นทีมคริส
  • ตอนที่ 9 ทางรายการได้ให้โอกาสผู้แข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้วกลับเข้ามาในการแข่งขันได้อีกครั้ง โดยให้เมนเทอร์แต่ละคนได้เลือกกลับมาได้ทีมละ 1 คน คริส ได้เลือก ฮาน่า เข้าร่วมทีม และ ลูกเกด ได้เลือก มิ้นท์ กลับเข้าทีม ส่วน บี ขอสละสิทธิ์ในการเลือก
  • ตอนที่ 10 ฮาน่า ถูกคัดออกจากรายการเป็นครั้งที่ 2 โดย บี อีกครั้ง
  • ตอนที่ 12 การแข่งขันประจำสัปดาห์นี้ มีการนำกติกาเช่นเดียวกับฤดูกาลที่แล้วมาใช้ นั่นคือการที่เมนเทอร์ทั้ง 3 คนจะต้องเลือกลูกทีมของตัวเองจำนวน 1 คนให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้วจะมีอีก 1 คนที่มาจากการชนะแคมเปญ ซึ่งเมนเทอร์ของทีมที่ชนะสามารถเลือกผู้เข้าแข่งขันคนไหนก็ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อีก 1 คน
  • ตอนที่ 13 ทางรายการได้ให้ผู้เข้าแข่งขัน เดินไฟนัลวอล์กทั้ง 4 คน

แคมเปญ[แก้]

  • ตอนที่ 1 : ถ่ายภาพกลุ่มแบบไม่แต่งหน้า, ทดสอบการเดินแบบ และถ่ายภาพเพื่อคัดเลือกเข้าทีม(รอบคัดเลิอก)
  • ตอนที่ 2 : ถ่ายภาพกลุ่ม โดยแต่งตัว แต่งหน้า แสดงท่าทาง เป็นผู้ชายร่วมกับ เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ด้วยแนวคิด "Opposite Attraction"
  • ตอนที่ 3 : เดินแฟชั่นบนพรมแดงที่ทอดยาว ด้วยแนวคิด "Red Carpet Catwalk with Toyota Camry" 3 รุ่น คือชุดแนว สง่างาม, ปราดเปรียว และล้ำยุค
  • ตอนที่ 4 : ถ่ายภาพกลุ่มในอ่างจาคูซซีที่มีฟองครีมอยู่ ด้วยแนวคิด "Photo Shoot Crème Body Wash" เพื่อนำเสนอให้กับผลิตภัณฑ์ Namu Life SnailWhite Crème Body Wash
  • ตอนที่ 5 : ถ่ายแฟชั่นวิดีโอ ด้วยแนวคิด "Smoke Bomb Fashion Video" เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ TRESemmé พร้อมกับระเบิดควันหลากสี
  • ตอนที่ 6 : เดินแฟชั่นท่ามกลางสายฝน ด้วยแนวคิด "Rainy Catwalk" เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ GUESS
  • ตอนที่ 7 : ถ่ายแฟชั่นวิดีโอ ในรูปแบบของ Hot Angels และ Posh Angels ด้วยแนวคิด "Make New York Angels Happen" ให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Maybelline Newyork
  • ตอนที่ 8 : เดินแฟชั่นบนทางเดินขนาดเล็ก รูปทรงเลข 8 ที่ทอดยาวอยู่บนลานสเกตน้ำแข็ง ด้วยแนวคิด "SnailWhite Winter Runway" นำเสนอผลิตภัณฑ์ของ SnailWhite Body Booster
  • ตอนที่ 9 : ถ่ายภาพร่วมกับนายแบบชาย ด้วยแนวคิด "Morning After" เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ TRESemmé
  • ตอนที่ 10 : เดินแฟชั่นในลูกบอลใสขนาดใหญ่ บนทางเดินขนาดเล็ก ที่อยู่ในสระว่ายน้ำ ด้วยแนวคิด "Zorb Ball Catwalk" นำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Laurier Super Ultra Slim Sweet Sakura
  • ตอนที่ 11 : ถ่ายภาพโดยห้อยตัวอยู่บนสลิง ในระดับตู้คอนเทนเนอร์ 4 ชั้น ด้วยแนวคิด "Heaven Help You" นำเสนอผลิตภัณฑ์ของ "Slin Drink"
  • ตอนที่ 12 : ถ่ายมิวสิกวิดีโอเพลง "MAKE IT HAPPEN" ขับร้องโดย อุรัสยา เสปอร์บันด์ ด้วยแนวคิด "Make New York MV Happen" ให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Maybelline Newyork
  • ตอนที่ 13 : ถ่ายภาพยนตร์สั้น แนวโลดโผน-ชีวิต เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ "Samsung Galaxy S8+" กำกับโดย นนทรีย์ นิมิบุตร

ผู้สนับสนุนรายการ[แก้]

  • Vogue Thailand - Magazine Official Partner
  • Toyota Camry - Exclusive Automobile Partner
  • Maybelline - Make Up Official Partner
  • TRESemmé - Hair Official Partner
  • Samsung
  • Namu Life SnailWhite
  • Bangkok Metro Networks (BMN)
  • Kleenex

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ^  [a] เดิมวันเริ่มออกอากาศคือ 29 ตุลาคม 2559 แต่ด้วยเนื่องจากการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทุกสถานีได้งดออกรายการปกติเป็นเวลา 30 วัน ประกอบกับรายการมีเนื้อหารุนแรงและการใช้ภาษาที่ยังไม่เหมาะที่จะออกอากาศได้ในช่วง 100 วันนับตั้งแต่วันสวรรคต ผู้จัดรายการจึงเห็นตรงกันให้เริ่มออกอากาศในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 แทน
  2. ^  [b] ก่อนที่จะถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 รายการได้ถ่ายทำถึงตอนที่ 7 จนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ทางทีมงานจึงได้หยุดการถ่ายทำรายการเป็นการชั่วคราวจนถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 จึงได้เริ่มถ่ายทำรายการต่อ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว มาช่า วัฒนพานิช ได้ติดภารกิจในการถ่ายทำละครเรื่อง Rock Letter คำรักจากก้อนหิน ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ไม่สามารถกลับมาทำหน้าที่เป็นเมนเทอร์ในรายการได้เช่นเดิม ทางรายการจึงมีความจำเป็นให้ คริส หอวัง มาทำหน้าที่แทนตั้งแต่ตอนที่ 8 เป็นต้นไป

อ้างอิง[แก้]