ข้ามไปเนื้อหา

เจ้าหญิงซะลี่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซะลี่น ซุพะย่า
ฉายาลักษณ์ พระองค์เจ้าหญิงซะลี่น จากหอจดหมายเหตุประวัติศาสตร์พม่า (Myanmar Historical Archive)
ว่าที่สมเด็จพระอัครมเหสีแห่งพระมหากษัตริย์พม่า[1]
ครองราชย์ค.ศ. 1866–1878
ก่อนหน้าพระนางจักราเทวี
พระมหากษัตริย์พม่าพระเจ้ามินดง
เจ้าหญิงแห่งชเวกูและซะลี่น
ครองราชย์ราว ค.ศ. 1853–1878
ผู้สำเร็จราชการพระเจ้ามินดง
ประสูติค.ศ. 1847
พระราชวังอมรปุระ
แม-มโย่มูน
สวรรคตค.ศ. 1879 (31–32 ชันษา)
อารามซะลี่น มัณฑะเลย์
พระรัชกาลนาม
สุศิริมรัตศวรัตนาเทวี
ราชวงศ์โก้นบอง
พระราชบิดาพระเจ้ามินดง
พระราชมารดาลีนป้านมิบะยา
ศาสนาพุทธเถรวาท

สุสีริมรัตศวารัตนาเทวี (พม่า: သုသီရိမြတ်စွာရတနာဒေဝီ, บาลี: Susīrimratsvāratanādevi) หรือที่ขนานนามกันทั่วไปว่า เจ้าหญิงซะลี่น (พม่า: စလင်းမင်းသမီး) หรือ ซะลี่น ซุพะย่า (พม่า: စလင်းစုဖုရား, ออกเสียง: [səlɪ́ɰ̃ sṵpʰəjá]), ดำรงอิสริยยศ ตะบีนไดง์ (ว่าที่สมเด็จพระอัครมเหสีแห่งพระมหากษัตริย์พม่าในรัชกาลถัดไป) ในช่วงปลายของราชวงศ์โก้นบอง[2] ชาวยุโรปออกพระนามว่า "เซลินา โซเฟีย"[3] เป็นพระราชธิดาองค์โปรดของพระเจ้ามินดง ผู้ชำนาญวิชาคณิตศาสตร์ และทรงดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมธนารักษ์ (เทียบเท่ากระทรวงการคลังของอังกฤษ) ในรัชกาลของพระเจ้ามินดง

พระประวัติ

[แก้]
อารามซะลี่น, มัณฑะเลย์ในปี ค.ศ. 1903

เจ้าหญิงซะลี่นประสูติในปี ค.ศ. 1847 เป็นราชบุตรีของพระเจ้ามินดง และลีนป้านมิบะยา ณ พระราชวังอมรปุระ ในราชธานีเดิม นครอมรปุระของพม่าในขณะนั้น[4] นามแรกประสูติที่ได้รับพระราชทานคือ แม-มโย่มูน (မယ်မျိုးမွန်) [5] เชื่อกันว่าพระนางเป็นพระราชมารดาของพระเจ้ามินดงกลับชาติมาประสูติอีกครั้ง พระนางได้รับการอุปถัมภ์ดูแลจากพระมเหสีตำหนักเหนือ คือ พระนางมเยาะน่านดอ พระเชษฐภคินีต่างชนนีของลีนป้านมิบะยา[6] เมื่อพระเจ้ามินดงทรงปราบดาภิเษกเสวยราชสมบัติ เจ้าหญิงซะลี่นทรงได้รับกัลปนาเมืองชเวกู และต่อมาคือเมืองซะลี่นพร้อมด้วยราชทินนามราชทาน คือ สิริรัตนาเทวี และราชอิสริยยศ ซุพะย่า

พระนางได้รับการสถาปนาและวางองค์เป็น ตะบีนไดง์ (พระชายาเอกแห่งมกุฎราชกุมาร, အိမ်ရှေ့ထိပ်ထား မိဖုရား), ภายหลังการลอบปลงพระชนม์มกุฎราชกุมารเจ้าชายกะนอง ในปี ค.ศ. 1866 โดยทรงได้รับเลือกให้ทรงพระยศว่าที่สมเด็จพระอัครมเหสีแห่งพระมหากษัตริย์พม่าในรัชกาลถัดไป[2]

ถึงแม้ทรงได้รับการสถาปนาและกำหนดวางองค์เป็นว่าที่สมเด็จพระอัครมเหสีแห่งพระมหากษัตริย์พม่าในรัชกาลถัดไป แต่พระนางโปรดปรานชีวิตทางธรรมมากกว่า ดังจะเห็นได้จากอารามซะลี่น ณ มัณฑะเลย์ อันได้ทรงศรัทธาปสาทะอุทิศไว้ในพระบวรศาสนา[7] อย่างไรก็ตามสุดท้าย เจ้าหญิงซะลี่นมิได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีแห่งพระมหากษัตริย์พม่าในรัชกาลถัดไป เนื่องจากพระเจ้าสีป่อทรงราชาภิเษกสมรสและสถาปนาพระนางศุภยาลัตเป็นพระอัครมเหสี และขนิษฐาของนางคือ พระนางศุภยาจีเป็นพระมเหสี

ว่ากันว่าพระนางทรงออกบวชเป็นชีทันทีหลังการพระราชพิธีพระบรมศพของพระเจ้ามินดงเสร็จสิ้นและได้รับการฝังพระบรมศพแล้ว[2] พระนางสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1879 สิริพระชนม์มายุ 33 ชันษา ว่ากันว่าทรงถูกสำเร็จโทษด้วยอุบายพระนางศุภยาลัต[8]

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย

[แก้]

พระนางได้รับการดัดแปลงเป็นตัวละครนามว่า เจ้านางทองพญา ในละครโทรทัศน์เรื่อง เพลิงพระนาง

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ Taṅʻ (Takkasuilʻ.), Cinʻ (2005). Sī po bhu raṅʻ nhaṅʻʹ Cu Phu Rā ̋latʻ (ภาษาพม่า). Ññoṇʻ ramʻ ̋Cā ʾupʻ tuikʻ.
  2. 1 2 3 Cocks, Samuel William (1919). A Short History of Burma (ภาษาอังกฤษ). Macmillan and Company, limited.
  3. ↑ Foucar, Emile Charles Victor (1946). They Reigned in Mandalay (ภาษาอังกฤษ). D. Dobson.
  4. ↑ White, Herbert Thirkell (2011). Burma (ภาษาอังกฤษ). Cambridge University Press. ISBN 978-1-107-60067-6.
  5. ↑ Foucar, Emile Charles Vicor (1963). Mandalay the Golden (ภาษาอังกฤษ). D. Dobson.
  6. ↑ Geary, Grattan (1886). Burma, After the Conquest: Viewed in Its Political, Social, and Commercial Aspects, from Mandalay (ภาษาอังกฤษ). S. Low, Marston, Searle, & Rivington.
  7. ↑ Amended List of Ancient Monuments in Burma (ภาษาอังกฤษ). Superintendent, Government Print. and Staty., Union of Burma. 1960.
  8. ↑ https://www.silpa-mag.com/history/article_42546
  9. ↑ https://www.dek-d.com/board/view/3730589

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ซะลี่น ซุพะย่า