พระนางศุภยาจี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระนางศุภยาจี
စုဖုရားကြီး
Queen Supayagyi.jpg
พระราชินีพม่า
ระหว่าง30 ตุลาคม พ.ศ. 2421 – 12 เมษายน พ.ศ. 2422
ก่อนหน้าพระนางสิริปวรมหาราชินทารตนาเทวี
ถัดไปพระนางศุภยาลัต
คู่อภิเษกพระเจ้าธีบอ
ราชวงศ์โก้นบอง
พระราชบิดาพระเจ้ามินดง
พระราชมารดาพระนางอเลนันดอ
ประสูติพ.ศ. 2397
มัณฑะเลย์ พม่า
สวรรคต25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2455 (พระชนมายุ 57 ปี)
มิงกุน บริติชพม่า
ฝังพระศพย่างกุ้ง พม่า
ศาสนาพุทธ

พระนางศุภยาจี (พม่า: စုဖုရားကြီး; พ.ศ. 2397 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455) เป็นพระอัครมเหสีในพระเจ้าธีบอ พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โก้นบอง

พระนางศุภยาจี พระราชสมภพในปีพ.ศ. 2397[1] พระนามเดิมว่า อไท้ซุ พญาจี ( ထိပ်စုဖုရားကြီး ) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสามพระองค์ของพระเจ้ามินดงและพระนางอเลนันดอ พระองค์เป็นพระเชษฐภคินีในพระนางศุภยาลัตและพระนางศุภยาเล แฮโรลด์ ฟีลดิ้ง ฮอลล์ บรรยายว่า เจ้าหญิงศุภยาจี ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย พร้อมที่จะทำตามคำสั่ง ต่อมาพระนางอเลนันดอได้จัดการให้พระเจ้าธีบอได้ครองบัลลังค์ แล้วจึงได้เสนอให้ อไท้ซุ พญาจี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ เป็นพระราชินี เมื่อเจ้าหญิงศุภยาลัตทรงทราบว่าพระเจ้าธีบออภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงศุภยาจี เจ้าหญิงศุภยาลัต ทรงเขียนจดหมายถึงพระเจ้าธีบอ และเสด็จไปเข้าเฝ้า ทรงมุ่งตรงไปยังที่ประทับของกษัตริย์และพำนักที่นั่น แม้ว่าพระชนนีจะทรงรับสั่งอย่างไร เหล่าเสนาบดีทูลทัดทานอย่างไร ก็ไม่เป็นผล พระองค์จึงรับพระนางไว้ เหตุการณ์ที่น้องสาวแย่งสิทธิครอบครองจากพี่สาว และสถาปนาตัวเองเป็นราชินีถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัชสมัยก่อนหน้านี้ และเป็นการฝ่าฝืนประเพณีโบราณ

พระราชวังสีป่อในรัตนคีรี สถานที่ที่พระนางศุภยาจี และพระราชวงศ์ถูกเนรเทศ

รัชสมัยของพระราชวงศ์กินเวลาเพียงเจ็ดปี เมื่อพระเจ้าธีบอพ่ายแพ้ในสงครามอังกฤษ–พม่าครั้งที่สามและถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยอังกฤษในปีพ.ศ. 2428 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428 เหล่าพระราชวงศ์ทรงถูกเชิญออกจากพระราชวังมัณฑะเลย์ผ่านประตูทางทิศใต้ของเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ ตามถนนที่เรียงรายไปด้วยทหารอังกฤษและอาสาสมัครที่ร่ำไห้ไปยังแม่น้ำอิระวดีที่ซึ่งเรือกลไฟรอคอยอยู่ พระนางศุภยาจีและพระราชชนนีถูกส่งไปทวาย)[2] พระองค์สวรรคตในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 ในเมืองมิงกุนหลังจากพระชนนีของพระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2443 พระศพถูกฝังไว้ทางตอนใต้ของเจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้งในปัจจุบัน[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. Shah, Sudha (2012-06-14). The King In Exile : The Fall Of The Royal Family Of Burma (ภาษาอังกฤษ). Harper Collins. ISBN 9789350295984.
  2. "Forty Years in Burma, by John Ebenezer Marks". anglicanhistory.org. สืบค้นเมื่อ 2018-10-04.
  3. "Not the right time to repatriate King Thibaw, says descendant". The Myanmar Times (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-10-04.