ข้ามไปเนื้อหา

อินทุรัตนา บริพัตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อินทุรัตนา บริพัตร
เกิดหม่อมเจ้าอินทุรัตนา
2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465
เสียชีวิต4 มกราคม พ.ศ. 2569 (103 ปี)
คู่สมรสสมหวัง สารสาส (2496–ไม่ทราบ; หย่า)
บุตรธรณินทร์ สารสาส
สินนภา สารสาส
สันติ สารสาส
บุพการีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
หม่อมสมพันธุ์ บริพัตร ณ อยุธยา
ลายมือชื่อ

อินทุรัตนา บริพัตร (2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 – 4 มกราคม พ.ศ. 2569) มีนามเดิมว่า หม่อมเจ้าอินทุรัตนา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต กับหม่อมสมพันธุ์ บริพัตร ณ อยุธยา และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีพระชันษาสูงที่สุด

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนาได้ขอพระราชทานกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อสมรสกับสมหวัง สารสาส ในปี พ.ศ. 2496 มีบุตรด้วยกันสามคน

อินทุรัตนาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 สิริอายุ 103 ปี

ประวัติ

[แก้]

ชีวิตช่วงต้น

[แก้]

อินทุรัตนาเป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ประสูติแต่หม่อมสมพันธุ์ บริพัตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา) ประสูติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 (แบบสากลคือ พ.ศ. 2465) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อินทุรัตนามีพี่ชายและพี่สาวต่างมารดา ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธวงษวิจิตร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิสิฐสบสมัย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจันทรกานตมณี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าน้อง และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปรียชาติสุขุมพันธุ์ โดยอินทุรัตนามีน้องชายร่วมมารดา คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ และหม่อมเจ้าชาย (ไม่มีพระนาม) สิ้นชีพิตักษัยก่อน พ.ศ. 2468[1]:1

เมื่อแรกเกิด อินทุรัตนามีฐานันดรศักดิ์เป็น หม่อมเจ้าอินทุรัตนา ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกหม่อมเจ้าอันเป็นพระโอรสธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้าซึ่งพระชนนีทรงศักดิ์ชั้นสมเด็จ ซึ่งมารดามิได้เป็นเจ้าขึ้นดำรงพระยศเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470[2] หม่อมเจ้าอินทุรัตนาและหม่อมเจ้าสุขุมาภินันท์ มีพระยศขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" พร้อมกัน

เมื่ออยู่ในวัยแก่การศึกษา อินทุรัตนาและพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ได้ศึกษาอยู่ภายในวังบางขุนพรหม แต่ภายหลังพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ทรงแยกไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ส่วนอินทุรัตนายังคงศึกษาต่อภายในวังบางขุนพรหมตามอย่างสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงวางแนวทางไว้[3]:51 รวมทั้งเคยศึกษามวยไทยจากเหล่าข้าหลวงมหาดเล็กมาช่วยสอน[3]:51

ต่อมาขณะอายุ 10 ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีโสกันต์และพิธีเกศากันต์พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และหม่อมเจ้ากาญจนฉัตร ฉัตรชัย เมื่อวันที่ 28-29 มีนาคม พ.ศ. 2474 (แบบสากลคือ พ.ศ. 2475) นับเป็นพระราชพิธีโสกันต์และพิธีเกศากันต์ครั้งสุดท้าย ก่อนการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 หลังจากนั้นก็ไม่มีพระราชพิธีโสกันต์และพิธีเกศากันต์อีกเลยจนถึงปัจจุบัน

ลี้ภัย

[แก้]

หลังการปฏิวัติสยามเป็นต้นมา สมาชิกของราชสกุลบริพัตรถูกขับออกนอกพระราชอาณาจักร โดยนั่งรถยนต์พระที่นั่งสองคันของราชสกุลบรรทุกสมาชิกอย่างแออัดโดยอินทุรัตนาและพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ต้องนั่งกับพื้นรถ รถแล่นออกจากวังบางขุนพรหมไปยังสถานีรถไฟโดยไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวมา[3]:51 โดยเดินทางออกจากสยามด้วยรถไฟขบวนพิเศษไปยังปีนังเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2475[4] เมื่อสมาชิกขึ้นโดยสารบนรถไฟ ทางการจัดเตรียมเพียงข้าวสาร หม้อ ชาม ช้อน ซึ่งเก่า มีถ่าน มีเตา และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดเพิ่มเติมอีกแม้กระทั่งเกลือ พวกเจ้าพี่และหม่อมสมพันธุ์ช่วยกันทำข้าวต้มน้ำจืด ๆ ใส่ชามถวายสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี และหม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร ซึ่งอินทุรัตนาได้เขียนอธิบายเหตุดังกล่าวไว้ ความว่า "...แม่กับพี่ ๆ ร่วมใจกันหุงข้าวต้มจืด ๆ แบ่งใส่ชามให้น้องกับฉันยกไปถวายพ่อ เสด็จย่า ท่านแม่ เราเห็นเสด็จย่า พ่อ เครียด และท่านแม่ทรงกันแสงเงียบ ๆ น้องชายกับฉันรู้สึกสงสาร เป็นทุกข์ ท่านชายเปลี่ยนจากเด็กเอาแต่เล่น เอาแต่ใจมีคนตามใจ กลายเป็นเด็กซีเรียส ฉันเองก็เช่นกัน..."[3]:51

ต่อมาราชสกุลบริพัตรเดินทางถึงเขตแดนของบริติชมาลายา ก็ได้เดินทางไปยังเกาะปีนัง โดยอาศัยอยู่ที่ปีนังฮิลล์ของสกุล ณ ระนอง ระหว่างนั้นก็มีคนจากฝั่งไทยลักลอบสอดแนม อินทุรัตนาเขียนอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ความว่า "...ทุกสัปดาห์มีคนจากเมืองไทยบางพวกมาด้อม ๆ แอบ ๆ ดู น่ากลัว เพราะบางคนพกปืน ท่านชายกับฉันมักนอนฝันร้าย ร้องไห้กัน..."[3]:51 หลังพำนักอยู่เกาะปีนังได้สองเดือน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตัดสินพระทัยย้ายครอบครัวไปประทับที่เมืองบันดุง บนเกาะชวา ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของดัตช์[3]:51 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2475[4]

เมื่อแรกอาศัยที่เมืองบันดุง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงเลือกโรงแรมโฮนัน (Hotel Honan) ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นระยะเวลาสองเดือน มาเป็นที่ประทับของราชสกุลบริพัตร ซึ่งเจ้าของโรงแรมไม่คิดค่าเช่า และกราบบังคมทูลว่าเพียงแค่ได้รับใช้พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ดีใจมาก[3]:51 หลังพำนักได้สองเดือน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงเช่าที่ดินบนเนินเขา อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนฝรั่ง จึงได้ส่งพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์และอินทุรัตนาเรียนที่โรงเรียนในบันดุงนั่นเอง ส่วนเจ้าพี่พระองค์หญิงทั้งห้าพระองค์นั้น ทรงจัดให้สตรีชาวตะวันตกหรือที่เรียกว่า "แหม่ม" เข้าไปสอนภายในพระตำหนัก ซึ่งทำให้สมาชิกราชสกุลบริพัตรมีความรู้ภาษาดัตช์ ในระดับ "รู้ภาษาพอใช้การได้"[1]:5 เมื่อแรกเข้าโรงเรียนหลังย้ายมาพำนักบ้านบนเนินเขาได้สามเดือน พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์และอินทุรัตนาตกเป็นเป้าหมายของการรังแก เพราะยังไม่ได้ภาษาดัตช์ จึงถูกนักเรียนเจ้าถิ่นข่มเหงคะเนงร้ายต่าง ๆ แต่ด้วยความที่พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์และอินทุรัตนาได้ศึกษามวยไทยจากวังบางขุนพรหมมาก่อนหน้า จึงได้เปรียบ และเมื่อทั้งสองได้ภาษาดัตช์แล้ว เรื่องชกตีจึงหายไป กลายเป็นสหายกัน[3]:51

เมื่อถึงวัยศึกษาในระดับไฮสกูล (เทียบเท่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) อินทุรัตนาและพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ได้ร่ำเรียนในโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรเดียวกับ Holland Kristelyk Lyceum ซึ่งอาจารย์ผู้สอนล้วนเป็นศาสตราจารย์และดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการจัดการเรียนรู้อย่างเข้ม[3]:52 ระหว่างนั้นอินทุรัตนาได้รับรางวัลการประกวดรูปเขียนสำหรับนักเรียน เนื่องในงานฉลองราชสมบัติครบ 40 ปี ของสมเด็จพระราชินีนาถวิลเฮลมินาแห่งเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2481[5] โดยอินทุรัตนาเรียนจบก่อนพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์สามปี และได้สมัครหลักสูตรพิเศษฝึกพยาบาล 3 ปีครึ่ง แต่เรียนได้เพียงสองปีครึ่งอินทุรัตนาก็ถูกเร่งรัดให้จบออกมาได้เป็นหัวหน้าหอผู้ป่วยเพราะตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งต่อมาโรงพยาบาลที่อินทุรัตนาทำงานอยู่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลทหาร โรงเรียนปิดตัวลงเพราะผู้ชายถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร จากนั้นไม่นานกองทัพมหาจักรวรรดิญี่ปุ่นยกพลขึ้นเกาะชวา ได้ทำการยึดโรงพยาบาล และจับแพทย์ฝรั่งจำขังเอาไว้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตรัสกับอินทุรัตนาว่า "หญิงเลิกทำงานเถอะไม่ปลอดภัย" ด้วยเหตุนี้อินทุรัตนาจึงลาออกมาอยู่ที่พระตำหนัก และคอยถวายการดูแลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ทรงพระประชวรเพียบหนักขึ้นในกาลต่อมา[3]:52

หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2487 และการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สมาชิกราชสกุลบริพัตรที่ยังเหลืออยู่จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย[4]

เสียชีวิต

[แก้]

อินทุรัตนาเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 สิริอายุ 103 ปี[6][7] มีกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พระราชทานพวงมาลา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน และพระราชทานเพลิงศพ ณ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และโปรดให้เชิญพวงมาลาพระราชทาน พวงมาลาประทาน รวมถึงพวงมาลาของเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี วางที่หน้าหีบพระศพ

ชีวิตครอบครัว

[แก้]

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา ได้ขอพระราชทานกราบถวายบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เพื่อสมรสกับ ร้อยเอก สมหวัง สารสาส (บุตรของพระสารสาสน์พลขันธ์ (ลอง สุนทานนท์) กับ สวัสดิ์ สารสาสน์พลขันธ์ (สกุลเดิม อัศวนนท์)) และเป็นพี่ชายของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ อยุธยา (หม่อมในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร)[8] เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496[9] นับเป็นเจ้านายชั้นพระองค์เจ้าพระองค์แรกและพระองค์เดียวที่ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรส[10] พิธีสมรสจัดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 ทั้งสองมีบุตร-ธิดาด้วยกันสามคน ได้แก่[11][3]:43

  1. ธรณินทร์ สารสาส (เกิด 20 กันยายน พ.ศ. 2496) สมรสกับสุมิตรา เรืองสมวงศ์ มีบุตรธิดาสองคน ได้แก่ แคทเธอรีน และเควิน สารสาส
  2. สินนภา สารสาส (เกิด 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2499) สมรสและหย่ากับอนันต์ ตาราไต
  3. สันติ สารสาส (ชื่อเดิม พญาณินทร์; เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2507) สมรสกับสุรีรัตน์ สีดาวรพงษ์ มีบุตรหนึ่งคน คือ ปรัชญ์ สารสาส

ต่อมาทั้งสองได้หย่าร้างกัน โดยร้อยเอก สมหวังได้สมรสใหม่กับพนิดา สารสาส[12] (สกุลเดิม กำเนิดกาญจน์)

วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559 พลเรือโท พิเชฐ ตานะเศรษฐ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าเฝ้าพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา เพื่อทูลเชิญให้เสด็จร่วมงานวันบริพัตร ในฐานะพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต[13]

อินทุรัตนาเป็นเจ้านายในราชวงศ์จักรีที่พระอายุสูงที่สุดก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 และเป็นป้าของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พระเกียรติยศ

[แก้]

ฐานันดรศักดิ์และคำนำหน้านาม

[แก้]
ธรรมเนียมพระยศของ
พระองค์เจ้าอินทุรัตนา
(พ.ศ. 2470–2496)
การทูลฝ่าพระบาท
การแทนตนเกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับเกล้ากระหม่อม/เพคะ
  • 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 : หม่อมเจ้าอินทุรัตนา
    • 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 : หม่อมเจ้าอินทุรัตนา ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
    • 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 – 21 มีนาคม พ.ศ. 2469 : หม่อมเจ้าอินทุรัตนา ในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
    • 21 มีนาคม พ.ศ. 2469 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 : หม่อมเจ้าอินทุรัตนา ในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
  • 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 – 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 : พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา
  • 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 – ไม่ทราบ : นางอินทุรัตนา สารสาส
  • ไม่ทราบ – 4 มกราคม พ.ศ. 2569 : นางอินทุรัตนา บริพัตร

พงศาวลี

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 เนื่องในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิสิฐสบสมัย. กรุงเทพฯ : ไทยเขษม, 2517. 43 หน้า.
  2. "ประกาศตั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 44 (0ก): 253. 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470. {{cite journal}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |date= (help)
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 อนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์. กรุงเทพฯ : บริษัท เจ.เอ.เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, 2546. 208 หน้า.
  4. 1 2 3 อรอนงค์ ทิพย์วิมล (19 กันยายน 2565). "เรื่องเล่าเจ้าสยามแห่งบันดุง: การลี้ภัยของราชวงศ์ไทยในอินโดนีเซียหลังการปฏิวัติ 2475". The 101 World. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  5. https://vajirayana.org/สาส์นสมเด็จ-พุทธศักราช-๒๔๘๑/กันยายน/วันที่-๑๕-กันยายน-พศ-๒๔๘๑-น
  6. ""พระองค์หญิงอินทุรัตนา" สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา ๑๐๓ ปี สิ้นเจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล "บริพัตร"". คมชัดลึก. 7 มกราคม 2569. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |access-date= (help)
  7. "พระองค์หญิงอินทุรัตนา สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 103 ปี เจ้านายพระองค์สุดท้ายในราชสกุล บริพัตร". แนวหน้า. 7 มกราคม 2569. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |access-date= (help)
  8. กิติวัฒนา ปกมนตรี, ม.ร.ว. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2551. 285 หน้า. ISBN 9789743120220
  9. "ประกาศสำนักพระราชวัง ที่ ๑/๒๔๙๖ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 70 (15ก): 755. 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496. {{cite journal}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |date= (help)
  10. วีระยุทธ ปีสาลี (27 ตุลาคม 2564). ""รักของท่านหญิง" สำรวจความรัก-การแต่งงานของเจ้านายสตรีที่เปลี่ยนไปหลัง 2475". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2565. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  11. ไฟน์สโตน, เจฟฟรี่. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย: The Royal family of Thailand : the descendants of King Chulalongkorn. กรุงเทพฯ : บริษัท พิษณุโลกการพิมพ์, 2532. 688 หน้า. ISBN 9748356906
  12. "บุคคลในข่าว". ไทยรัฐออนไลน์. 4 สิงหาคม 2553. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2558. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  13. "เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าเฝ้า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดาใน จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต". กองทัพเรือ. 20 มิถุนายน 2559. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2565. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)