ห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ
Republic of China Flags.jpg
ภาพธงของสาธารณรัฐจีน 3 ผืน ประกอบด้วยธงห้าสี (กลาง) ธงกองทัพ (ซ้าย) และ ธงของซุนยัดเซ็น (ขวา) อันเป็นธงชาติของสาธารณรัฐจีนในปัจจุบัน ด้านล่างของภาพ มีข้อความว่า "สหภาพจงเจริญ" (共和萬歲)
จีนตัวเต็ม 五族共和
ความหมายตามตัวอักษร five races (ethnic groups) living together in mutual harmony

ธงชาติสาธารณรัฐจีน
Flag of China (1912–1928).svg
ชื่อธง ธงห้าสี (五色旗)
การใช้ 110000 การออกแบบเคยใช้ในอดีต แต่ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว
สัดส่วนธง 5:8
ประกาศใช้ 10 มกราคม ค.ศ. 1912

ห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ (อังกฤษ: Five Races Under One Union) เป็นหลักใหญ่ของการสถาปนาสาธารณรัฐจีน ใน ค.ศ. 1911 ระหว่างการปฏิวัติซินไฮ่[1][2][3][4]

รายละเอียด[แก้]

หลักคิดความเสมอภาคของชนชาติต่างๆ 5 ชนชาติใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์จีน กล่าวคือ แถบธงห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ โดย สีแดง หมายถึง ชาวฮั่น สีเหลือง หมายถึง ชาวแมนจู สีน้ำเงิน หมายถึง ชาวมองโกล สีขาว หมายถึง ชาวฮุยหุย (จีนมุสลิม) และ ชาวอุยกูร์ (Uyghurs) และ สีดำหมายถึงชาวทิเบต.[5]

นิยาม "ชาวมุสลิม" ในบันทึก (อักษรจีน 回, หุย, ในภาษาจีน) หมายถึง มุสลิมกลุ่มชนเตอร์กิกในจีนตะวันตก, ตั้งแต่มีการนิยาม "ดินแดนมุสลิม" (回疆; "หุยเจียง") เป็นชื่อเดิมของซินเจียงในยุคราชวงศ์ชิง[6] ได้นิยามความหมายไว้ว่า "ชาวหุย" มีความแตกต่าง โดยแยกออกจากชาวจีนฮั่น เพียงเล็กน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม ระหว่างปี ค.ศ. 1911–49 ในสาธารณรัฐจีน

ประวัติ[แก้]

ภายหลังจากเหตุการณ์การลุกฮือหวูชาง ราชวงศ์ชิงได้ล่มสลาย และ ถ่ายโอนอำนาจสู่รัฐบาลเป่ยหยาง. ระหว่างนั้นได้มีการประกวดออกแบบธงซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ความร่วมมือเพื่อการปฏิวัติประชาธิปไตย. กองทหารในหวูชางจึงเลือกธงดาว 9 แฉกกับ Taijitu.[5] ซุน ยัตเซ็น จึงได้เลือกธง ตะวันฉาย ฟ้าใส ออกแบบโดย ลู่เฮาตุง.[5]

เป่าหมายหลักของการลุกฮือเพื่อต่อต้านการปกครองของชนกลุ่มน้อยแมนจู, ซุน ยัตเซ็น Song Jiaoren และ Huang Xing ซึ่งมีความคิดในเชิงต่อต้านการแบ่งเชื้อชาติ; จึงเลือกธงที่ใช้สีซึ่งความแตกต่างกัน.[7] ในความคิดดังกล่าวไม่รวมถึงชาวจีนฮั่นสืบเนื่องจาก ชาวจีนฮั่นซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ต่อชนกลุ่มน้อยแมนจูที่เป็นชนชั้นปกครอง.[8]

ธง"ห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพ" ใช้แค่ช่วงเวลาสั้นๆภายหลังจากการกรีฑาทัพขึ้นเหนือ.

ธงดังกล่าวได้มีการใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น จักรวรรดิจีน (หยวน ซื่อไข่) และ แมนจูกัว ซึ่งเป็นรัฐหุ่นเชิดของญี่ปุ่น (ธงชาติแมนจูกัว). ในแมนจูกัว, ตามนัยความหมาย (五族協和) ได้สื่อออกมา, แต่นิยามในเรื่องชนชาติได้เปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ชาวญี่ปุ่น (สีแดง), ชาวจีนฮั่น (สีน้ำเงิน), ชาวมองโกล (สีขาว), ชาวเกาหลี (สีดำ) และ ชาวแมนจู (สีเหลือง).

ภาพธง[แก้]

รัฐบาลเป่ยหยาง:


ธงราชการ:
ธงทหาร:
รัฐบาลปฏิรูปสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1938–1940):
จักรวรรดิจีนของหยวน ซื่อไข่

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Murray A. Rubinstein (1994). Murray A. Rubinstein, ed. The Other Taiwan: 1945 to the present (illustrated ed.). M.E. Sharpe. p. 416. ISBN 1-56324-193-5. สืบค้นเมื่อ 2010-06-28.
  2. James A. Millward (2007). Eurasian crossroads: a history of Xinjiang (illustrated ed.). Columbia University Press. p. 208. ISBN 0-231-13924-1. สืบค้นเมื่อ 2010-06-28.
  3. Paul Hibbert Clyde, Burton F. Beers (1971). The Far East: a history of the Western impact and the Eastern response (1830–1970) (5, illustrated ed.). Prentice-Hall. p. 409. สืบค้นเมื่อ 2010-06-28.
  4. Making of America Project (1949). Harper's magazine, Volume 198. Harper's Magazine Co. p. 104. สืบค้นเมื่อ 2011-06-13.
  5. 5.0 5.1 5.2 Fitzgerald, John. [1998] (1998). Awakening China: Politics, Culture, and Class in the Nationalist Revolution. Stanford University Press publishing. ISBN 0-8047-3337-6, ISBN 978-0-8047-3337-3. pg 180.
  6. Suisheng Zhao (2004). A nation-state by construction: dynamics of modern Chinese nationalism (illustrated ed.). Stanford University Press. p. 171. ISBN 0-8047-5001-7. สืบค้นเมื่อ 2011-06-12.
  7. Hsiao-ting Lin. [2010] (2010). Modern China's ethnic frontiers: a journey to the west. Taylor & Francis publishing. ISBN 0-415-58264-4, ISBN 978-0-415-58264-3. pg 7.
  8. Chow, Peter C. Y. [2008] (2008). The "one China" dilemma. Macmillan publishing. ISBN 1-4039-8394-1, ISBN 978-1-4039-8394-7. pg 31.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]