หุย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หุย حُوِ ذَو
回族 (Huízú)
Hui man at Daqingzhen Si.jpg
ชาวหุยหน้ามัสยิดต้าชิงเจิน
ประชากรทั้งหมด
10 ล้านคน[1]
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างสำคัญ
เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย มณฑลกานซู มณฑลชิงไห่ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ปักกิ่ง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มณฑลเหอเป่ย มณฑลยูนนาน
ประเทศจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ภาษา
ภาษาจีน
ศาสนา
ศาสนาอิสลาม

ชาวหุย (จีน:回族;พินอิน:Huízú, อาหรับ:هوي) เป็นมุสลิมกลุ่มหนึ่งในประเทศจีน มีประชากร 9.82 ล้านคน มีประชากรเพียงหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมดในเขตปกครองตนเองหุยหนิงเซี่ย ชาวหุยก็คือชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวหุยส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ทุรกันดารทางตอนใต้ของเขตปกครองตนเอง ถึงแม้ว่าชาวหุยจะเป็นมุสลิม นับถืออิสลาม แต่ในปัจจุบันการแยกความแตกต่างของชาวหุยกับชาวจีนฮั่นโดยใช้ศาสนาค่อนข้างจะยากอยู่ ชาวหุยที่เป็นผู้ชายจะสวมหมวกสีขาว ส่วนผู้หญิงชาวหุยบางคนในปัจจุบันยังคงใส่ม่านบังหน้า ชาวหุยหลายคนที่ไม่คิดว่าคำว่า "เมกกะ" มีความสำคัญแต่อย่างใด แต่ในประเทศไทยชาวจีนที่นับถืออิสลาม จะเรียกว่า "จีนฮ่อ" ในพม่าจะเรียกว่า "ปันทาย" (Panthay) และชาวจีนมุสลิมที่อยู่ในเอเชียกลางจะถูกเรียกว่า "ดันกัน" (Dungans;дунгане)

ประวัติ[แก้]

ชาวหุย สืบเชื้อสายมาจากมุสลิมชาวเปอร์เซีย อาหรับ และเอเชียกลาง ที่อพยพเข้ามาในจักรวรรดิจีนในฐานะทูตการเมือง ทหาร และพ่อค้า ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 บรรพบุรุษของชาวหุยจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะบนเส้นทางสายไหมในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และเมืองท่าแถบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีน พ่อค้ามุสลิมนำสินค้ามีค่า เทคโนโลยีใหม่ และความมั่งคั่งสู่จักรวรรดิจีน เช่น เครื่องเทศ งาช้าง เพชรนิลจินดา พวกเขายังเผยแพร่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ความรู้ด้านดาราศาสตร์ และการแพทย์สู่สังคมจีน[2]

แม้ราชสำนักจีนได้จำกัดการค้าและการตั้งบ้านเรือนของชาวมุสลิมไว้ในจัตุรัสชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ก็อนุญาตให้พ่อค้ามุสลิมแต่งกายได้อย่างอิสระ รับประทานอาหารและปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเสรี พ่อค้ามุสลิมจำนวนมากยึดประเทศจีนเป็นสถานที่ค้าขายและเริ่มก่อร่างสร้างครอบครัวที่นี่ พวกเขาจำนวนมากหัดพูดภาษาจีนและตั้งถิ่นฐานในประเทศจีนอย่างถาวร พ่อค้าบางคนแต่งงานกับสาวชาวฮั่นที่เปลี่ยนมารับอิสลาม ลูกหลานที่สืบเชื้อสายต่อมาจากพวกเขาจึงพูดภาษาจีน และได้วางรากฐานชุมชนจีนมุสลิมที่กระจัดกระจายออกไปทั่วประเทศจีน

หลายศตวรรษผ่านไป ชาวมุสลิมถูกกลืนเข้าไปในสังคมจีน หลังจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลได้แบ่งมุสลิมออกเป็น 10 เชื้อชาติ กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาวหุย ซึ่งต่างจากต่างจากชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ตรงที่ไม่มีภาษาเป็นของตัวเอง ชาวหุยพูดภาษาจีนกลางของชาวฮั่น พวกเขาเหมือนกับชนกลุ่มน้อยมุสลิมกลุ่มอื่น ๆ ตรงที่นับถืออิสลามเท่านั้น[3]

ชาวหุยมักถูกมองในเรื่องของความไม่เคร่งครัดเกี่ยวกับพิธีการทางศาสนา อิหม่ามหญิง หรือ อะฮง มีให้เห็นเป็นจำนวนมากในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ชาวหุยเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแต่งกายแบบอิสลามมากขึ้นทั้งชายและหญิง แต่อย่างไรก็ตามในประเทศจีนได้ห้ามมิให้อิหม่ามจากต่างประเทศเข้ามาสอนศาสนาเพื่อความมั่นคงของรัฐ[4][5]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]