ข้ามไปเนื้อหา

ราชวงศ์อุมัยยะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชวงศ์อุมัยยะฮ์
ตระกูลบรรพบุรุษบะนูอัด์ชัมส์ของเผ่ากุร็อยช์
ประเทศรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์
(661–750)
อัลอันดะลุส (สเปนสมัยอิสลาม)
(756–1031)
ถิ่นกำเนิดมักกะฮ์ คาบสมุทรอาหรับ
ก่อตั้งค.ศ. 661
ต้นตระกูลมุอาวิยะฮ์ที่ 1
ตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ (รัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์)
เอมีร์ (เอมิเรตแห่งกอร์โดบา)
เคาะลีฟะฮ์ (รัฐเคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะ)

ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (อาหรับ: بَنُو أُمَيَّةَ, อักษรโรมัน: Banū Umayya) หรือ อัลอุมะวียูน (อาหรับ: الأمويون, อักษรโรมัน: al-Umawiyyūn) เป็นตระกูลผู้ปกครองรัฐเคาะลีฟะฮ์ในช่วง ค.ศ. 661 ถึง 750 และภายหลังในอัลอันดะลุสในช่วง ค.ศ. 756 ถึง 1031 ในสมัยก่อนอิสลาม ตระกูลนี้ถือเป็นตระกูลเด่นของเผ่ากุร็อยช์แห่งมักกะฮ์ ซึ่งสืบเชื้อสายจากอุมัยยะฮ์ อิบน์ อับด์ชัมส์ แม้ว่าในช่วงแรกจะต่อต้านศาสดามุฮัมมัดอย่างมาก แต่ภายหลังหันมาเข้ารับอิสลามก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตใน ค.ศ. 632 อุษมาน ผู้ติดตามช่วงแรกของมุฮัมมัดจากตระกูลอุมัยยะฮ์ เป็นเคาะลีฟะฮ์รอชิดีนองค์ที่ 3 ซึ่งครองราชย์ใน ค.ศ. 644–656 ในขณะที่สมาชิกอื่น ๆ ในตระกูลดำรงตำแหน่งผู้ว่าการหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือมุอาวิยะฮ์ที่ 1 แห่งซีเรีย ผู้มีความเห็นต่างในบางเรื่องกับเคาะลีฟะฮ์อะลีในสงครามกลางเมืองมุสลิมครั้งที่หนึ่ง (656–661) และหลังจากนั้นได้จัดตั้งรัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ โดยมีดามัสกัสเป็นเมืองหลวง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ราชวงศ์แบบสืบสันตติวงศ์ราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์อิสลาม และเป็นราชวงศ์เดียวที่ปกครองโลกอิสลามทั้งหมดในเวลานั้น

มีการท้าทายอำนาจราชวงศ์อุมัยยะฮ์ในสงครามกลางเมืองมุสลิมครั้งที่สอง ซึ่งจบลงที่สายซุฟยานถูกแทนที่โดยมัรวานที่ 1 ผู้ก่อตั้งสายมัรวานใน ค.ศ. 684 ซึ่งฟื้นฟูการปกครองของราชวงศ์ต่อ ฝ่ายอุมัยยะฮ์นำทางสู่การพิชิตดินแดนโดยมุสลิม โดยพิชิตแอฟริกาเหนือ, ฮิสเปเนีย, เอเชียกลาง และแคว้นสินธ์ แต่การทำสงครามอย่างต่อเนื่องทำให้ทรัพยากรทางทหารของรัฐหมดไป ในขณะที่การก่อกบฏของตระกูลอะลีกับเคาะวาริจญ์และการชิงดีชิงเด่นระหว่างชนเผ่าทำให้รัฐอ่อนแอจากภายใน ท้ายที่สุด ใน ค.ศ. 750 ฝ่ายอับบาซียะฮ์โค่นล้มเคาะลีฟะฮ์มัรวานที่ 2 และสังหารเชื้อพระองค์ส่วนใหญ่ โดยอับดุรเราะห์มาน หนึ่งในผู้รอดชีวิต ผู้มีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาในเคาะลีฟะฮ์ ฮิชาม อิบน์ อับดุลมะลิก อพยพหนีไปยังสเปนของมุสลิม โดยพระองค์จัดตั้งเอมิเรตแห่งกอร์โดบา ซึ่งภายหลังอับดุรเราะห์มานที่ 3 ยกสถานะเป็นรัฐเคาะลีฟะฮ์ใน ค.ศ. 929 หลังผ่านยุคทองในช่วงสั้น ๆ รัฐเคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะจึงแตกออกเป็นอาณาจักร ฏออิฟะฮ์ อิสระหลายอาณาจักรใน ค.ศ. 1031 ทำให้อำนาจทางการเมืองของราชวงศ์อุมัยยะฮ์สิ้นสุดลง

ประวัติ

[แก้]

ต้นกำเนิดก่อนอิสลาม

[แก้]

ตระกูลอุมัยยะฮ์ หรือบะนูอุมัยยะฮ์ เป็นตระกูลของของเผ่ากุร็อยช์ที่ปกครองมักกะฮ์ในสมัยก่อนอิสลาม[1] เผ่ากุร็อยช์ได้รับเกียรติในกลุ่มชนเผ่าอาหรับผ่านการคุ้มครองและการบำรุงรักษากะอ์บะฮ์ ณ เวลานั้นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอาหรับที่มีความเชื่อแบบพหุเทวนิยมส่วนใหญ่ทั่วคาบสมุทรอาหรับ[1] อับด์มะนาฟ อิบน์ กุศ็อย ผู้นำกุร็อยช์ที่น่าจะมีชีวิตในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 (ตามบันทึกในธรรมเนียมลำดับวงศ์ตระกูล) ทำหน้าที่บำรุงรักษาและป้องกันกะอ์บะฮ์กับผู้แสวงบุญ[2] ภายหลังมีการยกสถานะนี้ให้กับอับด์ชัมส์, ฮาชิม และคนอื่น ๆ[2] อับด์ชัมส์เป็นบิดาของอุมัยยะฮ์ บรรพบุรุษของตระกูลอุมัยยะฮ์[3]

อุมัยยะฮ์สืบทอดตำแหน่งกออิด (ผู้บัญชาการในช่วงสงคราม) แห่งมักกะฮ์ต่อจากอับด์ชัมส์[4] ตำแหน่งนี้น่าจะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นครั้งคราว โดยผู้ถือครองทำหน้าที่คุมทิศทางกิจการทางทหารของมักกะฮ์ในยามสงคราม แทนที่จะเป็นกองบัญชาการภาคสนามจริง ๆ[4] ประสบการณ์ในการเป็นผู้นำทางทหารในช่วงต้นนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ เนื่องจากตระกูลอุมัยยะฮ์ภายหลังเป็นที่รู้จักจากการมีทักษะในการจัดองค์กรทางการเมืองและการทหารอย่างมาก[4] Giorgio Levi Della Vida นักประวัติศาสตร์ กล่าวแนะว่าข้อมูลภาษาอาหรับยุคแรกเกี่ยวกับอุมัยยะฮ์ กับบรรพบุรุษสมัยโบราณของชนเผ่าอาหรับ "ได้รับการยอมรับด้วยความระมัดระวัง"[3] เขายืนยันว่า เนื่องจากตระกูลอุมัยยะฮ์ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์อิสลามเมื่อช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 เป็นลูกหลานของอุมัยยะฮ์ไม่เกิน 3 รุ่น ทำให้การมีตัวตนของลูกหลานมีความเป็นไปได้สูง[3]

เมื่อประมาณ ค.ศ. 600 เผ่ากุร็อยช์ได้พัฒนาเครือข่ายการค้าข้ามคาบสมุทรอาหรับ โดยจัดคาราวาทไปทางเหนือที่ซีเรีย และทางใต้ที่เยเมน[1] บะนูอุมัยยะฮ์กับบะนูมัคซูม ตระกูลสำคัญของกุร็อยช์อีกตระกูล เป็นผู้กุมเครือข่ายการค้านี้ ทั้งสองคระกูลำด้พัฒนาพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการทหารกับชนเผ่าอาหรับร่อนเร่ที่ควบคุมทะเลทรายอาหรับที่กว้างใหญ่ทางเหนือและตอนกลาง ทำให้พวกเขามีอำนาจทางการเมืองในอาระเบีย[5]

ต่อต้านและเข้ารับอิสลาม

[แก้]

เมื่อศาสดามุฮัมมัดจากบะนูฮาชิมเริ่มเผยแผ่ศาสนาในมักกะฮ์ สมาชิกเผ่ากุร็อยช์ส่วนใหญ่ปฏิเสธท่าน[6][7] ท่านได้รับการสนับสนุนจากผู้อยู่อาศัยในมะดีนะฮ์ และย้ายไปที่นั่นกับผู้ติดตามใน ค.ศ. 622[8] ลูกหลานของอับด์ชัมส์ (รวมตระกูลอุมัยยะฮ์) อยู่ในกลุ่มผู้นำหลักของฝ่ายกุร็อยช์ที่ต่อต้านมุฮัมมัด[9] ตระกูลอุมัยยะฮ์เข้ามาแทนที่บะนูมัคซูมที่นำโดยอะบูญะฮัล ซึ่งเป็นผลจากการสูญเสียอย่างหนักจากการสู้รบในยุทธการที่บะดัรที่นำโดยผู้นำของบะนูมัคซูมต่อชาวมุสลิมใน ค.ศ. 624[10] ภายหลัง อะบูซุฟยาน หัวหน้าตระกูลอุมัยยะฮ์ กลายเป็นผู้นำกองทัพมักกะฮ์ที่สู้รบต่อมุสลิมภายใต้การบัญชาของมุฮัมมัดที่อุฮุดกับสนามเพลาะ[9]

หลังการพิชิตมักกะฮ์ของมุสลิม อะบูซุฟยานกับบรรดาลูกชาย และสมาชิกตระกูลอุมัยยะฮ์ส่วนใหญ่ หันมาเข้ารับอิสลามในช่วงปลายชีวิตขิงมุฮัมมัด[9]เพื่อรักษาความจงรักภักดีของผู้นำอุมัยยะฮ์ที่มีชื่อเสียง (รวมถึงอะบูซุฟยาน) มุฮัมมัดมอบของขวัญและตำแหน่งสำคัญในรัฐมุสลิมที่เพิ่งเกิดใหม่แก่พวกเขา[9] ท่านแต่งตั้งให้อัตตาบ อิบน์ อะซีด สมาชิกตระกูลอุมัยยะฮ์อีกคน เป็นผู้ว่าการมักกะฮ์คนแรก[11] ถึงแม้ว่ามักกะฮ์จะรักษาความยิ่งใหญ่ในฐานะศูนย์กลางทางศาสนา แต่มะดีนะฮ์ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองของมุสลิม อะบูซุฟยานกับบะนูอุมัยยะฮ์ย้ายไปยังมะดีนะฮ์เพื่อรักษาอิทธิพลทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นของพวกเขา[12]

รายพระนามผู้ปกครอง

[แก้]

เคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์ฐานซีเรีย

[แก้]
รัฐเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์
เคาะลีฟะฮ์ ครองราชย์
มุอาวิยะฮ์ที่ 1 อิบน์ อะบีซุฟยาน 28 กรกฎาคม 661 – 27 เมษายน 680
ยะซีดที่ 1 อิบน์ มุอาวิยะฮ์ 27 เมษายน 680 – 11 พฤศจิกายน 683
มุอาวิยะฮ์ที่ 2 อิบน์ ยะซีด 11 พฤศจิกายน 683 – มิถุนายน 684
มัรวานที่ 1 อิบน์ อัลฮะกัม มิถุนายน 684 – 12 เมษายน 685
อับดุลมะลิก อิบน์ มัรวาน 12 เมษายน 685 – 8 ตุลาคม 705
อัลวะลีดที่ 1 อิบน์ อับดุลมะลิก 8 ตุลาคม 705 – 23 กุมภาพันธ์ 715
สุลัยมาน อิบน์ อับดุลมะลิก 23 กุมภาพันธ์ 715 – 22 กันยายน 717
อุมัร อิบน์ อับดุลอะซีซ 22 กันยายน 717 – 4 กุมภาพันธ์ 720
ยะซีดที่ 2 อิบน์ อับดุลมะลิก 4 กุมภาพันธ์ 720 – 26 มกราคม 724
ฮิชาม อิบน์ อับดุลมะลิก 26 มกราคม 724 – 6 กุมภาพันธ์ 743
อัลวะลีดที่ 2 อิบน์ ยะซีด 6 กุมภาพันธ์ 743 – 17 เมษายน 744
ยะซีดที่ 3 อิบน์ อัลวะลีด 17 เมษายน 744 – 4 ตุลาคม 744
อิบรอฮีม อิบน์ อัลวะลีด 4 ตุลาคม 744 – 4 ธันวาคม 744
มัรวานที่ 2 อิบน์ มุฮัมมัด 4 ธันวาคม 744 – 25 มกราคม 750
ราชวงศ์สิ้นสุดหลังถูกโค่นล้มโดยฝ่ายอับบาซียะฮ์

เอมีร์และเคาะลีฟะฮ์อุมัยยะฮ์แห่งกอร์โดบา

[แก้]
ผู้ปกครองอัลอันดะลุส
เอมิเรตแห่งกอร์โดบา
เอมีร์ ครองราชย์
อับดุรเราะห์มานที่ 1 อิบน์ มุอาวิยะฮ์ อัลอุมะวี 15 พฤษภาคม 756 – 30 กันยายน 788
ฮิชามที่ 1 อิบน์ อับดุรเราะห์มาน อัลอุมะวี 6 ตุลาคม 788 – 16 เมษายน 796
อัลฮะกัมที่ 1 อิบน์ ฮิชาม อัลอุมะวี 12 มิถุนายน 796 – 21 พฤษภาคม 822
อับดุรเราะห์มานที่ 2 อิบน์ อัลฮะกัม อัลอุมะวี 21 พฤษภาคม 822 – 852
มุฮัมมัดที่ 1 อิบน์ อับดุรเราะห์มาน อัลอุมะวี 852 – 886
อัลมุนษิร อิบน์ มุฮัมมัด อัลอุมะวี 886 – 888
อับกุลลอฮ์ อิบน์ มุฮัมมัด อัลอุมะวี 888 — 15 ตุลาคม 912
อับดุรเราะห์มานที่ 3 อิบน์ มุฮัมมัด อัลอุมะวี 16 ตุลาคม 912 – 16 มกราคม 929
เปลี่ยนชื่อหลังอับดุรเราะห์มานที่ 3 ประกาศตนเองเป็นเคาะลีฟะฮ์แห่งกอร์โดบา
รัฐเคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะ
เคาะลีฟะฮ์ ครองราชย์
อับดุรเราะห์มานที่ 3 อันนาศิร ลิดีนิลลาฮ์ 16 มกราคม 929 – 15 ตุลาคม 961
อัลฮะกัมที่ 2 อัลมุสตันศิร บิลลาฮ์ 15 ตุลาคม 961 – 16 ตุลาคม 976
ฮิชามที่ 2 อัลมุอัยยัด บิลลาฮ์ 16 ตุลาคม 976 – 1009
มุฮัมมัดที่ 2 อัลมะฮ์ดี บิลลาฮ์ 1009
สุลัยมาน อัลมุสตะอีน บิลลาฮ์ 1009 – 1010
ฮิชามที่ 2 อัลมุอัยยัด บิลลาฮ์ 1010 – 19 เมษายน 1013
สุลัยมาน อัลมุสตะอีน บิลลาฮ์ 1013 – 1016
อับดุรเราะห์มานที่ 4 อัลมุรตะฎอ บิลลาฮ์ 1017
ราชวงศ์สิ้นสุดโดยราชวงศ์ฮัมมูด (1017–1023)
รัฐเคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะ (ฟื้นฟู)
อับดุรเราะห์มานที่ 5 อัลมุสตัซฮิร บิลลาฮ์ 1023 – 1024
มุฮัมมัดที่ 3 อัลมุสตักฟี บิลลาฮ์ 1024 – 1025
ช่วงว่างระหว่างรัชกาลของราชวงศ์ฮัมมูด (1025–1026)
รัฐเคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะ (ฟื้นฟู)
ฮิชามที่ 3 อัลมัวะอ์ตัด บิลลาฮ์ 1026 – 1031
ราชวงศ์ถูกโค่นล้ม

ตารางพงศาวลี

[แก้]
พระราชพงศาวลีผู้นำอุมัยยะฮ์ และความสัมพันธ์กับบะนูฮาชิม ตระกูลของศาสดามุฮัมมัด, ตระกูลอะลี และเคาะลีฟะฮ์อับบาซียะฮ์
  เคาะลีฟะฮ์ อุษมาน (ไม่ได้อยู่ในราชวงศ์)
อับด์มะนาฟ
อับด์ชัมส์ฮาชิม
อุมัยยะฮ์อับดุลมุฏฏอลิบ
ฮัรบ์อะบูลอาศอับดุลลอฮ์อะบูฏอลิบอับบาส
อะบูซุฟยานอัฟฟานอัลฮะกัมศาสดามุฮัมมัดอะลี (ค.656–661)อับดุลลอฮ์
มุอาวิยะฮ์ที่ 1 (ค.661–680)อุษมาน (ค.644–656)มัรวานที่ 1 (ค.684–685)ตระกูลอะลีอับบาซียะฮ์ (ค.750–1258)
ยะซีดที่ 1 (ค.680–683)อับดุลมะลิก (ค.685–705)อับดุลอะซีซมุฮัมมัด
มุอาวิยะฮ์ที่ 2 (ค.683–684)อัลวะลีดที่ 1 (ค.705–715)สุลัยมาน (ค.715–717)ยะซีดที่ 2 (ค.720–724)ฮิชาม (ค.724–743)อุมัรที่ 2 (ค.717–720)มัรวานที่ 2 (ค.744–750)
ยะซีดที่ 3 (ค.744–744)อิบรอฮีม (ค.744–744)อัลวะลีดที่ 2 (ค.743–744)มุอาวิยะฮ์
อับดุรเราะห์มานที่ 1 (ค.756–788)
ฮิชามที่ 1 (ค.788–796)
อัลฮะกัมที่ 1 (ค.796–822)
อับดุรเราะห์มานที่ 2 (ค.822–852)
มุฮัมมัดที่ 1 (ค.852–886)
อับดุลลอฮ์ (ค.888–912)อัลมุนษิร (ค.886–888)
มุฮัมมัด
อับดุรเราะห์มานที่ 3 (ค.912–961)
อับดุลมะลิกสุลัยมานอัลฮะกัมที่ 2 (ค.961–976)อับดุลญับบารอุบัยดุลลอฮ์
มุฮัมมัดอัลฮะกัมฮิชามที่ 2 (ค.976–1009, 1010–1013)ฮิชามอับดุรเราะห์มาน
อับดุรเราะห์มานที่ 4 (ค.1018–1019)ฮิชามที่ 3 (ค.1026–1031)สุลัยมาน (ค.1009–1010)มุฮัมมัดที่ 2 (ค.1009–1009)อับดุรเราะห์มานที่ 5 (ค.1023–1024)มุฮัมมัดที่ 3 (ค.1024–1025)

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 Watt 1986, p. 434.
  2. 1 2 Hawting 2000a, pp. 21–22.
  3. 1 2 3 Della Vida 2000, p. 837.
  4. 1 2 3 Della Vida 2000, p. 838.
  5. Donner 1981, p. 51.
  6. Donner 1981, p. 53.
  7. Wellhausen 1927, pp. 40–41.
  8. Donner 1981, p. 54.
  9. 1 2 3 4 Hawting 2000, p. 841.
  10. Wellhausen 1927, p. 41.
  11. Poonawala 1990, p. 8.
  12. Wellhausen 1927, pp. 20–21.

ข้อมูล

[แก้]