รัฐบาลเอโดะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ)
Jump to navigation Jump to search
รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ
徳川幕府
โทกูงาวะ บากูฟุ
รัฐบาลสำเร็จราชการโดยโชกุน

 

ค.ศ. 16031868
 

ธง มะรุนิ มิสึ อะโอะอิ มีใบดอกฮอลลี่ฮ็อคสามใบ
เป็นตราประจำตระกูลโทกูงาวะ
เมืองหลวง เอโดะ
ภาษา ภาษาญี่ปุ่น
ศาสนา ลัทธิขงจื๊อ, ลัทธิชินโต, ศาสนาพุทธ
รัฐบาล รัฐบาลสำเร็จราชการโดยโชกุน
โชกุน
 -  ค.ศ. 1603-1605 โทกูงาวะ อิเอยาซุ (คนแรก)
 -  ค.ศ. 1867-1868 โทกูงาวะ โยชิโนบุ (สุดท้าย)
ประวัติศาสตร์
 -  สถาปนาเมืองเอโดะเป็นเมืองหลวง ค.ศ. 1603 ค.ศ. 1603
 -  การปฏิรูปเมจิ ค.ศ. 1868 1868
สกุลเงิน มง (文, mon)
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศญี่ปุ่น

รัฐบาลเอโดะ (ญี่ปุ่น: 江戸幕府 Edo bakufu) หรือ รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ (ญี่ปุ่น: 徳川幕府 Tokugawa bakufu) เป็นฝ่ายบริหารของประเทศญี่ปุ่นซึ่งใช้ระบอบศักดินา สถาปนาโดยโทกูงาวะ อิเอยาซุ มีผู้ปกครองสูงสุดเป็นโชกุน ซึ่งต้องมาจากตระกูลโทกูงาวะ เท่านั้น ในสมัยที่ประเทศญี่ปุ่นถูกปกครองโดยรัฐบาลโชกุนนั้น จะเรียกว่ายุคเอโดะ ตามชื่อเมืองเอโดะ ซึ่งรัฐบาลโชกุนสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ ปัจจุบัน คือกรุงโตเกียว มีปราสาทเอโดะเป็นศูนย์กลางการปกครองตั้งแต่ ค.ศ. 1603 ถึง 1868 จนกระทั่งถูกจักรพรรดิเมจิล้มล้างไปในการฟื้นฟูเมจิ

หลังจากยุคเซ็งโงกุ หรือยุคไฟสงคราม โอดะ โนบูนางะ และโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้ร่วมกันรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง และตั้งเป็นรัฐบาลกลางขึ้นอีกครั้งในยุคอาซูจิ–โมโมยามะ ซึ่งเป็นยุคสั้น ๆ ก่อนยุคเอโดะ ต่อมา หลังจากยุทธการที่เซกิงาฮาระ ซึ่งเป็นการรบครั้งใหญ่ในค.ศ. 1600 การปกครองและอำนาจทั้งหมด ได้ตกอยู่ในมือของโทกูงาวะ อิเอยาซุโดยเบ็ดเสร็จ และสถาปนาตนเองเป็นโชกุนในปี ค.ศ. 1603 ซึ่งเป็นไปตามประเพณีโบราณ ที่ผู้เป็นโชกุนจะต้องสืบเชื้อสายจากต้นตระกูลมินาโมโตะ

ในยุคของโทกูงาวะ ต่างจากยุคโชกุนก่อน ๆ คือมีการนำระบบชนชั้นที่เริ่มใช้โดยโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ มาใช้อีกครั้งอย่างเข้มงวด โดยชนชั้นนักรบ หรือซามูไร อยู่บนสุด ตามด้วยชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า การใช้ระบบชนชั้นอย่างเข้มงวดและไม่ยืดหยุ่นได้ทำให้เกิดจลาจลมาตลอดสมัย ภาษีที่เรียกเก็บจากชนชั้นชาวนานั้น อยู่ในอัตราคงที่โดยไม่คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อหรือการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของค่าเงิน ส่งผลให้รายได้ภาษีที่เรียกเก็บจากชนชั้นซามูไร ผู้เป็นเจ้าของที่ดินมีมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ ตลอดยุค ซึ่งสาเหตุนี้ ก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างซามูไรผู้ทรงเกียรติแต่ฐานะทางการเงินต่ำลงเรื่อย ๆ จากการจ่ายภาษี กับชาวนาผู้มีอันจะกิน เกิดเป็นการปะทะกันหลายต่อหลายครั้งที่เริ่มจากเหตุการณ์เล็ก ๆ รุกลามเป็นเหตุการณ์วุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงระบบสังคมยุคเอโดะได้ ตราบจนการเข้ามาของชาวตะวันตก

เมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 กลุ่มไดเมียวผู้มีอำนาจ เช่น ตระกูลชิมาซุ ได้ร่วมมือกับจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งในสมัยเอโดะเคยทรงเพียงศักดิ์แต่ไร้อำนาจ เพื่อโค่นล้มระบอบโชกุนในโดยสงครามโบชิน ส่งผลให้เกิดการปฏิรูปเมจิโดยจักรพรรดิเมจิ รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะถูกล้มล้างโดยสมบูรณ์ในค.ศ. 1868 โดยมีโทกูงาวะ โยชิโนบุ เป็นโชกุนคนที่ 15 และเป็นโชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุ่น จากนั้น ญี่ปุ่นก็เข้าสู่ยุคเมจิ อันมีการฟื้นฟูราชวงศ์มายังเมืองเอโดะ และเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงโตเกียวดังเช่นปัจจุบัน

การปกครอง[แก้]

การปกครองของรัฐบาลโชกุนเอโดะนั้นเรียกว่า บะกุฮัง เทเซ (ญี่ปุ่น: 幕藩体制 Bakuhan teisei) คือระบอบที่ประกอบไปด้วย บากูฟุ (ญี่ปุ่น: 幕府 Bakufu) อันเป็นการปกครองส่วนกลาง และฮัง (ญี่ปุ่น:  han) ซึ่งเป็นการปกครองส่วนภูมิภาค มีลักษณะการปกครองตามแบบระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ (Feudalism) คือการที่รัฐบาลส่วนกลางแบ่งสรรปันส่วนที่ดินให้แก่ขุนนางไปปกครอง โดยที่ขุนนางเหล่านั้นมีอำนาจเหนือประชาชนและทรัพยากรในแคว้นของตนเอง โดยที่จะต้องให้กองกำลังทหารแก่รัฐบาลกลางเมื่อร้องขอเป็นการตอบแทน

บากูฟุ[แก้]

บากูฟุ แปลว่า "ทำเนียบรัฐบาล" หมายถึงระบอบการปกครองที่นำโดยโชกุน โชกุน หรือชื่อตำแหน่งทางการว่า เซอิไทโชกุน (ญี่ปุ่น: 征夷大将軍 Seii Taishōgun) เป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งโดยองค์พระจักรพรรดิที่เมืองเกียวโต มอบให้แก่ตระกูลผู้นำซะมุไรที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลมินาโมโตะโบราณ ซึ่งในสมัยเอโดะนั้นก็คือตระกูลโทกูงาวะ ตำแหน่งโชกุนนั้นเป็นตำแหน่งที่สืบทอดภายในตระกูลโทกูงาวะ ในทางทฤษฏีโชกุนมีหน้าที่รับใช้ราชสำนักเกียวโตในฐานะประมุขของชนชั้นซะมุไรทั้งมวลในญี่ปุ่น แต่ในทางปฏิบัตินั้นโชกุนคือผู้ปกครองมีอำนาจเหนือประเทศญี่ปุ่นที่แท้จริง

ใต้ต่อโชกุนลงมาคือสภาขุนนางทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำชี้แนะแก่โชกุน ประกอบด้วย

  • โรจู (ญี่ปุ่น: 老中 Rōjū) เป็นตำแหน่งขุนนางอาวุโสที่สูงที่สุดรองจากโชกุน ในสมัยของโชกุน โทกูงาวะ อิเอะยะซุ และโทกูงาวะ ฮิเดะตะดะ มีโรจูจำนวนสองท่าน และในสมัยของโชกุนโทกูงาวะ อิเอะมิสึ เพิ่มโรจูป็นห้าท่าน เป็นกลุ่มขุนนางอาวุโสที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อโชกุน และเป็นผู้กำหนดนโยบาลหลักของบากูฟุในขณะนั้น เป็นสื่อกลางระหว่างไดเมียวแคว้นต่างๆกับโชกุน ตำแหน่งนี้เสื่อมอำนาจลงในสมัยของโชกุนโทกูงาวะ อิเอะสึนะเป็นต้นมา เนื่องจากการแข่งขันอำนาจกับโซะบะโยะนิง
  • ไทโร (ญี่ปุ่น: 大老 Tairō) เป็นตำแหน่งขุนนางอาวุโสที่มีอำนาจเหนือโรจู ตำแหน่งนี้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในค.ศ. 1636 อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้ไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา เป็นการแต่งตั้งในกรณีพิเศษ และต่อมาภายหลังกลายเป็นเพียงตำแหน่งทางพิธีการ
  • วะกะโดะชิโยะริ (ญี่ปุ่น: 若年寄 Wakadoshiyori) ตำแหน่งขุนนางอายุน้อย ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ส่วนตัวของโชกุน เป็นสื่อกลางระหว่างบากูฟุกับพ่อค้า ช่างฝีมือ และสามัญชน

โชกุนโทกูงาวะ อิเอะสึนะมีนโยบายลดทอนอำนาจของขุนนางอาวุโสในบากูฟุ โดยการดึงเอากลุ่มขุนนางอายุน้อยที่เป็นคนสนิทของตนเรียกว่า โซะบะโยะนิง (ญี่ปุ่น: 側用人 Sobayōnin) เข้ามามีอำนาจในบากูฟุ เป็นผู้กำหนดนโยบายหลักของประเทศแทนที่โรจู นับแต่นั้นมารัฐบาลโชกุนเอโดะจึงตกอยู่ภายใต้อำนาจของคนสนิทของโชกุน

  • บุเกียว (ญี่ปุ่น: 奉行 Bugyō) เป็นหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเรื่อง หรือปกครองเมืองที่ขึ้นตรงต่อบากูฟุ เช่น เอโดะ-มะจิ-บุเกียว ปกครองเมืองเอโดะ คันโจ-บุเกียว ดูแลเรื่องการเงินของประเทศ เกียวโต-โชชิได เป็นผู้แทนของบากูฟุในเมืองเกียวโต

ฮังและไดเมียว[แก้]

ฮัง คือ แคว้นหรือหน่วยของที่ดินที่บากูฟุมอบหมายให้ขุนนางซะมุไรที่เรียกว่า ไดเมียว ไปปกครอง โดยที่ไดเมียวเหล่านั้นไม่ได้รับเบี้ยหวัดจากรัฐบาลส่วนกลางแต่มีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในทรัพยากรและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ภายในฮังของตน ในสมัยเอโดะฮังและไดเมียวมีสามประเภทได้แก่

ในค.ศ. 1635 โชกุนโทกูงาวะ อิเอะมิสึ ต้องการที่จะลดอำนาจของไดเมียวโทะซะมะ จึงออกนโยบายซังคิง โคไต (ญี่ปุ่น: 参勤交代 Sankin kōtai) ให้ไดเมียวทุกแคว้นสร้างคฤหาสน์ภายในเมืองเอโดะ แล้วพำนักอยู่ในเมืองเอโดะเป็นเวลาหนึ่งปี สลับกับกลับไปพำนักที่แคว้นของตนอีกหนึ่งปี หมุนเวียนไปเรื่อย โดยที่ภรรยาเอกและทายาทของไดเมียวจะต้องอยู่ในเมืองเอโดะตลอด การเดินทางไปยังเมืองเอโดะและกลับไปยังแคว้นของตนนั้นเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก สำหรับไดเมียวโทะซะมะซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลจากเอโดะ เป็นการตัดกำลังและลดอำนาจ

รายนามโชกุนตระกูลโทกูงาวะ[แก้]

อันดับ ชื่อ ช่วงเวลามีชีวิต
ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง
1 Tokugawa Ieyasu2.JPG โทกูงาวะ อิเอยาซุ พ.ศ. 2086 - 2159
พ.ศ. 2146 - 2148
2 Hidetada2.jpg โทกูงาวะ ฮิเดตาดะ พ.ศ. 2122 - 2175
พ.ศ. 2148 - 2166
3 Iemitu.jpg โทกูงาวะ อิเอมิตสึ พ.ศ. 2147 - 2194
พ.ศ. 2166 - 2194
4 Tokugawa Ietsuna.jpg โทกูงาวะ อิเอสึนะ พ.ศ. 2184 - 2223
พ.ศ. 2194 - 2223
5 Tsunyaoshi.jpg โทกูงาวะ สึนาโยชิ พ.ศ. 2189 - 2252
พ.ศ. 2223 - 2252
6 Tokugawa Ienobu.jpg โทกูงาวะ อิเอโนบุ พ.ศ. 2205 - 2255
พ.ศ. 2252 - 2255
7 Tokugawa ietsugu.jpg โทกูงาวะ อิเอสึงุ พ.ศ. 2252 - 2259
พ.ศ. 2256 - 2259
8 Tokugawa Yoshimune.jpg โทกูงาวะ โยชิมูเนะ พ.ศ. 2227 - 2294
พ.ศ. 2259 - 2288
9 Tokugawa Ieshige.jpg โทกูงาวะ อิเอชิเงะ พ.ศ. 2254 - 2304
พ.ศ. 2288 - 2303
10 Tokugawa Ieharu.jpg โทกูงาวะ อิเอฮารุ พ.ศ. 2280 - 2329
พ.ศ. 2303 - 2329
11 Tokugawa Ienari.jpg โทกูงาวะ อิเอนาริ พ.ศ. 2316 - 2384
พ.ศ. 2330 - 2380
12 Tokugawa Ieyoshi.JPG โทกูงาวะ อิเอโยชิ พ.ศ. 2336 - 2396
พ.ศ. 2380 - 2396
13 Tokugawa Iesada.jpg โทกูงาวะ อิเอซาดะ พ.ศ. 2367 - 2401
พ.ศ. 2396 - 2401
14 Toku14-2.jpg โทกูงาวะ อิเอโมจิ พ.ศ. 2389 - 2409
พ.ศ. 2401 - 2409
15 Tokugawa yoshinobu.jpg โทกูงาวะ โยชิโนบุ พ.ศ. 2380 - 2456
พ.ศ. 2409 - 2410