พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง
พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ
Pimpen Sakuntabhai.jpg
เกิดพิมพ์เพ็ญ ศกุนตาภัย
5 สิงหาคม พ.ศ. 2507 (58 ปี)
อาชีพอาจารย์
มีชื่อเสียงจากภริยานายกรัฐมนตรี
คู่สมรสอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2531–ปัจจุบัน)
บุตรปราง เวชชาชีวะ
ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ
บิดามารดาพงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย
ประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย

ศาสตราจารย์[1] ทันตแพทย์หญิง ดร. พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ (สกุลเดิม ศกุนตาภัย; 5 สิงหาคม พ.ศ. 2507) อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นภรรยาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ประวัติ[แก้]

พิมพ์เพ็ญมีชื่อเล่นว่า "แตงโม" แต่มักเรียกสั้น ๆ ว่า "แตง" เกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2507 เป็นบุตรสาวของศาสตราจารย์ (พิเศษ) พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับประพาพิมพ์ ศกุนตาภัย (สกุลเดิม: สุวรรณศร) อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย[2](ธปท.)

พิมพ์เพ็ญเป็นหลานยายของอัมพา สุวรรณศร (สกุลเดิม: ณ ป้อมเพชร) ซึ่งเป็นน้องสาวของท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยาปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี และยังเป็นญาติกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (สกุลเดิม: ดามาพงศ์) อดีตภรรยาทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี[3][4]

พิมพ์เพ็ญสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีจากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาคณิตศาสตร์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชีวิตสมรส[แก้]

อภิสิทธิ์ และพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ในปี พ.ศ. 2552

ในปี พ.ศ. 2531 หลังจากพิมพ์เพ็ญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้สมรสกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ติดตามอภิสิทธิ์ไปยัง เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่อภิสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ โดยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษเป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ ปราง เวชชาชีวะ (บุตรสาว) กับ ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ (บุตรชาย)[5] ปัณณสิทธิ์นั้นเป็นโรคออทิซึมมาแต่กำเนิด ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจึงสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของอภิสิทธิ์ผู้เป็นบิดาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2555[6]

การทำงาน[แก้]

พิมพ์เพ็ญ ได้ประกอบอาชีพทันตแพทย์ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2539 ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาคณิตศาสตร์ ที่ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นวิชาที่รักมาตั้งแต่เยาว์วัย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทนี้ด้วยผลการเรียนเฉลี่ย 4.00 ซึ่งทำให้ได้รับรางวัลมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ เนื่องจากเป็นผู้สอบได้คะแนนยอดเยี่ยมในหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี พ.ศ. 2541 และได้รับการบรรจุให้รับราชการ ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปีเดียวกัน และสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาเอก สาขาคณิตศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2546

ปัจจุบัน ศ.ทญ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขาคณิตศาสตร์ ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์ หน้า ๗ เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๒๓ ง, ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔
  2. นกน้อยบางขุนเทียน. "ความรักและการเมือง บนถนนชีวิต 'อภิสิทธิ์-พิมพ์เพ็ญ'". เนชั่น. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-22. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. "ณ ป้อมเพชร ตระกูล "First Lady" 3 รัฐบาล เรื่องชวนทอล์กในนิตยสาร TALK". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 8 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= และ |date= (help)
  4. "3 สตรี ณ ป้อมเพชร ลมใต้ปีก 3 ผู้นำรัฐบาล". ข่าวสด. 9 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= และ |date= (help)
  5. The Nation, Abhisit, Chuan's young protege gets his turn at last, สืบค้นเมื่อ 15-12-2008
  6. "ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรื่อง ศาลมีคำสั่งว่า นายปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงวันที่ 3 กันยายน 2555" (pdf). ราชกิจจานุเบกษา (ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 129, ตอนที่ 124 ง, หน้า 6). 8 พฤศจิกายน 2555. สืบค้นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2555. {{cite journal}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= และ |date= (help)
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๑๐, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๒, เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๖ ข หน้า ๒๗, ๔ ธันวาคม ๒๕๕๒

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]