พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
Prince Wattana.jpg

พระนาม พระองค์เจ้าวัฒนา
พระนามเต็ม พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
พระอิสริยยศ พระวงศ์เธอ
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้า
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ พ.ศ. 2391
สิ้นพระชนม์ วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2461
พระบิดา พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ
หม่อม หม่อมบัว รองทรง ณ อยุธยา

พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ( ประสูติในรัชกาลที่ 3 เมื่อปีวอก พ.ศ. 2391 - วันที่ 9 กันยายน ปีมะเมีย พ.ศ. 2461 ) เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ เดิมทรงพระยศเป็นหม่อมเจ้า และได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าเมื่อเสด็จไปเป็นเทศาภิบาล ณ มณฑลอุดร

พระประวัติ[แก้]

ประสูติ[แก้]

มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา นายพันเอกทหารบก เป็นหม่อมเจ้าชายใหญ่ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ ประสูติในรัชกาลที่ 3เมื่อปีวอก พ.ศ. 2391 แต่พระบิดายังปรากฏนามว่า พระองค์เจ้ารองทรง คนทั้งหลายเรียกกันแต่ว่าหม่อมเจ้าใหญ่ มาจนทรงตั้งเป็นพระองค์เจ้าวัฒนา ตามพระนามเดิม เมื่อในรัชกาลที่ 5 จึงได้เรียกกันว่าพระองค์เจ้าวัฒนา

เมื่อทรงพระเยาว์[แก้]

บรรพชา ตามรอยบาทพระศาสดา[แก้]

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระปิตุลา

เมื่อรัชกาลที่ 4 พระชันษาครบปีเกศากันต์และผนวชเป็นสามเณร ได้เกศากันต์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเหมือนกับหม่อมเจ้าทั้งปวง แต่เมื่อผนวชแล้ว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ซึ่งเป็นพระปิตุลาทรงรับไปให้อยู่ที่พระตำหนัก ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร แล้วเป็นพระธุระทรงสั่งสอนพระธรรมวินัยประทานตลอดเวลาที่ผนวชอยู่พรรษา 1 นั้น

ฝึกหัดวิชาสุวรรณกิจ[แก้]

เมื่อลาผนวชแล้วได้ตามเสด็จพระบิดาเข้า มาที่โรงทองที่ในพระบรมหาราชวังเป็นเนืองนิตย์ด้วยเมื่อในรัชกาลที่ 4 กรมหมื่นสิทธิสุขุมการได้ทรงกำกับราชการในโรงทองหลวง พระองค์เจ้าวัฒนาตามเสด็จเข้ามา จึงมาหัดวิชาช่างทองในสำนักช่างหลวง จนทรงชำนาญวิชาช่างทอง และเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเมตตา ด้วยเสด็จไป ทอดพระเนตรเห็นเมื่อหัดเป็นช่างทองอยู่นั้น ได้พระราชทานรางวัลทองทศทองพิศเป็นต้นเนืองๆ

กตัญญูจิตต่อพระบิดา[แก้]

ในสมัย รัชกาลที่ 5 ถึงเวลาพระชันษาครบอุปสมบทก็ได้ผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และประทับอยู่วัดบวรนิเวศเหมือนเมื่อผนวชเป็นสามเณร แต่ถึงรัชกาลนี้พระบิดาทรงพระชรา ไม่ได้ว่าการโรงทองหลวงเหมือนแต่ก่อนพระองค์เจ้าวัฒนาปฏิบัติพระบิดาอยู่ตลอด จนเมื่อวันที่4 พฤษภาคม พ.ศ. 2419 ที่วังปากคลองตลาด พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารองทรง กรมหมื่นสิทธิสุขุมการก็เสด็จนิวัติสู่สรวงสวรรค์ ด้วยพระโรคชรา สิริพระชันษา 70 ปี

ตามพระเชษฐา เข้ารับราชการ[แก้]

สนองงาน กระทรวงวัง[แก้]

เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์แล้ว จึงปารภที่จะรับราชการเนื่องด้วยวังกรมหมื่นสิทธิสุขุมการอยู่ริมคลองตลาด ใกล้กับวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมประทับอยู่ในเวลานั้น คือ ตรงที่โรงทหารม้าทุกวันนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ เวลานั้นยังไม่มีวัง ประทับอยู่ที่วังนั้นด้วย พระองค์เจ้าวัฒนาจึงได้คุ้นเคยกับทั้ง 2 พระองค์ ตั้งแต่พระบิดายังทรงพระชนม์อยู่ แล้วกรมหลวงสรรพสาตรได้หม่อมเจ้าหญิงเม้าเป็นชายา ก็ได้เกี่ยวดองกันอีกขั้น 1 พระองค์เจ้าวัฒนาแรกเข้ารับราชการ เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. 2424 ครั้งโปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงจัดการตั้งกรมทหารรักษาพระราชวัง กรมหลวงประจักษ์ฯ จึงทรงชวน พระองค์เจ้าวัฒนาเข้ามารับราชการในกรมทหารนั้น ได้มียศเป็นนายร้อยเอกตำแหน่งผู้ตรวจการ ต่อมาเมื่อทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ฯ เป็นเสนาบดี กระทรวงวัง ก็ได้มาเป็นตำแหน่งผู้ตรวจการในกระทรวงวังด้วย แล้วได้เป็นหัวหน้าพนักงานกรมวังสำหรับตามเสด็จประพาสหัวเมือง จึงเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคุ้นเคยจนชอบพระอัธยาศัยสนิทดังปรากฏอยู่ในกระแสรับสั่งซึ่งประกาศเมื่อทรงตั้งเป็นพระองค์เจ้านั้น

พระองค์เจ้าวัฒนารับราชการอยู่ในกรมวังได้ 9 ปี 2 ในระหว่างนั้นได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเสมอชั้นปลัดทูลฉลอง 3 และมียศเป็นนายพันเอก

ประพาส รั้งราชการ[แก้]

เมืองภูวดลสอาง ในแขวงคำม่วน

ครั้งนั้นถึงรัตนโกสินทร์ศก 110 ตรงกับปีเถาะ พ.ศ. 2434 เมื่อทรงพระราชดำริจะจัดการปกครองหัวเมืองชายพระราชอาณาเขตให้มั่นคงยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม แต่ยังดำรงพระยศเป็นกรมหมื่น เสด็จขึ้นไปเป็นข้าหลวงสำเร็จราชการประจำมณฑลอุดร ในคราวเดียวกับที่โปรดฯ ให้กรมหลวงพิชิตปรีชากร เสด็จไปประจำอยู่มณฑลอิสาน และกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อยังดำรงยศเป็นกรมหมื่นเสด็จไปประจำมณฑลนครราชสีมาทรงพระกรุณาโปรดเล้าฯ ให้พระองค์เจ้าวัฒนาเมื่อยังเป็นหม่อมเจ้า เป็นตำแหน่งข้าหลวงที่ 2 รองกรมหลวงประจักษ์ฯ ขึ้นไปรับราชการในมณฑลอุดรด้วย ได้ไปรับราชการเป็นข้าหลวงที่ 2 อยู่ 9 ปี ในระหว่างนี้ได้รับพระราชทานบำเหน็จความชอบหลายคราว และยังทรงดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองภูวดลสอาง พระราชอาณาเขตรในมณฑลอุดร ปัจจุบันคือเมืองมหาไชย (ลาว) (ลาว: ເມືອງມະຫາໄຊ)แขวงคำม่วน สปป.ลาว

เทศาภิบาล มณฑลอุดร[แก้]

ครั้นเมื่อ ร.ศ. 118 ตรงกับปีกุน โปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เสด็จกลับลงมารับราชการในกรุงเทพฯ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าวัฒนาเป็นตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอุดรแล้วทรงสถาปนาพระยศเลื่อนขึ้นเป็นพระองค์เจ้าในปีนั้น มีประกาศกระแสพระราชดำริซึ่งทรงยกย่องความชอบความดี ดังนี้

ศุภมัศดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๔๓ พรรษา ปัตยุบันกาล จันทรคตินิยม มุสิกสังวัจฉร กติกมาศ กาฬปักษ์ จตุตถีดิถี โสรวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ พฤศจิกายนมาศ ทสมมาสาหคุณพิเศษบริเฉทกาลกำหนด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่าหม่อมเจ้าวัฒนา ในพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ ได้เข้ารับราชการในกรมทหารล้อมวัง มีตำแหน่งตั้งแต่ปลัดกองจนถึงนายพันเอกบังคับการกองได้รับราชการในกรมวัง เป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัยมาช้านาน ภายหลังได้ขึ้นไปราชการในกองพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงมณฑลฝ่ายเหนือ และได้เป็นแม่กองขึ้นไปรักษาราชการเมืองภูวดลสอาง๑จนเสร็จราชการ แล้วประจำอยู่ในมณฑลนั้นถึง 9 ปี ครั้นเมื่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเสด็จลงมารับราชการในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม จึงได้รับตำแหน่งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลฝ่ายเหนือมาจนบัดนี้ มีพระอัธยาศัยซื่อตรงจงรักภักดีต่อราชการ อดทนต่อความลำบากมิได้มีความย่อหย่อน สมควรที่จะได้เลื่อนพระเกียรติยศขึ้นเป็น พระวงษ์เธอ พระองค์เจ้า พระองค์หนึ่งได้
จึงมีพระบรมราชโองการ ดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าวัฒนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้า ให้มีคำนำหน้าพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า พระวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา คชนาม ทรงศักดินา 2,000 ตามพระราชกำหนดอย่างพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฝ่ายพระราชวังบวรฯ จงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพศิริ สวัสดิ์พิพัฒมงคล ทุกประการเทอญ

— ราชกิจจานุเบกษา[1]

เมื่อพระองค์เจ้าวัฒนารับราชการในตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลได้ทรงพระอุตสาหะจัดราชการในมณฑลนั้นเรียบร้อย และทำนุบำรุงผลประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นหลายอย่าง กอปรด้วยพระอัธยาศัยซึ่งทรงเมตตาปราณีแก่คนทั้งหลาย และเป็นที่นิยมนับถือของบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยตลอดจนประชาราษฎรทั่วทุกจังหวัดในมณฑล เป็นเหตุให้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ 1 เมื่อเป็นตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลอยู่นั้น พระองค์เจ้าวัฒนาเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอยู่ 6 ปี รวมเวลาได้แต่เสด็จไปรับราชการอยู่ในมณฑลอุดร 15 ปี ถึง ร.ศ. 125 ตรงกับปีมะเมีย พ.ศ. 2449


พระชายา[แก้]

  • มีพระชายาเป็นชาวนครพนม หม่อมบัวเป็นหลานสาวพระยาพนมนครานุรักษ์ฯ (กา พิมพานนท์) ผู้ว่าราชการเมืองนครพนมในลำดับต่อมา

จรจากราชการ[แก้]

เมื่อพระชันษาได้ 59 ปี รู้สึกว่าทุพพลภาพไม่สามารถจะรับราชการให้สมตำแหน่งได้ดังแต่ก่อน จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเบี้ยบำนาญมาจนตลอดพระชนมายุ

สิ้นพระชนม์[แก้]

หลังจากที่พระองค์เจ้าวัฒนาได้ออกจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลแล้ว ทรงกลับลงมาสร้างวังตั้งตำหนักอยู่ที่ริมคลองแสนแสบใกล้เชิงสะพานเฉลิมโลกในอำเภอปทุมวัน อยู่เป็นปกติมาหลายปีจึงประชวรด้วยพระโรคชราและสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2461 ปีมะเมีย สิริพระชันษาได้ 71 ปี[2]

งานพระราชทานเพลิงพระศพ[แก้]

ทรงโปรดให้พระราชทานเพลิง ณ เมรุหลวงวัดเทพศิรินทราวาสพร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรอีก 5 พระองค์พร้อมกัน

พระกรณียกิจ[แก้]

งานสุวรรณกิจ[แก้]

  • ทรงช่วยพระบิดาว่าราชการโรงทอง ตั้งแต้ยังทรงพระเยาว์

งานปกครอง[แก้]

  • พ.ศ. 2424 ทรงเข้ารับราชการในกรมทหารล้อมวัง
  • พ.ศ. 2433 เข้ารับราชการ รองเทศาภิบาลมณฑลอุดร แม่กองรักษาราชการ เมืองภูวดลสอาง
  • พ.ศ. 2436 กลับเข้าเมืองอุดร ดำรงตำแหน่งรองเทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2442 เทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2449 เกษียณอายุราชการ บังคมทูลลาออกจากราชการ

งานการศึกษา[แก้]

lโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

ตำแหน่ง[แก้]

  • พ.ศ. 2424 -ร้อยเอก ผู้ตรวจการกรมทหารล้อมวัง
  • พ.ศ. 2425 -ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัง

-หัวหน้าพนักงานกรมวัง

  • พ.ศ. 2433 -นายพันเอกทหารบก

-ปลัดทูลฉลองกระทรวงวัง

  • พ.ศ. 2436 -รองเทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2442 -เทศาภิบาลมณฑลอุดร

พระเกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนเกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับเกล้ากระหม่อม/เพคะ
ลำดับโปเจียมรองพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายี่เข่ง
  • หม่อมเจ้าวัฒนา รองทรง (พ.ศ. 2391 - พ.ศ. 2443)
  • พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา (พ.ศ. 2443 - พ.ศ. 2461)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย[แก้]

พระองค์ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

พระราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสามรุ่นของ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวัฒนา

พระชนก:
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารองทรง กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าจอมมารดาภู่ (อิเหนา)
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
ไม่ทราบ
พระชนนี:
ไม่ทราบ
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรมแลตั้งกรมพระองค์เจ้า เจ้าพระยา, เล่ม ๑๗, ตอน ๓๕, ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓, หน้า ๔๘๑
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสิ้นพระชนม์, เล่ม ๓๕, ตอนง, ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๑๓๗๓
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , เล่ม ๒๑, ตอน ๓๙, ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๗๐๐
  4. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยยศญี่ปุ่น" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 5 (ตอน 22): หน้า 179. 1 ตุลาคม 2431. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.
  5. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ออสเตรีย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 6 (ตอน 21): หน้า 175. 25 สิงหาคม 2432. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.

หนังสือ[แก้]

  • หนังสือ วัฒนานุสรณีย์ โดย ชุณห์ศิริ ไชยเอีย พิมพ์ในงานเปิดพระอนุสาวรีย์ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา พ.ศ. 2557
  • หนังสือ ราชสกุลวงศ์ โดย กรมศิลปากร พ.ศ. 2554
  • หนังสือ ตำนานวังหน้า โดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
  • หนังสือ ศิลปสถาปัตยกรรมพระเมรุในสยาม เล่ม ๒ โดย ม.ร.ว.แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
  • หนังสือ 111ปี อุดรพิทยานุกูล โดย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โดย ชุณห์ศิริ ไชยเอีย พ.ศ. 2556
  • หนังสือ พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี โดย พล.ต.ม.ร.ว.ศุภวัฒน์ เกษมศรี และรัชนี ทรัพย์วิจิตร พ.ศ. 2543
  • หนังสือ ราชสกุลจักรีวงศ์และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ของธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ พ.ศ. ๒๕๑๕
  • หนังสือ ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่มที่๕ ตอนตำนานวังเก่า ของกรมศิลปากร ปี ๒๕๔๒
  • ราชกิจจานุเบกษา,[1], เล่ม 17, ตอน35, ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๑๙๐๐, หน้า 486-487
  • ราชกิจจานุเบกษา,[2], เล่ม 21, ตอน30, ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า 507
  • หนังสือประวัติบุคคลสำคัญ โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ก่อนหน้า พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ถัดไป


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม 2leftarrow.png มณฑลเทศาภิบาล มณฑลอุดร
(พ.ศ. 2442-พ.ศ. 2449 รวม 6 ปี)
2rightarrow.png ไม่ทราบ